ท้องฟ้ายามค่ำคืนเต็มไปด้วยเหล่าหมู่ดวงดาวที่ออกมาร่ายร่ำส่องแสงสว่างนวลตา หากไร้ซึ่งพระจันทร์สาดส่องแสงสว่างอย่างที่ควรจะเป็
ร่างบางของเ้าหญิงเมืองนักรบออกมาเดินเล่นในสวนหลังป้อมเพียงลำพังเพราะไม่อยากรบกวนเพื่อนสาวอีกคน ร่างบางเดินทอดน่องมองเหล่าหมู่ดวงดาวที่เหมือนเริงระบำอย่างสนุกสนาน พันบทสนทนาในอดีตก็เข้าสู่ห้วงคิด
‘นี่ ลินรู้ไม ว่าดาวสวยที่สุดวันไหน’ เสียงสดใสของเด็กหนุ่มดังขึ้น
‘ตอนไหน เฟร’ เสียงราบเรียบอีกเสียงถาม
‘ก็ตอนที่พระจันทร์ไม่สบายไง’
‘หือ? พระจันทร์ไม่สบาย’
‘ใช่ พระจันทร์ไม่สบายก็เลยไม่ออกมาทำงาน ส่องแสงสว่างนำทางบนนั้นไง’ เด็กหนุ่มตัวเล็ก ๆ ชี้ขึ้นไปบนท้องฟ้า ที่เขานอนดูกับเด็กสาว
‘พอไม่มีพระจันทร์ฉายแสง ดวงดาวต่าง ๆ ก็เลยพร้อมใจกันส่องแสงสว่างนำทางแทน ไม่ให้ใครหลงทางไง ลิน’
เสียงสดใสก้องไปทั้งห้วงคิด คาลิน่ายิ้มนิด ๆ กับความทรงจำครั้งสุดท้ายที่เธออยู่กับเด็กหนุ่ม
เด็กหนุ่มขี้เล่นในชุดซ่อมซ่อสีน้ำตาล ผมสีน้ำตาลสั้น ั์ตาสีน้ำตาลอมดำ เด็กหนุ่มที่แวะมาเล่นกับเธอบ่อย ๆ ในเวลายามค่ำคืน แม้เธอจะไม่รู้ว่าเด็กหนุ่มเข้าไปหาเธอในวังได้อย่างไรก็ตาม
เด็กสาวเดินต่อไปเรื่อย ๆ ตามทางที่พอจะมีแสงสว่างจากดวงดาวช่วยนำทางเหมือนที่เพื่อนเธอเคยบอก ก่อนจะชะงักกับเสียงบทเพลงทุ้ม ๆ ที่ฟังดูทั้งเศร้า และ สดใสคละเคล้ากันไปจนไม่รู้ว่าคนร้องรู้สึกอย่างไงกันแน่ เธอจึงค่อย ๆ เดินไปตามทางที่คิดว่าน่าจะเป็แหล่งที่มาของเสียง
ชายหนุ่มใบหน้าคมคายราวรูปสลักไม่สมอาชีพหัวขโมย ในชุดลำลองตัวเก่งที่เ้าตัวชอบสวมใส่ ผมสีน้ำตาลล้อเล่นไปตามแรงลมที่โบกสะบัด ั์ตาสีน้ำตาลอมดำทอดมองผืนฟ้าคาดเดาได้อยากว่ากำลังคิดอะไร หรือรู้สึกอย่างไร ริมฝีปากหนาเอื้อนเอ่ยบทเพลงต่อไปเรื่อย ๆ เหมือนไม่รู้สึกหรือรับรู้ถึงการมาถึงของเธอแม้แต่น้อย
ั์ตาสีฟ้าของผู้มีศักดิ์เป็เ้าหญิงมองหัวขโมยตรงหน้า บรรยากาศเศร้า ๆ เคล้าสดใสนิด ๆ อย่างที่ไม่เคยเห็นจากหัวขโมยขี้เล่นตรงหน้าที่ชอบสร้างเสียงหัวเราะ เฮฮา ตรึงให้ขาเรียวก้าวต่อแทบไม่ไหวเหมือนโดนมนต์สะกดประหลาดจากเสียงเพลงเบา ๆ นั้น
ภาพเพื่อนสมัยเด็กฉายซ้อนทับอย่างลงตัวกับหัวขโมย จนเธอเอ่ยปากเรียกอย่างลืมตัว
“เฟร...”
เสียงหวานเรียกเบา ๆ แต่ก็ดังมากในค่ำคืนยามราตรีเช่นนี้ ทำให้ชายหนุ่มหันมามองคนเรียก ลุกพรวดขึ้นนั่งยิ้มแหย ๆ อย่างเด็กถูกจับได้ว่าแอบกินขนมในห้องเรียน
“อ้าว คาลิน่า โถ่~ ไอเรานึกว่าพี่ลอรี่ ซะอีก”
คาลิน่าขมวดคิ้ว ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าวันนี้รุ่นพี่ลอเรนซ์เป็เวรเฝ้าป้อม แต่เธอก็ไม่ได้พูดอะไรมากนัก เพียงแต่สาวเท้าเข้าไปหาหัวขโมยมากขึ้น
“นายมาทำอะไร เฟริน”
เสียงหวานเอ่ยเรียบ ๆ เฟรินยิ้มกว้าง เสมองท้องฟ้ายามค่ำคืนที่สว่างไปด้วยแสงดาว หากแต่เพียงไร้พระจันทร์เคียงคู่
“ออกมาดูดาวน่ะ คาลิน่าล่ะ ดึกแล้วน่ะ” เฟรินเอ่ยอย่างอ่อนโยน ั์ตาสีน้ำตาลอมดำสบมองั์ตาสีฟ้าของหญิงสาวข้างตัว
“นายชอบดูดาว”
“อือ... แต่วันที่ไม่มีพระจันทร์เท่านั้น”
พระจันทร์ไม่สบาย... เสียงสดใสอีกเสียงก้องขึ้นในหัวเด็กสาว เพื่อนคนแรก เพื่อนที่คอยอยู่เป็เพื่อนยามค่ำคืน คาลิน่ามองคนข้างตัวมากขึ้นอย่างสงสัยแต่ก็ต้องชะงักกับคำถามต่อมาของชายหนุ่ม
“รู้ไหม ดวงดาวจะสวยที่สุดวันไหน” เสียงทุ้มเอ่ยถามพร้อม ๆ กับหันไปมองดวงดาวอีกครั้ง
นี่... ลิน รู้ไหม ว่าดวงดาวสวยที่สุดวันไหน
“เฟร”
คาลิน่าละเมอเอ่ยชื่อออกมาอย่างลืมตัวเบา ๆ แต่ก็เรียกสีหน้าใจากชายหนุ่มข้างตัวเล็กน้อยก่อนจะเปลี่ยนเป็ยิ้มอย่างสดใสเหมือนเคย แต่ก็พอจะให้เธอได้รับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงทางสีหน้า
“ว่าอะไรน่ะ คาลิน่า”
“พระจันทร์ไม่สบาย” เสียงเรียบเอ่ยตอบ คราวนี้คิ้วหนาของคนได้รับคำตอบขมวด ใบหน้าคมคายมุดเข้าหากันอย่างประมวลผลอะไรบ้างอย่างก่อนหัวเราะเบา ๆ นึกถึงสมัยเด็ก ๆ ตอนหนีไปเที่ยวเล่นที่คาโนวาล และต้องสะอึกกับประโยคต่อมาของหญิงสาว
“พอไม่มีพระจันทร์ฉายแสง ดวงดาวต่าง ๆ ก็เลยพร้อมใจกันส่องแสงสว่างนำทางแทน ไม่ให้ใครหลงทางไง ใช่ไหม เฟร”
“ง่า... ลิน” เสียงทุ้มเอ่ยอย่างไม่แน่ใจนัก คาลิน่าพยักหน้าพร้อมยิ้มน้อย ๆ ให้ เฟรินก็เลยหัวเราะอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะหยุดกับไอเย็นที่หญิงสาวส่งให้เขา
“นายไปไหนมา เฟริน” คาลิน่าถามเรียบ ๆ สั้น ๆ ได้ใจความ
“ง่า... ลินอย่าโกรธน่ะ ฉันมันหัวขโมยนี่ ลิน ขโมยก็เหมือนสายลม ไม่เหมือนสายลมก็ต้องถูกจับได้ เมื่อถูกจับได้ก็ไม่สามารถเป็ขโมยได้อีก”
“งั้น...” ใบหน้าหวานช้อนขึ้นสบมองหัวขโมยที่นอนเล่นข้าง ๆ อย่างงง ๆ
“ใช่ เพราะ งั้นฉันเลยเร่ร่อนไปเรื่อย ๆ ไงล่ะ ลิน”
ทั้งสองเสมองกลับไปที่ท้องฟ้าอีกครั้ง ความทรงจำวัยเด็กค่อย ๆ ย้อนกลับมา ความสบายใจและความอบอุ่นที่หายไปนานหลังจากที่ชายหนุ่มหายไปจากเธอ ได้กลับมาอีกครั้ง กลับมาอยู่ข้าง ๆ เธออีกครั้ง
เฟรินเหลือบมองร่างบางของเพื่อนสมัยเด็ก ร่างบางในชุดนอนบาง ๆ สั่นนิด ๆ จากความหนาวยามค่ำคืน ผมสีเงินพลิ้มตามแรงลมและถูกมือบางเกี้ยวไปไว้ข้างหลังเป็บางครา ั์ตาสีฟ้ามองตรงไปยังดวงดาว ใบหน้ายังคงราบเรียบเฉยเหมือนทุกครั้งที่เขาหนีเข้าไปเล่นกับเธอ ริมฝีปากอวบอิ่มตามวัยซีดนิด ๆ
ฟุบ...
คาลิน่าไหวตัวเมื่อรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างคลุมที่ไหล่เธอ ก่อนจะยิ้มนิด ๆ ให้เฟรินที่เหลือเพียงเสื้อ กล้ามตัวบางและนั่งยิ้มหน้าบานข้าง ๆ
“ไปกันเถอะ เ้าหญิง หนาวแล้ว”
“ก็ได้...เฟร” เฟรินยิ้มกว้างลุกขึ้นพรวดก่อนจะยื่นมือหนาไปฉุดให้ร่างบางลุกขึ้นตาม บรรยากาศเศร้า ๆ ในตอนแรกหายไป เหลือเพียงความสดใสและความอบอุ่นที่ชายหนุ่มโปรยให้หญิงสาว
“เฟร... วันหลังร้องเพลงให้ฟังหน่อย”
“หือ?”
“ก็เพลงที่นายร้องก่อนหน้านี้ไงล่ะ”
“อ้อ... อือ” เฟรินเอ่ยสั้น ๆ ก่อนใบหน้าคมคายจะโน้มเข้าไปหาใบหน้าหวานติด ๆ เสียงทุ้มเอ่ยกระซิบข้างหู “จะร้องให้ฟังแค่ ลิน คนเดียวเลยครับ”
ร่างบางส่งสายตาดุ ๆ ให้ชายหนุ่มที่ยิ้มแฉ่งวิ่งหนีไปด้านหน้า ค่อย ๆ บังคับสติไม่ให้หน้ากากที่เพียรรักษาหลุดหายไป ก่อนจะหัวเราะนิด ๆ ด้วยความสบายใจ
เฟร... ไม่ว่าฉันจะเจอนายเมื่อไร นายก็ทำให้ฉันสบายใจเสมอเลยน่ะ
.............................................................................................