[mini story] มิ้วชีวิตของสาวน้อยหลงตัวเอง (หวังสูงตกลงมามันเจ็บหนักนะ)
[มิ้ว talk]ฉันเคยเป็นดาวของโรงเรียน พวกผู้ชายชอบฉัน พวกผู้หญิงก็อยากจะเป็นเพื่อนกับฉัน ตัวฉันมีดีทั้งหน้าตาที่น่ารัก รูปร่างที่บอบบาง ผลการเรียนก็ดี นิสัยก็เป็นมิตร ฉันมักจะถูกพูดถึงในทางที่ดีเสมอ คนที่ไม่ชอบฉันมันก็คงจะมีอยู่บ้างแหละ แต่อย่างน้อยพวกนั้นก็ไม่เคยแสดงท่าทีเกลียดฉันแบบออกนอกหน้าในสมัยเด็ก ฉันต้องย้ายโรงเรียนมาตอนป. 5 เพราะเป็นการย้ายแบบกะทันหัน เพื่อนร่วมห้องจึงค่อนข้างให้ความสนใจฉันมาก และด้วยความที่ว่าฉันน่ารัก พวกรุ่นพี่ก็เลยสนใจฉันด้วย แต่ฉันในตอนนั้นไม่ได้สนใจอะไรแบบนั้นเลย เรียกว่าซื่อบื้อไม่รู้เรื่องอะไรเลยก็ไม่ผิดหรอกสภาพแวดล้อมในเวลานั้นไม่ได้เลวร้าย แต่ในห้องเรียนมีเด็กลูกครึ่งคนหนึ่งที่มักถูกรังแกเสมอ ใบหน้าเปื้อนน้ำตาของเขาในตอนนั้นทำให้ฉันเผลอเข้าไปขวางเด็กผู้ชายที่ตัวโตกว่าตัวเอง“หยุดนะ... การกลั่นแกล้งน่ะเป็นสิ่งที่ไม่ดีนะ...”“หา?”“อยะ-อย่าทำอีกเลย...เขาจะเจ็บนะ”เด็กเกเรของห้องในตอนนั้นชื่อว่าบูม เขาดูเป็นเด็กอารมณ์ร้อนแต่ก็เป็นเด็กที่เก่งทั้งการเรียน กีฬา รวมถึงเป็นที่เอ็นดูของอาจารย์ ตอนที่ฉันพุ่งเข้าไปขวาง มือของเขาอยู่ห่างจากข้างแก้มฉันไม่ถึงหนึ่งไม้บรรทัดด้วยซ้ำ“เหอะ วันนี้จะปล่อยไปก่อน ถ้าเข้ามาขวางอีกระวังจะเจ็บตัวล่ะ”“...อะไรกัน...ใจดีนี่นา”...ถึงปากจะพูดจาใจร้ายแต่ท่าทางไม่ใช่เลย เขาดูอ่อนโยนกว่าที่ฉันคิดเยอะ...“...เอ่อ...บูมฉันชื่อมิ้วนะ...เราเป็นเพื่อนกันได้มั้ย?”“ใครจะไปเป็นเพื่อนกับเธอยัยโลกสวย ถ้ายังเข้ามายุ่งกับฉัน ฉันจะแกล้งเธอแทนไอ้หมอนั่นจริงๆ ด้วย”“แต่เธอก็ไม่แกล้งฉันนี่?”ด้วยความที่บูมดูเป็นคนใจดีกว่าที่คิด ทั้งยังหน้าตาดีและเป็นคนเก่ง ฉันเลยอยากเป็นเพื่อนกับเขา แม้ว่าแรกๆ ฉันจะโดนเขาเมิน แต่เขาก็ไม่เคยใจร้ายกับฉันแบบที่ปากว่าสักที...“มิ้ว วันนี้ก็น่ารักนะ”“ขอบคุณนะ เธอก็น่ารักเหมือนกัน อ๊ะ บูม มอนิ่งนะ ทำการบ้านเสร็จรึยัง?”“กินข้าวกลางวันแล้วเหรอ?”“กลับบ้านดีๆ นะ”ในขณะฉันเริ่มสนิทกับเพื่อนทุกคนในห้อง ฉันก็ยังคงพยายามเข้าหาบูม ใช้เวลาเกือบปีกว่าที่บูมจะเปิดใจยอมคุยกับฉันดีๆ เหมือนที่เพื่อนคนหนึ่งเขาทำกัน เพื่อนในห้องแปลกใจใหญ่เลยล่ะที่บูมดูไม่ใจร้อนหรืออวดเบ่งแบบที่แล้วๆ มา ทั้งยังพูดกับฉันดีๆ ตลอดอีกด้วย“...เธอด้วย กลับดีๆ ล่ะมิ้ว”“อื้อ เจอกันพรุ่งนี้นะ!”...“บูม เป็นอะไรรึเปล่าสีหน้าดูไม่ค่อยดีนะ?”“เปล่า ไม่ได้เป็นอะไร”คาบเรียนพละวันหนึ่งบูมมีท่าทางดูอมทุกข์ ไม่พูดไม่จายิ่งกว่าที่เคย แต่เมื่อถามแล้วไม่ตอบฉันก็ไม่อยากจะเซ้าซี้ให้มากความ เดี๋ยวจากเป็นห่วงจะกลายเป็นยุ่งไม่เข้าเรื่องแทน“งั้นเหรอ งั้นไปกินข้าวกลางวันกันเถอะ”“นี่มิ้ว เป็นไปได้รึเปล่าว่าคนๆ นึงเกิดมาแล้วจะไม่มีใครต้องการ?”“หืม?”“ไม่มีอะไร ถามไปงั้นแหละ?”ฉันไม่รู้หรอกว่าอยู่ๆ ทำไมบูมถึงถามคำถามยากๆ ที่ฟังดูแล้วน่าเศร้า แถมสีหน้าของบูมก็ดูเหงามากอีกด้วย ฉันทำหน้าคิดหนักไม่รู้วาควรจะพูดยังไง แต่แล้วก็พูดไปตามที่เคยได้ยินด้วยรอยยิ้ม หวังว่าหน้างอๆ ของบูมจะมีรอยยิ้มตามขึ้นมาบ้าง“ฉันไม่คิดหรอกว่าคนเราเกิดมาแล้วจะไม่มีใครต้องการน่ะ หม่าม๊าเคยบอกว่าทุกคนมีเหตุผลที่ได้เกิดมาหรืออะไรสักอย่างเนี่ยแหละ”“...”“ถ้าบูมไม่มีใครต้องการ มิ้วจะต้องการบูมเอง แต่อย่างบูมน่ะไม่มีทางไม่มีใครต้องการหรอกเนอะ”...บูมเหมาะกับหน้าหยิ่งๆ เชิดๆ มากกว่า มาทำหน้าเหงาแบบนี้ไม่เหมาะกับบูมหรอก...“มิ้วน่ารักที่สุดในโรงเรียนแล้ว เด็กใหม่เข้ามายังสู้ไม่ได้เลย”“ไม่หรอกน่า รุ่นพี่น่ารักๆ เยอะแยะ”พอขึ้นม.ต้น เพราะมีบูมคอยสปอยล์ คอยดูแลฉันอยู่ตลอดตั้งแต่ป.6 เลี้ยงขนม เลี้ยงน้ำ เลี้ยงข้าว ค่าขนมที่เหลือฉันถึงได้เอาไปดูแลตัวเอง เรื่องเรียนก็ไม่เครียดเพราะคอยติวกับบูมอยู่เรื่อยๆ กลายเป็นที่รักของเพื่อนเต็มตัว ไม่มีใครกล้าขัดใจฉันเพราะทุกคนยังเกรงๆ บูมอยู่ พวกอาจารย์ก็เอ็นดู เป็นชีวิตในโรงเรียนที่สุดจะดีย์~“มิ้ว เย็นนี้ไปกินชาบูกันมั้ย?”“เอ๋...คือแบบว่า...”“ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง”“งั้นไปก็ได้ ขอบคุณนะ”ฉันยิ้มกว้างให้บูม จากที่ตอนแรกแค่ค่าไอติมยี่สิบบาทฉันยังตั้งใจจะคืนและยังบ่นอยู่เนื่องๆ ว่าให้เขารู้จักประหยัด กลายเป็นว่าเดี๋ยวนี้สองสามร้อยก็โดนอีกฝ่ายเลี้ยงจนเป็นเรื่องปกติแล้ว...ความเคยชินช่างน่ากลัว จากที่เคยคิดจะเลิกเบียดเบียนบูม แต่พอเงินในกระเป๋าตังตัวเองมันลดลงไปเพราะเรื่องที่ปกติไม่ต้องเสียตังเองมาทั้งปีก็รู้สึกแปลกๆ แล้วฉันก็ปล่อยให้บูมเลี้ยงอยู่ร่ำไป...เซ็ทเด็กที่ฉันเคยช่วยไว้เมื่อก่อนดูสกปรกและผอมแห้ง ไม่มีส่วนไหนน่ามองนอกจากดั้งโด่งๆ และสีตาสวยๆ นั่น ฉันเริ่มไม่อยากเข้าใกล้เขานักเลยเว้นระยะห่างออกมาหน่อย กะว่าถ้าไม่บังเอิญเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์จริงๆ ก็จะไม่ยื่นมือเข้าไปช่วยแล้ว...ก็บูมชอบแกล้งเด็กคนนั้นนี่ ถึงบูมจะไม่ว่าที่ฉันทำตัวใจดีกับเซ็ท แต่ฉันไม่อยากให้บูมไม่ชอบฉันเพราะไปขวางเขาบ่อยๆ หรือทำให้เขาเข้าใจผิดว่าฉันชอบเซ็ทหรอก“มิ้ว เป็นแฟนกันนะ”“...เอาจริงเหรอบูม ฉันไม่ใช่ลูกคุณหนูนะ”“เราชอบมิ้วมาตลอดเลย มิ้วที่เป็นมิ้วน่ะดีแล้ว” บูมว่าพลางยิ้ม เขาจับมือฉันแน่นมาก เรายืนใกล้กันจนได้ยินเสียงหัวใจ “เราจะดูแลมิ้วเองนะ”“เว่อร์น่ะบูม”บูมจูบฉัน มันเป็นจูบแรกในชีวิต แต่มันรู้สึกอบอุ่นมากๆ หัวใจฉันเต้นแรงยังกับจะระเบิด ด้วยความเขินอายฉันก็ฟาดมือลงบนแผ่นอกหนาไม่ยั้ง“คนลามกๆๆๆ”“ก็เคลิ้มไม่ใช่รึไง”“ตาบ้า!”...“เป็นแฟนกันแล้วเหรอ ดีใจด้วยนะ”“เหมาะสมกันมากเลย บูมก็หล่อมิ้วก็สวย ควรคู่กันมากๆ ไม่มีใครเหมาะสมกันเท่านี้อีกแล้ว นี่ก็ลุ้นมานานว่าเมื่อไหร่จะคบกันสักที”“ฮ่าๆ ขอบใจนะ”“เลิกกับบูมแล้วบอกเรานะ จะดามใจให้”“แฟนกูไอ้สัด”ไม่ว่าใครก็ว่าเธอกับฉันเหมาะสมกันจะตาย ในขณะที่พวกผู้หญิงเสียดายบูม พวกผู้ชายก็เสียดายฉัน...“ไอ้เหี้ยลูกครึ่งนั่นชอบเธอนะมิ้ว!”“เอาน่าบูม ไม่เป็นไรหรอก ยังไงฉันก็มีแค่เธออยู่แล้วนะ”“เธอไม่น่าน่ารักขนาดนี้เลย คนชอบเธอเยอะไปแล้ว ฉันหวง”“บูมต้องภูมิใจสิที่มีแฟนน่ารักอ่ะ โอ่เอ้ๆ ไม่ทำหน้าบึ้งๆ มิ้วมีบูมคนเดียววววว”เป็นแฟนบูมอะไรๆ ก็ดี เสียอย่างเดียวคือเขาเป็นคนขี้หึงไปหน่อย ซึ่งจุดนี้ฉันก็คงจะแก้อะไรไม่ได้ ได้แต่พยายามทำให้เขามั่นใจว่าฉันจะมีแค่เขา และไม่มีวันเปลี่ยนใจ ตราบใดที่เขายังดีต่อฉันแบบนี้บูมมักจะอารมณ์เสียยามมาโรงเรียนบ่อยๆ แต่เขาไม่เคยใช้อารมณ์กับฉัน เท่าที่สังเกตบูมจะหาเวลาตีตัวออกห่างจากฉันแล้วไปแกล้งเซ็ทซะมากกว่า ซึ่งถ้าเขาไม่อยากให้เห็นตอนเขาระบายอารมณ์ฉันก็จะไม่เข้าไปยุ่ง และเมื่อเขาไม่คิดจะเล่าว่าทำไมถึงอารมณ์ไม่ดี ฉันก็จะไม่ถาม“บูม ฉันอยากไปเที่ยวสวนสนุกล่ะ”“เอาสิ แล้วการบ้านล่ะ มิ้วไม่เก่งศิลปะนี่จะเสร็จทันเหรอ?”“เสร็จแล้วล่ะ” ...ให้หัวหน้าห้องทำให้ล่ะนะ วิชาพื้นๆ เสียเวลาทำนานแถมไม่ได้ความรู้อะไร ฉันไม่อยากทำเองนี่นา“เก่งมากๆ งั้นไปกัน”...“วันหยุดนี้เราไปเที่ยวไหนกันดีล่ะ ฉันขอแม่ไว้แล้วว่าจะไปเที่ยวกับเพื่อน บูม...บูมฟังอยู่รึเปล่า?” ฉันว่าเสียงเหวี่ยงเมื่อทุกอย่างที่พูดไปกลายเป็นหมัน“หะ...อ๊ะ วะ-ว่าไงนะ โทดที ฉันไม่ได้ฟังเลย”“โธ่ บูมล่ะก็ สนใจกันหน่อยสิ”“โทษทีๆ พูดใหม่อีกรอบสิ”เป็นช่วงเวลาหนึ่งที่นานทีเดียวที่บูมทำหน้าเครียดตลอดและแทบจะไม่สนใจฟังสิ่งที่ฉันพูด ฉันไม่รู้ว่าเพราะมีเรื่องกวนใจหรือเขารักฉันน้อยลงรึเปล่า ฉันเลยมอบครั้งแรกให้กับเขา...มันทั้งเจ็บและรู้สึกดี บูมอ่อนโยนมาก แต่ในใจฉันไม่รู้ว่ากำลังดีใจหรือเสียใจกันแน่ แต่ทว่าอย่างน้อยๆ หลังจากนั้นเขาก็ดีกับฉันเหมือนเดิม“บูมรักมิ้วนะครับ”“...มิ้วเอง...ก็รักบูมนะ...”...บูมยังคงคอยดูแล คอยตามใจ แต่มันก็น้อยลงเรื่อยๆ บูมยังบอกว่ารักฉันเหมือนเดิม แต่การกระทำกลับน้อยลงเรื่อยๆ ฉันเคยคิดว่าฉันรักบูมที่เป็นบูม แต่ตอนนี้เริ่มไม่มั่นใจแล้วว่าฉันรักในความสุขสบายที่บูมปรนเปรอให้ตลอด หรือรักที่ตัวบูมเองกันแน่...นับวันความไม่พอใจในตัวบูมก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น อะไรที่เคยได้ก็ไม่ได้ นอกจากคำพูดแล้วบูมแทบไม่ให้อะไรฉันอีก ฉันมักจะได้รับโดยไม่ต้องร้องขอ ก็เลยไม่คิดจะเป็นฝ่ายขออะไรฉันเริ่มตีตัวออกห่างบูมมากขึ้น แต่แล้วเขาก็ยังเหมือนเดิม ไม่คิดจะมาขอคืนดีอะไรจนฉันแทบหมดความอดทนจนกระทั่งขึ้นม.ปลาย เด็กที่เคยโดนแกล้งมาตลอดอย่างเซ็ทก็ดูดีขึ้นผิดหูผิดตา หล่อจนบูมยังต้องยอมหลบ แถมยังจะกำลังเดบิวต์เป็นศิลปินอีกต่างหาก ทั้งดูดีมีความสามารถ ถ้าไปรุ่งก็คือเงินเข้าเต็มๆ น่าสนใจกว่าบูมที่มีดีแค่บ้านรวยแต่ตัวเองยังทำอะไรไม่ได้เยอะ...ตัดสินใจได้แล้ววาว่าฉันจะหาทางเลิกกับบูมแล้วมาจับเซ็ทแทนดีกว่าผู้หญิงที่ดีที่สุดแบบฉันก็ต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเองสิ ถ้าคบกับเซ็ทที่โด่งดัง ฉันก็จะกลายเป็นที่สนใจ ไม่แน่ว่าอาจจะได้เป็นสตาร์ด้วยก็เป็นได้คืนนั้นฉันคิดว่าควรบอกเลิกบูมยังไงเขาถึงจะไม่เจ็บมาก ภาพลักษณ์ฉันจะไม่เสีย และเซ็ทจะยังสนใจฉันแบบเมื่อก่อนหรือเปล่า ถ้าจะเป็นฝ่ายเข้าหาควรจะทำยังไงดี คิดสระตะวาดฝันไปไกลแล้วว่านักเรียนทั้งโรงเรียนจะต้องอิจฉาที่ฉันมีแฟนหนุ่มลูกครึ่งสุดหล่อ...อ๊า ชีวิตในโรงเรียนที่แสนเพอร์เฟ็กต์ของฉัน...
------------------------------เขียนมาให้ด่ามิ้วเล่นๆ ถถถถ //แมวแจ้งไว้แล้วเน่อว่าขอเวลาก่อนขึ้นเล่มห้านิดหน่อย จริงๆ ตอนนี้จะมาลงให้เมื่อวาน แต่แมวยังไม่ได้กลับบ้าน มาอยู่หอเพื่อนเปลี่ยนบรรยากาศ แต่เน็ตหอห่วยแตกมาก คือใช้เน็ตเพื่อนทั้งวันจนสมัครเน็ตใหม่ก็ได้ (พึ่งสมัครมะเช้า) //ซิมเติมเงินสมัครเน็ตมันแพงงง แล้วเน็ตกระโหลกโปกมากเลย หัวร้อนนน //ที่ตอบเม้นต์ช้าก็เพราะเน็ตกากอีกนันแหละ เล่นได้ห้านาทีแต่หลุดทีครึ่งวันถ้าทันและเน็ตไหววันนี้เจอตอนพิเศษกันอีกตอน บอกล่วงหน้าว่าต้องทำใจก่อนอ่าน (ถ้าได้อ่าน) แฮร่