วางแผนและเตรียมการออกจากบ้านิ
ไม่มีประโยคตอบกลับมาจากอีกฝ่าย ิอี้หลินส่งยิ้มให้เขาอย่างเป็มิตร
"กินได้ไม่ต้องเกรงใจ กินคนเดียวไม่หมดหรอก แบ่งกันๆ" เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่สดใจ
"อืม ขอบคุณครับ" ิอี้หลินให้มีดเล็กๆของเธอหันไก่ย่างส่งให้กับเขา เขารับมาถือไว้แต่ยังไม่กิน
"จริงสิสหายมีชื่อว่าอะไร ฉันชื่อ อี้หลิน แซ่ิ" ิอี้หลินเอ่ยแนะนำตัว อย่างน้อยก็จะได้รู้ชื่อกันเอาไว้ มันเป็ประโยคสนทนาขั้นพื้นฐานเลยก็ว่าได้
"ชื่อเชียวหรง แซ่สุ่ย" เขาเอ่ยตอบกลับมา ิอี้หลินส่งยิ้มให้กับเขา
"ยินดีที่ได้รู้จักสหายสุ่ย" ตอนนี้เธอยังไม่สนิทสนมกับเขา เธอจะเรียกชื่อเขาไม่ได้ งื้อ..พี่เชียวหรงของน้องหลิน ในใจเธอร่ำร้องด้วยความดีใจ เป็เขาคนนี้อย่างแน่นอน
แค่สบตาก็รู้ว่าเขาคือคนที่ใจ มีเพียงใจที่ส่งถึงใจ สายใยของพรหมลิขิตของเราสองคน เธอได้แต่บอกด้วยเองด้วยความยินดีปรีดา
"ยินดีที่รู้จักเช่นกันสหายิ" จากนั้นก็ไม่มีบทสนนาระหว่างเราสองคน ไก่หนึ่งตัวถูกกินจนหมดเกลี้ยงเหลือแต่กระดูก
อยู่ๆอีกฝ่ายก็ยื่นอะไรบางอย่างมาให้กับิอี้หลิน เธอมองดูพบว่ามันคือไก่ป่า คงจะเป็ไก่ป่าที่ชายหนุ่มล่าได้ จะว่าไปสามีของเธอในร่างนี้ก็ดูดีมากจริงๆ
เขาสูงโปร่ง น่าจะสูง 185 เห็นจะได้ ใบหน้าคมดูมีเสน่ห์ ผิวขาวเหลือง ติดที่ร่างนี้จะดูผอมไปนิดหน่อย แต่ไม่เป็ไหร่เมื่อเขาแต่งงานกับเธอ เธอจะขุนเขาเอง
"สหายิ คุณรับไปนะครับ" เขาเอ่ยออกมา เพราะเธอเอาแต่มองเขาไม่ยอมรับไก่ป่าที่เขายื่นมาให้ อี้หลินเลยยื่นมือไปรับมา ใจจริงเธอไม่อยากรับแต่เขากินไก่ที่เธอย่าง เขาคงอยากจะตอบแทน เธอเลยจำใจรับมาเพราะแววตาจริงจังของเขา
"มันจะดีหรอ ไก่ตัวนี้คุณล่ามา" อี้หลินบอกกับเขา เธออยากให้เขาเอากลับไปทำอาหารเย็นที่บ้าน เขาจะได้กินเนื้อ
"ไม่เป็ไหร่ครับ ผมยังมีอีกสองตัว ถือเสียว่าเป็ค่าตอบแทนที่สหายิให้ผมกินไก่ย่าง" เขาเอ่ยออกมา เธอเลยเก็บใส่ป่าตัวนั้นใส่ตระกร้าเอาไว้เอง
"สหายสุ่ยเก่งจังเลย ล่าไก่ป่าได้ตั้งสามตัว" อี้หลินเอ่ยชมเขา ไก่ป่าใช่จะหาล่าได้ง่ายๆ ยิ่งในฤดูหนาวด้วยแล้วสัตว์ป่ามักจำศีลไม่ค่อยออกมาหาอาหาร
"วันนี้ผมแค่โชคดี อากาศอุ่บอุ่นขึ้นพวกมันเลยออกมาหาอาหาร" สุ่ยเชียวหรง บอกกับหญิงสาว ช่างเป็การสนทนาที่ไม่ทำให้เขาอึกอัดใจ ปกติแล้วเขาเป็คนไม่ค่อยพูด เป็คนเงียบๆ นิ่งขรึม แต่กับหญิงสาวตรงหน้าที่พึ่งรู้จักกันเขากลับไม่อึดอัดที่ได้พูดคุยกับเธอ
"แล้วคุณละครับ เข้ามาทำอะไรในป่าลึก ป่าแถบนี้ไม่ค่อยมีชาวบ้านเข้ามาล่าสัตว์มันอันตรายนะครับ" สุ่ยเชียวหรงเอ่ยถามและเตือนเธอด้วยความเป็ห่วง ป่าลึกแถบนี้นั้นอันตราย ถึงจะไม่ลึกมากไม่น่าจะมีสัตว์ใหญ่แต่ก็อันตรายสำหรับผู้หญิงตัวคนเดียว
"แหะๆ สหายสุ่ยคงไม่รู้ ที่นี้ไม่อันตรายแน่นอน ที่นี้ไม่สัตว์ใหญ่ ถึงจะลึกไปหน่อยแต่ฉันมาที่นี้ประจำ เรียกว่ามาแถบทุกวันเลยก็ว่าได้ ยกเว้น่หิมะตกหนักๆ" อี้หลินบอกกับชายหนุ่ม ที่นี้ไม่อันตรายแน่นอน น้ำตกเล็กๆ แถมทางเดินขึ้นมาก็สูงชัน คนที่ไม่เคยเข้ามาอาจจะหลงทางได้ แต่ที่นี้เธอคือเ้าถิ่น เพราะเธอมาเป็แขกประจำ
"คุณมาล่าสัตว์หรือครับ" สุ่ยเซียวหรงนั้นอดแปลกใจไม่ได้ เธอมาที่นี้ประจำ นั้นแสดงว่าเธอก็อยู่หมู่บ้านนี้ แซ่ิ อาจจะเป็หลานสาวของบ้านิ เห็นคนในหมู่บ้านบอกว่าบ้านิมีหลานสาวอยู่สองคน เขาคิดว่ามีหลานสาวแค่คนเดียวเสียอีก เขาเคยไปช่วยงานหัวหน้าฝ่ายผลิตแจกเสบียง เจอครอบครัวิ แต่กลับไม่เคยเจอหญิงสาว
หรือว่าเธอจะเป็หลานสาวที่อยู่แต่ที่บ้านไม่ยอมออกไปไหน ไม่ยอมออกมาทำงานแปลงนาเพราะว่าเกียจค้าน อันนี้เขาได้ยินคนที่เป็สะใภ้บ้านิพูดในขณะที่ลงแปลงหน้า
เขาไม่ใช่ที่ชอบยุ่งเื่ของคนอื่น เขาแค่ได้ยินมาก็เท่านั้น
"แค่หลบมาพักผ่อนนะ ฉันชอบที่นี้มันเงียบสงบ ที่นี้เหมือนฐานลับที่แสนสงบของฉัน แล้วสหายสุ่ยเล่ามาพึ่งเข้ามาล่าสัตว์แถวนี้หรือ?" อี้หลินเธอบอกกับชายหนุ่ม เธอไม่คิดจะล่าสัตว์ เธอแค่เข้ามานั่งพักผ่อน ทานอาหาร ปูเสื่อนอนพักกลางวันก็เท่านั้น
"อืม อีกฝั่งมีสัตว์ให้ล่าเยอะกว่า" ิอี้หลินเห็นด้วยกับสิ่งที่อีกฝ่ายพูด ตรงนี้มีเพียงลำธาร อาจจะมีปลาอยู่เยอะและธารน้ำมันชัน อีกฝั่งมีน้ำตกและธารน้ำที่กว้าง สัตว์ป่าชอบมาดื่มน้ำในลำธารในป่าลึกอีกฝั่งมากกว่า ิอี้หลินเคยไปสำรวจมาแล้ว เพราะมีรอยเท้าสัตว์ใหญ่เธอเลยไม่เข้าไปที่นั้น
เธอชอบที่นี้มันเงียบสงบ ไม่มีคนมารบกวน เธอไม่ได้อยากล่าสัตว์อะไรด้วยแค่อยากหาที่หลบสายตาผู้คน ไม่คิดเลยว่าวันนี้เข้าป่ามาย่างไก่กลับเจอกับเขา นี้แหละเขาเรียกว่าคู่กันแล้วไม่แคล้วกัน
เธอชวนเขาพูดคุยอีกสองสามประโยค จากนั้นก็เดินออกจากป่าไปคนละฝั่ง บ้านิอยู่ด้านหน้าหมู่บ้าน ส่วนบ้านของชายหนุ่มสุ่ยเชียวหรง คงอยู่ท้ายหมู่บ้าน และการที่เธอจะออกจากป่าให้เวลาพลบค่ำพร้อมก้บชายหนุ่มนั้นไม่ใช่เื่ดี หากมีใครเห็นมันอาจจะส่งผลต่อความสัมพันธ์ของเธอและเขา
"นางตัวดี มืดค่ำพึ่งกลับไปมา หายหัวไปไหนมา งานการไม่รู้จักทำ" เสียงผู้เป็ย่าด่าท้อเมื่อเห็นิอี้หลินเดินถือตระกร้าสะพายเข้ามาในตัวบ้าน
"ขอโทษค่ะคุณย่า ฉันไปเก็บฟืน แล้วเจอไก่ป่า เลยไล่ตามจับไก่ป่า ดูสิคะมันตัวใหญ่มาก" ิอี้หลินเอาไก่ป่ามี่สุ่ยเซียวหรงให้กับเธอให้ย่าของเธอดู เธอไม่อยากให้ผู้เป็ย่าบ่น เธอไม่อยากฟัง
"หึ ไปตั้งนานสองนานได้ไก่ป่ามาแค่ตัวเดียว วันนี้แกไม่ต้องกินข้าว กลับที่พักแกไปได้แล้ว" เหอะถ้าจะรังเกียจกันขนาดนี้ก็ไม่น่าเอาไก่ป่าที่เธอได้มาไปสิ ยัยแก่นับวันจะใจดำมากขึ้นทุกวัน
ิอี้หลินคนนี้ไม่ได้มีความผูกพันอะไรกับผู้เป็ย่าเลยแม้แต่น้อย คนที่ไม่เคยเห็นเธอเป็หลาน ไม่เหมือนิเฟิ่งฮวาที่ผู้เป็ย่านั้นส่งเสียในเรียนหนังสือในตำบล ตอนนี้กำลังจะสอบเข้าชั้นมัธยมปลายที่อำเภอ
ในยุคนี้ไม่มีการเรียนระดับมหาวิทยาลัย คนที่ได้เรียนจะเป็กลุ่มคนพิเศษเท่านั้น แต่การเรียนในชั้นมัธยมต้นและมัธยมปลายนั้นยังมีอยู่ แต่่ฤดูเพาะเก็บเกี่ยวเหล่านักเรียนนัันต้องหยุดเรียนมาช่วยเก็บเกี่ยวผลผลิต หรืออยู่บ้านเลี้ยงหลานเพื่อให้แรงงานในหมู่บ้านนั้นมีมากขึ้น
ส่วนตัวิอี้หลินนั้นเรียนจบชั้นมัธยมต้นั้แ่อายุ 12 เธอเป็เด็กที่ฉลาด เธอสอบเทียบจบได้ั้แ่อายุยังน้อย แต่น่าเสียดายที่ผู้เป็ปู่และย่าไม่ยอมให้เธอได้เรียนต่อชั้นมัธยม
แต่ไม่เป็ไร เธอจะรอให้สถานการณ์ของเธอดีขึ้นแล้วเธอค่อยไปสอบเทียบเอาก็ได้ จากนั้น่ปลายปีเจ็ดศูนย์รัฐบาลจะมีการเป็สอบเกาเข่าอีกครั้ง
ตอนนี้เื่ที่ต้องทำอย่างเร่งด่วนคือ ออกจากบ้านิ ที่จริงเธอจะรอให้ตัวเองอายุครบ 18 ปี แต่ตอนนี้เธอเจอกับพี่เซียวหรงแล้ว เธอไม่จำเป็ต้องรออีกต่อไป เธอจะไม่อยู่เป็ทาสของคนบ้านิอีกแล้ว
ิอี้หลินกำลังขบคิดแผนการที่จะออกจากบ้านิ อันดับแรกเธอจะต้องไปหาผู้นำหมู่บ้าน พูดคุยเื่ที่ดินสำหรับสร้างบ้าน เธอมีทะเบียนบ้านแยกจากบ้านิอยู่แล้ว และที่สำคัญพ่อของเธอแยกบ้านออกมาั้แ่แม่ของเธอตั้งท้องแล้ว
แม่ของเธอยังมีบ้านอยู่หลังหนึ่ง เป็สินเดิมของแม่เธอ ิอี้หลินคิดว่าอาจจะไปอยู่ที่นั้นชั่วคราวก่อน แต่ว่าตอนนี้เธอยังไปไม่ได้ เธอต้องทำความรู้จักกับสุ่ยเซียวหรงให้มากกว่านี้เสียก่อน
อย่างน้อยก็ต้องรู้ความเป็อยู่ของเขา รู้ว่าเขาอยู่กับใคร?
วันนี้เป็อีกวันที่อากาศนั้นสดใส นับจากเจอสุ่ยเซียวหรงวันนั้น นี้ก็ผ่านมาเกือบอาทิตย์แล้ว ตอนนี้เธอกำลังรอที่ดินเพื่อสร้างบ้าน เธอขอพื้นที่ตรงเชิงเขาท้ายหมู่บ้าน พื้นที่ตรงนั้นเคยมีครอบครัวหนึ่งอาศัยอยู่ แต่ว่าถูกหม่าป่าทำร้ายจนเสียชีวิตทั้งครอบครัว
ทำให้ไม่มีใครคิดไปอาศัยอยู่ที่นั้นอีก ิอี้หลินเลือกที่ดินตรงนั้นเพราะไม่ต้องรอทางผู้นำหมู่บ้านยื่นเื่ขอที่ดิน มันใช้เวลาหลายเดือน ที่ดินตรงนั้นมันยังว่างอยู่ เธอแค่ยื่นเื่ขอและรอให้ผู้นำหมู่บ้านทำเื่ไปยังทางการ ซึ่งใช้เวลาไม่เกินหนึ่งสัปดาห์
วันนี้ิอี้หลินมาดูที่ดินตรงเชิงเขาท้ายหมู่บ้าน ที่ดินนั้นมีเนื้อที่ 5 หมู่ ซึ่งถือว่าไม่ขนาดกำลังพอดี ไม่เล็กไปหรือใหญ่ไป มีบ้านไม้พุงพังสภาพใช้อยู่อาศัยไม่ได้ เธอคงต้องรื้อและวางแผนสร้างใหม่
ตรงด้านหลังมีกำแพงหินสูงสองเมตร แต่ตรงด้านข้างที่ติดกับลำธารนั้นไม่มี ดูเหมือนว่ากำแพงนั้นถูกสร้างขึ้นแต่สร้างยังไม่เสร็จ ก็เกิดเื่ร้ายขึ้นเสียก่อน
เธอต้องทำกำแพงและสร้างบ้าน ิอี้หลินอยากสร้างบ้านหลังไม่ใหญ่มาก มีแค่หนึ่งห้องนอน หนึ่งห้องโถง หนึ่งห้องครัว และห้องน้ำเท่านั้น
สงสัยต้องหาทางเข้าไปในตัวอำเภอ แต่ตอนนี้เธอออกไปไม่ได้ ยังดีที่เธอยังแอบซ่อนเงินของพ่อและแม่เธอเอาไว้ เกือบสามร้อยหยวน ิอี้หลินคนเก่านั้นฉลาดใช้ได้เลย
่นี้เป็่ปลายฤดูหนาว เธอต้องรีบจัดการทุกอย่างให้เสร็จก่อนที่ฤดูเพาะปลูกจะเริ่มต้นขึ้น พอคิดได้แบบนั้นก็รีบไปหาผู้นำหมู่บ้าน
"ผู้นำหมู่บ้าน อยู่ไหมคะ ฉันิอี้หลิน" ิอี้หลินเอ่ยเรียกอีกฝ่าย อยู่ที่หน้าประตูบ้าน
"มีอะไร เข้ามาก่อนสิ" ผู้นำหมู่บ้านเหอเอ่ยกับหญิงสาว เขาพอจะรู้เื่ราวของหญิงสาวมาบ้าง ช่างมีชะตาที่น่าสงสาร ต้องมาสูญเสียพ่อแม่และน้องชายไปพร้อมๆกัน
"ขอโทษที่ฉันมารบกวนนะคะ" ิอี้หลินเอ่ยออกมา
"มีอะไร ว่ามาเถอะ" โชคดีที่หมู่บ้านเหอนั้นมีผู้นำหมู่บ้านที่เป็คนเที่ยงธรรม และซื่อสัตย์ เขาดูแลหมู่บ้านได้เป็อย่างดี ไม่เคยตัดสินเข้าข้างใคร
"ฉันอยากจะรบกวนท่านผู้นำหมู่บ้าน ฉันอยากสร้างบ้านและสร้างกำแพงให้เสร็จเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี" ิอี้หลินเอ่ยปากบอกสิ่งที่เธอ้า
"แต่ว่ามันใช้เงินเยอะนะ การสร้างบ้านและสร้างกำแพงนั้นมีค่าใช้จ่ายมาก" ผู้นำหมู่บ้านเอ่ยบอกกับเด็กสาวตรงหน้า เขารู้ดีว่าเธออาศัยอยู่ที่บ้านิ คนที่บ้านิใช่ว่าจะปฎิบัติกับเธอดี ถึงเขาไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวแต่เขาเป็ผู้นำหมู่บ้าน เขาก็พอรู้ว่าเธอใช้ชีวิตแบบไหนในบ้านิ
"ฉันรู้ดีค่ะ ฉันพอมีเงินที่พ่อของฉันทิ้งเอาไว้ รบกวนผู้นำหมู่บ้านช่วยออกหน้าให้ฉันด้วยได้ไหม ฉันไม่อยากให้ปู่และย่าของฉันรู้เื่" ิอี้หลินเอ่ยร้องขอกับทางผู้นำหมู่บ้าน
"เอาแบบนั้นก็ได้ ในเมื่อเธอมีสัญญาแยกบ้าน และในสัญญาพ่อของเธอก็ระบุว่าเมื่อเขาตายไป เธอไม่จำเป็ต้องแสดงความกตัญญูต่อปู่และย่า อีกอย่างเธอก็โตพอที่จะดูแลตัวเองได้แล้ว ลุงจะออกหน้าให้ก่อน"
"ขอบคุณนะคะท่านผู้ใหญ่บ้าน ถึงจะมีสัญญาแยกบ้าน แต่ว่าฉันก็อาศัยที่บ้านิมาห้าปี ฉันคงตอบแทนคุณปู่คุณย่าตามสมควร อย่างน้อยท่านก็เมตตาให้ที่หลับนอน" ิอี้หลินบอกกับผู้นำหมู่บ้าน เธอเข้าใจดีว่าคนในยุคนี้นั้นเน้นเื่ความกตัญญูมากแค่ไหน
"เ้านี้เป็เด็กดีมากจริงๆ อี้หลิน" ผู้นำหมู่บ้านเอ่ยชมเด็กสาว ขนาดโดนปฎิบัติไม่ดี เธอก็ยังมีใจคิดกตัญญู ไม่รู้ทำไมิซานและจางลี่เหมียนไม่เอ็นดูเด็กคนนี้
"ขอบคุณผู้นำหมู่บ้านอีกครั้ง"
"เรียกว่า ลุงเหอตงเถอะ" เขานึกเอ็นดูหญิงสาวตรงหน้า อย่างไรเสียิอี้เฟยก็มีบุญคุณกับครอบครัวเขา ถ้าไม่มีิอี้เฟย ลูกชายของเขาคงไม่ได้เป็ทหารในหน่วยพิเศษ เพราะได้ิอี้เฟยคอยช่วยเหลือ ยามลำบาก บุญคุณของอีกฝ่ายเขาจะลืมได้อย่างไร
ตอนที่ลูกสาวของิอี้เฟยมาขอร้องเื่ที่ดินเขาจึงไม่ลังเลที่จะยื่นมือเข้าช่วยอีกฝ่ายด้วยความเต็มใจ
"นี้เป็แบบบ้านนะคะท่านลุงเหอตง และนี้เป็เงินสำหรับใช้สร้างบ้านและตัวกำแพง" ิอี้หลินยื่นเงินและตั๋วอุสาหกรรมให้กับผู้นำหมู่บ้าน
ผู้นำหมู่บ้านนั้นรับมาด้วยความแปลกใจ ถึงคูปองจะมีไม่มากแต่ว่าจำนวนเงินนั้นมีไม่น้อยเลย
"385 หยวน" เขาใ ไม่คิดว่าเด็กสาวจะมีเงินมากขนาดนี้
"เนื่องจากมีคูปองอยู่ไม่มาก คงพอสร้างแค่ตัวกำแพง ตัวบ้านฉันขอเป็ไม้ก็ได้เ้าค่ะท่านลุงเหอตง"
"ข้าเข้าใจแล้ว ลุงจะรีบจัดการให้ ตอนนี้คนในหมู่บ้านยังไม่ลงแปลงหน้า ลุงจะจัดการออกหน้าให้เ้าเอง ไม่ต้องกังวล" เมื่อได้ยินผู้นำหมู่บ้านเอ่ยปากรับคำแล้วเธอก็สบาย เมื่อพูดคุยธุระเสร็จเธอรีบกลับไปที่ตัวบ้านตรงท้ายหมู่บ้านทันที
ยังพอมีเวลา เธอขอเก็บกวาดเพื่อเตรียมความพร้อมสักหน่อยก็แล้วกัน
---TBC---