ถึงแม้ว่าเกราะเพลิงนิรันดร์จะป้องกันได้สมบูรณ์แบบแต่มันได้ใช้พลังลมปราณไปถึงเจ็ดในสิบส่วนเลยที่เดียวบวกกับอาการาเ็ของเหยียนในตอนนี้แล้วคงจะรับกระบวนท่าของอสูรทมิฬได้เพียงสามกระบวนท่าเท่านั้น
เหยียนกระอักเืออกมาคำหนึ่ง "แม้จะป้องกันได้สมบูรณ์แบบแต่วิชานี้ยังไม่ได้ผ่านการขัดเกลาแต่อย่างใดแถมยังทำให้พลังลมปราณของข้ายังลดลงมากอีกด้วยข้าต้องหาที่ซ่อนตัวก่อนไม่งั้นได้พลาดท่าจริงๆแน่"
ตูม! ปัง! ปัง! ลูกไฟยังคงยิงมาอย่างต่อเนื่องทำให้เหยียนต้องหลบอย่างระมัดระวังแล้วใช้เพลิงออกมาสกัดแม้ว่ามันจะสกัดไม่ได้แต่ก็มีเวลาให้เหยียนได้หลบหลีกจากการที่ลูกไฟเข้าปะทะร่างกายโดยตรงเหยียนวิ่งหนีพลางสกัดลูกไฟไปเรื่อยๆแต่ก็ยังไม่พบที่จะซ่อนตัวเลยสักนิด
"ให้ตายเถอะข้าจะหาที่ซ่อนตัวจากมันจากที่ไหนสถานที่นี้ไม่มีที่ซ่อนตัวได้เลยอย่างกับสังเวียนที่ต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งชนะ" เหยียนพึมพำขณะที่อสูรทมิฬกำลังไล่ตามมาติดๆ
"มีแต่ต้องตาต่อตาฟันต่อฟันแล้วล่ะ" เหยียนกัดฟันขณะพูด
จบคำเหยียนก็พุ่งใส่อสูรทมิฬเพื่อเข้าโรมรันพันตูเลยทันทีแต่เมื่อตาต่อตาฟันต่อฟันก็ไม่ทำให้เหยียนได้เปรียบแต่อย่างใดมันกลับทำให้เหยียนเริ่มาเ็ขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเนื่องจากพลังห่างชั้นกันเกินไป
"ข้าสู้มันไม่ได้เลยตอนนี้พลังข้าใกล้จะหมดแล้วข้าต้องทุ่มสุดตัวแล้วล่ะ" ม่านตาของเหยียนหดเกร็งยามนี้เหยียนรู้สึกได้ถึงอวัยวะภายในที่สาหัสอย่างมาก
"ต้องเสี่ยงแล้วในเมื่อไม่มีทางให้หนี" เปลวเพลิงบนฝ่ามือกระพริบวูบใหวแล้วเริ่มก่อตัวเป็หอกเพลิงยาวขนาดสองเมตรเปลวเพลิงกำลังแผดเผาอย่างบ้าคลั่งลูกแล้วลูกเล่าปะทุบนตัวหอกนี่คือกระบวนท่าที่หลินแสดงให้ดูั้แ่เหยียนยังไม่ได้ฝึกฝน'วิชาเพลิงนิรันดร์'มันถูกเรียกว่า'หอกเพลิงทำลายล้าง'
แววตาของเหยียนฉายแววดุดัน "ถ้าการโจมตีครั้งนี้พลาดมีหวังได้ลาโลกแน่"ขณะเดียวกันลูกไฟขนาดเท่ากำปั้นที่อยู่้าของอสูรทมิฬสิบลูกเริ่มหลอมรวมเข้าด้วยกันจนกลายเป็พระอาทิตย์ขนาดย่อมราวกับมันรู้ว่าอีกฝ่ายทุ่มสุดตัวแล้วและตัวมันเองก็ต้องทุ่มสุดตัวเช่นกัน
"ไป!"
เหยียนขว้าง'หอกเพลิงทำลายล้าง'พุ่งเข้าหาพระอาทิตย์ขนาดย่อมทันทีคลื่นความผันผวนรอบข้างทวีความรุนแรงอย่างบ้าคลั่ง
"ปัง!!!!!!!!!"
หอกเพลิงปะทะเข้ากับดวงอาทิตย์ขนาดย่อมทำให้เกิดเสียงดังกำปนาทข้างล่างหุบเขาสนั่นหวั่นไหวบริเวณรอบๆเริ่มแตกเป็เสี่ยงๆจากการปะทะ
"เปี๊ยะ!"
พระอาทิตย์ขนาดย่อมเริ่มปริแตกออกมันไม่สามารถต้านทานหอกเพลิงได้แม้แต่น้อยเมื่อหอกกำลังพุ่งเข้าหาอสูรทมิฬมันก็ได้ใช่เพลิงครอบร่างกายตัวเองเอาใว้ป้องกันหอกเพลิงที่กำลังพุ่งเข้าหาตัวทำให้เกิดเสียง กึ่ก! กึ่ก! กึ่ก!
"ให้ตายเถอะมันยังสามารถใช้เพลิงมันป้องกันตัวเองได้อีกด้วย" เหยียนในตอนเริ่มจะหมดแรงขึ้นมาทุกที
เมื่อรู้สึกร่างกายเริ่มไม่ไหวเหยียนจึงได้ใช้แรงเฮือกสุดท้ายพร้ะโกนออกไป
"ทำลายให้ข้าซ่ะ!!!!!!!!!!!!"
ฟุ่บ!หอกพุ่งทะลุม่านพลังอสูรทมิฬทันทีเมื่อสิ้นเสียงะโร่างของอสูรทมิฬค่อยๆร่วงตกสู่พื้นและสลายหายไปแต่ตอนที่หอกกำลังจะพุ่งทะลุม่านพลังมันก็ได้มีพลังแปลกประหลาดเก้าเส้นแทรกเข้าไปในตัวหอกทำให้หอกทะลุผ่านม่านพลังไปได้โดยบังเอิญ
"โชคดีชะมัดเลย ฮ่า! ฮ่า!" เมื่อกำจัดอสูรทมิฬได้เหยียนล้มลงกับพื้นแล้วพร้อมกับพูดอย่างแ่เบาจากนั้นก็หมดสติไปในทันที
เวลาผ่านไปสามวัน
เหยียนค่อยๆลืมตาขึ้นมา "ในที่สุดพลังลมปราณข้าก็กลับมาสองส่วนแล้วแต่อวัยวะภายในของข้าหนักหนาจริงๆ" แม้พลังลมปราณจะฟื้นฟูขึ้นมาได้บ้างเล็กน้อยแต่เหยียนยังคงรู้สึกเ็ปจากการเข้าประจันหน้ากับอสูรทมิฬเมื่อร่างกายขยับได้เหยียนจึงเยียดตัวขึ้นมาแล้วนั่งขัดสมาธิเพื่อฟื้นฟูพลังลมปราณและรักษาอวัยวะภายในให้ได้เร็วที่สุดเพราะอาจจะมีอสูรตัวอื่นโผล่ออกมาอีกก็เป็ได้แต่ขณะที่ฟื้นฟูร่างกายอยู่นั้น
"หืม" เหยียนรู้สึกได้ถึงคลื่นพลังตรงที่สัตว์อสูรทมิฬได้หายไปพร้อมกับหลี่ตาลง ลูกแก้วกลมๆสีเพลิงขนาดเท่าฝ่ามือกำลังลอยอยู่เหนืออากาศเหยียนยิ้มออกมาทันทีเมื่อเห็นมัน "ข้าได้กำไรจริงๆนั่นคือ'ดวงจิตของสัตว์อสูร"
ดวงจิตสัตว์อสูรจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อสัตว์อสูรตัวนั้นมีระดับสูงระดับหนึ่งดวงจิตสัตว์อสูรมีอยู่มากมายเช่น 'ดวงจิตอสูรเพลิง ดวงจิตอสูรน้ำ ดวงจิตอสูรลม ดวงจิตอสูรดิน' และอื่นๆอีกมากมาย
"ท่านแม่เคยบอกข้าว่าดวงจิตสัตว์อสูรสามารถดูดซับเพื่อมาเสริมพลังความแข็งแกร่งให้กับร่างกายตนเองได้และดวงจิตอสูรเพลิงนี้แน่นอนว่าจะต้องช่วยเสริมพลังเพลิงนิรันดร์ของข้าได้แน่แต่จะให้ข้าดูดซับมันทั้งหมดคงเป็ไปไม่ได้" เหยียนพูดพลางขมวดคิวน้อยๆ
เวลาผ่านไปครึ่งวัน
ลมปราณของเหยียนฟื้นฟูได้ถึงหกส่วนและร่างกายก็หายจากการาเ็สาหัสแล้วแปลว่ารอดพ้นจากขีดอันตรายนั้นเอง
"แต่เวลานี้ข้าจำเป็ต้องดูดซับมันอย่างน้อยข้าคิดว่าสองส่วนคงไม่มีปัญหาอะไรมาก" เหยียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจ จากนั้นเหยียนก็สบัดแขนเรียกดวงจิตสัตว์อสูรมาตรงหน้าดวงจิตสัตว์อสูรมีขนาดกลมใสเท่าฝ่ามือและมีเพลิงสีแดงกระเพื่อมเบาๆอยู่ภายในจากนั้นเหยียนก็นั่งขัดสมาธิลงพร้อมกับเอามือซ้ายกางออกอยู่้าและมือขวากางออกที่ด้านล่างส่วนดวงจิตสัตว์อสูรอยู่ตรงกลางเหยียนทำการดูดซับมันอย่างปราณีตเพื่อไม่ให้ตัวเองดูดซับในปริมาณที่มากจนเกินไป
เหยียนพึมพำ "เอาล่ะต้องทำอย่างช้าๆ"
เปลวเพลิงในลูกแก้วค่อยๆไหลเข้าสู่ภายในร่างกายอย่างกับสายน้ำ
ชี่!!
"ข้าต้องทำให้มันสยบด้วย'เพลิงนิรันดร์'ของข้า" เหยียนใช้เพลิงของตัวเองเข้าไปข่มเพลิงของดวงจิตสัตว์อสูรทันที "เห้อนี่แค่สองส่วนเองน่ะ" เหยียนเริ่มมีเหงื่อไหลที่หน้าผากลงมา
ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง
ขณะที่เปลวเพลิงขัดเกลาเนื้อหนังและกระดูกปริมาณส่วนใหญ่ยังถูกดูดเข้าไปด้วยพลังปราณของเหยียนและเมื่อเปลวเพลิงเหล่านี้ไหลไปตามเส้นสายภายในก็สร้างพลังที่แก่กล้ามากขึ้น "สำเร็จแล้วถึงแม้จะเพียงสองส่วนก็เถอะ" เหยียนยกยิ้มมุมปาก
เหยียนเก็บดวงจิตสัตว์อสูรเข้าแหวนมิติของตนเอง
โฮก!! โฮก!! อสูรทมิฬปรากฏขึ้นอีกครั้งแต่รอบนี้มันปรากฏออกมาสองตัว มันพุ่งเข้าหาเหยียนด้วยความเร็วอย่างยิ่งทำให้เหยียนรู้สึกตึงเครียดขึ้นมาเล็กน้อย การเผชิญหน้ากับศัตรูที่ไม่บ่งบอกระดับย่อมเป็อะไรที่ยากเย็นเหลือแสน สำหรับเหยียนแล้วไม่มีร่องรอยของการหวาดหวั่นแต่อย่างใด เหยียนรออสูรทมิฬเข้ามาใกล้แล้วจึงกางฝ่ามือออกเปลวสีแดงกำลังก่อตัวเป็หอกขนาดสองเมตรพร้อมตวัด'หอกเพลิงทำลายล้างออกไปด้วยความยาวของหอกที่เข้าประทะกับอุ้งเท้าของอสูรทมิฬรู้สึกได้ถึงภัยคลุกคามจากหอกที่ตวัดเข้ามาจึงตั้งท่ารับแต่ด้วยอนุภาพของหอกรุนแรงเกินไปทำให้พวกมันทั้งสองกระเด็นไปด้านหลังทันทีเมื่อเห็นแบบนั้นแล้วเหยียนจึงพุ่งเข้าหาพร้อมกับแทงหอกเข้าไปที่หน้าผากของอสูรทมิฬทันที ฟึ่บ! ฟึ่บ! ร่างอันแหลกละเอียดของอสูรทมิฬทั้งสองกลายเป็ผุยผงทันที
เหยียนเพียงตวัดหอกคราเดียวและเพียงชั่วลมหายใจเหยียนทำลายร่างของอสูรทมิฬไปถึงสองตัว "ไม่ธรรมดาจริงๆเ้าหนูน้อยของข้าตอนลงไปตอนแรกก็สู้อย่างสาหัสแต่พอมาครั้งกลับทำลายอสูรทมิฬได้ภายในพริบตา" หลินที่ยืนดูอยู่ด้าบบนของหุบเขาฉายแววใเล็กน้อยจากนั้นก็พูดต่อว่า "เป็เพราะเ้าหนูน้อยดูดซับดวงจิตสัตว์อสูรหรือเพราะพร์กันแน่น่ะ"
เมื่อเหยียนอายุได้สี่ขวบก็เริ่มออกล่าสัตว์ด้วยตนเอง มีระดับเขตแดนเริ่มต้นที่สองจากนั้นเมื่อครบห้าปีเหยียนก็ได้มีเขตแดนระดับที่สามแล้วสำเร็จวิชา'เพลิงนิรัดร์'ที่หลินฝึกสอนให้นี่ทำให้หลินที่ได้เห็นจอมยุทธ์มานับไม่ถ้วนก็อดที่จะใไม่ได้ "เป็เพราะอะไรกันแน่น่ะ" หลินพูดงึมงำ
เปลวเพลิงรอบๆก่อตัวเป็สัตว์อสูรทมิฬสี่ตัวพุ่งเข้าหาทันทีทันใด แม้จำนวนที่เพิ่มขึ้นเป็สี่แต่ความแข็งแกร่งของอสูรทมิฬก็มิได้เปลี่ยนแปลงยังคงที่ระดับสูง เหยียนก้าวออกไปด้านหน้าพร้อมตวัดหอกกวาดไปทั่วราวกับหางของฟีนิกซ์ด้วยเสียงกึกก้อง สี่อสูรทมิฬก็ถูกส่งให้ออกไปไกลแล้วตกลงใส่พื้นแต่ไม่ทำให้มันตายลงภายในกระบวนท่าเดียวเมื่ออสูรทมิฬพลาดท่าเหยียนจึงพุ่งทะยานไปราวกับภูตผี ฟึ่บ! หอกแทงทะลุที่หน้าผากอสูรทมิฬจากนั้นร่างกายก็แตกละเอียดทันที อสูรทมิฬทั้งสี่ถูกทำทายในพริบตาความดุดันและการโจมตีของหอกเพลิงทำลายล้างไม่ใช้สิ่งที่จะเทียบได้ โดยไม่ปล่อยให้เหยียนรั้งรอหลังจากอสูรทมิฬได้ถูกทำลายลงเปลวเพลิงก่อตัวณ เบื้องหน้าอีกครั้งยามนี้มีจำนวนแปดตัว แปดอสูรทมิฬปรากฏขึ้นเป็แถวหน้ากระดานเบื้องหน้าของเหยียน แม้ด้วยจำนวนเพียงนี้ เหยียนก็มิได้หวาดหวั่น โดยไม่รอให้อสูรทมิฬโจมตีเข้ามา เหยียนพุ่งทะยานเข้าไปพร้อมกับตวัดหอกเพลิงทำลายล้างด้วยพลังที่มากกว่าเดิม
ฟึ่บ!
ฟึ่บ!
สี่อสูรทมิฬที่ปรากฏออกมา ก็มลายหายไปโดยทันทีเพียงชั่วอึดใจชั่วขณะนั้นออกอุ้งมือก็ได้ตปบเข้ามาจากทางด้านข้าง โดยไม่แม้แต่เหลือบมองเหยียนได้เบี่ยงตัวหลบเล็กน้อย จากนั้นก็กวาดหอกเป็วงกลมคลื่นอากาศจากการตวัดหอกเพลิงทำลายล้างส่งผลให้สี่อสูรทมิฬกระเด็นไปไกล เหยียนใช้ความเร็วไปปรากฏตัวด้านหน้าของสัตว์อสูรทั้งที่เหลือ
หอกแทงทะลุเข้าไปกลางหน้าผากทำให้มันสลายไปในพริบตา
"นี่คงเป็ผลจากการดูดซับดวงจิตสัตว์อสูรสิน่ะมันทำให้ข้าแข็งแกร่งไปมากโข" เหยียนยิ้มอย่างภาคภูมิใจ
"แต่ข้าต้องใช้พลังปราณให้น้อยที่สุดตอนนี้ข้าสู้มันได้โดยที่ไม่ต้องพึ่งเกราะเพลิงนิรันดร์ข้าจะเก็บเอาใว้ในยามจำป็นเท่านั้น" เหยียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
"ระลอกแรกมีหนึ่ง ระลอกสองมีสอง ระลอกสามสี่ ระลอกสี่มีแปด แสดว่าหากเป็เช่นนี้ระลอกถัดไปคงมีสิบหกตัว" เหยียนพึมพำกับตัวเอง
"สู้กับคู่ต่อสู้ที่อยู่ในระดับสูง และมีเป็จำนวนมากไปพร้อมๆ กัน ถ้าเป็ผู้อื่นคงต้องสิ้นหวังเป็แน่แท้ หากสำหรับข้า… แม้มีพวกมันนับร้อยกรูเข้ามาในยามเดียวกัน ข้าก็ยังสามารถฆ่าพวกมันได้หมดไม่เหลือแม้แต่ตนเดียว" ความห้าวหาญเช่นนี้ของเหยียนมันไม่ใช่สิ่งที่เด็กห้าขวบควรจะมี แต่แม่ของเหยียนได้บอกเขาตลอดว่ายามต่อสู้กับศัตว์ห้ามใจอ่อนแม้แต่น้อยและปราณีกับมัน
"เพราะความใจอ่อนจะทำให้เ้ากลายเป็ศพ" นี่คือคำพูดของหลิน
ขณะเดียวกับที่เหยียนพูดออกมาเช่นนั้น เปลวเพลิงรอบๆก็ก่อตัวขึ้นตรงหน้าของเขาอีกครา และสิบหกอสูรทมิฬกลุ่มใหม่ก็ปรากฏตัวขึ้น
"เข้ามาให้หมดเลย!!"
ตูม!!!!ๆๆๆ
เหยียนและอสูรทมิฬเข้าโรมรันพันตูกันอย่างบ้าคลั่งทั้งการโจมตีเบื้องหน้าด้านข้างด้านหลังมีครบทุกรูปแบบ
ระรอกที่หกมีทั้งหมดยี่สิบสี่ตัว
ปัง! ตูม!!!!
.
.
หนึ่งปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว
เหยียนอายุหกปีและได้เข้าสู่เขตแดนเริ่มต้นหกแล้วและได้ดูดซับดวงจิตอสูรได้สี่ส่วนจากทั้งหมดสิบส่วน เป็การยากอยู่ดีที่จะให้ดูดซับทั้งหมด
"ตอนนี้ข้าไม่รู้เลยว่าเป็ระลอกที่เท่าไรแล้ว" เหยียนกล่าว
ตอนนี้อสูรทมิฬมีมากถึงห้าร้อยกว่าตัวแล้วมันก็เพิ่มขึ้นหนึ่งเท่าตัวขณะผ่านระลอกคลื่นถัดไป
"โชคดีที่ข้าแข็งแกร่งขึ้นจากการต่อสู้แต่วิชา'เพลิงนิรันดร์'ที่ข้าฝึกฝนกลับไม่ยกระดับขึ้นมาเลย" เหยียนพูดอย่างจนใจ
"ข้าใช้ระลอกนี้ฝึกฝนวิชาดีกว่าถ้าระลอกถัดไปจะเป็ระลอกหนึ่งพันกว่าตัวข้าคงจะกินแรงข้าเยอะมาก" เหยียนกล่าว
เมื่อคิดได้อย่างนั้น เหยียนหลบการโจมตีแล้วโจมตีกลับไปเป็บางตัว
"หอกเพลิงเพลิงทำลายล้างตอนที่ท่านแม่แสดงให้ข้าดูท่านทำได้มากกว่าพันเล่มแต่ข้าทำได้เพียงเล่มเดียวก็กินพลังปราณของข้าไปไม่น้อยถ้าคิดจะทำให้มันมีหลายเล่มข้าต้องแบ่งพลังปราณให้เท่าๆกันแต่อนุภาคจะลดลง" เหยียนครุ่นคิดครู่หนึ่ง
ตอนที่หลินแสดงหอกเพลิงทำลายล้างให้ดูราวกับอุกบาตตกลงมาจากฟากฟ้ามันรุนแรงและอำมหิตอย่างที่สุด
"ข้าจะต้องทำให้ได้สักสามเล่มและอนุภาคจะต้องไม่ลดลงอีกด้วย" เหยียนพูดในใจพลางขยับร่างกายหลบการโจมตี
เปลวเพลิงเริ่มก่อตัวเป็หอกสามเล่มที่ด้านหลังของเหยียนแล้วพุ่งปะทะอสูรทมิฬทันที
ปัง!
ปัง!
ปัง!
"นี่ยังไม่ใช่"
แม้เหยียนจะสร้างหอกเพลิงทำลายได้ทั้งสามเล่มทันทีแต่อนุภาคของมันไม่สามารถสร้างรอยขีดขวนให้กับอสูรทมิฬได้สักนิด
"ยังไม่มีอนุภาคเท่ากับตอนที่ข้าใช่เล่มเดียวเลยด้วยซ้ำ" เหยียนพูดพร้อมกัดริมฝีปาก
ปัง!
"นี่ก็ไม่ใช่"