หลังจากการจากไปของโม่เสวียน ยอดเขาศาสตราวุธดับสูญก็กลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง หลินซานใช้เวลาสามวันสามคืนถัดมาอยู่ภายในกระท่อมไม้โบราณเพื่อ ขัดเกลาลมปราณ และทำความคุ้นเคยกับ ‘ดาบสยบวิญญาณคร่ำคร่า’ ที่เพิ่งหลอมขึ้นมาใหม่แม้ระดับพลังของเขาจะอยู่ที่รวบรวมลมปราณขั้นที่สี่ แต่อนุภาพของดาบสยบวิญญาณคร่ำคร่าซึ่งเป็นของวิเศษระดับมนุษย์ขั้นสูงสุด ผนวกกับเคล็ดวิชาต่อสู้ที่ซ่อนอยู่ในหอคอยบรรพกาล ทำให้เขาสามารถสำแดงพลังทำลายล้างที่เทียบเท่ากับผู้ฝึกตนขั้นที่หกได้อย่างง่ายดายทว่า... ความสงบสุขนั้นมักสั้นเสมอ
ตึง! ตึง! ตึง!
เสียงฝีเท้าหนักๆ สองสายดังขึ้นกระแทกแผ่นดินหน้ากระท่อมไม้ หมอกสีดำที่ปกคลุมยอดเขาถูกฉีกกระชากออกด้วยปราณดาบที่แหลมคม ร่างของชายหนุ่มสองคนในชุดศิษย์สายนอกสีน้ำเงินขลิบแดงเดินอาดๆ เข้ามา นำโดย ‘ซ่งเหอ’ สมุนมือขวาของหลี่เหวินที่มีระดับพลังยุทธ์สูงถึง
รวบรวมลมปราณขั้นที่เจ็ด!
“ไอ้สวะหลินซาน! ไสหัวออกมารับความตายเดี๋ยวนี้!” ซ่งเหอคำรามก้อง เสียงของมันแฝงพลังปราณจนทำให้กระท่อมไม้สั่นสะเทือนหลินซานค่อยๆ ก้าวเดินออกมาจากกระท่อม ใบหน้ายังคงครึ่งซีกสวมหมวกฟาง ดาบสยบวิญญาณคร่ำคร่าสะพายเฉียงอยู่บนหลัง ทว่าภายใต้ฤทธิ์ของ ‘โอสถซ่อนชีพจร’ กลิ่นอายพลังยุทธ์ที่เขาแผ่ออกมากลับดูอ่อนแอเพียง ระดับรวบรวมลมปราณขั้นที่สอง เท่านั้น
“พวกเจ้ามีธุระอันใด?” หลินซานเอ่ยเสียงเรียบ
“ธุระรึ? เฉินฟู่และพวกหายตัวไปบนยอดเขาแห่งนี้สามวันแล้ว!” ซ่งเหอก้าวเข้ามาประชิด แววตาเต็มไปด้วยความเหยียดหยามเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังอันต้อยต่ำของหลินซาน “หลี่เหวินศิษย์พี่ใหญ่สั่งให้ข้ามาลากคอเจ้าไปสอบสวน หากเจ้าไม่อยากโดนหักกระดูกทีละข้อ ก็จงคุกเข่าลงและยอมให้ข้าประทับตราอาคมสะกดวิญญาณซะ!”
ตราอาคมสะกดวิญญาณ... หากโดนประทับลงไป หลินซานจะกลายเป็นเพียงหุ่นเชิดที่ไร้เจตจำนงและต้องยอมทำตามคำสั่งของพวกมันทุกประการ!“ถ้าข้าปฏิเสธล่ะ?” หลินซานถามพลางเอียงคอ“ปฏิเสธ? ขยะขั้นที่สองอย่างเจ้ามีสิทธิ์เลือกด้วยรึ!” ซ่งเหอหัวเราะลั่น สะบัดมือขวาส่งปราณดาบสีทองสายหนึ่งพุ่งเข้าใส่เข่าของหลินซาน หวังจะตัดเส้นเอ็นให้สยบลงแทบเท้า
ฟุ่บ!
ในเสี้ยววินาทีนั้น ร่างของหลินซานพลันวูบไหว ดุจดั่งเงาภูตพรายที่หลอมกลืนไปกับหมอกสีดำรอบตัว หลบเลี่ยงปราณดาบสายนั้นไปได้อย่างง่ายดายจนซ่งเหอเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
“เคลื่อนที่ได้เร็วเก่านี่! แต่ก็แค่มดปลวกดิ้นรน!” ซ่งเหอชักดาบยาวระดับมนุษย์ขั้นกลางของตนเองออกมา แผ่พุ่งคลื่นพลังลมปราณขั้นที่เจ็ดเข้ากดทับพื้นที่โดยรอบเพื่อจำกัดการเคลื่อนไหวของหลินซาน
ทว่า... สายตาของมันพลันสะดุดเข้ากับมือขวาของหลินซานที่เอื้อมไปจับด้ามดาบสีดำด้านหลัง“ในเมื่อพวกเจ้าขยันหาที่ตายถึงเพียงนี้... ข้าก็จะส่งพวกเจ้าไปอยู่เป็นเพื่อนเฉินฟู่เอง”
แกร๊ก...
เสียงชักดาบสีดำออกจากฝักดังแผ่วเบา ทว่าทันทีที่ใบดาบสยบวิญญาณคร่ำคร่าสัมผัสกับอากาศรอบตัว ไอสีโลหิตที่หนาวเหน็บและเสียงกรีดร้องของวิญญาณอาฆาต พลันระเบิดออกหมุนวนรอบตัวหลินซานทันที! กลิ่นอายความตายที่รุนแรงทำให้ศิษย์สายนอกอีกคนที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลังถึงกับเข่าอ่อนล้มลงไปกองกับพื้นด้วยความหวาดกลัว
“น... นั่นมันดาบอะไรกัน!?” ซ่งเหอใจสั่นสะท้านอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน สัญชาตญาณร้องเตือนถึงอันตรายขั้นสูงสุด มันไม่รอช้า เค้นพลังปราณขั้นที่เจ็ดทั้งหมดเข้าใส่ดาบยาว ฟาดฟัน ‘วิชาดาบตัดอัสนี’ พุ่งเข้าใส่หลินซานอย่างบ้าคลั่ง!หลินซานไม่หลบเลี่ยง แววตาใต้หมวกฟางแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทไร้ก้นบึ้ง เขาปลดปล่อยพลังลมปราณขั้นที่สี่ที่แท้จริงผสานเข้ากับตัวดาบ ดาบสยบวิญญาณคร่ำคร่าเปล่งประกายสีม่วงอมดำเข้มข้น
“ดาบแรก... ดับจิต!”
วูบ!!!
หลินซานตวัดดาบออกไปเพียงครั้งเดียว ไร้ซึ่งกระบวนท่าอันวิจิตรพิสดาร มีเพียงคลื่นดาบสีโลหิตขนาดใหญ่ที่เปี่ยมไปด้วยจิตอาฆาตลึกลับพุ่งทะยานตัดผ่านอากาศ
เพล้ง!
ดาบยาวระดับมนุษย์ขั้นกลางของซ่งเหอหักสะบั้นเป็นสองท่อนทันทีที่สัมผัสกับคลื่นดาบสีโลหิต! ไม่เพียงเท่านั้น คลื่นดาบยังพุ่งทะลวงฝ่าแผงหน้าอกของมันไปอย่างเงียบเชียบ
ซ่งเหอยืนนิ่งค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความงุนงง บาดแผลภายนอกของมันมีเพียงรอยกรีดบางๆ ที่ไม่มีเลือดไหลออกมาสักหยด ทว่า... จิตวิญญาณของมันกลับถูกพลังสยบวิญญาณจากตัวดาบฉีกกระชากจนแหลกละเอียดไปแล้ว!
ตุบ...
ร่างของซ่งเหอล้มตึงลงกับพื้น สิ้นใจตายในทันทีโดยที่ดวงตายังคงเต็มไปด้วยความตกตะลึงลึกซึ้ง
“ปีศาจ... เจ้ามันปีศาจ!” ศิษย์สายนอกอีกคนที่เหลืออยู่ร้องลั่นด้วยความขวัญเสีย พยายามจะคลานหนีลงจากเขาหลินซานปัดฝุ่นที่ปลายดาบ เดินสืบเท้าเข้าไปหามันช้าๆ ดาบสีดำขลับลากไปบนพื้นหินส่งเสียงครูดแผ่วเบาที่บาดลึกเข้าไปในจิตใจของศัตรู
ฉึก!
ดาบสยบวิญญาณคร่ำคร่าแทงทะลวงขั้วหัวใจของมันอย่างไร้ความปรานี ตัวดาบสั่นกระหายก่อนจะดูดกลืนกระแสโลหิตและเศษเสี้ยววิญญาณของทั้งสองคนเข้าไปจนตัวดาบส่องประกายสีแดงก่ำยิ่งกว่าเดิม
[ ติ๊ง! ดาบสยบวิญญาณคร่ำคร่ากลืนกินวิญญาณสำเร็จ: พลังทำลายล้างของดาบเพิ่มขึ้นชั่วคราว 10%! ] [ พลังสะสมในหอคอยบรรพกาลเพิ่มขึ้น: เตรียมแปรสภาพเป็นเชื้อเพลิงพลังงานถัดไป... ]
หลินซานถอนดาบออกสะพายหลัง นัยน์ตาสีดำขลับฉายแววเยือกเย็นจ้องมองไปยังทิศทางของเขาสายนอกชั้นใน
เขาสามารถสยบขั้นที่เจ็ดได้ด้วยดาบเล่มนี้ แต่ศัตรูที่แท้จริงในงานประลองคือ หลี่เหวิน ผู้มีพลังระดับรวบรวมลมปราณขั้นที่เก้าสูงสุด และยังมีเหล่าผู้อาวุโสคุมสอบคอยหนุนหลัง
‘อีกไม่ถึงหนึ่งเดือน... ข้าต้องเร่งแข็งแกร่งขึ้นให้เร็วกว่านี้!’