บทที่ 3 บทบาทของไป๋ชิงเยว่
เมื่อความทรงจำของไป๋ชิงเยว่เลือนหายไป คนที่รับรู้และได้ััถึงเื่ราวเ่าั้อย่างผิงปิงเหอ ทำได้แค่ส่ายหน้าอย่างรู้สึกเอือมระอา
ผิงปิงเหอยังได้รู้อีกว่า หลังจากงานแต่งงานล่มเพียงแค่หนึ่งเดือนเศษ ครอบครัวของไป๋ชิงเยว่ก็ถูกล้อมด้วยกำลังทหารหลายนาย คนพวกนั้นมาพาตัวไป๋เหนียนอี้ซึ่งเป็พ่อของไป๋ชิงเยว่ไป โดยให้คำตอบว่าไป๋เหนียนอี้นั้น ได้ทำการทุจริตเงินของกองทัพ และหักหลังชาติจีน
เหตุการณ์ในตอนนั้นสร้างความตื่นกลัวให้กับสมาชิกในบ้านมาก ความหวาดระแวงใจยิ่งมากเข้าอีก เมื่อแม่ของชิงเยว่ที่เป็คนนอกกองทัพ...ก็ยังถูกพาตัวไปด้วยเช่นกัน ด้วยสาเหตุที่ว่า...ทางราชการได้ตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว ว่าคุณนายใหญ่ของบ้านมีส่วนรู้เห็นในการทำเื่ทุจริตของสามี แม้ว่าทหารยศนายพลอย่างไป๋เหนียนอี้และภรรยาจะปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
ทหารพวกนั้นก็ไม่ยอมอ่อนข้อและยืนยันที่จะเอาความให้จงได้
ทั้งพ่อทั้งแม่ถูกเอาตัวไปดำเนินการ ตามขั้นตอนทางกฎหมาย ไป๋ชิงเยว่ก็เริ่มฉุกคิดขึ้นได้ว่า...ในภายภาคหน้า ตัวของหล่อนเองก็อาจไม่ปลอดภัย มีความเป็ได้ว่าคนของราชการจะย้อนกลับมา
แล้วหากคนพวกนั้นย้อนกลับมาอีก แล้วพาตัวหล่อนไปอีกคน คงไม่พ้นว่าต้องอยู่รอให้ตัวเองตายเปล่าหรอกเหรอ!?
เพราะคิดได้แบบนั้น ไป๋ชิงเยว่เลยรีบเข้าไปเก็บของมีค่า ที่พอจะใช้ประทังชีวิตได้อีกนาน ใส่กระเป๋าหนึ่งใบ แล้วหนีออกจากบ้านให้เร็วที่สุด ในใจของชิงเยว่ในตอนนี้มีแต่ความหวาดระแวงเต็มไปหมด ทั้งตื่นกลัว และคิดฟุ้งซ่านสารพัด
ขณะที่หล่อนจ้องจะหนีออกจากคฤหาสน์หลังใหญ่ราววิมานดินอย่างหน้าตาตื่น พวกคนสวน และแม่บ้านต่างก็พากันหนีตายจ้าละหวั่น ก่อเป็ความโกลาหลในบ้าน ผิดไปจากน้องชายต่างมารดา ที่ยังนั่งทำหน้าอมทุกข์อยู่หน้าบ้านอย่างหมดอาลัยตายอยาก
"นี่ จะรอให้คนพวกนั้นมาเอาตัวไปด้วยอีกคนหรือไง"
แม้ว่าตัวไป๋ชิงเยว่จะวิ่งผ่านหน้าไปแล้ว ก็ยังอุตส่าห์มีใจเมตตา...เดินย้อนกลับมาฉุดตัวเด็กชายให้อยู่ติดมือ แล้วหมายมุ่งพาหนีไปด้วยกัน แม้ว่าไป๋จือเถียนจะไม่ใช่น้องชายแท้ ๆ แต่ก็เคยอาศัยอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน แถมอายุเพียงแค่เจ็ดขวบเศษเท่านั้น ถือว่ายังเด็กอยู่มาก จะใจจืดใจดำปล่อยไว้ที่นี่คนเดียวคงไม่ใช่เื่ดีแน่
ไป๋จือเถียน คือบุตรชายที่เกิดจากไป๋เหนียนอี้กับสาวใช้ในบ้าน เ้าเด็กชายตัวเล็กไม่ได้มีบทบาทในบ้านใหญ่สักเท่าไหร่ เพราะมีสถานะเป็เพียงลูกนอกสมรส ยิ่งแม่ยังเป็แค่สาวใช้ในบ้าน ผู้เป็มารดาเลยได้แต่สอนให้ลูกชายรู้จักเจียมเนื้อเจียมตัวเข้าไว้ แม้จะเป็ลูกชาย แต่ไม่ใช่ลูกของนายหญิงใหญ่ ทางที่ดีควรอยู่ให้ถูกที่ย่อมดีกว่า
แม่ของไป๋จือเถียนมีชื่อว่า เถาลี่ หล่อนเป็ผู้หญิงที่มีนิสัยใจคอดี นอกจากหน้าตาอ่อนเยาว์กว่าวัยเหมือนสาวแรกรุ่น บุคลิกก็ยังสุภาพอ่อนโยนราวบ่อน้ำนิ่งที่ไม่มีโคลนให้ขุ่นมัว
ผิดกับนายหญิงใหญ่ของบ้าน ที่เป็ผู้หญิงปากจัด บุคลิกโผงผางตรงไปตรงมา อย่างนั้นจึงไม่แปลกใจที่ไป๋เหนียนอี้จะคว้าหญิงรับใช้ในการปกครองมาเป็เมีย กระทั่งมีลูกชายด้วยกันหนึ่งคน อย่างไป๋จือเถียน
แม้ว่าแม่ของไป๋ชิงเยว่ผู้เป็นายหญิงใหญ่ของคฤหาสน์จะไม่ชอบหน้าเถาลี่ เพราะเหมารวมไปเองว่า...เถาลี่เป็คนช่างเอาอกเอาใจและช่างประจบสอพลอ วัน ๆ เอาแต่ทำตัวน่าสงสาร เจียมตัวเสียจนดูเหมือนคนเสแสร้ง ทำหน้าตาคล้ายกับว่าทุกข์ใจหนัก คงหวังเรียกร้องความสนใจจากสามีคนอื่นนะสิท่า!
สาวใช้คนหนึ่งอย่างเถาลี่คงวาดฝันไว้ว่า ตนเองจะได้ขึ้นมาเชิดหน้าชูคอ เป็นายหญิงรองของบ้านตระกูลไป๋เหมือนอย่างที่มันควรจะเป็ แต่มารยาตบตาชายอย่างนี้ คนเป็สามีคงมองไม่ออก แต่หล่อนที่เป็ผู้หญิงด้วยกัน แน่นอนว่ามองออกได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
ไป๋ชิงเยว่แม้จะเอาแต่ใจไปบ้าง แต่หล่อนไม่ใช่คนเ้าคิดเ้าแค้น และเก็บเอาเื่เล็กน้อยไปขบคิดให้เปลืองสมอง วัน ๆ หล่อนเอาแต่คิดเื่รัก ๆ ใคร่ ๆ กับการประจบพ่อของตัวเองก็เท่านั้น ไม่มีเวลามาสนใจเื่ของแม่ตัวเอง ว่าจะไม่ชอบสาวใช้ที่ชื่อเถาลี่อะไรนั่นหรอกนะ ขอเพียงแค่เถาลี่ไม่มายุ่งวุ่นวาย หรือสร้างความไม่พอใจให้ชิงเยว่ก่อน ชิงเยว่ก็ไม่นึกจะเก็บเื่ของหล่อนมาใส่ใจ
หนึ่งปีก่อนหน้านี้เถาลี่มีอาการเจ็บป่วยเป็ระยะ ประจวบกับมีโรคประจำตัวเดิมซึ่งเป็โรคหัวใจ ยามเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมาแต่ละครั้ง ก็มักจะเป็หนักกว่าคนทั่ว ๆ ไป
อยู่มาวันหนึ่งเถาลี่เกิดหัวใจวายเฉียบพลันและเสียชีวิตลงกะทันหัน เ้าเด็กไป๋จือเถียนที่เป็เด็กติดแม่ ก็แทบจะตรอมใจตายตาม มีสภาพเหมือนลูกนกวัยหัดบิน ที่ร่วงลงมาจากน่านฟ้าอันกว้างใหญ่ จนมีสภาพสะบักสะบอม ปีกหัก ไร้ที่พึ่งพิง จึงทำให้เด็กชายมีพฤติกรรมการเป็อยู่ที่แปลกตาไป
พอไป๋เหนียนอี้สังเกตเห็นความผิดปกติของลูกนอกสมรสได้ เลยขอให้ชิงเยว่ช่วยใจกว้างกับจือเถียนหน่อย ถือซะว่าเป็เื่ที่ผู้เป็พ่อขอแลกเปลี่ยนก็แล้วกัน แน่นอนว่าหากชิงเยว่รับปาก ไป๋เหนียนอี้จะเป็คนพาลูกสาวคนสวยไปเรียนขี่ม้าที่ค่ายทหารด้วยตัวเอง
เพราะไป๋ชิงเยว่เคยพูดไว้ว่า...คุณหนูบ้านเจียงเอาเื่ที่หล่อนขี่ม้าเก่ง ไปคุยโวกับกลุ่มเพื่อนอย่างสนุกปาก ตอนนั้นชิงเยว่รู้สึกน้อยหน้าขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล ถึงได้เก็บเอาความน้อยหน้าเ่าั้ กลับมาขอร้องพ่อเพื่อให้พาตนเองไปเรียนขี่ม้าให้ได้แบบนั้นบ้าง
แต่ไป๋เหนียนอี้กลับให้คำตอบว่า...
ไป๋ชิงเยว่ลูกสาวของพ่อเป็ผู้หญิงที่สวยสง่าและอ่อนหวาน การขี่ม้าอันตรายเกินไป ไม่เหมาะกับผู้หญิงอย่างลูกเลยสักนิด การขี่ม้าควรปล่อยให้เป็หน้าที่ของพวกผู้ชาย หรือไม่ก็เป็หน้าที่ของพวกผู้หญิงที่ก๋ากั่นอะไรทำนองนั้นเสียมากกว่า ผู้หญิงที่สะสวยอย่างชิงเยว่นั้นควรพูดเื่เครื่องหน้าเครื่องผม ไม่ใช่มาให้ความสำคัญกับการขี่ม้าแบบนี้
อีกอย่างไป๋เหนียนอี้มีลูกสาวเพียงคนเดียว ม้าในกองทัพ...ทั้งตัวใหญ่ มีแรงเยอะและอันตราย หากลูกสาวที่เป็ดั่งเพชร ทั้งยังเป็แก้วตาดวงใจของบิดา เกิดาเ็หรือเป็อะไรขึ้นมา ไป๋เหนียนอี้คงไม่ให้อภัยตัวเอง
ครั้งนั้นเมื่อคุณหนูไป๋ชิงเยว่ไม่ถูกตามใจ มิหนำซ้ำแล้ว คุณพ่อ...ยังงัดเอาสารพัดเหตุผล มาคัดค้านเื่ที่ลูกสาวร้องขอ จึงไม่แปลกที่ชิงเยว่จะโกรธเคือง และไม่สนิทใจที่จะพูดกับคนเป็พ่ออีก หล่อนไม่ยอมคุยกับไป๋เหนียนอี้ไปหลายวัน กระทั่งไป๋เหนียนอี้เป็คนเข้าหา และเริ่มพูดคุยกับหล่อนก่อนนั่นแหละ ความสัมพันธ์ของพ่อลูกคู่นี้ ถึงได้กลับมาเป็ปกติ
ก็ในเมื่อคุณพ่อยอมมาง้อหล่อน และออกปากว่าจะให้หล่อนเรียนขี่ม้าตามที่ตั้งใจ แถมจะเป็คนพาไปสนามค่ายด้วยตัวเอง ไป๋ชิงเยว่จึงหยิ่งผยองในตัวเองเข้าไปใหญ่
หล่อนรับปากว่า...จะทำตัวใจกว้างกับจือเถียนอย่างที่พ่อขอ...
ั้แ่วันนั้นเป็ต้นมา ไป๋ชิงเยว่ก็เริ่มเข้าหาไป๋จือเถียนก่อน คอยสอนให้เด็กน้อยอ่านหนังสือเป็ ทั้งยังสอนให้จือเถียนรู้จักร้องเพลง และยังสอนระเบียบการเข้าสังคมให้อีก ว่าควรจะวางตัวอย่างไรบ้างหากอยู่ต่อหน้าแเื่
สองพี่น้องต่างมารดาใช้เวลาร่วมกันในการทำเื่ต่าง ๆ อยู่แรมเดือน