ตอนเช้าฉันงัวเงียตื่นนอนอยู่บนเตียงของเหยียนเหล่ย แต่เหยียนเหล่ยตื่นนอนแต่เช้าและลุกออกจากห้องไปแล้ว ฉันจึงลุกขึ้นสวมใส่เสื้อผ้าเดินไปล้างหน้าแล้วเดินออกมาจากห้อง เห็นเหยียนเหล่ยกำลังนั่งดื่มน้ำชาและพูดคุยกับหญิงวัยกลางคนบุคลิกภูมิฐานครหนึ่ง
ซึ่งฉันจำได้ว่าผู้หญิงคนนี้คือภรรยาของท่านเสนาบดีขั้นสอง ฉันจึงทำความเคารพ นางใที่เห็นฉันเดินออกมาจากห้องพักของเหยียนเหล่ย จึงถามเหยียนเหล่ยทันทีว่าฉันเป็ใครทำไมจึงไปอยู่ในห้องพักของเขา เหยียนเหล่ยตอบว่าฉันเป็หญิงรับใช้คนใหม่ ยังไม่ว่างจัดเตรียมที่พักให้ จึงให้พักอยู่ในจวนไปก่อน
ฮูหยินต่งทำสีหน้าไม่ค่อยเชื่อที่เหยียนเหล่ยพูดสักเท่าไหร่นัก จึงอาสาจะพาฉันไปอยู่เรือนที่พักของหญิงรับใช้ที่จวนหลังใหญ่ แต่เหยียนเหล่ยบอกปัดว่าไม่เป็ไร เขาจะเป็คนจัดหาที่พักให้ฉันเอง แล้วก็เปลี่ยนเื่พูดคุยเื่อื่นแทน ฮูหยินต่งรู้ว่าเหยียนเหล่ยไม่้าให้ตนเข้ามาก้าวก่ายจัดการเื่ฉัน จึงไม่เซ้าซี้ต่อแล้วบอกอีกว่า
ฮูหยินต่ง : เ้าควรหาเวลาไปพบปะดื่มน้ำชากับพี่ชายของเ้าบ้าง จวนก็ไม่ได้อยู่ไกลกันเลย พี่ชายของเ้าถามหาเ้าอยู่หลายวันแล้ว
เหยียนเหล่ย : แล้วข้าจะไป ขอบคุณพี่สะไภ้ที่มาเตือน
ฮูหยินต่ง : ข้ากลับล่ะ อย่าลืมกินน้ำแกงที่ข้าตุ๋นมาให้ด้วยล่ะ
ฮูหยินต่งพี่สะไภ้มักจะมาเยี่ยมเยียนและปรุงอาหารบำรุงสุขภาพมาให้เหยียนเหล่ยที่จวนเป็ประจำ และมักจะมาเตือนเหยียนเหล่ยเวลาที่ผู้เป็พี่ชายถามหา เมื่อฮูหยินต่งเดินห่างจวนไปแล้วเขาจึงหันมาบ่นฉันที่ตื่นสายทั้งๆที่พูดเองว่าจะตื่นแต่เช้ามาชงน้ำชารอเขา
จากนั้นจึงหันไปเรียกหญิงรับใช้ที่รอรับคำสั่งอยู่หน้าจวนให้ยกอาหารเข้ามา ซึ่งเขาก็เรียกฉันให้ไปนั่งกินอาหารเช้าด้วยกันอีกตามเคย เมื่อเรากินอาหารเช้ากันเสร็จ เหยียนเหล่ยก็ลุกขึ้นแต่งตัวแล้วบอกว่าจะไปพบปะพูดคุยกับพี่ชายที่จวนใหญ่สักหน่อย ให้ฉันรออยู่ที่นี่ไม่ต้องติดตามไป ฉันจึงคิดจะพยายามเป็หญิงรับใช้ที่มีคุณภาพ จึงเดินไปหยิบไม้กวาดด้ามยาวมากวาดใบไม้ที่ร่วงหล่นอยู่ตรงทางเดิน
กวาดไปได้เพียงได้ครู่หนึ่งก็มีชายหนุ่มคนงานรีบวิ่งเข้ามาหาฉัน แย่งไม้กวาดไปแล้วพูดเหมือนรู้สึกผิดอย่างสุภาพอ่อนน้อมว่า เขาเพิ่งกวาดใบไม้หมดไป ถ้ามีใบไม้ร่วงลงมาอีกให้เรียกเขามากวาดเพราะเป็หน้าที่ของเขา พร้อมกับแนะนำตัวเองว่าชื่อ ฟูหลิว เป็คนงานของจวนฮุ่ยเฉิงคอยดูแลเก็บกวาดใบไม้หน้าจวนและบริเวณโดยรอบ เมื่อกวาดเสร็จก็จะอยู่แถวๆนี้คอยฟังเสียงนายน้อยเหยียนเหล่ยเรียกใช้
ฟูหลิวมองหน้ามองชุดที่ฉันสวมใส่แล้วถามด้วยความแปลกใจว่า ฉันเป็หญิงรับใช้มาใหม่ใช่หรือไม่ เหตุใดจึงดูสนิทสนมกับเหยียนเหล่ยกว่าหญิงรับใช้คนอื่นๆ ซึ่งฉันเองก็พูดไม่ได้ว่าฉันมีดอกท้อจากตำราหมื่นบุปผาอยู่ในตัวและยังแอบแซบกับนายน้อยของเขาอย่างถึงใจมาสองวันแล้วจึงสนิทสนมเกินกว่าหญิงรับใช้คนอื่นๆ จึงตอบไปแค่ว่าฉันต้องช่วยเหยียนเหล่ยดูแผนที่จึงสนิทสนมกัน
จากนั้นฉันก็เลี่ยงเดินกลับเข้าจวนไปนั่งๆนอนๆดูแผนที่ต่อ แต่ยังคงมองไม่เห็นอะไรผิดปกติในแผนที่ จึงหยิบตำราหมื่นบุปผามานั่งดีดหน้ากระดาษดูไปเรื่อยๆก็มองเห็นกิ่งท้อขยับเล็กน้อยมองดูคล้ายหน้าผาลางๆ ฉันตื่นเต้นมากแม้จะได้เบาะแสเพียงเล็กน้อยจนเก็บอาการไม่อยู่รีบวิ่งออกมาหน้าจวนมองหาเหยียนเหล่ยที่ยังไม่มีทีท่าจะกลับจากจวนเสนาบดีขั้นสอง
ฉันจึงนั่งรอเหยียนเหล่ยที่หน้าจวน ฟูหลิวที่ยังกวาดใบไม้ใบหญ้าอยู่แถวนั้นจึงเดินเข้ามาถามว่าฉันมีอะไรให้เขาช่วยหรือไม่ ฉันจึงตอบว่ากำลังรอเหยียนเหล่ยเพราะมีธุระบางอย่างต้องพูดคุยกับเขา ฟูหลิวจึงอยู่พูดคุยเป็เพื่อนฉันระหว่างรอเหยียนเหล่ย สักพักใหญ่ๆเหยียนเหล่ยก็เดินเข้ามาที่จวนเห็นฉันกับฟูหลิวพูดคุยกันอยู่ เขามองด้วยใบหน้าที่เรียบเฉยแต่มีแววตาครุ่นคิด
ฟูหลิวจึงรีบขอตัวแยกออกไปแล้วเดินหายไปทางด้านหลังจวน ฉันจึงบอกเหยียนเหล่ยว่ามีเบาะแสเพิ่มเติม รีบดึงปลายแขนเสื้อเขาให้รีบเดินตามเข้าไปในห้อง แล้วนั่งลงที่โต๊ะเขียนหนังสือบอกเขาว่าฉันมองเห็นหน้าผา และหยิบตำราหมื่นบุปผามาดีดหน้ากระดาษเร็วๆให้เขาดู
มี่จื่อ : คิดว่าตรงนี้ใช่หน้าผามั้ย?
เหยียนเหล่ย : เอ๊ะ?! ตรงนี้ดูเหมือนเป็ต้นท้อ ต้องเป็ผู้มีวรยุทธสูงจึงจะสามารถปีนขึ้นไปบนหน้าผาสูงชันได้โดยไม่เป็อันตราย
มี่จื่อ : แล้วหน้าผาอะไรมีต้นท้อขึ้นอยู่ด้วย มันจะขึ้นที่หน้าผาได้ยังไงกัน
เหยียนเหล่ย : ขึ้นได้สิ! ดอกท้อยังเบ่งบานบนตัวเ้าได้เลย ถ้าต้นท้อจะขึ้นบนหน้าผาทำไมจะไม่ได้ ขอให้ข้าชื่นชมดอกท้อที่สวยงามนี้อีกครั้งเถอะ
เหยียนเหล่ยขยับกอดหอมแก้ม และจูบซอกคอจนฉันเริ่มเคลิ้ม มือเขาเริ่มเลื่อนมาบีบคลำหน้าอกค่อยๆคลายคอเสื้อฉันออกกว้าง ฉันจึงฝืนใจไม่ยอมเคลิบเคลิ้มตาม แล้วบีบแก้มเขาแรงๆให้หยุดจูบ
มี่จื่อ : นี่แน่ะ! หยุดแตะต้องตัวข้าแบบนี้สักที
เหยียนเหล่ย : โอ๊ย! เจ็บนะ! ให้ข้าจูบเ้าหน่อยเถอะ ก่อนที่เราจะไปรายงานเื่นี้กับท่านอ๋องหก
มี่จื่อ : ข้าต้องไปด้วยรึ?
เหยียนเหล่ย : ใช่! เ้าอยู่จวนก็ชักชวนคนงานอู้งาน เ้าไปกับข้าน่ะดีแล้ว