เช้าวัดถัดมา
“พี่ชวน วันนี้พี่จะเข้าไปฝึกที่สำนักอีกแล้วใช่ไหม จะกลับดึกหรือเปล่า?” หลินเยว่ถาม
“ข้าเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน เ้าไม่ต้องทำกับข้าวรอข้าก็ได้นะ หิวก็กินไปก่อนได้เลย”
“เข้าใจแล้ว”
หลังจากกล่าวจบ เสี่ยวชวนก็เดินทางเข้าสำนักกระบี่ฟ้าคราม
วันนี้ ผู้าุโกระบี่เมิ่งหรูซาน จะมาแนะแนวให้กับเหล่าศิษย์เก่าใหม่ทั้งหลาย
เหล่าศิษย์ทั้งหลายต่างตื่นเต้นกันมาก น้อยครั้งที่ผู้าุโจะลงมาสั่งสอนด้วยตัวเอง
และผู้าุโกระบี่เมิ่งหรูซานนั้นมีระดับลมปราณขั้นหลอมิญญาขั้นต้นแล้ว
นับได้ว่าเป็สััตว์ประหลาดผู้หนึ่ง
เมิ่งหรูซานค่อยๆลอยลงมาจากท้องฟ้าอย่างช้าๆที่ลานหน้าเวที
เหล่าศิษย์ต่างตกตะตึง
“นั่นมันวิชาเหาะในตำนาน!!”
“สุดยอดเลยผู้าุโเมิ่งช่างร้ายกาจจริงๆ”
“พวกเราโชคดีจริงๆที่วันนี้ผู้าุโเมิ่งลงมาสั่งสอนเองเลย”
“ข้าเคยได้ยินมาว่ามีเพียงผู้ฝึกยุทธระดับสร้างแกนพลังขึ้นไปเท่านั้นที่สามารถใช้วิชาลอยตัวเหนือฟ้าแบบนี้ได้”
“ถูกแล้ว แต่ขั้นสร้างแกนพลังจะลอยตัวได้ไม่นานมากนัก แต่ขั้นหลอมิญญานั้น…สามารถลอยได้ตลอดเวลา!”
“เป็เช่นนี้เอง”
“เงียบ!!” เสียงของผู้าุโกระบี่เมิ่งหรูซานดังขึ้นเบาๆ
เหล่าศิษย์ต่างหวาดกลัวและเงียบเสียงกันหมด
“ในวันนี้ ข้าจะให้พวกเ้าเหล่าศิษย์เก่า ศิษย์ใหม่ได้จับกลุ่มกันเพื่อทำภารกิจ”
เหล่าศิษย์ต่างเงียบเสียงฟัง
“ข้าจะเป็ผู้จัดกลุ่มให้เอง กลุ่มแรกนำโดยหานอวี่”
"ว่าไงนะ! ศิษย์พี่หานอวี่ศิษย์อันดับหนึ่งแห่งสำนักเรานำกลุ่มแรกงั้นรึ?
“ศิษย์พี่หานอวี่อยู่ที่ขั้นสร้างแกนพลังขั้นปลายแล้ว ฉายา กระบี่เยือกแข็ง เขาเป็ศิษย์ของผู้าุโใหญ่หลี่ชางเฟิง หากใครได้เข้ากลุ่มที่นำโดยเขารับรองว่าต้องสบายแน่!”
“ในกลุ่มของหานอวี่จะมี หลิวเซิ่ง กับจางหลงอีกสองคน รวมเป็สามคน” ผู้าุโเมิ่งกล่าว
“เฮ้ย! แบบนี้มันขี้โกงเกินไปหรือป่าว หลิวเซิ่งอยู่ระดับสร้างแกนพลังขั้นต้น จางหลงเองก็เช่นกัน กลุ่มแบบนี้ใครจะไปเทียบได้!”
“นั่นสิ บ้าชัดๆ มีผู้ฝึกยุทธระดับสร้างแกนพลังถึงสามคน กลุ่มนี้มันรวมอัจฉริยะสำนักเราชัดๆ”
“กลุ่มสองนำโดยมู่หรงเจี๋ย ตามด้วยหวังเทาและเย่ชิง” ผู้าุโเมิ่งกล่าวเสียงเรียบ
“โอ้กลุ่มสอง นำโดยศิษย์ยอดฝีมือลำดับสองของสำนักเราศิษย์พี่มู่ ขั้นสร้างแกนพลังขั้นกลาง!”
“แต่โชคร้ายหวังเทามีพลังเพียงก่อกำเนิดลมปราณขั้นกลาง ส่วนศิษย์น้องหญิงเย่ชิงอยู่เพียงขั้นก่อเกิดลมปราณขั้นต้นเท่านั้น ข้าหนักใจแทนศิษย์พี่มู่เลย” ศิษย์คนนึงกล่าวพร้อมส่ายหัวเบาๆ
“ใช่ กลุ่มนี้มีเพียงศิษย์พี่มู่ที่มีระดับสร้างแกนพลัง คงยากที่จะชิงลำดับแล้ว”
“กลุ่มต่อไป นำโดยจินเยว่ ตามด้วยเสี่ยวชวนและเพ่ยเหยา” ผู้าุโเมิ่งกล่าว
“บัดซบ!! กลุ่มนี้นำโดยศิษย์พี่หญิงจินเยว่! นางทั้งงดงามราวนางฟ้า ฉลาดเยือกเย็น แถมศิษย์น้องหญิงเพ่ยเหยาเองก็อายุเพียงสิบห้าแต่น่ารักสมวัย ช่างน่าเอ็นดู ข้าอิจฉาไอ้เ้าเสี่ยวชวนนั่นจริงๆ”
“บัดซบเอ๊ย ทำไมข้าไม่ได้อยู่กลุ่มเดียวกับศิษย์พี่หญิงจินเยว่กับศิษย์น้องหญิงเพ่ยเหยาบ้างวะ!!”
“กลุ่มต่อไป นำโดยเฉินเฟิง ตามด้วยไป๋เซวียน และหลันเย่” ผู้าุโมู่กล่าว
“สุดยอด! กลุ่มนี้มีศิษย์พี่เฉินเฟิงลำดับสี่กับศิษย์พี่ไป๋เซวียนลำดับห้า ทั้งคู่อยู่ในขั้นสร้างแกนพลังขั้นต้น ถึงแม้ศิษย์น้องหลันเย่จะมีระดับเพียงลมปราณก่อเกิดขั้นปลาย แต่กลุ่มนี้ก็นับได้ว่าสุดยอดแล้ว”
“ใช่แล้ว กลุ่มนี้ประมาทไม่ได้เลย มีศิษย์พี่ลำดับสี่กับห้าของสำนักเราอยู่ย่อมไม่อาจธรรมดาได้”
“กลุ่มต่อไปนำโดยเสี่ยวซาน มู่อี้ เป่ยชิง…. ส่วนกลุ่มต่อไป….” ผู้าุโกระบี่เมิ่งหรูซานกล่าวจัดกลุ่มไปเรื่อยๆ
ในตอนนี้เขาจัดกลุ่มไปมากกว่า 100 กลุ่มแล้ว กลุ่มละสามคน บัดนี้ศิษย์สำนักกระบี่ฟ้าครามที่ต้องลงแข่งขันทำภารกิจกันมีจำนวนมากถึง 300 คนเข้าไปแล้ว
“ภารกิจที่จะให้พวกเ้าไปทดสอบในครั้งนี้คือ การตามล่าแก่นอสูรจากตัวสัตว์อสูรในเทือกเขาหลังสำนัก”
“สัตว์อสูรขั้นก่อกำเนิดลมปราณขั้นต้นได้ 1 คะแนน”
“สัตว์อสูรขั้นก่อกำเนิดลมปราณขั้นกลางได้ 2 คะแนน”
“สัตว์อสูรขั้นก่อกำเนิดลมปราณขั้นปลายได้ 3 คะแนน”
“สัตว์อสูรขั้นสร้างแกนพลังขั้นต้นได้ 5 คะแนน”
“สัตว์อสูรขั้นสร้างแกนพลังขั้นกลางได้ 10 คะแนน”
“สัตว์อสูรขั้นสร้างแกนพลังขั้นปลายได้ 20 คะแนน”
“ส่วนสัตว์อสูรขั้นหลอมรวมิญญา… พวกเ้าเจอแล้วต้องหนีเท่านั้น”
“แต่หากมีใครปราบมันได้…. สัตว์อสูรขั้นหลอมรวมิญญาขั้นต้นจะได้รับ 100 คะแนน”
“กลุ่มที่ได้สิบลำดับแรกจะได้รับรางวัลใหญ่จากสำนัก เป็เม็ดโอสถกลืนฟ้าช่วยเพิ่มพลังฝึกฝนก้าวใหญ่ด้วยกันหลายเม็ด”
“ผู้ชนะที่หนึ่งกลุ่มแรกจะได้ 10 เม็ด”
“กลุ่มสองจะได้ 8 เม็ด”
“กลุ่มสาม 6 เม็ด”
“กลุ่มสี่ 4 เม็ด”
“กลุ่มต่อไปจะได้….”
“ว่าอย่างไรนะ! โอสถกลืนฟ้า 10 เม็ด! บ้าไปแล้ว!!”
“เพียงแค่เม็ดเดียวก็ยากที่จะหามาได้แล้ว ตระกูลข้าต้องจ่ายไปมากมายกว่าจะได้มาสักเม็ด”
“หากใครได้กลุ่มแรกรับรองว่ารวยเละแน่นอน ฮ่าๆๆ”
“บัดซบ! ต้องเอาไปใช้ฝึกสิ จะได้กลายเป็ยอดฝีมือ เ้าเห็นแก่เงินทองเช่นนี้ได้อย่างไร?”
“สำนักเราไม่แจกของดีให้แก่ผู้ที่ไร้ความสามารถ หากอยากได้รับทรัพยากร จงล่า จงแย่งชิง จงต่อสู้… อ้อ… ข้าลืมบอกไป ไม่มีกฏห้ามแย่งแก่นอสูรจากผู้อื่นนะ หึๆ พวกเ้าสามารถแย่งชิงกันได้เต็มที่เลย ทางสำนักจะมีเวลาให้ 1 เดือน ในการทดสอบนี้ เอาล่ะไปได้!!” ผู้าุโกระบี่กล่าวด้วยเสียงดุดันเข้มแข็ง
“ขอรับ!!”
เหล่าศิษย์ต่างส่งเสียงตอบรับอย่างหึกเหิมและรีบรวมตัวจัดกลุ่มของตัวเองและออกไปล่าที่เทือกเขาหลังสำนักทันที!
เวลาเพียงแค่หนึ่งเดือนเท่านั้นในการทดสอบเป็ตายนี้ สำนักกระบี่ฟ้าครามช่างฝึกฝนลูกศิษย์อย่างโหดร้ายจริงๆ
เสี่ยวชวนมองไปทางศิษย์พี่หญิงจินเยว่ด้วยสายตาสงบนิ่งพร้อมเดินเข้าไปหา
รูปร่างของจินเยว่นั้นโดดเด่น เอวบางคอดกิ่ว คิ้วโค้งดั่งคันศร ริมฝีปากแดงชาด งดงามราวกับจันทรา เ็าเยืิอกแข็งแต่ก็แฝงไปด้วยความอ่อนโยน
“สวัสดีขอรับ ข้าเสี่ยวชวนที่ผู้าุโเมิ่งจัดให้อยู่ในกลุ่มท่าน”
“อืม… ยินดีที่ได้รู้จักนะเสี่ยวชวน เ้าพร้อมสำหรับการทดสอบนี้ใช่หรือไม่?”
“ข้าพร้อมขอรับ”
“ดี… ไปเรียกศิษย์น้องเพ่ยเหยามาเถอะนางอยู่ตรงนั้น” จินเยว่กล่าวพร้อมชี้ไปทางแม่นางน้อยผู้หนึ่ง
เสี่ยวชวนมองตามนิ้วอันงดงามราวภาพวาดของจินเยว่ไปก็พบกับเด็กสาวนางหนึ่ง อายุราวสิบห้าสิบหก กำลังเติมโตเป็สาวเต็มตัว นางมีใบหน้าน่ารักรูปไข่ รูปร่างปราดเปรียวสมส่วน
เสี่ยวชวนเดินเข้าไปหาทันที
“สวัสดีเพ่ยเหยา ศิษย์พี่จินเยว่ให้ข้ามาตามเ้า”
“เอ๋ เสี่ยวชวนหรอ ตกลงเข้าใจแล้ว ไปกันเถอะ” เพ่ยเหยากล่าวยิ้มๆ
หลังจากที่ทั้งสามคนมารวมกลุ่มกันแล้ว จินเยว่ก็กล่าวขึ้นมา “พวกเราจะต้องไปซื้อของใช้จำเป็ในเมืองกันก่อน เตรียมพร้อมสำหรับเวลา 1 เดือน ในเทือกเขา”
“เอ๋… แต่ข้าไม่มีเงินนะ” เพ่ยเหยากล่าวด้วยน้ำเสียงสิ้นหวัง
“เอ่อ…. ข้าก็…..” เสี่ยวชวน
“เดี๋ยวข้าจ่ายเอง” จินเยว่
“ฮิฮิ ศิษย์พี่หญิงจินเยว่สมแล้วที่เป็ถึงยอดฝีมือลำดับสามของสำนักเรา ทั้งสวยทั้งรวย ใครได้หัวใจศิษย์พี่ไปครองคงมีความสุขแน่ คริๆ” เพ่ยเหยากล่าว
“…..” จินเยว่
เสี่ยวชวนคิดในใจ ‘เหอๆ แม่หนูน้อยเพ่ยเหยานี่ช่างพูดจาจริงๆ’
ทั้งสามได้เดินทางเข้าเมืองไปซื้อของใช้จำเป็สำหรับ 1 เดือนที่ต้องทำภารกิจในป่า
ศึกที่เต็มไปด้วยเื การสังหาร การบุกตะลุย การใช้สมอง การวางแผนกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว….