“พวกเ้ามาถึงแล้วก็ถอดเสื้อผ้าและลงไปแช่ในอ่างเร็วเข้าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นห้ามพวกเ้าขึ้นมาเป็อันขาดจนกว่าข้าจะสั่งให้พวกเ้าให้ขึ้นมา”
“ขอรับท่านปู่”
เฟยหลงและเพื่อน ๆ ของเขาพลันรีบทำตามในทันทีพวกเขารีบลงไปแช่ในอ่างน้ำที่ถูกเตรียมไว้ เพียงแค่พวกเขาลงไปแช่ได้ไม่ถึงสิบนาทีพวกเขารู้สึกได้ถึงพลังความร้อนที่แผ่กระจายออกมาจากสมุนไพรชนิดต่าง ๆ ที่แช่อยู่
“ท่านปู่ทำไมพวกเราถึงได้ร้อนขนาดนี้ ท่านให้พวกเราแช่น้ำอะไรกัน?”
แต่กลับไม่มีเสียงตอบใดๆ ทั้งสิ้นกลับมายิ่งแช่น้ำอยู่นานมากเท่าไหร่พวกเขาก็ยิ่งร้อนมากขึ้น เมื่อตะวันโผล่ขึ้นเหนือขอบฟ้าความร้อนที่พวกเขาได้รับกลับกลายเป็ความเ็ปที่แทบจะทนไม่ได้มันเหมือนมีเข็มนับหมื่นนับพันทิ่มแทงพวกเขาทั้งสี่
พวกเขาทั้งสี่ร้องด้วยความเ็ปพวกเขารับรู้ถึงความร้อนแ่ิ่งไปในร่างกายของพวกเขา จนเวลาผ่านไปราว ๆ สองชั่วโมงความเ็ปจึงได้หายไปทั้งสี่มองดูน้ำที่แช่ตัวของพวกเขาเต็มไปด้วยคราบสกปรกสีดำเต็มไปหมด
“พวกเ้าต้องมาแช่แบบนี้ทุกวันเป็เวลาหนึ่งเดือนไม่เช่นนั้นข้าจะไม่สอนพวกเ้าอีกต่อไป”
“ขอรับพวกเราจะทำตามที่ท่านปู่สั่ง”
ถึงแม้จะเ็ปแต่พวกเขาก็ยอมทำตามที่ผู้เฒ่าอู๋ซวนบอกพวกเขามาทุก ๆ เช้าเพื่อแช่น้ำในอ่างที่ผู้เฒ่าอู๋ซวนบอกนับวันความทรมานที่พวกเขาได้รับยิ่งมากขึ้นเรื่อย ๆแต่พวกเขาก็ไม่เคยปริปากบ่นแม้แต่น้อย จวบจนวันที่สามสิบ ซึ่งเป็วันสุดท้ายที่พวกเขาต้องลงไปแช่ในอ่างน้ำ
พวกเขายังคงลงไปแช่ตามปกติเพียงแต่ว่าวันนี้พวกเขากลับไม่รู้สึกเ็ปใด ๆ เหมือนวันก่อน ๆพวกเขากลับรู้สึกสบายตัวอย่างไม่เคยมีมาก่อน ทันทีที่พระอาทิตย์ขึ้นปรากฎแสงสีที่ออกจากอ่างน้ำของพวกเขาพลันเปลี่ยนไปโดยในอ่างของหวนอู่นั้นปรากฏเป็สีแดง อ่างของจ้าวเฟยนั้นปรากฏเป็สีฟ้าอ่างของหยวนฉู่นั้นปรากฏเป็สีเหลือง และสุดท้ายอ่างของเฟยหลงนั้นกลับปรากฏสีขึ้นมาถึงสามสีด้วยกันนั่นคือสีแดง สีม่วง และสีดำ
เมื่อเห็นเช่นนั้นผู้เฒ่าอู๋ซวนพลันน้ำตาไหลออกมาทันทีเฟยหลงเห็นเช่นนั้นจึงรีบขึ้นมาหาในทันที
“ท่านปู่ท่านเป็อะไรไป หรือว่าเพราะอ่างน้ำของข้ามีสีสันมากเกินไป จึงทำให้ท่านเสียใจเช่นนี้”
“ไม่เป็ไรปู่ไม่เป็ไร ปู่แค่ดีใจมากไปหน่อย ไม่คิดว่าในชีวิตของปู่จะได้เห็นพลังธาตุพวกนี้”
“พลังธาตุมันคืออะไรหรือท่านปู่”อีกสามคนพลันขึ้นจากน้ำในทันที พร้อมกับเอ่ยขึ้นมา
“พลังธาตุคือธาตุที่อยู่ในตัวของพวกเ้าเอง หวนอู่ อ่างน้ำของเ้าประกายสีฟ้า ธาตุของเ้าคือธาตุน้ำ จ้าวเฟยอ่างน้ำของเ้าปรากฏประกายเหลือง ธาตุของเ้าคือธาตุดิน ส่วนหยวนฉู่อ่างของเ้าประกายสีเขียว ธาตุของเ้าคือธาตุลม ส่วนเฟยหลงที่อ่างของเ้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่สีที่แสดงออกมาแสดงให้เห็นว่าเ้ามีสามธาตุภายในตัวของเ้า”
“ดังนั้นธาตุของเ้าจึงพิเศษกว่าคนอื่นสีแดงคือธาตุไฟ สีม่วงและสีดำเป็ธาตุพิเศษและหาได้ยากยิ่งนั่นคือธาตุสายฟ้าและธาตุมิติวันนี้พวกเ้ากลับไปก่อนก็แล้วกันพรุ่งนี้เป็ต้นไปข้าจะเริ่มสอนวิชาใหม่ ๆ ให้กับพวกเ้าวันนี้พวกเ้าไปพักผ่อนกันก่อน ส่วนเฟยหลงเ้าตามข้ามา”
“ขอรับท่านปู่”
หลังจากเด็กทั้งสามกลับไปแล้วอู๋ซวนพลันเอ่ยกับเฟยหลง
“เฟยหลงภายในตัวเ้ามีธาตุพิเศษอยู่ถึงสองธาตุในอนาคตเ้าอย่าให้ใครรู้เป็อันขาดว่าเ้ามีธาตุพิเศษอยู่ในตัวถึงสองธาตุหากไม่จำเป็จริง ๆ จนกว่าเ้าจะแข็งแกร่งจนสามารถป้องกันตัวเองได้”
“ขอรับท่านปู่ข้าจะทำตามที่ท่านปู่บอกจริงสิท่านปู่ไม่ทราบว่าพรุ่งนี้ท่านปู่จะสอนอะไรให้กับพวกเราอย่างนั้นหรือ?”
“ปู่จะสอนพวกเ้าบ่มเพาะพลังเวทความจริงแล้วคนทั่วไปต้องเรียนรู้การบ่มเพาะพลังเวทั้แ่อายุเก้าขวบขึ้นไป เพราะการปลุกพลังเวทภายในตัวของแต่ละคนนั้นต้องใช้ทรัพยากรเป็จำนวนมาก แต่สำหรับหลาน และเพื่อน ๆ ปู่ได้ทำการปลุกพลังเวทภายในกายของพวกเ้าให้ก่อนดังนั้นพวกเ้าจะต้องหมั่นฝึกฝนและเมื่อถึงเวลาปู่จะส่งเ้าไปเรียนยังสำนักที่อยู่บนแผ่นดินใหญ่”
“จริงหรือท่านปู่หากพวกเราสามารถเรียนรู้จากท่านปู่เสร็จพวกเราจะได้ออกจากเกาะนี้ไปท่องเที่ยวในโลกกว้าง”
“ใช่หากพวกเ้าสามารถเรียนรู้จากข้าจนหมดสิ้นข้าจะอนุญาตให้พวกเ้าออกจากเกาะแห่งนี้ไปผจญโลกภายนอกเพื่อหาประสบการณ์ตามลำพัง”
“แล้วท่านปู่จะไปกับพวกเราด้วยไหม?”
“ข้าแก่แล้วแถมสุขภาพไม่ค่อยดี ข้าคงต้องอาศัยอยู่ที่เกาะนี้ คงตามพวกเ้าไปไม่ได้หรอก”
เช้าวันต่อมาทั้งสี่เริ่มฝึกฝนการบ่มเพาะพลังเวทโดยมีผู้เฒ่าอู๋ซวนเป็ผู้สอนให้กับพวกเขา
“วันนี้พวกเ้าจะได้เรียนในสิ่งใหม่ๆ พวกเ้าทั้งสี่ต้องตั้งใจเรียนรู้ให้มากที่สุด”
“ขอรับท่านปู่พวกเราจะพยายามเรียนรู้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้”
“เช่นนั้นก็ดีการบ่มเพาะพลังเวทนั้นจะว่ายากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่าย อยู่ที่พวกเ้าจะสามารถััได้ถึงพลังเวทที่อยู่ในธรรมชาติได้เร็วมากแค่ไหนหากพวกเ้าสามารถััพลังเวทที่อยู่ในธรรมชาติได้พวกเ้าก็สามารถบ่มเพาะได้โดยง่ายแต่หากพวกเ้ายังไม่สามารถััพลังเวทที่อยู่ในธรรมชาติได้พวกเ้าก็เปรียบเสมือนคนธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น”
“พลังเวทที่อยู่ในธรรมชาตินั้นล่องลอยอยู่ทุกหนทุกแห่งในโลกมันคือพลังบริสุทธิ์ที่สามารถดูดซับมาฝึกฝนการบ่มเพาะได้ความหนาแน่นและความบริสุทธิ์ของพลังเวทจะขึ้นอยู่กับสถานที่นั้น ๆ ของแต่ละแห่งในโลกนี้เมื่อพวกเ้าสามารถััได้ถึงพลังเวทที่อยู่รอบ ๆ ตัวได้นับว่าพวกเ้าเดินเข้าสู่วิถีแห่งนักเวทแล้ว”
“ก่อนอื่นข้าจะสอนให้พวกเ้าได้ัักับพลังเวทที่อยู่ในธรรมชาติแล้วจึงจะสอนขั้นต่อไปให้แก่พวกเ้า”
“ลำดับแรกให้พวกเ้าต้องััพลังเวทที่เป็ธาตุประจำตัวของพวกเ้าให้ได้ก่อนโดยการตั้งสมาธิและใช้จิตััธาตุต่าง ๆ ภายในธรรมชาติให้ได้ก่อน ข้าจะทำให้พวกเ้าดูเพียงครั้งเดียวพวกเ้าต้องตั้งใจดูให้ดี”
อู๋ซวนสาธิตให้พวกเขาทั้งสี่ดูอย่างช้า ๆเพราะพื้นฐานในขั้นนี้ทุกคนต้องเรียนรู้การเริ่มต้นที่เหมือน ๆ กันแต่วิธีที่อู๋ซวนสอนพวกเขานั้นคือพื้นฐานที่สมบูรณ์แบบมากที่สุดเพื่อเป็รากฐานให้ทั้งสี่คน
“เฟยหลงเ้าเองก็เริ่มต้นที่ธาตุไฟก่อน อย่าได้สนใจธาตุอื่น ๆ ในตอนนี้เมื่อพื้นฐานของเ้าดีแล้ว เ้าค่อยฝึกฝนธาตุอื่น ๆ ทีหลัง”
“ขอรับท่านปู่”
พวกเขาทั้งสี่นั่งลงทำสมาธิในทันทีพวกเ้าไม่ต้องรีบร้อน ค่อย ๆ ฝึกฝน เพียงเวลาไม่ถึงครึ่งวัน เฟยหลงเริ่มััได้ถึงพลังเวทที่อยู่รอบๆ ตัว