บทที่ 28 าราคา
"พวกเราควรทำอย่างไรดี" สายตาของจางฟู่กวี้จับจ้องที่หลี่ฉางอัน
หลี่ฉางอันพยายามทำให้ตัวเองสงบลง
"สำหรับอาหารเล็ก ๆ น้อย ๆ เรามีหม่าล่าทั่งช่วยชดเชย น่าจะยังไม่มีปัญหา ส่วนเื่ราคา พวกเราไม่สามารถลดตามได้ คืนนี้เริ่มเปลี่ยนสุรา ตั้งราคาสุราใหม่ ลดราคาเพียงสามวันเท่านั้น ไม่ต้องเปลี่ยนราคาเดิม พอหมด่สามวัน ราคาก็จะกลับมาเป็ปกติเอง"
หลี่ฉางอันลุกขึ้น
"ข้าจะกลับไปเอาสุรามาก่อน ส่วนที่เหลือรอดูสถานการณ์่เย็นค่อยว่ากันอีกที"
จางฟู่กวี้ดึงหลี่ฉางอันไปยังมุมห้อง
"ฉางอัน เ้าบอกความจริงกับข้า เ้ามั่นใจแค่ไหน โรงเหล้าเล็ก ๆ ของข้านี้ไม่สามารถมีปัญหาได้ มีคนสี่สิบกว่าชีวิตที่รอกินอาหารจากที่นี่ แต่เดิมข้าหวังว่าจะได้กำไรมากขึ้นจากหม่าล่าทั่ง ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่อยากให้มีปัญหา เ้าเข้าใจความหมายของข้าใช่หรือไม่"
หลี่ฉางอันชะงักไปครู่หนึ่ง สี่สิบกว่าคน? โรงเหล้าเถ้าแก่จางมีคนมากขนาดนั้นเชียวหรือ!
แต่เขาก็พยักหน้าอย่างหนักแน่น
"เถ้าแก่จางวางใจได้ ในเมื่อท่านเชื่อใจข้า ข้าก็จะไม่ทำให้ท่านลำบาก ให้เวลาข้าห้าวัน หากไม่ได้ผล ก็หยุดหม่าล่าทั่งก่อนก็ได้ หรือแม้แต่ขายหัวเชื้อน้ำซุปออกไปก็ยังได้"
"ดี" เถ้าแก่จางตบไหล่หลี่ฉางอัน
ตอนเย็นของวันนั้น
หลี่ฉางอันที่กำลังสังเกตสถานการณ์ธุรกิจที่ร้านจาง ถูกหลิ่วจืออินและเสี่ยวฟางที่รีบร้อนมาลากตัวไป
"เกิดเื่แล้วฉางอัน ร้านที่ประตูซานหยางถูกทุบทำลาย"
"เกิดอะไรขึ้น!" หัวใจหลี่ฉางอันเต้นแรง "คนไม่เป็อะไรใช่ไหม!"
"ไม่มีใคราเ็ คนที่ทุบทำลายร้านถูกจับไปแล้ว แต่วันนี้คงค้าขายไม่ได้แล้ว"
สีหน้าของเสี่ยวฟางซีดขาว เห็นได้ชัดว่าใไม่น้อย บนใบหน้ายังมีรอยน้ำตาชัดเจน
ที่อื่นยังไม่ต้องพูดถึง นางกับเสี่ยวหลานอยู่ที่ประตูซานหยาง ซึ่งเป็สถานที่คึกคักที่สุดของเมือง และเป็ที่ที่มีเ้าหน้าที่ยามมากที่สุดด้วย ทำไมยังมีคนกล้าลงมือที่นั่น
ช่างเป็การไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมืองเสียเลย
เมื่อหลี่ฉางอันไปถึงที่นั่น เสี่ยวหลานกำลังเก็บกวาดเศษซากบนพื้น
หม้อต้มถูกทุบจนแตก พื้นเต็มไปด้วยเนื้อและผักเสียบไม้ที่กระจัดกระจาย น้ำซุปหอมฟุ้งหกราดเต็มพื้น แม้อยู่ห่างออกไปก็ยังได้กลิ่น
"พี่เสี่ยวหลาน ท่านเป็อย่างไรบ้าง"
หลี่ฉางอันรีบเข้าไปช่วยเก็บกวาด พร้อมกับเหลียวมองไปทางนาง
ขอบตาของเสี่ยวหลานแดงก่ำ นางกัดริมฝีปากแน่น
หลิ่วจืออินกอดเสี่ยวหลาน แล้วเสี่ยวหลานก็ไม่อาจอดทนได้อีกต่อไป นางร้องไห้โฮออกมา น้ำตาเม็ดใหญ่ ๆ ไหลรินลงมา
รอบข้างเต็มไปด้วยชาวบ้านที่มามุงดู คนที่เดิมทีเตรียมจะมาซื้อหม่าล่าทั่งตอนนี้ได้แต่ส่ายหน้าอย่างจนปัญญา
"พวกนักเลงหัวไม้มาจากที่ไหนกัน กล้าดียังไงมาก่อเื่ที่ประตูซานหยาง"
"ช่างน่าขยะแขยงจริง ๆ แน่นอนต้องมีคนอยู่เื้ัแน่"
"อิจฉาว่าหม่าล่าทั่งขายดีน่ะสิ มองปราดเดียวก็รู้ ไม่ทำร้ายคน แค่ทำให้หม้อพัง ชัดเจนว่าพุ่งเป้ามาที่หม่าล่าทั่ง"
…
ทั้งสี่คนเก็บข้าวของเสร็จแล้ว เข็นรถค่อย ๆ เดินกลับไป
"ทางการไม่มีทางจัดการพวกนักเลงเ่าั้ได้ อย่างมากก็แค่ขังไว้สองสามวัน" หลิ่วจืออินพูดด้วยความเป็ห่วง ดวงตาที่เคยเป็ประกายบัดนี้หม่นหมอง
"พี่เสี่ยวหลานกับพี่เสี่ยวฟาง สองสามวันนี้ยังไม่ต้องออกร้าน เกรงว่าจะโดนทุบอีก พวกนี้ไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ หรอก”
หลี่ฉางอันกล่าว
"จริงเหมือนที่พวกเขาพูดไหม มีคนอิจฉาที่พวกเราขายดี" เสียงของเสี่ยวหลานแหบเครือ แถมยังสะอื้นเป็ระยะ
นางใจริง ๆ เดิมทีทุกอย่างยังดีอยู่ ทุกคนกำลังต่อแถว แต่ผลปรากฏว่าเพิ่งมีคนนั่งลงได้ไม่กี่คน ก็มีคนพลิกโต๊ะและทุบหม้อ
โชคดีที่พวกเขาไม่ได้เล็งคน ไม่อย่างนั้นต้องเกิดเื่ถึงชีวิตแน่
"มีคนจับตาหม่าล่าทั่งอยู่ จึงเกิดเื่แบบนี้" หลี่ฉางอันพยักหน้า รู้สึกละอายใจ ถ้าไม่ใช่เพราะหม่าล่าทั่ง พี่สาวทั้งสองคนคงไม่ต้องเผชิญอันตรายเช่นนี้
"พี่ทั้งสองสามารถขายถังหูลู่ต่อไปได้ รอให้เื่คลี่คลายแล้วค่อยออกร้านก็ไม่สาย"
หลี่ฉางอันไม่ได้กลับบ้านทันที แต่ส่งเสี่ยวหลานและเสี่ยวฟางกลับบ้านก่อน ปลอบโยนพวกนางอีกสองสามประโยคแล้วจึงพาหลิ่วจืออินกลับบ้าน
"พี่สะใภ้ ่นี้ให้อยู่บ้านเถอะ พยายามอย่าออกไปข้างนอก"
หลี่ฉางอันถึงกับสร้างเตียงไม้อย่างง่ายในห้องหนังสือของเรือนเหนือ
"น้องรอง เ้าทำอะไรน่ะ!" ใบหน้าขาวของหลิ่วจืออินขึ้นสีแดงระเรื่อ
หลี่ฉางอันไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง จึงไม่ทันสังเกตเห็นความน่าเอ็นดูของหลิ่วจืออินในตอนนี้
“่นี้ไม่ค่อยสงบ ข้าเป็ห่วงว่าจะมีคนปีนกำแพงเข้ามา พี่สะใภ้นอนที่นี่จะปลอดภัยกว่า"
หลิ่วจืออินกะพริบตาแล้วเปล่งเสียง "อ๋อ" เบา ๆ
ในห้องแสงเทียนส่ายไหว บางครั้งก็มีประกายไฟแตกออกมา
หลิ่วจืออินกอดผ้าห่มปูเตียง พูดด้วยความกังวล
"น้องรอง ถ้ามันอันตรายเกินไป พวกเราไม่ทำดีกว่าไหม"
"ถ้าทำเื่นี้สำเร็จ ก็จะสามารถรับน้องสาวกลับมาได้ ดังนั้นต้องทำ" หลี่ฉางอันกล่าว "ตอนนี้ข้ายังไม่พบวิธีอื่น"
"เ้าต้องระวังตัวด้วยนะ"
"วางใจเถิดพี่สะใภ้ ข้าจะอยู่ในร้านสุราจางจี้ จะไม่มีอันตรายหรอก" หลี่ฉางอันวางกับดักหนูไว้สองอันที่ประตู
"อืม..." หลิ่วจืออินโผล่แค่ศีรษะออกมา เงยหน้ามองผ่านม่านไปยังเตียงอีกฝั่ง ดวงตาเต็มไปด้วยความกังวล
ราคาเป็กลยุทธ์ที่ตรงเป้าและมีประสิทธิภาพที่สุดอยู่เสมอ
แต่น่าเสียดายที่หลี่ฉางอันทำไม่ได้
สุราสถานจางจี้ หากเทียบกับร้านในละแวกนี้ ก็เป็เพียงร้านสุราระดับกลางถึงล่างเท่านั้น
เมื่อเผชิญกับการร่วมมือกันของร้านอาหารและร้านสุรามากมาย ฝ่ายตรงข้ามลดราคาได้ แต่สุราสถานจางจี้ลดไม่ได้
วันรุ่งขึ้น ร้านอาหารและร้านสุราใกล้เคียงลดราคาลงอีกหนึ่งส่วนจากราคาเดิมที่ลดไปแล้ว
ร้านอาหารและร้านสุราที่ร่วมมือกันเพิ่มจากเดิมกว่าสิบร้าน เป็ยี่สิบแปดร้าน
สุราสถานจางจี้อาศัยการจัดราคาแนะนำเหล้าใหม่ บวกกับคุณภาพเหล้าใหม่ที่ดีกว่าเดิม และยังมีการเสริมด้วยหม่าล่าทั่ง จึงได้พยุงธุรกิจไว้ได้อย่างทุลักทุเล แต่จำนวนลูกค้าก็ยังน้อยลงไปบ้าง
ท้ายที่สุดแล้ว คนที่แวะเวียนไปร้านสุราส่วนใหญ่เป็พวกที่เดินเตร็ดเตร่ตามท้องถนน ที่ไหนถูกก็ไปที่นั่น
"ต้าหลิวส่งข่าวมาว่า มีคนส่งข่าวถึงพวกเขาอีกแล้ว"
เถ้าแก่จางขมวดคิ้วแน่น นั่งอยู่บนม้านั่งดื่มสุราอย่างหม่นหมอง
"เื้ัต้องมีร้านอาหารใหญ่คอยก่อกวนแน่นอน ไม่อย่างนั้นไม่มีทางที่พวกเขาจะพร้อมใจกันได้ขนาดนี้ พวกเขา้าสูตรหัวเชื้อน้ำซุป"
สีหน้าของจางฟู่กวี้บ่งบอกถึงความรู้สึกอย่างชัดเจน
สถานการณ์ยิ่งตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ คนที่ร่วมมือกันก็มากขึ้นเรื่อย ๆ
แรงกดดันมากเกินไป
เพิ่งจะวันที่สอง กลยุทธ์ของฝ่ายตรงข้ามก็ดุดันเช่นนี้แล้ว
หากร้านสุราจางยังคงดื้อดึงต่อต้าน ฝ่ายตรงข้ามคงจะลดราคาต่อไปอีก
ถึงตอนนั้น แม้จะมีหม่าล่าทั่งก็คงไม่พอแล้ว
หลี่ฉางอันมีความคิดเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในใจ กล่าวว่า
"แผงขายหม่าล่าทั่งข้างนอกก็ถูกทุบทำลายไปแล้ว หากปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข อีกไม่กี่วันพี่เสี่ยวหลานกับพวกนางคงไม่ตั้งแผงขายอีกแล้ว เพราะว่าข้างนอกไม่มีหม่าล่าทั่งแล้ว การค้าของพวกเราถึงยังรักษาไว้ได้"
จางฟู่กวี้รู้สึกไม่สงบใจจึงลุกขึ้นยืน รู้สึกเหมือนมีมดไต่ไปทั่วทั้งร่าง กระวนกระวาย ทรมาน
"ฉางอัน ต่อไปเราจะทำอย่างไร"
"รอ"
"รอ? หรือว่ารอให้ฝ่ายตรงข้ามฆ่าพวกเราให้ตายดี" จางฟู่กวี้ร้อนใจ "เฒ่ากู้นั่นก็เหมือนกัน เมื่อวานเหมือนคนเสียสติ วันนี้เลยไม่โผล่มาเลยดีกว่า"
ถึงแม้จะยังไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น
แต่เขารู้ดีว่า ร้านสุราตอนนี้ถึงขีดจำกัดแล้ว
คุณภาพของเหล้าดีขึ้นเรื่อย ๆ แต่ราคากลับไม่เปลี่ยนแปลง ซ้ำยังเพราะการลดราคาฉลองเหล้าใหม่ ทำให้รายได้กลับลดลงไปอีก
แม้จะมีหม่าล่าทั่งด้วย แต่กิจการกลับยังคงเหมือนเดิม
การรักษาสภาพปัจจุบันไว้ได้ จริง ๆ แล้วก็เท่ากับแพ้
หากฝ่ายตรงข้ามลดราคาลงอีกนิด ก็จะกลายเป็ฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้อูฐล้มตาย
โรงเหล้าตระกูลจางจะล่มจมแล้วจริง ๆ
"เถ้าแก่จางอย่าเพิ่งร้อนใจ ข้ายังมีไม้ตายอยู่ในมือ ที่รออยู่เพราะอยากรู้ว่าผู้อยู่เื้ัคือโรงเหล้าใหญ่เ้าไหน จะได้โจมตีได้ตรงจุด" หลี่ฉางอันรีบปลอบ
"ไม่เช่นนั้นถ้าเปิดไม้ตายออกมาตอนนี้ ก็จะไม่ได้ผลมากนัก ต้องให้เป็การตัดสินครั้งเดียวจบ"
จางฟู่กวี้เดินไปเดินมา สีหน้าร้อนรนเห็นได้ชัด
"ได้ ข้าจะไปสอบถามดู หาให้ได้ว่าเป็โรงเหล้าใหญ่เ้าไหน"
"เถ้าแก่จาง ที่ดีที่สุดคือหาอีกยี่สิบเ้าที่ไม่ได้ร่วมมือกันครั้งนี้ พวกเขาจะเป็พันธมิตรที่ดีที่สุด"
"ข้าจะไปหาเดี๋ยวนี้" จางฟู่กวี้เหลือลูกน้องไว้เพียงคนเดียวเฝ้าโต๊ะเก็บเงิน ส่วนลูกน้องที่เหลือถูกส่งออกไปสืบข่าวทั้งหมด ตัวเขาเองก็รีบร้อนจากไป
หลี่ฉางอันขอกระดาษและพู่กันจากลูกน้อง แล้วนั่งวาด ๆ เขียน ๆ ที่โต๊ะด้านใน
ลูกน้องที่เฝ้าโต๊ะเก็บเงินเหลียวมองดู แล้วพอจะสังเกตออกอย่างราง ๆ ว่านั่นคือ…
หม้อรูปร่างประหลาด!