การที่อรภาได้ดูแลน้ำหลังเลิกงานทุกวัน ทำให้อรภาคลายความทุกข์จากการไม่ได้อยู่กับน้องสาวและการเสียคนรักไปได้ อรภารู้สึกผูกพันกับน้ำอย่างมาก
“ว่าไงคะ ทำการบ้านเสร็จหรือยัง ทำเสร็จ อาถึงจะพาไปเลี้ยงไอศกรีมนะคะ”
“ทำเสร็จแล้วค่ะ ไปกินไอติม ไปกินไอติม”
อรภาพาน้ำไปร้านไอศกรีมที่อยู่ใกล้โรงแรม นั่งถักเปียให้เด็กน้อย พอตัวเองจะเข้าห้องน้ำ ก็ฝากเพื่อนที่อยู่ในร้านนี้เหมือนกันช่วยดูน้ำให้
เมื่ออรภามาถึงห้องน้ำ ก็ได้ยินเสียงร้องไห้ แต่คราวนี้เป็เสียงหญิงสาว ในใจคิดว่า “เอาแล้วไง จะใช่สิ่งลี้ลับมั้ยนี่” อรภารอจนกระทั่งเห็นผู้หญิงคนหนึ่งเดินออกมาจากห้องน้ำ ก็โล่งใจที่เป็คน
ผู้หญิงคนนี้เป็เพื่อนร่วมงานของอรภาชื่อ พราวนภา เห็นเพื่อนตาแดงๆ เลยถามด้วยความเป็ห่วง
“เป็อะไรหรือเปล่าพราว ทำไมตาแดงๆ มีอะไรให้ช่วย บอกได้นะ”
“ไม่ได้เป็อะไรจ้า ฝุ่นเข้าตาน่ะ เดี๋ยวจะรีบไปล้างตาเดี๋ยวนี้ล่ะ”
เมื่อพราวไม่ยอมเล่าอะไร ก็เลยไปเข้าห้องน้ำ เพราะนั่นหมายถึงเขาคงไม่อยากให้ยุ่งเกี่ยวกับเื่ของเขา
วันนี้น้ำเหนื่อยมากเลยนอนหลับไป อรภาไม่อยากปลุกเลยอุ้มน้ำไปหาพ่อของเธอ
“ลูกของคุณหลับอยู่ค่ะ สงสัยวันนี้คงเหนื่อยมาก ทำการบ้านเสร็จเรียบร้อยแล้วนะคะ”
ภาคินรับลูกมาอุ้ม พร้อมกับกล่าวขอบคุณ “ไว้ผมว่างเมื่อไหร่ จะพาไปเลี้ยงข้าวนะครับ”
“ได้ค่ะ แต่ตอนนี้คุณรีบกลับบ้านเถอะ คุณและลูกจะได้พักผ่อนนะคะ”
พอเพื่อนร่วมงานได้เห็นอรภาไปไหนมาไหนกับภาคิน อีกทั้งคอยดูแลลูกสาวของภาคินให้อีก เลยเกิดข่าวลือว่าอรภาเป็แฟนกับภาคิน ข่าวลือนี้รู้ไปถึงฟ้าลดาและผู้กองพงศ์เทพ
และในวันนี้ผู้กองพงศ์เทพได้มาที่โรงแรมธนฯ เพื่อพาฟ้าไปทานข้าวเย็น ทำให้เขาเห็นกับตาว่าอรภาไปไหนมาไหนกับภาคินจริงๆ และเวลาที่เห็นทั้งสามคนอยู่ด้วยกันมันเหมือนพ่อแม่ลูกอย่างมาก ตอนนี้ผู้กองรู้สึกเ็ปเพราะกำลังจะเสียหญิงที่ตนหมายปองไป และเขาเพิ่งนึกได้ว่าอรภาทำงานที่นี่ ดังนั้นอรภาก็ต้องรู้ว่าตนหมั้นกับฟ้าลดาอยู่ “นี่คงเป็กรรมตามสนองหรือเปล่านะ ที่ตนต้องรู้สึกเสียใจที่กำลังจะเสียคนรักเหมือนที่น้องชายตนรู้สึก”