ทลายสวรรค์ กลืนพิภพ

    ตอนที่ 109 คนละโลกมิติ

    อิงอิงไปปรากฏตัวที่ทางออกของรอยแยกมิติพร้อมชายหนุ่มอีกคนและคากิที่ยังรอสักเกตการณ์อยู่ โดยชายหนุ่มพยายามรั้งตัวอิงอิงไว้

    “องค์หญิงเราต้องรีบไปแล้ว!

    “แต่ว่า.....

    “องค์หญิงอย่าให้การเสียสละของซาโต้ ต้องสูญเปล่าขอรับ” ชายหนุ่มด้านข้างเอ่ยไปทั้งดวงตาที่แดงก่ำ

    คากิที่มองสถานการณ์ยังคับขันอยู่รีบเอ่ย “เราต้องรีบไปเพื่อแจ้งให้คนเบื้องนอกรับรู้สถานการณ์โดยไว!

    อิงอิงหันไปมองเบื้องล่างน้ำตาไหลอาบไปทั้งใบหน้า กัดฟันจนเลือดซึมออกจากปาก จึงเอ่ย “ไป!”

    ทั้งหมดพุ่งตัวเข้าไปในรอยแยกมิติทันที

     

    นาฟที่ร่วงหล่นลงบนพื้นใช้ย่างเวหาในวินาทีสุดท้ายทิ้งตัวกลิ้งกระเด็นกระดอนไปตามพื้น เลือดไหลนองไปตามทางร่างกายเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส

    ไม่นานแสงสีดำขนาดใหญ่ก่อเป็นวังวนเมฆดำบนท้องฟ้าพวยพุ่งเป็นแรงกดดันบีบอัดกดทับเข้ามาทันที

    ควันสีดำกระจายไปในอากาศทั่วบริเวณ  นาฟรู้สึกหายใจไม่ออกพลังในร่างกายคล้ายถูกดูดซึม และหดหายไปอย่างรวดเร็ว ผิวกายที่เปล่งปลั่งบัดนี้เริ่มเหี่ยวเฉาคล้ายผุผัง

    ปรากฏกลิ่นสาบสัตว์ป่ากระจายตัวเข้ามาใกล้ๆ  ชายนัยน์ตาดำค่อยๆเยื้องย่างมาหยุดอยู่เบื้องหน้านาฟ

    โครม!ๆๆ

    ครืนนนนน!ๆๆ

    “โลกใบนี้กำลังจะสูญสลาย! ข้าล่ะเสียดายความงามของมันจริงๆ เจ้าแก่นั้นมันเคยเอ่ยว่าของในนี้ล้วนก่อเกิดจากสถานที่อื่น

    ถ้าข้าได้ครอบครองโลกมิติแห่งนี้ได้ก็คงจะดีสินะ เจ้าว่ามั๊ย!  ชายตาดำหันมามองนาฟ ที่กำลังจวนเจียนจะขาดใจ เส้นเลือดบนใบหน้าปูดโปนออกมาเลือดไหลจากหู ตา  สั่นเกร็งไปทั่วร่างกายแต่แววตายังขึงขัง จ้องมองชายเบื้องหน้าอย่างไม่วางตา

    “ฮ่าๆเจ้าเด็กพวกนั้นข้าปล่อยไปเองแหละ! ตัวข้ายังไม่ฟื้นพลังดีคงต้องเก็บเกี่ยวพลังชีวิตของเหล่ามนุษย์มาชดเชยให้มากเสียก่อน

    จากนั้นก็เป็นวันพิพากษาของเหล่ามนุษย์อย่างพวกแกข้าจะทำลายให้สิ้นซาก ให้สาสมกับที่พวกแกทำกับข้าไว้

    โครม!ๆๆ

    ครืนนนนน!ๆๆ  โลกมิติสั่นรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

    ชายนัยน์ตาดำมองไปรอบๆสุดท้ายหันมองเด็กหนุ่มที่ทรุดกายอยู่เบื้องหน้า

    “เจ้าเด็กมนุษย์สายตาเจ้ามันดูมุ่งมั่นจริงจังคงจะเครียดแค้นข้ามากล่ะสิ เสียดายข้าไม่มีเวลามาเล่นกับเจ้า

    งั้นก็ตายอยู่ที่นี่แล้วกัน!

    ชายตาดำสะบัดมือ“วูซซ!”ปรากฏลำแสงสีดำพุ่งออกไปราวกับสายฟ้าฟาด “สวบบบ!”

    เลือดพุ่งกระจายชโลมทั้งร่างโดยเฉพาะบริเวณหน้าอกที่มี ขนนกสีดำปักอยู่  นาฟสายตาแข็งค้าง แม้เรี่ยวแรงจะส่งเสียงยังไม่สามารถเปล่งออกมาได้

    ควันสีดำกระจายออกมาจากขนนกค่อยๆ คลุมไปทั่งร่าง พลังชีวิตถูกดูดกลืนหายไปทีละน้อย

    ผิวหนังเริ่มแห้งกรังผมกลายเป็นสีขาวโพรน นาฟที่กำลังจะสิ้นใจเหลือบมองไปที่สร้อยคอที่ติดตัวมาตั้งแต่ฟื้นตื่น คิดถึงเรื่องราวหลายอย่างภายในมโนสำนึกเริ่มเลือนหายไป

    ควันดำแปรเปลี่ยนเป็นกงเล็บไร้สภาพเอื้อมมาคว้าร่างไร้วิญญาณยกขึ้นเหวี่ยงลงหุบเหวในบัดดล “ฟุบ!”

    ชายนัยน์ตาดำก้มหน้าหัวเราะในลำคอแล้วกลายร่างเป็นเปลวไฟสีดำ พุ่งทะยานสู่ฟากฟ้า มุดหายไปในรอยแยกมิติทันที

     

    ฟากฟ้าเต็มเป็นด้วยรอยร้าวแตกออกเป็นยองใยดั่งเส้นสายของใยแมงมุม เส้นแสงจากอีกโลกสาดส่องทะลุเข้ามา เกิดการชนกันของมวลอากาศจากสองโลก

    อุณหภูมิร้อนหนาวสุดขั้วสลับไปมาแผ่นดินแตกสลายออกจากกัน คลื่นทะลม้วนเป็นเกลียวสูง ละเหิดหายตามแรงพายุพัดพา

    เกิดหุบเหวจากการแยกตัวของแผ่นดินน้ำพุไฟพุ่งทะยาน กระจายทั่วอากาศ ธารลาวาไหลลงหุบเหวจากทุกทิศทางเผาไหม้ทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า

    โครม!ๆๆ

    ครืนนนนน!ๆๆ  เสียงร้องที่ดังก้องไปทั่วโลก ส่งสัญญาณว่ามิติแห่งนี้กำลังล่มสลาย

     

    ภายในหุบเหวลึกสุดหยั่งมีลาวาเอ่อล้นส่งอุณหภูมิร้อนแรงกระจายไปทั่ว  

    “ชายหนุ่มผมขาวลอยอยู่เหนือแม่น้ำไฟแห่งนี้  รอบแขนปรากฏสัตว์แปลกประหลาด คล้ายงูตัวน้อยแต่มีหลากหลายสี มองไกลๆ เหมือนเส้นรุ้งพาดผ่านพันอยู่รอบลำแขน

    จู่ๆเจ้างูน้อยหลากสี ก็อ้าปากที่เล็กเท่านิ้วมือ พ่นไอประหลาดไปทางขนนกดำที่ปักอยู่กลางทรวงอก

    “ฟู่!

    ขนนกสลายกลายเป็นผุยผงในพริบตานาฟที่ยังสิ้นสติอยู่เริ่มอ้าปากหอบหายใจทีละน้อย

    งูน้อยที่ดึงมนุษย์ไร้สิ้นสติล่องลอยอยู่กลางอากาศเหนือธารลาวาจู่ๆ ก็ทำท่าเหมือนพบกับบางสิ่ง เร่งม้วนรัดแขนอีกรอบกระชากชายหนุ่มพุ่งผ่านธารลาวา มุ่งไปยังทิศทางถ้ำใต้หุบเหวใกล้ๆ  

    ธารลาวาที่ร้อนแรงเดือดจนละอองไฟ พุ่งตัวขึ้นราวกับห่าฝนตลอด งูขนาดเล็กกลับสามารถพามนุษย์

    เคลื่อนผ่านหลบหลีกได้อย่างคล่องแคล่วว่องไวและรวดเร็ว จนมองไกลๆ เห็นเป็นเงาสีรุ้งพุ่งผ่านแวบไปมา

    ในที่สุดก็มาถึงปากถ้ำกลางหุบเขาแห่งหนึ่งน่าแปลกที่ภูเขาลูกนี้มีบางอย่างที่แปลกไป มันสงบนิ่งเกินไป ไม่มีผลกระทบจากภัยพิบัติที่เกิดขึ้นขณะนี้ลุกลามย่างกรายเข้ามาเลย

    บรรยากาศยังคงเดิมต้นไม้ใบหญ้ายังคงสภาพ ผืนดินยังคงอัดแน่นอยู่ดังเก่า  เสมือนภูเขาลูกนี้อยู่คนละโลกกับโลกมิติแห่งนี้

    ปากถ้ำเป็นโพรงไม่ใหญ่มากแต่มีม่านปราการสีขาวขุ่นบดบังไว้ บรรยากาศโดยรอบสงบนิ่ง มองเผินๆราวกับผนังธรรมดาที่ทาสีขาวไว้ 

    เจ้างูน้อยไม่รอช้าอ้าปากสูดลมหายใจเข้าจนแก้มป่องพองออกมา

    “ฟู่!”

    พ่นลมหายใจอย่างสุดแรงเกิดเป็นไออากาศขุ่นมัวเคลื่อนตัวออกมาจากปากเป็นริ้วๆ

    เคลื่อนตัวอย่างช้าๆเข้าปะทะกับม่านสีขาว เบื้องหน้าอย่างแผ่วเบา

    “ฟุบ!”ๆๆ