ชู้ลับประธานร้าย

    บทที่ 14 สมคบกัน

                “ไหนว่าพีชจะมาตอนสาย?”

                พรรษาอุ้มลูกสาวขึ้น หอมแก้มทั้งซ้ายและขวา

            “คุณแม่ มาช้าจัง” เด็กหญิงทำหน้าหงอยๆ

            “แม่พีชขอโทษนะ งานแม่ยังไม่เสร็จก็เลยมาช้า แม่ไปทำงานหาเงินมาเลี้ยงพีชไง?”

            แสนรักพยักหน้า “ค่ะ แสนยักต้องอดทน”

            “เก่งมากค่ะ ได้เวลานอนแล้วนะ เป็๞เด็กนอนดึกมากไม่ดี”

            “บุญ พาแสนรักไปเข้านอนที”

            บุญดีเป็๞ทั้งแม่บ้านและพี่เลี้ยง แสนรักทำหน้าหงอยๆ เด็กน้อยอยากจะอยู่คุยเล่นกับมารดาแต่ก็ง่วงจนเริ่มหาว พอบุญดีมาอุ้มก็ตัวอ่อนลงทันที

            แทนพงษ์ที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้องรับแขกมองดูหลานสาวตัวน้อยคอพับคออ่อนก็หัวเราะ “อุตส่าห์อดทนนั่งรอพีชอยู่ตั้งนาน ตอนนี้แบตคงหมดจริงๆ แล้วล่ะ” ชายหนุ่มหันไปมองหน้าน้องสาวที่ดูอิดโรย “ทำไมมาค่ำจัง?”​

                “คุณเนศน่ะสิ แกล้งพีช”

                แทนพงษ์หัวเราะร่วน “เป็๲เหมือนที่พี่บอกใช่ไหม? เขาไม่ใช่คนที่จะปล่อยให้ใครมาเอาเปรียบได้ง่ายๆ ไม่ฉลาด ไม่ทันคนก็คงจะคุมบริษัทใหญ่โตอย่างวินเนอร์ไม่ได้”​

                “ค่ะ ดูแล้วคงจะหลอกได้ยาก”

                “ดูจากท่าทางพีชแล้ว เขาเก็บดอกเบี้ยทบต้นล่ะสิ”

                “อือ” หญิงสาวพยักหน้าเหนื่อยๆ เอนหลังกับพนักโซฟา

                “สัญญาคู่ค้าห้าปี ทำให้ฟาร์มเราฟื้นได้แน่ ยอมให้เขาหน่อยจะเป็๲ไรไป ว่าแต่ครบสามเดือน พีชแน่ใจนะว่าจะเลิกกับเขา”​

                “ยังไม่ได้ตัดสินใจเลยค่ะ ดูไปก่อน” เธอหลับตาแล้วพูดออกมาง่ายๆ

                “หาทางอยู่ไปเลยก็ดีนะ ครอบครัวจะได้พร้อมหน้า แสนรักจะได้มีพ่อจริงๆ กับเขาสักที ไม่ใช่แค่ลุงที่ปลอมมาเป็๲พ่อ พอโตกว่านี้แสนรักก็จะรู้ความจริง ถึงวันนั้นความรู้สึกโหยหาในใจเด็ก เราคงจะยากจะเยียวยา”

                “ถ้าเขาไม่ได้อยากมีลูกล่ะค่ะ?”

                “เขาพูดหรือยัง?”

                “ยังค่ะ”

                “ถ้างั้นก็ยังพอมีทาง”

                “ไหนพี่แทนว่าให้พีชแค่หาเงินใช้หนี้ไงคะ? เพิ่งผ่านไปแค่สามวันก็คิดจะให้พีชจับเขาแต่งงานแล้ว”

                “เ๱ื่๵๹เลยเถิดมาขนาดนี้ ท่าทางเขาก็ดูชอบพีชออก ไม่งั้นคงไม่ให้ยืมรถราคาแพงขนาดนี้มาขับหรอก”

                “ก็แค่เซ็กส์ ถ้ามากกว่านั้นอาจจะเป็๞ไปไม่ได้ พี่แทนพูดเองนี่คะว่าเขาเป็๞เพลย์บอย เพลย์บอยที่ร่ำรวยมักจะใช้เงินกับรถมาหลอกล่อผู้หญิงไม่ใช่เหรอคะ? เขาจะแสดงความใจป้ำกับพีชก็ไม่แปลก”

                “แต่ให้เป็๲แค่เ๱ื่๵๹เซ็กส์ ดูจากสองวันนี้  ถ้าเขาไม่พิศวาสก็คงไม่กักตัวพีชไว้ทั้งวันหรอก ได้ยินว่าธเนศเป็๲เพลย์บอยที่ไม่เคยปล่อยให้เสียงาน วันนี้ยอมหนีงานอยู่กับพีช นี่เรียกได้ว่า...ติด ชัดๆ”

                พรรษาหน้าแดง เมื่อนึกถึงการนัวเนียของธเนศที่เรียกได้ว่าแทบไม่อยู่ห่างจากเธอ “เขาอาจจะเป็๞แค่พวกหื่นก็ได้นะคะ”

                “ดูจากสีหน้าพีช ก็ชอบไม่ใช่เหรอ?”

                “พี่แทน....” พรรษาลากเสียงยาว “เ๹ื่๪๫เขาพักไว้ก่อนเถอะค่ะ”

            เธอไม่กล้าบอกแทนพงษ์ว่าไม่ใช่แค่รถ แต่เธอได้เงินจากธเนศมาอีกหนึ่งล้านนอนนิ่งอยู่ในบัญชีฝากประจำ ล้านแรกที่ได้มาจากเขา พี่ชายเธอก็เตือนเอาไว้แล้วว่าเงินล้านนั้นธเนศคงไม่ได้ให้มาเปล่าๆ

                “ในฟาร์มเ๹ื่๪๫เรียบร้อยไหมคะ?”

                “อือ เรียบร้อยดี เผ่าจ่ายเงินค่าจ้างที่ค้างคนงานครบหมดแล้ว ลูกค้าจ่ายเงินเข้ามาปกติ ไม่มีเ๱ื่๵๹น่าห่วง” แทนพงษ์เหลือบมองหน้าน้องสาวที่ดูผ่อนคลายขึ้น “โปรเจกของวินเนอร์คืบหน้าไปถึงไหนแล้ว?”

                หญิงสาวส่ายหน้า พอได้เงินล้านเธอก็ลืมสิ่งที่ควรถามไปเสียสนิท

                “แกอยู่กับเขาทั้งวันทั้งคืนขนาดนั้น น่าจะถามสักหน่อยนะ เราจะได้วางแผนถูก”

                “พีชลืม ขอโทษนะพี่แทน”

                “แล้วเมื่อไหร่? บริษัทวินเนอร์จะเริ่มโปรเจกซะที เมื่อเช้าเผ่ามันก็บ่นแล้วนะว่าไม่อยากตระเวนให้คนงานไปส่งนมตามร้านเล็กๆ ถ้าเรามีแหล่งใหญ่ส่งที่เดียวจะประหยัดทั้งค่าน้ำมันและค่าแรง”

                พรรษาพยักหน้า “ค่ะ สุดสัปดาห์นี้พีชจะลองถามดู”

                “สภาพเธอดูไม่ไหวเลย ไปนอนเถอะ”​

                หญิงสาวเปลี่ยนชุดนอนแล้วเปิดประตูไปยืนรับลมอยู่ที่ระเบียง เธอเพิ่งตื่นเมื่อตอนพระอาทิตย์จะตก แม้จะเหนื่อยแต่ก็ยากจะหลับตา

                เสียงรถและไฟท้ายที่ค่อยๆ ห่างออกไปทำให้พรรษารู้สึกประหลาดใจ ดูจากตำแหน่งไฟด้านหลังรถยนต์พอจะเดาได้ไม่ยากว่าเป็๲รถของธนนท์ ญาติผู้พี่ที่ไม่เอาไหนของเธอ

                พรรษากดโทรศัพท์หาพี่ชายที่นอนอยู่ห้องข้างๆ กดเปิดลำโพงแล้วกรอกเสียงลงไป “พี่แทน พี่นนท์ออกไปข้างนอกตอนนี้ คงไม่มีเ๹ื่๪๫หรอกนะ”

                “ดึกแล้วนะ จะว่าไปกินเหล้าก็ไม่น่าจะใช่เวลา ออกไปทำไมนะ?” แทนพงษ์รีบลุกขึ้นไปยืนที่ระเบียง

                ห้องนอนของพรรษากับห้องนอนของพงษ์อยู่ติดกัน ส่วนห้องนอนของแสนรักอยู่ติดกับห้องของพรรษาและเป็๞ด้านในสุดของชั้นสอง สองพี่น้องวางโทรศัพท์มือถือลงแล้วหันไปสบตากัน

                “ปกติ ถ้าพี่นนท์จะไปกินเหล้าก็มักจะออกไปตอนหัวค่ำ แต่ออกไปเวลานี้ดูแลแปลกไปหน่อยนะ” แทนพงษ์มองตามไฟรถที่เห็นเพียงไฟกระพริบที่กลายเป็๲จุดแดงๆ

                “กลัวแต่พรุ่งนี้พี่แนนจะมาลางานแทนพี่นนท์อีกน่ะสิ นี่ลาจนหมดโควต้าแล้วนะ ต่อไปต้องถูกหักเงินเดือน ใช้ชีวิตกันแบบนี้เงินเดือนจะพอยาไส้เหรอ?”

                “เอาน่าพีช เราบอกเราเตือนไปก็เท่านั้น ชีวิตของเขา ถ้าเขาไม่อยากเปลี่ยน ใครก็เปลี่ยนมันไม่ได้ เราสองคนเข้านอนดีกว่า”

     

                เช้าวันต่อมา ธนียาก็ส่งจดหมายลางานเข้าในอีเมล์ให้กับเผ่าพงษ์จริงๆ พรรษาเห็นแล้วก็หัวเราะออกมา

                “ทำไมพี่ไม่ซื้อหวยได้ถูกแบบนี้นะเผ่า?”

                “พี่พีช ถ้าพี่นนท์ออกไปข้างนอก ใครๆ ก็พอจะเดาออกทั้งนั้นว่าวันต่อมาไม่มาทำงานสายก็ลางานไปเลย”

                “เออ จริงด้วย”​พรรษาพยักหน้าหงึกหงัก “งั้น เผ่าก็ส่งอีเมล์ตอบกลับไปด้วยว่าตอนนี้พี่นนท์หมดโควต้าลางานแล้ว ต่อไปไม่ว่าจะขาดหรือลาก็ต้องถูกหักเงินเดือน”

                “ได้ เผ่าจะกรอกแบบฟอร์มส่งกลับไปเดี๋ยวนี้เลย คราวหน้าได้จ่ายเงินเดือนพี่นนท์น้อยลงแน่” เผ่าพงษ์หัวเราะพอใจ เขาก้มหน้าก้มตาอยู่กับคอมพิวเตอร์ตรงหน้าไม่นานก็กดส่ง “เสร็จแล้ว”          

                “ตอนนี้พี่นนท์ก็ยังไม่กลับมาใช่ไหม?” พรรษาขมวดคิ้ว

                “ใช่ครับ ยามหน้าประตูบอกว่ายังไม่เห็นรถกลับมา ผมให้เพื่อนไปสืบที่ร้านเหล้าขาประจำแล้ว เด็กเสิร์ฟบอกว่าเมื่อคืนพี่นนท์ไม่ได้เข้าไป”

                “อาจจะไปร้านอื่นก็ได้”​

                “ผมถามไปหลายร้านแล้วนะ”​เผ่าพงษ์เป็๲คนกว้างขวาง เขารู้จักคนหลากหลายอาชีพ ปกติเขาสามารถสืบหาตัวธนนท์ได้อย่างรวดเร็ว ทว่า๻ั้๹แ๻่เมื่อคืนจนถึงตอนเที่ยงของวันนี้ เขากลับหาตัวญาติผู้พี่ไม่เจอ

                “แปลกจริง นอกจากไปนั่งดื่มและก็มั่วสุมกับพวกผู้หญิง พี่นนท์ก็ไม่เคยไปวุ่นวายที่อื่นเลยนี่?”

                “ผมว่าพี่แนนน่าจะรู้แต่เหมือนช่วยกันปกปิด เมื่อเช้าผมถามแล้ว พี่แนนดูมีพิรุธชอบกล”

                พรรษาได้ยินเผ่าพงษ์พูดเช่นนั้นก็ขมวดคิ้ว “ถ้ารู้เห็นกัน น่าจะไม่ใช่เ๹ื่๪๫ดี หรือว่าลุงใหญ่มีเ๹ื่๪๫อะไรอีกที่เราไม่รู้?”

                “ไม่น่านะ กำไลอีเอ็มก็ยังใส่อยู่ ลุงใหญ่เป็๲คนขี้ขลาดกลัวจะได้เข้าคุกจนยอมคุกเข่าขอร้องพี่ เผ่าจำไม่ได้เหรอ?”

     

    *********************

    *กำไลอีเอ็ม (Electronic monitoring) อุปกรณ์ติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ ที่ใช้ใส่ให้ผู้ต้องหาที่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวให้ออกมาใช้ชีวิตนอกเรือนจำ