ท่านอ๋องถลึงตาใส่จ้าวซีเหอหนึ่งทีก่อนจะหันไปมองมองหนิงมู่ฉือที่อยู่ในชุดบุรุษชั่วครู่เมื่อเดินเข้าไปใกล้จ้าวซีเหอพลันได้กลิ่นแป้งของสตรีฉุนกึกท่านอ๋องชูมือแล้วฟาดลงไปทันที “เ้าลูกไม่รักดี! ไปหอจุ้ยหงมาอีกแล้วหรือ!”
จ้าวซีเหอไม่ทันตั้งตัวจึงหลบไม่ทันพอตั้งตัวได้ก็รีบวิ่งหนียกใหญ่ พลางกล่าวแก้ตัวไปด้วย “ท่านพ่อมีหนิงมู่ฉืออยู่ด้วย ลูกจะไปสถานที่แบบนั้นได้อย่างไรเป็กลิ่นแป้งจากตัวนางต่างหากที่ฉุน!”
ท่านอ๋องได้ฟังก็รู้ทันทีว่าบุตรชายกำลังโกหกยิ่งโทโสมากขึ้นไปอีก กล่าวโต้กลับด้วยน้ำเสียงมีน้ำโห “เ้าลูกไม่รักดีเ้าคิดว่าพ่อโง่หรือ ที่ตัวนางหนูหนิงไม่มีกลิ่นแป้งสักหน่อย!”
จ้าวซีเหอจ้องไปที่หนิงมู่ฉือเขม็ง“หนิงมู่ฉือ เ้ามานี่ บอกกับท่านพ่อข้าไปสิว่า ข้าไปที่หอจุ้ยหงมาหรือเปล่า”
หนิงมู่ฉือมองจ้าวซีเหอและท่านอ๋องอย่างตระหนกเมื่อเห็นทั้งสองมองมาที่นางอย่างรอคอยและเมื่อเห็นแววตาของจ้าวซีเหอราวกับจะกินนาง นางก้มหน้านิ่ง กัดฟันเม้มริมฝีปากแน่น ท่าทางแลดูน่าสงสารเหลือคณา จากนั้นส่ายหน้าพลางกล่าวอ้ำอึ้งว่า“บ่าว...บ่าวไม่ทราบเ้าค่ะ!”
ครั้นท่านอ๋องเห็นท่าทางของหนิงมู่ฉือในใจก็เดาได้ทันที หยิบท่อนไม้จากบนพื้นขึ้นมา ทำท่าจะฟาดไปที่จ้าวซีเหอ
จ้าวซีเหอเห็นบิดาของตัวเองโมโหจนถึงขั้นจะลงไม้ลงมือเขารีบตรงไปยืนต่อหน้าบิดาแล้วเปลี่ยนเื่คุย “ท่านพ่อลูกยังไม่ได้เล่าให้ท่านฟังเลยว่าฝ่าาตรัสอันใดบ้าง!”
ท่านอ๋องหยุดมือที่ชูขึ้นแค่นเสียงฮึขึ้นจมูก โยนไม้ทิ้งแล้วเอามือไพล่ไว้ด้านหลัง “เ้าลูกไม่รักดีไว้หลังจากนี้พ่อค่อยคิดบัญชีกับเ้าใหม่ ไหนว่ามาซิว่าฝ่าาตรัสว่าอันใดบ้าง”
จ้าวซีเหอรีบวิ่งไปที่พ่อบ้านเขาแย่งกาน้ำชามาแล้วรินน้ำชาใส่แก้ว นำมาวางตรงหน้าบิดา ก่อนจะเดินอ้อมไปด้านหลังทั้งนวดไหล่ทั้งทุบแขนให้ “ฝ่าาตรัสว่าพระองค์ไม่มีวาสนาได้ชิมอาหารฝีมือหนิงมู่ฉือ ลูกยังบอกกับฝ่าาอีกว่านางคือสาวใช้ข้างห้องของลูก”
ท่านอ๋องได้ยินดังนั้นก็ถลึงตามองบุตรชายอีกคราก่อนจะหันไปมองหนิงมู่ฉืออย่างเป็ห่วง “นางหนูหนิง เ้าหลอกลวงเบื้องสูงหรือ”
หนิงมู่ฉือพยักหน้าพร้อมกับคุกเข่าลงกล่าวตอบท่านอ๋อง “ท่านอ๋อง บ่าวอยากอยู่ที่ตำหนักอ๋องแห่งนี้ต่อเ้าค่ะอยู่รับใช้ท่านกับซื่อจื่อ ไม่อยากเข้าวัง”
ท่านอ๋องพยักหน้ารับรู้ก่อนจะถอนหายใจออกมา “ลำบากเ้าแล้ว คนในวังนิสัยล้ำลึกมิอาจคาดเดาได้ทั้งยังมีอันตรายรอบด้าน อยู่ที่ตำหนักอ๋องของข้าต่อก็ดี ข้าตามใจเ้า”
หนิงมู่ฉือมองท่านอ๋องอย่างซาบซึ้งใจขณะเดียวกันก็ได้ยินเสียงท้องท่านอ๋องส่งเสียงร้องโครกครากท่านอ๋องยกมือลูบด้านหลังศีรษะอย่างเก้อเขิน เอ่ยอย่างเขินอาย “นางหนูหนิงหลังจากเ้าไป ข้าก็ไม่มีความอยากอาหาร”
หนิงมู่ฉือลุกขึ้นยืนโค้งตัวให้ท่านอ๋องอย่างนอบน้อม“ทราบแล้วเ้าค่ะ บ่าวจะไปทำอาหารให้ท่านอ๋อง”
หนิงมู่ฉือรีบเดินไปยังห้องครัวเพียงไม่นานก็ทำอาหารออกมาได้หลายจาน นางนั่งมองคนรับใช้ยกอาหารนำไปให้ท่านอ๋อง
นางถอนหายใจเมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยนับั้แ่เข้าวังจนถึงไปยังหอจุ้ยหงจิตใจของนางเคร่งเครียดราวกับเชือกที่ถูกขึงจนตึง ในที่สุดนางก็จะได้พักผ่อนสักที
นางนั่งพิงกำแพงทว่าสักพักนางเห็นหลินมู่เดินเข้ามาในห้องครัว เขาจ้องมองนางจนนางทำตัวไม่ถูก
นางกับหลินมู่แกล้งทำเป็ไม่รู้จักกันหากแต่ตอนนี้อีกฝ่ายกลับเดินตรงเข้ามาหานางพร้อมแววตายากจะคาดเดา
“คุณหนู วันนี้ท่านเข้าไปในวัง ได้เื่อันใดกลับมาหรือไม่ขอรับ”
นางขมวดคิ้วเอ่ยอย่างไม่พอใจ“ข้าบอกแล้วไม่ใช่หรือ อยู่ในตำหนักอ๋องให้แกล้งทำเป็ว่าไม่รู้จักข้า”
หลินมู่ก้มหน้ายกมือคารวะขอโทษนาง “คุณหนูข้าน้อยเพียงอยากรีบทวงคืนความยุติธรรมให้สกุลหนิงโดยไวเท่านั้นขอรับในวังมีอันตรายรอบด้าน ขอคุณหนูโปรดระวังตัวด้วย”
นางพยักหน้า“เื่นี้ข้าจะระวังตัว หลังจากนี้พวกเราติดต่อให้น้อยที่สุดเป็ดีที่สุดผู้อื่นจะได้ไม่สงสัย”
นอกหน้าต่างมีเสียงคนพูดคุยเจี๊ยวจ้าวทั้งสองคนแกล้งทำท่าเป็ไม่รู้จักกันทันใด
แม่บ้านพาร่างอันอวบอ้วนผ่านเข้าประตูมาอย่างยากลำบากเมื่อเห็นหนิงมู่ฉือพลันแค่นเสียงฮึอย่างเ็า“เหตุใดพวกเ้าถึงไม่ยอมออกไปช่วยงานข้างนอก คิดจะหลบอยู่ในนี้เพื่ออู้งานหรือ”
หนิงมู่ฉือรู้ดีว่าแม่บ้านไม่พอใจนางสักเท่าใดนักประกอบกับฮ่องเต้มีรับสั่งให้นางไปเข้าเฝ้า แม่บ้านต้องยิ่งรู้สึกว่าตนไม่อาจรักษาตำแหน่งเอาไว้ได้แล้ว
หนิงมู่ฉือยุ่งกับงานในห้องครัวแบบหัวไม่วางหางไม่เว้นไม่ง่ายเลยกว่าจะได้หยุดพัก นางบิดี้เีแล้วขึ้นไปนอนบนเตียงในห้องก่อนจะหลับไป
หลังจากจ้าวซีเหอกลับถึงตำหนักอ๋องในใจรู้สึกไม่สงบอย่างยิ่ง เขาพาหนิงมู่ฉือไปหอจุ้ยหงก็เพื่อจะยั่วให้นางโกรธทว่านางกลับไม่มีปฏิกิริยาเลยแม้แต่น้อย ทำให้เขาร้อนใจมาก
มองออกไปนอกหน้าต่างท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็สีดำสนิท เขานอนอย่างไรก็ไม่หลับจึงลุกขึ้นมานั่งอย่างโมโหสวมรองเท้า เดินออกไปด้านนอก ตรงไปยังห้องของหนิงมู่ฉือ
เขาค่อยๆเปิดประตูห้องนอนเข้าไป เห็นหนิงมู่ฉือหลับสบายอยู่บนเตียงใบหน้ายามหลับยกเป็รอยยิ้มน้อยๆ
ใบหน้าสะสวยของนางยามแสงจันทร์สาดส่องกระทบยิ่งดูงดงามจับตาขนตางอนยาวสะท้อนเป็เงาบนแก้ม จมูกโด่งได้รูปทำให้คนที่เห็นอดไม่ได้อยากจะเข้าไปบีบเล่น ริมฝีปากบางเป็กระจับ
เขาเหม่อมองท่าทางยามหลับของนางเนิ่นนานอยู่เช่นนั้นโดยไม่รู้ตัวก็เผลอเอื้อมมือไปลูบใบหน้านางการกระทำเช่นนี้ทำให้เขารู้สึกตกตะลึงเป็อย่างยิ่ง
หนิงมู่ฉือรับรู้ได้ว่ามีคนมายืนอยู่ข้างๆนางลืมตาขึ้นก็พบบุรุษผู้หนึ่งกำลังมองนาง นางชกหมัดออกไปโดยพลันเสียงร้องโอดโอยของบุรุษผู้หนึ่งดังตามมา
ได้ยินเสียงผู้ชายร้องอย่างเ็ปนางตาโตมองจ้าวซีเหอที่เอามือกุมใบหน้าด้วยความใน้ำเสียงสั่นเครือด้วยความหวาดกลัว “ซื่อจื่อ บ่าวขออภัย บ่าวไม่รู้ว่าคือท่านดึกดื่นป่านนี้ท่านเข้ามาในห้องบ่าวเช่นนี้เป็การไม่เหมาะสมนะเ้าคะ”
จ้าวซีเหอโมโหยิ่งนักหน้าเริ่มแดงเถือก ะโออกมาว่า “ข้าอุตส่าห์ช่วยชีวิตเ้าเอาไว้เ้าตอบแทนข้าเช่นนี้หรือ!”
หนิงมู่ฉือเบ้ปากแกล้งทำเป็ร้อนใจขณะมองจ้าวซีเหอ “ซื่อจื่อ ขอบ่าวดูหน่อยเ้าค่ะแผลเป็อย่างไรบ้าง!”
จ้าวซีเหอผลักหนิงมู่ฉือออกมือยังคงกุมหน้าพร้อมกับลุกขึ้นยืนะโใส่อย่างไม่พอใจ“ชื่อเสียงอันดีงามของข้าถูกทำลายจนสิ้นด้วยน้ำมือเ้าหมดแล้ว!”