หยงเป่าจึงกลายร่างเป็เสือดำตัวใหญ่ให้ฉันขึ้นขี่หลัง เพราะเขาไม่มีอาวุธที่เป็พาหนะพาบินไปบนฟ้า แต่เขาสามารถวิ่งกระโจนทะยานได้เร็วไม่แพ้พาหนะบินของเสวี๋ยฉีกับซิ่นหลิง แค่จับไว้ดีๆทรงตัวให้มั่นก็พอ
ฉันจึงบอกหยงเป่าให้อยู่รอสักแปบ ขอไปเตรียมของจำเป็บางอย่างพกติดตัวไปด้วย จึงรีบวิ่งเข้าไปในเรือนคว้าหยิบยาใส่แผล น้ำดื่ม และกล้วยอีกหนึ่งหวี ผลไม้อีกนิดหน่อยยัดใส่ลงในเข็มขัดเวทย์ และไม่ลืมตรวจดูผลอัคคีที่มีพร้อมอยู่แล้วในเข็มขัดเวทย์ไว้กินเล่นระหว่างทาง
จากนั้นจึงรีบวิ่งกลับมาหาหยงเป่ากับสองลิงน้อยที่ยืนรออยู่ หยงเป่าเห็นฉันเดินหยิบของหลายอย่างใส่ในเข็มขัดเวทย์ จึงถามว่าจะไปค้างคืนในป่าเหรอ ฉันหัวเราะแล้วตอบว่า อุบัติเหตุเกิดขึ้นกับเราได้ทุกเมื่อต้องปลอดภัยไว้ก่อน
จากนั้นก็โดดขึ้นขี่หลังหยงเป่าเสือดำ แล้วให้สองลิงน้อยปีนขึ้นมานั่งบนหลังเสือดำด้วยกัน แล้วหยงเป่าก็พาวิ่งออกไปจากป่าไผ่ ทั้งวิ่งทั้งะโ พุ่งทะยานโลดโผน กลายเป็ว่าขี่หลังเสือดำมันสนุกเร้าใจกว่ายืนบนกระบี่กับทวนเสียอีก และคิดว่าครั้งหน้าจะขอตามหยงเป่าออกมาข้างนอกอีก เพราะสนุกกับการขี่หลังเสือและได้ออกมาเที่ยวในป่าด้วย
สักพักใหญ่เราก็มาถึงป่าตะวันออก เป็ป่าที่อุดมสมบูรณ์ด้วยสัตว์น้อยใหญ่อาศัยอยู่เป็จำนวนมาก โดยเฉพาะสัตว์จำพวกนกจะมีมากที่สุดในป่าบริเวณนี้ หยงเป่าพาเราเข้าไปในป่าทึบที่เขาเคยเห็นว่ามีสมุนไพรขึ้นอยู่เป็จำนวนมาก และล่าจับกระต่ายป่าไปด้วยระหว่างทาง เมื่อล่าได้ก็จับเก็บในเข็มขัดเวทย์
หยงเป่าพาฉันมาหยุดเก็บสมุนไพร ตรงบริเวณที่มีต้นไม้สูงใหญ่ขึ้นอยู่เป็จำนวนมาก บริเวณนี้มีทั้งสมุนไพรที่มีพิษและไม่มีพิษขึ้นอยู่หลากหลายชนิด หยงเป่าจึงปล่อยให้ฉันเก็บสมุนไพรอยู่แถวนี้
ส่วนเขาจะไปล่าหมูป่าที่อยู่ในป่าใกล้ๆเอาไปย่างกินแกล้มเหล้า พร้อมกับสั่งให้ไมเคิลลิงสามตา คอยดูเหตุการณ์อยู่บนต้นไม้ ส่วนแอปเปิ้ลลิงน้องสาว ให้อยู่คอยดูเหตุการณ์ที่ด้านล่าง และคอยยืนเป็เพื่อนฉันขณะกำลังเก็บสมุนไพร ถ้ามีสัตว์หรือปีศาจร้ายเข้ามาใกล้บริเวณนี้ให้รีบร้องเตือนหยงเป่าจะรีบกลับมา
ในขณะที่ฉันกำลังเด็ดชิมรสชาติสมุนไพรพิษ ก็หันไปเห็นสมุนไพรเถาวัลย์เหล็กดำพันปีขึ้นพันเลื้อยบนต้นไม้ใหญ่ เป็วัตถุดิบที่เหมาะสำหรับหมักเหล้า จึงเรียกให้ลิงน้อย แอบเปิ้ล ที่กำลังเพลิดเพลินเด็ดกินผลไม้สุกสีแดงจากต้นไม้พุ่มเตี้ยๆ ให้ปีนขึ้นไปเก็บสมุนไพรเถาวัลย์เหล็กดำพันปีบนต้นไม้
สักพักฉันก็ได้ยินเสียงนกร้องแผดเสียงดัง เหมือนกำลังใหวาดกลัว เสียงร้องดังอยู่ไม่ไกลจากจุดที่ฉันกำลังเก็บสมุนไพรอยู่ และจากประสบการณ์ที่ใช้ชีวิตอยู่ในป่ามาได้สักระยะ ก็ทำให้รู้ว่าเสียงร้องแบบนั้น ต้องเป็นกกำลังจะถูกสัตว์ปีศาจจับกินแน่ๆ แต่เสียงร้องนั้นมันบาดลึกเข้าไปในหัวใจเหลือเกิน
จึงะโถามไมเคิลลิงสามตาที่อยู่บนยอดไม้ว่า เสียงร้องที่ได้ยินดังมาจากตรงไหน ไมเคิลจึงชี้นิ้วไปข้างหน้าเป็การบอกว่าเสียงดังมาจากป่าข้างหน้านั่น แม้ในใจฉันจะรู้ดีว่านั่นเป็การออกหากินดำรงชีพปกติของสัตว์ป่า และไม่ควรเข้าไปยุ่ง อีกทั้งฉันยังไม่เคยเผชิญหน้าต่อสู้กับสัตว์ปีศาจโดยลำพังเลยสักครั้ง
แต่เสียงร้องนั้นแผดเสียงร้องดังขึ้นกว่าเดิม เหมือนกำลังเ็ปพยายามหนี ยิ่งทำให้ฉันรู้สึกกระวนกระวายใจสงสารจับใจ จนไม่สามารถทำเพิกเฉยต่อไปได้ จึงตัดสินใจจะไปช่วยนกตัวนั้น
จึงสั่งให้ไมเคิลรีบนำทางไป จนไปถึงต้นเสียงที่ได้ยิน ก็เห็นงูเห่าสีดำตัวใหญ่กำลังแผ่แม่เบี้ยมีลายดอกจันสีเหลืองสด แยกเขี้ยวยาว กำลังบีบรัดนกตัวหนึ่งอยู่บนต้นไม้ สูงจากพื้นดินไม่มากนัก
นกตัวนั้นกำลังพยายามดิ้นรนบินหนี แต่หนีไม่ได้เพราะถูกงูเห่ารัดแน่น สภาพนกร่างโชกเือ่อนแรงร่อแร่เต็มที งูเห่าสีดำตัวใหญ่กำลังอ้าปากกว้าง เห็นเขี้ยวยาวจะกินนกตัวนั้น ฉันทนดูนกน้อยถูกกินไม่ได้จึงใช้วาจาประกาศิตตวาดออกไป ทำให้งูเห่าสีดำใหยุดชะงัก
อันฉี : หยุดนะ!!!
งูเห่าสีดำ : เ้าเป็ใคร? บังอาจมาขัดขวางการกินอาหารของข้า!!
อันฉี : ข้าคือคนเก็บสมุนไพร ไป๋อันฉี ท่านงูเห่า ข้าขอแลกเปลี่ยนกระต่ายกับนกตัวนั้นจะได้หรือไม่?!
ฉันล้วงจับกระต่ายที่ตายแล้วห้าตัวในเข็มขัดเวทย์ออกมา แล้วโยนไปที่พื้นข้างหน้าใกล้ๆงูเห่า เพื่อขอแลกเปลี่ยนกับนกที่กำลังถูกงูเห่ารัดใกล้ตาย งูเห่าจ้องมองฉันแล้วถามว่าเป็อะไรกับไป๋เสวี๋ยฉี เพราะงูเห่าเห็นฉันคาดเข็มขัดอสรพิษเกล็ดเงิน
ฉันตอบว่าเป็น้องสาวของเสวี๋ยฉี แต่งูเห่าไม่เชื่อเพราะไป๋เสวี๋ยฉีไม่เคยมีน้องสาว พร้อมกับพูดว่ากระต่ายเขากินจนเบื่อตอนนี้อยากกินนก และกฎของป่าคือใครจับได้ ผู้นั้นย่อมมีสิทธิ์กิน แล้วงูเห่าก็จะกินฉันด้วย ฉันจึงรีบะโถามนกตัวนั้นทันทีว่า
อันฉี : นกน้อย! เ้าอยากไปอยู่กับข้าหรือไม่ ไปเป็สัตว์เลี้ยงของข้า!
อินทรีย์ทอง : ช่วย….ข้า….ด้วย…..
อันฉี : เ้างูเห่า! นกตัวนั้นเป็ของข้า ส่งมาให้ข้าเดี๋ยวนี้
งูเห่าสีดำ : นกตัวนี้ข้าเจอก่อน จะเป็ของเ้าได้อย่างไร?!
อันฉี : ข้าไม่สนว่าใครจะเจอก่อน แต่ตอนนี้นกเป็ของข้า ส่งมา!!
งูเห่าสีดำ : กล้าดียังไงมาสั่งข้า บังอาจนัก!
งูเห่าแยกเขี้ยวขู่ฟ่อพร้อมกับพ่นพิษใส่ฉันทันที แต่ฉันรีบยกแสงโล่ขึ้นป้องกันพิษ พร้อมกับเรียกแซ่อสรพิษออกมาฟาดใส่งูเห่าด้วยความรวดเร็ว ทำให้งูเห่าเกิดาแใหญ่ที่ลำตัว ดิ้นส่งเสียงร้องโอดโอยด้วยความเ็ปเพราะถูกพิษจากแซ่อสรพิษ คลายรัดร่างนกร่วงตกลงมาที่พื้นดินด้านล่างพร้อมกัน
ฉันรีบสะบัดแซ่ไปรัดร่างนกไว้ แล้วกระตุกแซ่ดึงร่างนกมาอุ้มไว้ในอ้อมแขน ซึ่งทันทีที่ฉันเห็นร่างนกโชกเืสะบักสะบอมใกล้ตาย ร่างกายอ่อนปวกเปียกเพราะถูกรัดจนกระดูกหัก ก็โมโหเืขึ้นหน้าเหมือนตัวเองเป็คนถูกทำร้ายเสียเอง จึงหันไปจะฆ่างูเห่าให้หายแค้น แต่งูเห่ารีบร้องขอชีวิตของตัวเองทันที
งูเห่าสีดำ : เดี๋ยวก่อน!!! ข้ายอมแล้ว กลัวแล้ว เ้าเอานกไปเลยแต่ได้โปรดไว้ชีวิตข้า โอ๊ยยย....
อันฉี : ข้าเอากระต่ายห้าตัวมาแลกกับนกตัวเดียว แต่เ้าไม่ยอมให้กลับชอบใช้กำลัง มาตอนนี้จะร้องขอชีวิตเรอะ!!
งูเห่าสีดำ : ข้าขอโทษ!! ตอนนั้นข้าหิวเพราะเพิ่งออกมาจากการกักตน และที่ข้าไม่เอากระต่ายเพราะนกตัวนี้มีพลังเวทย์ เ้าอยากได้นกก็เอาไปเลย ข้าไม่เอาแล้ว!! อย่าฆ่าข้าเลย!!
อันฉี : ได้!! แต่จงจำไว้ว่านกตัวนี้เป็ของข้า จงอย่าแตะต้องอีก!! นั่นกระต่ายจงเอาไป เพราะข้าไม่ได้คิดจะแย่งอาหารของเ้า และนี่ยารักษาแผล รีบใส่ยาซะไม่งั้นเ้าจะตาย มีแต่ยานี้เท่านั้นที่จะแก้พิษให้เ้าได้ จงไปได้แล้ว!!
ฉันถุยน้ำลายลงในผงยาใส่แผลเล็กๆแล้วโยนห่อยาให้งูเห่า จากนั้นงูเห่าก็เลื้อยจากไปทันทีพร้อมกับห่อยาและกระต่าย จากนั้นหยงเป่าก็ะโลงมาจากต้นไม้ ฉันไม่รู้ว่าหยงเป่ามาตอนไหน แต่รีบบอกเขาว่านกาเ็สาหัสต้องรีบรักษานกก่อน
หยงเป่าจึงบอกว่าเขาจะตามไปดูสักหน่อยว่างูเห่าตัวนั้นเป็งูมาจากที่ไหน พร้อมกับวิ่งตามงูเห่าตัวนั้นไป ฉันวางนกลงนอนที่พื้น เปิดดวงตาปีศาจตรวจดูเห็นกระดูกหักหลายท่อนเพราะถูกงูเห่าบีบรัด ปีกหัก ขาหัก บอบช้ำภายใน มีาแเต็มตัวเพราะถูกสัตว์ปีศาจทำร้าย อีกทั้งร่างกายซูบซีดตัวผอมเหมือนอดอาหารมาหลายวัน ฉันน้ำตาไหลเพราะสงสารจับใจ
จึงต้องรีบรักษาตอนนี้มิเช่นนั้นนกตัวนี้จะตาย จึงทำการรักษาอาการบอบช้ำภายใน และาแตามลำตัว เพื่อให้นกสามารถประคองชีวิตของตัวเองไว้ก่อน เอาน้ำที่พกติดตัวมายกเทใส่ปากตัวเอง แล้วค่อยๆหยดน้ำจากปากใส่ปากของนกทีละนิด เพื่อช่วยเร่งการฟื้นฟูภายในร่างกายของนก
จากนั้นก็เริ่มทำการประสานกระดูกที่หักเกือบทั้งตัว จนกระดูกเริ่มประสานเข้ากันช้าๆ ตอนนี้นกน้อยรอดตายแบบเฮียดฉิว แต่ร่างกายยังอ่อนแอไม่มีเรี่ยวแรงเพราะขาดอาหารมาหลายวัน
ส่วนฉันตอนนี้ก็หมดเรี่ยวแรงเหมือนกันจากการประสานกระดูก จึงล้วงหยิบผลอัคคีมาใส่ปากเคี้ยวกิน เพื่อเร่งฟื้นฟูพลังงานของตัวเองเหมือนกัน จากนั้นก็ขยับไปนั่งพิงกับต้นไม้เพื่อพักเอาแรงสักครู่ แล้วเรียกสองลิงน้อยมาเอากล้วยกับผลไม้ไปกิน ระหว่างรอหยงเป่ากลับมา
นกน้อยที่นอนอ่อนแรงอยู่ตรงหน้าพยายามลืมตามองมาที่ฉัน จึงเอ่ยพูดปลอบนกน้อยว่าตอนนี้เขาปลอดภัยแล้ว ให้นกน้อยนอนพักไม่ต้องกลัว เดี๋ยวฉันจะพานกน้อยกลับเรือนไปด้วยกัน
ฉันนั่งรอหยงเป่าอยู่ที่ใต้ต้นไม้กับสองลิงและนกอีกหนึ่งตัว จนร่างกายฉันฟื้นฟูกลับมาเป็ปกติตามเดิม สักพักใหญ่หยงเป่ากลับมาพร้อมหมูป่าตัวหนึ่ง จึงเอาหมูป่าใส่เก็บในเข็มขัดเวทย์ แล้วพากันขึ้นขี่หลังหยงเป่าเสือดำเพื่อกลับป่าไผ่เขียว โดยมีสองลิงน้อยนั่งอยู่ที่ด้านหน้า และมือฉันข้างหนึ่งอุ้มนกน้อยไว้ในอ้อมแขน
เรากลับกันมาถึงเรือน หยงเป่าเดินไปนั่งพักจิบน้ำชาที่ชานบ้าน ฉันจึงล้วงเอาหมูป่าออกมาจากเข็มขัดเวทย์ให้นอนแอ้งแม๊งที่ลานบ้าน ส่วนซิ่นหลิงกำลังนั่งตัดไม้ทำเก้าอี้อยู่ที่ลานบ้าน ไม่สนใจมองหมูป่าตัวใหญ่ แต่ซิ่นหลิงกลับสนใจนกน้อยที่นอนสลบไสล อยู่ในอ้อมแขนของฉันมากกว่า ซิ่นหลิงจึงเดินตามมาดูนก ที่ฉันกำลังอุ้มไปวางนอนที่ชานบ้านแล้วถามขึ้นว่า
ซิ่นหลิง : เก็บนกอินทรีย์มาจากที่ไหนเนี่ย?
อันฉี : พอดีข้าเจอที่ป่าตะวันออก นกกำลังจะถูกงูกิน ข้าเลยช่วยเอาไว้
ซิ่นหลิง : ถ้าพี่ใหญ่ออกมาเห็นเ้านกนี่ เขาต้องไม่ยอมแน่ๆ เอาออกไปปล่อยไว้ในป่าไผ่ ให้อยู่กับลิงลูกสมุนของเ้าดีกว่า อย่าพามาอยู่ในเรือนเลย เชื่อข้าเถอะ!
อันฉี : รอให้นกหายดีเสียก่อน ค่อยปล่อยออกไป ขืนปล่อยออกไปตอนนี้ คงเอาตัวไม่รอดขนาดจะกางปีกบินยังไม่มีแรงเลยน่าสงสาร
ฉันรีบไปหาผ้ามาปูรองให้นกน้อยนอนที่ชานบ้านรอเสวี๋ยฉีมาดู เสวี๋ยฉีที่ตื่นจากงีบหลับเพราะได้ยินเสียงคุยกันจึงเดินออกมาดู เห็นนกน้อยนอนสลบไสลอยู่ที่ชานบ้าน มีฉันนั่งประคบประหงมอยู่ใกล้ๆ เสวี๋ยฉีจึงถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจว่า “เ้านกอินทรีย์ผอมแห้งมาอยู่ในเรือนได้ยังไง?!”
หยงเป่าพยักเพยิดหน้ามาทางฉัน เป็การบอกว่าฉันเป็คนพามา ฉันจึงรีบโผเข้าไปกอดแขนเสวี๋ยฉี ทำหน้าทำเสียงออดอ้อน เพราะรู้ว่าเวลาที่ทำท่าออดอ้อนแบบนี้เสวี๋ยฉีจะใจอ่อนละยอมตามใจ บอกเสวี๋ยฉีว่าฉันเป็คนพานกมารักษาเอง เพราะทนไม่ได้ที่เห็นนกกำลังจะถูกงูเห่าตัวเบ้อเร่อจับกิน จึงเข้าไปช่วยนกออกมาจากปากของงูเห่า
เสวี๋ยฉีฟังแล้วก็ใที่ได้ยินฉันบอกเขาว่าเจอกับงูเห่าตัวใหญ่ จึงหันไปโวยวายใส่หยงเป่าว่าทำไมจึงปล่อยให้ฉันเผชิญหน้ากับงูเห่า ถ้าเกิดอันตรายขึ้นมาจะทำยังไง และก็บ่นๆหยงเป่าจนหยงเป่าไม่มีโอกาสเถียง ได้แต่นั่งจิบชาถอนหายใจฟังเสวี๋ยฉีบ่น
จากนั้นเสวี๋ยฉีก็หันมาบ่นฉันว่าทำอะไรสุ่มเสี่ยง ไม่คุ้มกับการแลกนกอินทรีย์ผอมแห้งตัวเดียว พร้อมกับเรียกหยางกวางให้เข้ามาเอานกอินทรีย์ออกไปทิ้งนอกป่าไผ่ แต่ฉันร้องห้ามและยืนยันว่าจะเก็บนกอินทรีย์น้อยไว้ และจะรักษาจนกว่าจะหายเป็ปกติ
แต่เสวี๋ยฉียังคงไม่ยอม จนเกิดการโต้เถียงกันลั่นเรือน เพราะต่างคนต่างไม่ยอม ซิ่นหลิงจึงเข้ามาช่วยพูดว่า ยอมให้ฉันรักษานกอินทรีย์ให้หายก่อนได้มั้ย ฉันอุตส่าห์หอบหิ้วมาตั้งไกล พอนกอินทรีย์หายดีแล้วค่อยไล่ออกไปก็ได้
แต่เสวี๋ยฉียังคงไม่ยอมรับฟัง จะให้เอานกอินทรีย์ออกไปทิ้งนอกป่าไผ่ท่าเดียว ฉันจึงตีหน้าเศร้าทำท่าจะร้องไห้ แต่ครั้งนี้เสวี๋ยฉีไม่ยอมใจอ่อน ไม่รู้เป็เพราะอะไรเสวี๋ยฉีถึงไม่ยอมให้นกอินทรีย์อยู่ในเรือน แม้กระทั่งให้อาศัยอยู่ในป่าไผ่ก็ไม่ยินยอม
ฉันจึงต้องใช้วิธีสุดท้ายยื่นคำขาดกับเสวี๋ยฉีว่า ถ้าเขาไม่ยอมให้นกอินทรีย์พักรักษาตัวอยู่ในเรือน ฉันจะพานกอินทรีย์ออกไปรักษาที่ต้นอัคคี และจะอาศัยอยู่ที่ต้นอัคคีจนกว่านกอินทรีย์จะหายเป็ปกติ
ซิ่นหลิงจึงพูดเสริมรับมุกว่า เขาจะไปอยู่ที่ต้นอัคคีกับฉันด้วย เดี๋ยวเขาจะสร้างกระต๊อบหลังเล็กๆให้ฉันอาศัยอยู่ที่นั่นระหว่างทำการรักษานกอินทรีย์ หยงเป่าก็เสริมขึ้นอีกคนด้วยว่า เขาจะไปด้วย่นี้ไม่ค่อยได้ไปนอนในป่า รู้สึกคิดถึงการนอนอยู่ท่ามกลางต้นไม้ลมพัดเย็นๆ
เสวี๋ยฉีถึงกับกัดฟันกรอดเพราะถูกรุม จึงจำใจยินยอมให้นกอินทรีย์รักษาตัวอยู่ในเรือน แต่ห้ามพานกอินทรีย์ไปนอนบนเตียง ให้ปล่อยนอนอยู่ที่ชานบ้าน เมื่อหายแล้วให้เอาออกไปปล่อยนอกป่าไผ่
ฉันจึงขอต่อรองว่า วันนี้นกอินทรีย์ยังมีร่างกายอ่อนแอ ขอพาไปนอนข้างในเรือนหนึ่งวัน เสวี๋ยฉียังมีทีท่าไม่ชอบใจนกอินทรีย์ แต่ก็ยอมอนุโลมให้เพราะกลัวฉันจะออกไปอยู่ที่ต้นอัคคี ฉันโผเข้ากอดเสวี๋ยฉีที่เขายอมใจอ่อน แล้วรีบอุ้มนกอินทรีย์เข้าไปนอนพักในเรือน
เสวี๋ยฉียังคงมีสีหน้าไม่พอใจ ที่มีนกอินทรีย์แปลกหน้ามานอนพักอยู่ในเรือน จึงนั่งลงที่ชานบ้านรินเหล้าใส่ถ้วยยกดื่ม ปากก็บ่นหยงเป่าที่ไม่อยู่ดูแลฉันให้ดีๆ จนเกือบมีอันตราย มิหนำซ้ำยังปล่อยให้เก็บนกอินทรีย์มาเลี้ยงอีก
แล้วเสวี๋ยฉีก็ถามหยงเป่าที่นั่งจิบเหล้า ฟังเสียงบ่นเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาว่า งูเห่าดำตัวนั้นมาจากที่ไหน ทำไมจึงมีงูเห่าดำไปอาละวาดหากินที่ป่าตะวันออก เพราะในบรรดางูพิษพลังเวทย์สูงส่วนใหญ่ มาอาศัยรวมตัวกันอยู่ที่ป่าไผ่เขียว แต่งูเห่าดำตัวนั้นเขากลับไม่เคยได้ยินมาก่อน
หยงเป่าจึงเล่าว่า ตอนที่เกิดเื่เขารีบกลับมาหาฉันทันที แต่เขาเห็นฉันกำลังเข้าแย่งนกอินทรีย์จากปากงูเห่าดำ หยงเป่าจึงยืนดูอยู่บนต้นไม้ใกล้ๆ เพราะรู้ว่ายังไงงูเห่าดำตัวนั้นก็สู้ฉันไม่ได้
ส่วนงูเห่าดำตัวนั้นเพิ่งออกจากการกักตน น่าจะมีพลังเวทย์ประมาณหนึ่งพันปี และที่พวกเขาไม่รู้ว่ามีงูเห่าดำอาศัยอยู่ในป่าอัคคี น่าจะเป็เพราะว่างูเห่าดำตัวนั้นคงไปกักตนฝึกฝนพลังเวทย์ อยู่นานหลายร้อยปีจนมีพลังเวทย์สูง และเมื่อออกจากการกักตนก็หิว จึงไปล่าหาอาหารที่ป่าตะวันออก เพราะที่ป่าฟากตะวันออกนั้นมีอาหารให้กินมากกว่าป่าตอนเหนือ
หยงเป่าจึงบอกเส้นทางไปที่กบดานของงูเห่าดำตัวนั้นให้กับเสวี๋ยฉี แล้วซิ่นหลิงก็พูดขึ้นว่า ถ้าเหตุการณ์ในป่าสงบเมื่อไหร่ เขาเองก็ต้องไปกักตนเพื่อฝึกฝนเพิ่มพลังเวทย์ให้กับตัวเองเหมือนกัน เสวี๋ยฉีกับหยงเป่าก็เห็นด้วยถ้าซิ่นหลิงจะไปกักตนเพิ่มพลังเวทย์
และในคืนนั้นในขณะที่ฉันกำลังนอนหลับอยู่บนเตียง เสวี๋ยฉีก็ลุกขึ้นจากวงเหล้า ขึ้นยืนบนกระบี่บินออกไปจากป่าไผ่ไปที่ป่าทางตะวันออก มุ่งตรงไปที่ถ้ำแห่งหนึ่งในป่าลึก แล้วก้อนหินที่ปิดปากถ้ำก็ถูกพังออกเกิดเสียงดังสนั่น!
ภายในถ้ำพบชายหนุ่มผิวสีเข้มคนหนึ่ง เขาคืองูเห่าดำ กำลังนั่งใส่ยาทาแผลที่ลำตัว จากแผลที่สาหัสเริ่มมีอาการดีขึ้น และมีกระต่ายอยู่ห้าตัววางกองอยู่ใกล้ๆ งูเห่าดำใกลัวลนลาน เมื่อเห็นคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าขณะนี้ คือเสวี๋ยฉี!!
เสวี๋ยฉีกำลังยืนอยู่ตรงหน้าจ้องหน้าเขาเขม็ง เหมือนจะกินเืกินเนื้อ พร้อมจ่อปลายกระบี่บินหยกขาวชี้ที่ใบหน้างูเห่าดำ ด้วยสายตาขุ่นเคือง พร้อมกับยกเท้าขึ้นเหยียบบดขยี้ลงบนาแที่ลำตัวของงูเห่าดำ จนส่งเสียงร้องดังลั่นถ้ำด้วยความเ็ป พร้อมกับร้องอ้อนวอนขอเสวี๋ยฉีให้ไว้ชีวิตตน
งูเห่าดำ : ท่านไป๋ ได้โปรดไว้ชีวิตข้า ข้าผิดไปแล้ว ต่อไปข้าไม่กล้าล่วงเกินน้องสาวของท่านอีกแล้ว ได้โปรดไว้ชีวิตข้า
เสวี๋ยฉี : เ้างูสวะ บังอาจนักกล้าทำร้ายอันฉีของข้า
งูเห่าดำ : ท่านไป๋!! ได้โปรดฟังข้าก่อน ข้าไม่ได้ไปหาเื่นางก่อนจริงๆ จู่ๆนางก็โผล่มาแย่งอาหารของข้าไป ตอนนั้นข้าโมโหหิว แต่ข้ายกนกตัวนั้นให้นางไปแล้ว ข้าพูดความจริงนะท่านไป๋! ข้ายังไม่ได้ทำร้ายนางเลย มีแต่นางที่ทำร้ายข้า ได้โปรดไว้ชีวิตข้าเถิด จะให้ข้าไปเป็ทาสรับใช้ท่าน ข้าก็ยอม!!!
เสวี๋ยฉี : ข้าไม่สนว่าอันฉีจะแย่งอาหารของเ้าไปหรือไม่! แต่ที่ข้ามาที่นี่เป็เพราะเ้า! เอาเ้านกผอมแห้งนั่นไปกินใกล้ๆให้นางเห็น จนนางเอาเ้านกนั่นไปเลี้ยงดูอยู่ในเรือนของข้า!!
เสวี๋ยฉีใช้เท้าเหยียบกระทืบงูเห่าดำหลายครั้งจนเขาหายหงุดหงิด แต่งูเห่าดำถูกกระทืบจนบอบช้ำาเ็ไปทั้งตัว แล้วเสวี๋ยฉีก็ชี้นิ้วไปที่กระต่ายห้าตัว พูดว่านั่นเป็กระต่ายของเขา ถ้าเขาไม่ได้กิน คนอื่นก็ไม่มีสิทธิ์ได้กิน! พร้อมกับพ่นพิษใส่กระต่ายทั้งห้าตัวเพื่อไม่ให้งูเห่าดำกิน แล้วเสวี๋ยฉีก็ขึ้นกระบี่บินจากไป
เมื่อเสวี๋ยฉีกลับมาถึงเรือน เข้ามานอนในเวลาที่ดึกมากแล้ว เขาจับศรีษะฉันยกขึ้นแล้วสอดแขนเข้ามาให้ฉันหนุนนอน พลิกตัวฉันให้หันไปนอนกอดเขา แล้วจูบที่หน้าผากเบาๆเหมือนเคย