ตอนที่ 4 อ้างชื่อจินจวี๋ (1)
เถียนไฉ่เวยยิ้มเยาะในใจ คนขโมยกินไม่เป็อะไร แต่คนที่ถูกป้ายสีกลับถูกทุบตี เห็นได้ชัดว่าเว่ยซื่อคิดจะเล่นงานพวกนางสามแม่ลูกอยู่แล้ว
เสี่ยวหม่านดึงแขนเสื้อไฉ่เวย ทำมือเกลี้ยกล่อมตัวสั่นๆ ‘พี่หญิง ช่างเถอะ อย่าโวยวายต่อเลย’
นางคิดว่ารอดจากการถูกตีได้ก็เป็อะไรที่โชคดีมากแล้ว ไม่กล้าคาดหวังเื่ทวงความเป็ธรรมให้ตนเองหรอก อีกอย่างนางก็กังวลว่าไฉ่เวยจะไปยั่วโมโหเว่ยซื่อจนถูกทุบตีเอา
หลินซื่อเองก็กล่อมไฉ่เวยเสียงเบา ครั้งก่อนตอนที่ไฉ่เวยถูกตีจนสลบก็ทำให้นางใเสียขวัญจริงๆ นางหวังแค่ให้เื่นี้จบลงและบุตรสาวทั้งสองมีชีวิตต่อไปอย่างสงบ รอจนเติบใหญ่แต่งงานแล้ว ก็เท่ากับได้ออกจากทะเลทุกข์อย่างบ้านตระกูลเถียนแห่งนี้
เถียนไฉ่เวยไม่ขยับ เพราะความอ่อนแอและการยอมคนของหลินซื่อถึงทำให้เ้าของร่างเดิมตาย ในเมื่อตนมีชีวิตแทนเ้าของร่างเดิม เช่นนั้นก็ไม่ควรให้เื่เศร้าเช่นนี้เกิดขึ้นอีก นางจึงไม่คิดข่มกลั้นอีกต่อไป
เด็กสาวมองเสี่ยวเป่าที่ยืนดูตลอดโดยไม่ส่งเสียงอยู่ข้างๆ
หลังจากหม่าซื่อแต่งงานและคลอดบุตรสาวติดกันสองคน ก็ถูกจี้ซื่อของบ้านใหญ่ซึ่งมีบุตรชายสองคนถากถาง เว้นว่างอีกห้าปีนางถึงลืมตาอ้าปากได้เพราะคลอดเสี่ยวเป่า ดังนั้นจึงประคบประหงมเสี่ยวเป่าราวกับไข่ในหิน พี่สาวทั้งสองก็ต้องเสียสละให้เขา ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เขามีนิสัยอวดดีเอาแต่ใจ หากในบ้านมีของดีอะไรแล้วไม่ให้เขากินก็จะโวยวายจนฟ้าถล่มดินทลาย แต่ตอนนี้ได้ยินว่าเถียนจินจวี๋กินไข่ต้มไปสี่ฟองเขากลับไม่ขยับเคลื่อนไหว เห็นได้ชัดว่าไข่ไก่สองใบที่หม่าซื่อขโมยมาล้วนให้เขากินไปหมดแล้ว
เถียนไฉ่เวยกลอกตา หยิบเฉ่าเหมย[1]ฤดูใบไม้ร่วงที่เก็บมาระหว่างทางออกมาให้เสี่ยวเป่ากิน
ปกติเฉ่าเหมยนั้นหายากมากในแถบเหลียวตง ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงเฉ่าเหมยฤดูใบไม้ร่วง
เสี่ยวเป่ารีบวิ่งเข้ามาอย่างอารมณ์ดี หยิบใส่ปากกินทั้งที่ยังไม่ได้ล้าง
พอเถียนไฉ่เวยเห็นเขากลืนลงท้องหมดแล้วถึงร้องใ “เสี่ยวเป่า เช้านี้เ้าคงไม่ได้กินไข่ไก่ไปใช่ไหม ถ้ากินไข่ไก่แล้วกินเฉ่าเหมยตามมันจะเป็พิษ! เ้ารู้จักไหมว่าเป็พิษคืออะไร ก็เหมือนที่หนูกินยาเบื่อแล้วตายชักแหง็กๆ นั่นละ”
เสี่ยวเป่าหน้าเปลี่ยนสีทันใด แม้เขาอายุยังน้อย แต่ก็เคยเห็นหนูถูกฤทธิ์ยาเบื่อตาย เืไหลออกจากทวารทั้งเจ็ด ช่างน่าสยดสยองนัก
หม่าซื่อที่อยู่ในห้องครัวฟังออกว่าคำพูดประโยคนั้นของเถียนไฉ่เวยเป็กับดัก นางกำลังจะเอ่ยปากไม่ให้เสี่ยวเป่าติดกับ ทว่าเสี่ยวเป่ากลับร้องไห้ปานจะขาดใจขึ้นก่อน “ท่านแม่ ข้าถูกพิษแล้ว ใกล้ตายแล้ว!”
หม่าซื่อออกมาจากห้องครัว คว้ามือกอดเสี่ยวเป่าไว้ “เ้าอย่าไปฟังคำพูดไร้สาระของนางชั้นต่ำไฉ่เวยนั่น นางกำลังหลอกเ้า!”
ไฉ่เวยหัวเราะเบาๆ “แม้วาจาเมื่อครู่ข้าจะล้อเล่น แต่หากว่าตอนเช้าเสี่ยวเป่าไม่ได้กินไข่ไก่ไป เขาจะใจนร้องไห้แบบนี้ได้อย่างไร”
หม่าซื่อสะอึก พูดอะไรไม่ออก
เถียนไฉ่เวยยิ้มแล้วเอ่ยกับเว่ยซื่อ “ข้าช่วยท่านย่าสืบชัดแล้ว ไข่ไก่ไม่กี่ฟองที่ท่านย่าหาไม่เจอเป็อาสะใภ้สามที่ขโมยไป ต่อให้ดูแลแ่าอย่างไรก็ยากจะป้องกันขโมยในบ้าน ท่านย่าต้องอบรมเสี่ยวเป่าสักหน่อย หากเขาไม่เห็นแก่กิน อาสะใภ้สามจะยอมเสี่ยงไปขโมยไข่ไก่หรือ
“ตอนนี้เสี่ยวเป่ายังเล็ก แค่อยากกินไข่ไก่ รอเขาโตแล้วอยากได้เงินตำลึงขึ้นมา อาสะใภ้สามจะไม่ต้องไปขโมยเงินตำลึงของท่านย่าให้เขาหรือ ดังนั้นท่านย่าต้องตีเสี่ยวเป่าแรงๆ เหมือนตอนจะตีข้าให้ตายรอบนั้น ป้องกันไม่ให้เขาเดินหลงผิดในภายหลัง”
ครั้งนั้นที่เ้าของร่างเดิมถูกตีตาย เสี่ยวเป่าแอบดูอยู่ในห้องตลอดและเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ฉากภาพรุนแรงนั้นทำให้เขาเสียขวัญนอนไม่หลับอยู่หลายคืน พอได้ยินเถียนไฉ่เวยเอ่ยขึ้นย่อมใจนเสียขวัญ ร้องโวยวายอยู่ในอกหม่าซื่อ “ข้าไม่อยากโดนตี อีกอย่างข้าไม่ได้ขโมยไข่กินคนเดียว อาหญิงก็ขโมยกินเหมือนกัน! เป็อาหญิงที่ขโมยไข่ก่อน แม่ข้าถึงได้ขโมยตาม ไม่ใช่ข้าที่ให้แม่ขโมยไข่มาให้!”
เชิงอรรถ
^ สตรอว์เบอร์รี