หมอกปกคลุมหนาทึบสนามรบไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ออร์คเริ่มบางตาเหลือเพียงเสียงเหล็กกระทบกันเป็จังหวะ
ดาบของอัศวินชุดพลางฟาดลงใส่ไหล่ออร์คเต็มแรงคมเหล็กฝังลึกกระชากก้อนเนื้อจนเืกระเซ็น
เสียงบทสวดปริศนาลอยมากับสายลมท่วงทำนองชวนขนหัวลุก แทรกซึมลึกถึงสันหลัง
[ ตรวจพบพลังงานคุกคามไม่ทราบประเภท ]
[ลูกน้องภายใต้สังกัดได้รับผลกระทบทางจิตใจ ]
“มันเื่บ้าอะไร…”
อัศวินคนนั้นเบิกตากว้างหัวใจของเขาเต้นผิดจังหวะ
“ขะ…ข้าหายใจไม่ออก”
หยดเืสีแดงเข้มลอยค้างกลางอากาศฝืนแรงโน้มถ่วงโดยสิ้นเชิง
[ ตรวจพบการทับซ้อนของมิติ ]
[ อาณาเขตของท่านถูกคุกคาม ]
คำรามของออร์คถูกยืดจนบิดเพี้ยนกลายเป็โทนต่ำลึกผิดธรรมชาติ ราวสะท้อนจากก้นเหวไร้จุดจบ
พื้นดินใต้เท้าเริ่มสั่นไหวรุนแรงร่างกายหลายคนเริ่มเสียสมดุล
โจเวลหยุดอยู่กองศพของศัตรูปลายดาบยังมีเืหยดค้างอยู่ สายตาไม่สนใจการปะทะตรงหน้า มองทะลุสนามรบไปไกล
ออร่าสีเงินไหลเคลือบดวงตาจนส่องแสงเป็ประกายเจิดจ้าวัสัยทัศน์เริ่มชัดเจน เขาเพ่งไปยังจุดหนึ่งในม่านหมอก
ธงสีแดงผืนใหญ่ตั้งตะหง่านอักขระคุ้นเคยถูกวาดเต็มพื้นที่โดยชายผู้มีเขาแหลม
“ไม่ใช่เวททั่วไป…แย่แล้วขอรับนายน้อย”เสียงของเอเมอร์แ่ลงอย่างควบคุมไม่อยู่
“อากาศมัน…”แซมกัดฟันตั้งสติที่เริ่มเลือนหาย
“คิดอะไรออกเอเมอร์”
“มันคือพิธีกรรมบูชายัญคัมภีร์ของวาเลน”
[ตรวจพบพิธีกรรมบูชายัญแห่งวาเลน ]
[ ภารกิจ :เดินทางร่วมกับกองอัศวินกุหลาบเพลิง ถูกยกระดับขึ้น]
[ ค่าความมั่นคงทางจิตใจลดลงต่อเนื่อง ]
โจเวลเหลือบตามองระบบแล้วสูดลมหายใจปรับจังหวะให้คงที่แล้วปล่อยออก แต่ยิ่งหายใจยิ่งรู้สึกเหมือนมีบางอย่างแทรกเข้ามาในร่าง
ความหนักอึ้งผสมความเยือกเย็นกลืนกินความคิดจนว่างเปล่า
“เตรียมรับมือ มันกำลังจะมาแล้ว”เขาพึมพำ
ความรู้สึกเดียวกับตอนศึกหน้าปราการแห่งลาเมทัสสิ่งนั้นกำลังจะกลับมาอีกครั้ง แหวนในมือสั่นสะท้านบอกถึงภัยพิบัติในรูปแบบเดิม
“แบบนี้แย่แน่ ส่งคนไปบอกปราการที่นี่้ากำลังเสริมด่วน” เอเมอร์รีบแจ้งให้อัศวินชุดพลางทราบพวกเขากระจายวงสู่รอบนอก แล้วปลีกตัวเข้าสู่ตำแหน่งที่กำหนดในม่านหมอก
…
อีกด้านหนึ่งของสนามธงสีแดงสะบัดโดยไร้แรงลม ผืนผ้ากระเพื่อมเหมือนมีบางอย่างดิ้นอยู่ภายใน
อักขระสีดำที่สลักอยู่บนมันเริ่มเรืองแสงไม่ใช่แสงธรรมดา แต่เป็แสงที่เหมือนกลืนกินแสงรอบข้าง
วงแหวนเวทใต้ฐานธงหมุนชั้นหนึ่งหลายวงหมุนไปทางซ้าย อีกชั้นรอบนอกหมุนไปขวาอักขระซ้อนทับกันจนสายตามนุษย์ไม่อาจไล่ทัน
ควันทมิฬจากคริสตัลไหลลงสู่ศูนย์ใจกลางของวงแหวนเวทเหมือนถูกดูด
ชายในผ้าคลุมยืนอยู่ตรงนั้น ศีรษะก้มต่ำริมฝีปากขยับช้าแต่ถ้อยคำกลับรวดเร็ว
“โอ วาเลน…” เสียงของเขาแหบพร่าแต่ชัดเจนราวกับกรีดผ่านอากาศ
“ผู้ไร้ก้นบึ้ง…ผู้กลืนกินทุกสรรพสิ่ง…”
มือของเขายกขึ้นปลายนิ้วเรียวยาวสั่นเล็กน้อย
“จงรับเครื่องสังเวยของข้า…และเปิดประตูสู่ความรุ่งโรจน์”
ทันใดนั้นความเย็นวาบแล่นผ่านสันหลังของทุกคน
ออร์คาเ็ตัวหนึ่งใกล้โจเวลถูกแรงที่มองไม่เห็นกระชาก
“โธร! กรร๊าคคค!”
เล็บมันขูดพื้นดินเป็รอยยาวเสียงกรีดร้องของมันแหบแตก
“กรร๊า!!”
มันตะเกียกตะกาย คว้าอากาศอย่างสิ้นหวังเล็บหลุดจากพื้นทีละชิ้น แต่ไม่มีอะไรหยุดมันได้
ตัวมันถูกลากเข้าสู่วงแหวนแล้วหายวับของเหลวสีเขียวปนแดงผุดขึ้นแทนที่ ฟองเดือดปะทุพร้อมกลิ่นเน่าเหม็น
“เฮ้ย!” แซมเผลอถอยหลังครึ่งก้าว
“บ้าเอ้ย! นายน้อยรีบหนีกันเถอะขอรับ”เอเมอร์เสียงสั่น
[ เส้นทางเหนือราชันถูกกระตุ้น ]
[ หัวใจแห่งผู้ท้าทายตอบสนองต่อแรงกดดัน]
[ ความสามารถของอาณาเขตถูกกดทับ ]
คำพูดนั้นยังไม่ทันจบ
พื้นดินใต้เท้าพวกเขาเกิดการยุบตัวลงแต่มันไม่ใช่หลุม ความมืดนั้นกำลังอ้าปาก
“ข้า…ได้ยินเสียง…” อัศวินคนหนึ่งทรุดลง
“แม่ข้าเรียกข้า…”
“อย่าฟังมัน!” เอเมอร์ะโทันที
อัศวินอีกคนเริ่มหัวเราะทั้งน้ำตาบางคนกำดาบแน่นจนเืไหลแต่ไม่รู้ตัว หนึ่งในนั้นคุกเข่าลงสวดภาษาที่ไม่มีใครเข้าใจออกมาเอง
“ตั้งสติไว้!”แซมพุ่งตัวไปคว้าอัศวินสองคนให้พ้นจากปากหลุม
แรงดูดกลืนคำรามขึ้นออร์คสองตัวถูกดึงลงไปทั้งเป็ กระดูกแตกดังลั่นก่อนเนื้อจะถูกบดฉีกในเสี้ยววินาที
เพียงอึดใจทุกอย่างหายไป
แล้วบางสิ่งตอบกลับด้วยการคำรามที่น่ากลัวถึงที่สุดเสียงนั้นแตกพร่า ไร้ถ้อยคำที่เข้าใจได้ แหบแห้งราวสิ้นหวังถึงก้นบึ้ง
[ตรวจพบสิ่งมีชีวิตระดับสูงกำลังลงสู่พื้นที่ ]
เงาดำพุ่งขึ้นจากพื้น รวมตัวเป็รูปร่างแขนยาวผิดสัดส่วน ขาบิดเบี้ยวแต่ยังยืนได้ราวฝืนโครงสร้างของร่างกายลำตัวเหมือนกองเนื้อที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ส่วนหัวเหมือนแส้นับร้อยโบกสะบัดฉีกอากาศ
ดวงตาหลายคู่เปิดขึ้นรอบตัวมันกลางลำตัวปรากฏปากขนาดใหญ่ที่แลบลิ้นหลายแฉกด้วยน้ำลายที่หยดลงพื้น
พรึ่บ!
ตารอบตัวของสิ่งตรงหน้าหันมองไปยังจุดเดียว
“สัตว์อสูรแห่งการกลืนกิน”เอเมอร์กลืนน้ำลาย
[ ไม่สามารถระบุประเภทสิ่งมีชีวิตได้ ]
หน้าจอแสดงผลสีแดงที่เหมือนกับตอนอยู่ป้อมปราการให้แก่โจเวลความกดดันของสิ่งมีชีวิตตรงหน้าฉุดรั้งให้สองเท้าแข็งทื่ออยู่กับที่
โฮกกกกก!!!
การคำรามของมันไม่ใช่เพียงเสียงมันคือแรงกดทับที่ซัดเข้าหาจิตใจโดยตรงอากาศรอบตัวหนักหน่วงจนเหมือนถูกบีบคอจากทุกทิศ
“ตั้งแนว!” โจเวละโเสียงต่ำแต่ก้องชัดฝ่าแรงกดนั้น
อัศวินชุดพรางตอบสนองทันทีโล่ถูกยกขึ้นเป็แนวโค้ง ดาบยกเตรียมในองศาเดียวกันอย่างเป็ระบบ แม้มือบางคนสั่นแต่แนวโล่ไม่ขยับถอย
[ เปิดใช้ความสามารถของอาณาเขต ]
[ค่าความสามารถโดยรวมของอัศวินแห่งลาเมทัสได้รับการเสริมพลัง ]
ตูม!!
แขนของสัตว์อสูรฟาดลงมาใส่แนวหน้าแรงกระแทกเหมือนูเาถล่ม โล่เหล็กสามบานแตกกระจาย อัศวินสองคนถูกเหวี่ยงปลิวเืสาดเป็ทาง ดาบใหญ่ในมือของโจเวลกระเด็นไปอยู่ด้านหลังของแซม
“เกาะกลุ่มกันไว้ อย่าแตกขบวน!”เอเมอร์ะโ
“ต้านไว้ ข้าจะเปิดช่องให้!”
[ ความเกรงขามของท่านเพิ่มขึ้น ]
โจเวลพุ่งออกไปก่อนใครขวางดาบบนพื้นขึ้นมือ ออร่าสีเงินะเิออกจากร่าง ก้าวเดียวข้ามระยะหลายวาปลายดาบพุ่งแทงเข้ากลางลำตัวของมัน
ฉึก!
คมดาบจมลงโดยไร้แรงต้านราวแทงผ่านโคลนลึก
ฉัวะ!
เนื้อรอบแผลบิดตัวเข้าหากันกลืนดาบของเขาเข้าไปครึ่งเล่ม
“มันกำลังกินอาวุธ!” แซมร้องลั่น
[อาวุธถูกย่อยสลายด้วยพลังงานไม่ทราบประเภท ]
โจเวลไม่ดึงดาบกลับเขาจ้องมองมันแล้วอัดพลังเข้าไปอีก
ตูม!!
ออร่าะเิจากหมัดซัดเข้าภายในร่างของมันแรงอัดกระแทกทำให้กองเนื้อกระจายออกเป็ชิ้นเสียงคำรามแหลมบาดหูดังกระทบเข้าสมองโดยตรง
แต่ชิ้นเนื้อยังไม่ตายมันกระตุกบนพื้นก่อนจะไหลกลับมารวมกัน
“มันกำลังฟื้น!” เอเมอร์กัดฟัน
ด้านข้าง ออร์คที่เหลือเริ่มฮึกเหิมพวกมันคำรามแล้วพุ่งเข้าใส่อัศวินชุดพรางอีกระลอก
สนามรบแตกเป็สองชั้นในทันที
ชั้นหนึ่ง มนุษย์ปะทะออร์ค
อีกชั้น โจเวลปะทะกับสิ่งนั้นสิ่งที่เรียกว่าสัตว์อสูรของวาเลน
“แซม! เคลียร์ฝั่งขวาอย่าให้มันเข้ามารบกวน!”
“รับทราบขอรับ บอส!”
แซมหมุนตัวฟาดดาบผ่าอกออร์คตัวหนึ่งจนล้ม แล้วเตะศพมันกระแทกอีกตัวที่กำลังพุ่งเข้ามา
“มากันให้หมดทีเดียวเลยไอ้พวกหน้าเขียว!”
เสียงเหล็กปะทะเนื้อ เสียงคำรามเสียงกระดูกแตกผสมกันจนกลายเป็จังหวะโกลาหล
ขณะเดียวกันสัตว์อสูรเริ่มเปลี่ยนไปหลังจากทนแรงหมัดแรงเตะของโจเวล
ร่างที่เคยเป็กองเนื้อไม่สมประกอบเริ่มหดตัวแน่นขึ้นแขนยาวผิดสัดส่วนหดสั้นลง กล้ามเนื้อบิดเกลียวเข้าหากันเหมือนถูกบีบอัด
“อะไรอีกเนี่ย” โจเวลพึมพำ
[ การกลายพันธุ์กำลังดำเนินต่อ ]
[ ระดับภัยคุกคามเพิ่มขึ้น ]
หน้าของโจเวลถอดสีจนแทบไม่เหลือร่องรองของเือยู่ในนั้น
พรึ่บ!
ดวงตาหลายสิบหลายร้อยคู่หายไปกว่าครึ่ง
เหลือเพียงไม่กี่คู่ แต่ใหญ่ขึ้นปากกลางลำตัวปิดลง ก่อนจะฉีกยาวขึ้นเป็แนวตั้ง ฟันเรียงตัวแน่นเหมือนเลื่อย
“ระวังด้วยนะขอรับนายน้อย!”เอเมอร์ะโก่อนยิงสะกัดออร์คที่พยายามพุ่งเข้าหาโจเวล
ฟึ่บ!
สิ่งนั้นหายไปจากจุดเดิม
โจเวลเบิกตามันเร็วเกินกว่าที่เขาจะมองทัน แม้ไม่กะพริบตา
เงาดำพุ่งทะลุฝูงออร์คโผล่ด้านหลังอัศวินชุดพรางแขนของมันไหลกลิ้งเป็ก้อนเข้าลำตัวก่อนอัดออกไปเป็การแทง
ฉัวะ!!
แขนแหล่มแน่นทะลุอกอัศวินคนหนึ่งจากด้านหลังเืพุ่งออกทางปากทันที
“อย่านะโว้ย!” แซมคำรามแล้วพุ่งเข้าใส่
แต่สายเกินไป
กร๊อบ!
ร่างของอัศวินคนนั้นถูกดูดเข้าไปในแขนของมันเนื้อถูกกลืนหายไป และในเสี้ยววินาที กล้ามเนื้อของมันขยายขึ้นอีกขั้น
“ทุกคนระวังตัว! อย่าเข้าใกล้มัน!”เอเมอร์กัดฟันจนเืซึม
โจเวลยืนตรง สายตานิ่งลงอย่างน่ากลัว
“ถ้าไม่ใช้มันสงสัยพวกเราจะรอดออกไปยากแล้ว” เขายกมือที่สวมแหวนขึ้นก่อนรูปร่างมันจะกลายเป็ดาบใหญ่อันงดงามใบดาบเปล่งแสงสีเงินราวกับรับรู้ถึงสิ่งอันตรายตรงหน้า
[ อาวุธเฉพาะตัวตอบสนอง ]
[ อัตราการซิงโครไนซ์เพิ่มขึ้น ]
[อาวุธกำลังตอบสนองต่อแรงปรารถนาในการสังหาร ]
พลังออร่าควบแน่นทั่วร่างกายความกระหายบางอย่างไหลผ่านด้ามจับ ซึมเข้าสู่ความคิดของโจเวล เขาอยากจะฆ่าอยากจะฉีกกระจายและอยากจะลงมือโเี้กับสิ่งมีชีวิตอันบิดเบี้ยวตรงหน้า
“ถอยออกไป ตั้งแนวรับไว้!”
เขาก้าวไปข้างหน้าแรงกดจากออร่ากระแทกอากาศจนหมอกแหวกออก เผยให้เห็นร่างของมันชัดเจนขึ้น
มันไม่ใช่กองเนื้ออีกต่อไปมันเริ่มมีรูปร่าง โครงร่างคล้ายมนุษย์แต่ยังไม่ชัดเจนถึงกับเรียกขานเช่นนั้นได้
แขนสองข้างสมดุลขึ้นขาเริ่มรับน้ำหนักได้มั่นคง ดวงตาที่เหลืออยู่จ้องเขาเพียงคนเดียวเหมือนนักล่าที่เลือกเหยื่อแล้ว
โจเวลยิ้มบาง
“ดี งั้นก็เข้ามา”
ตูม!!
ทั้งสองพุ่งเข้าหากันในเสี้ยววินาทีเดียวแรงปะทะแรกทำให้อากาศะเิออกเป็วงกว้าง ดินกระเด็น หมอกสลาย
เสียงปะทะดังสนั่นยิ่งกว่าฟ้าผ่า
แรงปะทะครั้งแรกยังไม่ทันจางโจเวลกระหน่ำโจมตีต่อเนื่อง
แกร๊ง!!
ดาบใหญ่สีเงินกดทับแขนของมันจนเกิดเสียงเสียดสีเหมือนโลหะบดกันทั้งที่สิ่งตรงหน้าหดยืดได้ ไม่ใช่โลหะด้วยซ้ำ
โจเวลบิดตัวหลบการแทงสวนในระยะประชิดได้เฉียดฉิวแล้วสวนกลับทันที
ฉับ!
คมดาบฟันเฉียงจากไหล่ลงเอวคราวนี้ไม่เหมือนเดิม
าแไม่ปิดทันทีการฟื้นฟูดูช้าลงอย่างเห็นได้ชัด
“ได้ผล!” เอเมอร์ะโ
โฮกกกกก!
สัตว์อสูรคำรามลั่น ดวงตาหดแคบลงมันถอยเป็ครั้งแรก
แต่โจเวลไม่ปล่อย
ตูม!
เขากระทืบพื้น พุ่งตามติดเหมือนเงาดาบในมือกวาดฟันเป็เส้นโค้งหลายเส้น
ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ!
ทุกครั้งที่คมดาบััเนื้อของมันแตกกระจายเป็ชิ้น
[การโจมตีต่อเนื่องเพิ่มประสิทธิภาพขึ้น ]
[ ความเข้าใจต่อศัตรูเพิ่มขึ้น ]
[ คาดการณ์การเคลื่อนไหวขั้นต้นสำเร็จ ]
“อย่าให้มันตั้งหลัก!”โจเวลสั่งเสียงเย็น
อัศวินชุดพรางที่เหลือฮึดขึ้นพร้อมกันพวกเขาปรับแนวไม่บุกมั่ว แต่บีบวงกระแทกโล่กดเข้าดาบแทงซ้ำในจังหวะที่มันเสียสมดุล
แซมฟาดออร์คตัวสุดท้ายล้มลงแล้วหันกลับมา
“รักษาจังหวะไว้!”
แรงกดเริ่มเปลี่ยนฝั่งสัตว์อสูรถูกกดให้ถอยทีละก้าวร่างที่เริ่มเป็รูปเป็ร่างเริ่มปริแตกใต้แรงโจมตีของทุกคน
มันแผดเสียงอีกครั้งแต่ครั้งนี้…แฝงความไม่มั่นคง
โจเวลยกดาบขึ้นออร่ารวมตัวหนาแน่นกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา แสงสีเงินสว่างวาบจนหมอกโดยรอบสั่นไหว
“จบได้แล้ว”
เหตุการณ์ตรงหน้าไม่ได้ใกล้จบอย่างที่เข้าใจ
กึก!
[ คำเตือน ]
[ ระดับความอันตรายถูกยกระดับขึ้น ]
[ ค่าพลังแตกต่างกันเกินไป ]
[ ระบบแนะนำให้รีบหนี ]
รอบข้างหยุดนิ่งทุกคนไม่สามารถขยับตัวได้
อัญมณีบนดาบใหญ่ของโจเวลส่องแสงสว่างสีแดงน่ากลัวเหมือนแจ้งเตือนสิ่งที่กำลังคืบคลานเข้ามา
“อะไรอีกวะ…”
และร่างของสัตว์อสูรที่กำลังเสียเปรียบกลับนิ่งสงบผิดธรรมชาติ
แหล่ก…ครืดดด…
ก่อนที่ผิวเนื้อของมันจะเริ่มยุบตัวเข้าด้านในเหมือนบางสิ่งกำลังจะตื่นขึ้นจากห้วงความฝัน
โจเวลหรี่ตาลง
“อย่าบอกนะว่า”
กร๊าาาาคคค!!!
เสียงคำรามครั้งใหม่ดังขึ้นไม่ใช่เสียงเดิมอีกต่อไป ลึกล้ำและทรงพลังยิ่งกว่า ร่างของมันใกล้สมบูรณ์เต็มที
“...อาหาร”
เสียงนั้นดังขึ้นในหัวของทุกคนทั้งที่ไม่มีใครอ้าปาก
[ลูกน้องภายใต้สังกัดได้รับผลกระทบต่อการคุกคาม ]
[ ความหวาดกลัวเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง ]
“งานงอกแล้วขอรับ บอส!”