อาทิตย์ยอแสง

    บทที่ 3 มุมที่แตกต่าง (2)

    ภาวินเดินตามไปอย่างงุนงงก่อนจะเห็นจินดาไปขอพยาบาลดูกล้องวงจรปิดภายในห้องที่รสากำลังนั่งอยู่คนเดียว“หมอเห็นตาของคุณรสายังดูเหม่อลอยอยู่นะคะ เรื่องที่คุณรสาพูดเหมือนหนังคนละม้วนกับที่หมอได้ฟังจากคุณอาของเธอ” หมอพูดเมื่อเห็นจินดากับภาวินกำลังดูกล้องวงจรปิดอยู่“ความจริงก่อนหน้านี้รสาเคยมีอาการแบบนี้มาหลายครั้งแล้ว เธอจะรู้สึกช็อกทุกครั้งเวลามีคนมารุมเธอ เธอเจอเรื่องเลวร้ายมาตลอดนะคะ สิ่งที่ทำให้เธอมีความสุขแทบจะนับนิ้วได้ด้วยซ้ำ” จินดาพูดขึ้นอย่างนั้น รสาที่ลุกขึ้นจากเตียงก็ทรุดลงบนพื้น ก่อนที่หัวของเธอจะโขกเข้ากับขอบเตียงอย่างแรงหลายครั้ง“อย่างนี้ใช่ไหมคะที่หมอเห็น” จินดาถามขึ้นพร้อมกับมองภาพตรงหน้านิ่ง“พยาบาล รีบไปดูคนไข้เร็ว” หมอหันไปสั่ง แต่จินดากลับรั้งแขนของหมอไว้“ตอนแรกเธออาจจะอยากฆ่าตัวตายจริงอย่างที่ทุกคนคิด แต่ตอนนี้เธอแค่ล้มเท่านั้น ตาของรสาไม่ค่อยดีค่ะ เวลาที่ เรามองตาเขาเลยรู้สึกเหมือนเขากำลังมองผ่านเราไปอย่างที่หมอเห็น รสาไม่ค่อยขยับตัวจนทุกคนคงจะกังวล เป็นเพราะเธอไม่คุ้นสถานที่เท่านั้น หมอรอก่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวเธอก็จะลุกได้เอง” จินดาบอกอย่างนั้น หมอเลยหยุดยืนมอง แต่ตอนนี้ก็มีพยาบาลเตรียมพร้อมอยู่หน้าห้องของรสาแล้วเหมือนกัน “รสาเขาเป็นคนน่ารักนะคะ เขาแค่ใช้คำพูดที่ถนอมน้ำใจคนไม่ค่อยเป็น คนเลยไม่ค่อยชอบเขาเท่าไร แต่ถ้าใครมาขอให้เขาช่วย เขาก็ช่วยไปหมด จนฉันต้องคอยเตือนอยู่บ่อย ๆ ว่าช่วยจนคนอื่นเคยตัวและสุดท้ายรสาจะลำบากเอง”ภาพที่ผ่านหน้าจอกล้องวงจรปิดภายในห้องก็เห็นรสาพยายามลุกขึ้น แต่มือดันไปดึงหมอนออกทำให้เห็นใบมีดเล็ก ๆ ที่วางอยู่ใต้หมอน ภาวินแปลกใจที่ใบมีดมันเข้าไปอยู่ในห้องนั้นได้ยังไง ส่วนหมอก็ทำท่าจะส่งสัญญาณให้พยาบาล“หมออยากเห็นความน่ารักของรสาเขาไหมคะ” จินดาถามขึ้นพร้อมกับมองภาพในหน้าจอนิ่ง หมอกับภาวินเริ่มมองจินดาอย่างแปลกใจรสามองซ้ายมองขวาก่อนจะถอดปลอกหมอนแล้วเอาใบมีดวางบนปลอกหมอนนแล้วพับไปพับมาก่อนจะเดินไปทางนอกห้อง แต่เพียงแค่เดินถึงประตูก็เหมือนจะชนเข้าขอบประตูที่เปิดอยู่จนจินดาร้องออกมาแทน“รสา!” จินดาเรียกคนที่ชนเข้ากับขอบประตูอย่างตกใจก่อนจะเดินออกจากห้องไปทางห้องพักที่เปิดอยู่ ทั้งหมอและภาวินมองกันอย่างงุนงงทั้งที่ก่อนหน้านี้จินดาไม่ตกใจสักนิด แต่ตอนนี้กลับตกใจยิ่งกว่าใบมีดในห่อผ้าซะอีก“รสาเจ็บไหม” เสียงจินดาดังขึ้น แต่ยังไม่แตะตัวของคนที่นั่งก้มหน้าอยู่ รสาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองว่าเป็นใคร“ฉันชอบห้องนี้มากกว่าโรงแรมที่เราไปพักนะ แต่ฉันอยู่ที่นี่จนเจ็บหัวไปหมดแล้ว อยากกลับบ้าน” รสาบอกอย่างนั้น จินดาก็หันไปมองหมอที่ส่ายหน้าปฏิเสธ“อยู่ต่ออีกสักหน่อยเถอะ แล้วน้าจะมาหาทุกวัน พรุ่งนี้จะทำข้าวผัดของโปรดกับวุ้นน้ำแดงมาฝาก” รสาได้ยินอย่างนั้นก็อดที่จะถอนหายใจออกมาไม่ได้“ป้าดูสิ มาอยู่นี่ไม่กี่วัน หัวแตกไปกี่รอบแล้ว กลับบ้านกันเถอะนะ” รสาบอกอย่างนั้นก่อนจะขยับไปจับแขนของจินดาเอาไว้ คนที่เลี้ยงมาตั้งแต่เธอยังเด็กรู้แล้วว่าเธอพร้อมให้ทำแผลแล้ว“อยู่ให้หมอเขาดูอาการก่อนน่ะดีแล้ว ให้พยาบาลเขาทำแผลก่อนนะ รสา” รสาพยักหน้ารับแกน ๆ แต่หญิงสาวก็นั่งกอดขาตัวเองไว้แน่น “ป้าเอาผ้าคลุมไหลมาให้หน่อยสิ ขนมิ้งก์สีน้ำตาลที่พึ่งซื้อมานะป้า จำได้ไหม” รสายังคงสั่งจินดายิ้มออกมาก่อนจะไปกระซิบภาวินที่ยืนดูอยู่ข้าง ๆ “กลัวน่ะ ไม่มีอะไรหรอก”ภาวินมองคนพูดที่ยิ้มให้อย่างแปลกใจ สั่งเสียงเรียบขนาดนั้น เขายังมองไม่เห็นความกลัวที่แสดงออกมาเลยสักนิด“เดี๋ยววันนี้จะเข้าไปหยิบมาให้ แล้วผ้าที่ให้น้าหอบหิ้วมาจากอิตาลี จะให้เอาไว้ที่ไหน” จินดาถามขึ้น“เอาไว้ที่ห้องตัดสิ บอกแล้วนี่ว่ากลับมาจากซัมเมอร์แล้วจะตัดชุดให้นทีกับธารา” รสาพูดบอกเสียงแผ่วลงพร้อมกับนิ้วเรียวที่เคาะไปบนขาช้า ๆ ในทีแรกกลับรัวเร็วขึ้น“นทีกับธาราบอกว่าไม่เอา ชุดที่รสาตัดให้ใครจะกล้าใส่ มีเธอรสาคนเดียวนั่นแหละที่กล้าใส่” จินดาพูดอย่างนั้น รสาก็ตวัดตาไปยังเป้าหมายทันที“เด็กพวกนี้ไม่รู้จักแฟชั่นหรือยังไง อย่าให้เจอตัวแล้วกัน” รสาพูดขึ้นอย่างหมายหัวเอาไว้จนจินดาเผลอยิ้มออกมา“สองคนนั้นอยากมาหารสาเหมือนกัน แต่โรงพยาบาลไม่ให้เด็กเล็กขึ้นมา ตอนนี้เลยรออยู่ร้านกาแฟในโรงพยาบาลกับน้าชัย” จินดาพูดอย่างนั้น รสาที่ทำแผลอยู่ก็เงยหน้าขึ้นมาก่อนจะหันไปมองหน้าหมอทันที“หมอ เอาไว้ค่อยคุยกับน้าจินดาพรุ่งนี้แล้วกันนะ น้ากลับไปได้แล้ว ปล่อยให้พวกนั้นรออยู่เป็นชั่วโมงได้ยังไงกัน พึ่งกลับมากันเหนื่อย ๆ ไปพักได้แล้ว”“ไม่เป็นไร เดี๋ยวน้าจัดการเรื่องของรสาให้เสร็จก่อน อุตส่าห์ให้พวกน้าพาเด็ก ๆ ไปเรียนซัมเมอร์ต่างประเทศแล้วยังให้น้ากับน้าชัยไปเที่ยวอยู่กับลูกอีก รอแป๊บเดียวไม่เป็นไรหรอก” จินดาพูด แต่รสากลับถอนหายใจออกมา“ฉันให้น้ากับน้าชัยไปทำงาน ไม่ได้ให้ไปเที่ยวเล่นสักหน่อย กลับไปได้แล้ว เด็ก ๆ จะได้กลับไปนอน ไม่ต้องห่วงฉันหรอก อยู่มาได้ตั้งหลายวัน ปกติเผลอเมื่อไรก็หนีกลับบ้านกันตลอดจะมาห่วงมา” รสาพูดขึ้น“ไม่เจ็บแล้วหรือยังไง” จินดาถามขึ้นพร้อมกับมองไปทางแผลที่ตอนนี้พยาบาลกำลังเอาผ้าพันแผลมาพันหัวไว้“เจ็บ แต่ทนได้ มันไม่เท่าที่เคยเจ็บมาหรอก” รสาพูดออกมาก่อนเสียงจะเบาลงในตอนท้าย ถึงแม้ใบหน้าของหญิงสาวจะเรียบเฉย แต่จินดากลับสังเกตเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดฉายชัดออกมา ถึงแม้จะเป็นเพียงเสี้ยววินาทีก็ตามจินดาเดินไปนั่งลงแทนที่พยาบาลที่หลบออกไปพร้อมอุปกรณ์ทำแผล จินดานั่งลงตรงหน้าหญิงสาวก่อนจะยื่นมือไปแตะมือบางที่กำลังเคาะขาตัวเองอยู่เบาอย่างเคยชินมากกว่าที่จะเจ้าตัวจะรู้ซะอีก“น้ากลับบ้านพาเด็ก ๆ กลับไปพักก่อน แล้วตอนจะนอนจะเล่านิทานให้ฟังด้วย” รสาพยักหน้าเบา ๆ เมื่อได้ยินอย่างนั้น “น้าพาไปส่งที่เตียงแล้วกัน แล้วพรุ่งนี้น้าจะมาหาใหม่”รสาค่อย ๆ ถูกประคองให้ลุกขึ้นก่อนที่จะมายืนตรงหน้าภาวินที่ยืนมองอยู่เงียบ ๆ“ถ้าไม่อยากมาก็ไม่ต้องมา เอาเวลาไปนั่งทำงานให้เป็นประโยชน์เถอะ ถ้าพวกนั้นสั่งให้มาก็โทรถามน้าจินดาก็ได้” รสาพูดจบอย่างนั้น จินดาก็หันไปมองหน้าภาวินที่คิ้วขมวดขึ้น รสาถูกจินดาสะกิดจนเธอหันไปมอง “มีอะไรป้า สะกิดอยู่ได้”“พูดจาไม่น่ารักเลยนะรสา ลมเขาอุตส่าห์มาเยี่ยม แค่ขอบคุณที่เขามาก็พอ ไม่ต้องขยายความประโยคอะไรแบบนั้น พวกน้าเข้าใจรสาพูด เพราะไม่อยากทำให้เขาเสียเวลา เอาเวลาไปทำในสิ่งที่เขาอยากทำดีกว่า แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะตีความแบบที่น้าเข้าใจ” รสามองจินดาสลับกับภาวินก่อนจะถอนหายใจออกมา“ไม่เป็นไรครับน้าจินดา ผมไม่ถือ” ภาวินพูดขึ้นอย่างเหนื่อยหน่ายใจ ถึงแม้ความหมายของประโยคที่จินดากับรสาพูดมันเหมือนกัน แต่ให้ความรู้ต่างกันลิบลับเลยทีเดียว“ขอบคุณ” ภาวินได้ยินรสาพูดออกมาอย่างนั้นก็หันไปมองคนพูดที่ยังคงมองหน้าเขาอยู่“หมายถึงผม?” ภาวินพูดราวกับต้องการหยั่งเชิง ถึงแม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายพูดถึงตัวเองก็ตาม“ทำไมเรื่องมากอย่างนี้นะ ขอบคุณนายนั่นแหละ ลม” รสาพูดออกมาอย่างเบื่อหน่ายก่อนจะพูดต่อ “ถึงแม้จะมีคนสั่งให้นายทำก็เถอะ”ภาวินที่กำลังจะพูดว่าไม่เป็นไร คำพูดพวกนั้นกลับถูกกลืนลงคอไป เพราะสุดท้ายเขาก็ไม่ได้ทำด้วยใจทั้งหมด แต่ทำเพราะถูกสั่งมาจริงอย่างที่รสาบอก“รสา เกือบดีอยู่แล้ว เราไปพูดเหน็บแนมเขาทำไม” รสามองหน้าป้าแก่อย่างเบื่อหน่ายก่อนจะหันไปทางหมอกับพยาบาลที่ยืนมองอยู่“หมอเอาป้าแก่ขี้บ่นออกไปได้แล้ว เมื่อไรจะหมดเวลาเยี่ยมสักที” รสาพูดขึ้นก็จะปัดมือจินดาออกมา แต่มันก็เพียงแค่ปัดออกเบา ๆ ไม่ได้รุนแรงหรือทำร้ายความรู้สึกอีกฝ่ายแล้วเดินไปทางห้องพักฟื้นเองโดยที่มีพยาบาลรีบเดินตามไป“รสาเป็นโรคนอนไม่หลับค่ะ บางครั้งเห็นเธอนอนนิ่ง ๆ แล้วหลับตา เธออาจจะไม่หลับก็ได้ ถ้าตอนกลางคืนเห็นเธอหลับอย่าไปถูกตัวเธอนะคะ เพราะเธออาจจะนอนไม่หลับอีก ปฏิกิริยาเธอค่อนข้างจะเร็วค่ะ แล้วพึ่งเกิดเรื่องอย่างนี้ เธอน่าจะฝันถึงเหตุการณ์ตอนเด็ก ๆ ค่ะ ถ้านิ้วเธอขยับอยู่เมื่อไร แสดงว่าเธอกำลังคิดอะไรบางอย่าง ถ้าขยับเบา ๆ ก็ปล่อยเธอไป แต่ถ้าเร็วจนเกิดไปต้องรีบเข้าไปคุยกับเธอให้รู้สึกตัวนะคะ แล้ว...”“ป้ากับลมกลับบ้านได้แล้ว อยากมานอนโรงพยาบาลด้วยกันหรือยังไง” รสาโผล่หน้าออกมาจากห้องพักฟื้นที่ตัวเองพึ่งจะเดินเข้าไป จินดาเลยหันไปดูพร้อมกับภาวินที่ยืนฟังเงียบ ๆ“สงสัยคงต้องกลับก่อนนะคะ พรุ่งนี้จะมาเล่าให้หมอฟังนะคะ” จินดาบอกอย่างนั้น

    “ได้ค่ะ” หมอบอกอย่างนั้น จินดากับภาวินก็ลาหมอก่อนจะเดินออกไป ไม่ใช่ภาวินไม่อยากกลับบ้านก่อนหน้านี้หรอกนะ แต่เขาถูกจินดาดึงไว้ตลอดเวลาจนจะกลับบ้านก็ไม่ได้อย่างนี้