บทที่ 6 สั่งสอนบทเรียนแก่พ่อบ้านสาม
ตอนนี้ พ่อบ้านสามฉินฉือสังเกตเห็นหลินฮ่าวแล้ว
เขารู้สึกประหลาดใจ และไม่เข้าใจว่าเหตุใดเขยใหญ่ที่ถูกคนตระกูลจ้าวรังแกเสมอ จึงกล้ามาที่ห้องอาหารนี้?
ก็ดี จะได้ใช้นายน้อยเหล่านี้ให้เป็ประโยชน์ เขากำลังอารมณ์ไม่ดีและ้าที่ระบาย!
ฉินฉือยิ้มอย่างน่ากลัวและจ้องมองไปยังหลินฮ่าว ราวกับเขาพบที่ระบายอารมณ์แล้ว
หลินฮ่าวรู้สึกถึงสายตาที่ชั่วร้ายของฉินฉือ เขาบ่นอย่างเ็าในใจ แต่ก็ไม่อยากคิดอะไรมาก เพราะตอนนี้ต้องหาอะไรกินก่อน
เขายื่นมือออกไป แสร้งทำเป็คลำทาง แล้วเดินไปที่โต๊ะอาหารอย่างใจเย็น
จากมุมมองของแมลงวันตัวน้อยบนไหล่ของเขา พลันพบว่าอาหารที่นี่น่ากินมากกว่าอาหารในห้องอาหารของคนรับใช้
พ่อครัวที่ปรุงอาหารอยู่คือพ่อครัวร่างอ้วนและผู้ช่วยหนุ่ม ชายหนุ่มคนนั้นคือคนเดียวกันที่หลินฮ่าวหักข้อเท้า
เมื่อพวกเขาเห็นหลินฮ่าวกำลังเดินมา ก็รู้สึกสับสนมาก
"ท่าน้าอะไร?"
"อันนี้และก็อันนั้น..."
หลินฮ่าวชี้นิ้วสั่งอาหารห้าหรือหกอย่าง แล้วหยิบใส่ถาด
พ่อครัวถึงกับตะลึง อาหารที่หลินฮ่าวเลือกล้วนแต่เป็อาหารคุณภาพสูง
หลินฮ่าวถือจานเดินตรงไปที่โต๊ะตรงข้ามกับฉินฉือ จากนั้นเขาก็นั่งทานอย่างสงบ
ในระหว่างมื้ออาหาร หลินฮ่าวจงใจทำหมูชิ้นหนึ่งหล่นลงบนโต๊ะ
แมลงวันกังฟูเข้าใจและบินไปกินเนื้อหมูอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม แมงมุมชอบกินสิ่งมีชีวิต ดังนั้นมันจึงต้องรอเวลาออกล่าด้วยตัวเองตอนกลางคืน
มันย่อมจับยุงและแมลงวันได้อย่างง่ายดาย
"ถุย คนตาบอดน่าสมเพช มองไม่เห็นแม้แต่ชิ้นเนื้อ"
เมื่อเห็นสิ่งนี้ ฉินฉือก็ฉวยโอกาสเย้ยหยัน
หลินฮ่าวมาทานอาหารที่ห้องอาหาร จึงไม่สนใจคำเหน็บแนมของฉินฉือ
เขายังคงกินต่อไปและถือว่าคำพูดนั้นเป็แค่อากาศ
“ชายตาบอดผู้นี้กล้าดีอย่างไรถึงเพิกเฉยข้า!”
ฉินฉือหรี่ตาลงด้วยความโกรธ
ในสายตาของเขา หลินฮ่าวเป็เพียงเศษขยะที่ด้อยกว่าสัตว์ กล้าดีอย่างไรที่ไม่สนใจตัวเขา?
ฉินฉือโกรธมาก จนเทปัสสาวะม้าที่เขาเตรียมไว้ลงในชามน้ำแกงของหลินฮ่าว
พวกเขาไม่รู้ว่าแมลงวันตัวน้อยมองเห็นเื่ราวทั้งหมดนี้ และหลินฮ่าวก็เห็นทุกอย่าง
"เขยใหญ่ของตระกูลจ้าวงั้นหรือ ไม่ได้คณามือของข้าหรอก"
ฉินฉือหัวเราะและแทบรอไม่ไหวที่จะได้เห็นหลินฮ่าวดื่มปัสสาวะม้า
รุ่นเยาว์ของตระกูลจ้าวในห้องอาหารต่างก็สังเกตเห็นการกระทำของฉินฉือ
ทว่าพวกเขาไม่ได้แยแส และมองหลินฮ่าวด้วยความสนุก โดยคาดหวังว่าอีกฝ่ายจะดื่มน้ำแกงที่ผสมปัสสาวะม้า
ในขณะนี้ หลินฮ่าวยกชามน้ำแกงขึ้นท่ามกลางสายตาล้อเลียนของทุกคน และกำลังจะดื่ม
แต่เมื่อทุกคนคิดว่าเขากำลังจะดื่ม จู่ ๆ หลินฮ่าวก็ขว้างน้ำแกงใส่หน้าฉินฉือ
แม้น้ำแกงจะตักออกมาสักพักแล้ว แต่ก็ยังร้อนอยู่
ใบหน้าของฉินฉือเปลี่ยนเป็สีแดง เขากรีดร้องเสียงดัง
"แกงปัสสาวะนี้มีรสชาติอย่างไร?"
ทันใดนั้น หลินฮ่าวก็ยืนขึ้นพร้อมทั้งกล่าวเย้ยหยัน
"จมูกของชายตาบอดยอดเยี่ยมมาก"
เมื่อเห็นฉากนี้ ลูกหลานของตระกูลจ้าวพลันประหลาดใจและหัวเราะออกมา
"รนหาที่ตาย!"
ฉินฉือทั้งโกรธทั้งอับอาย จึงพุ่งเข้าไปต่อยหลินฮ่าว
ด้วยระยะห่างแค่นี้ ทั้งหลินฮ่าวยังตาบอด เขามั่นใจว่าทำให้อีกฝ่ายอับอายได้สบาย ๆ
ทว่าเหตุการณ์เหลือเชื่อก็เกิดขึ้น
กำปั้นของฉินฉือซึ่งอยู่ห่างจากใบหน้าของหลินฮ่าวเพียงสองฉื่อ พลันชะงัก
นอกจากหมัดนี้ของฉินฉือแล้ว สีหน้าของเขายังตะลึงงันเช่นกัน
หากดูให้ดี จะมีแมลงวันตัวเล็ก ๆ อยู่ข้างหน้ากำปั้นของเขา
มันเป็สัตว์ตัวเล็กที่ทำตัวเหมือนตั๊กแตนตำข้าวขวางรถม้า แต่สิ่งมีชีวิตตัวจ้อยนี้กลับหยุดหมัดที่มีขนาดใหญ่กว่าตัวมันนับสิบเท่าได้
แต่มุมมองของคนส่วนใหญ่ในห้องไม่สังเกตเห็นการมีอยู่ของแมลงวันตัวน้อย แม้แต่ตัวฉินฉือก็ไม่เห็น ราวกับว่าด้านหน้าของหลินฮ่าวมีกระจกใสกั้นอยู่
เพียะ!
จากนั้นก็มีเสียงดังขึ้น
หลินฮ่าวยกมือขวาขึ้นตบ ‘เพียะ! เพียะ!’ สองครั้ง
ฉินฉือร้องด้วยความเ็ป ทันใดนั้น ใบหน้าของเขาก็ปรากฏรอยฝ่ามือสีแดง
ภายในห้องอาหารหลักพลันเงียบสนิท
ฉินฉือที่ถูกทุบตีกำลังตกตะลึง
ทุกคนมองเหตุการณ์ด้วยความไม่เชื่อ
พวกเขารู้ว่าชายตรงหน้าตาบอด แล้วอีกฝ่ายจะดุร้ายเช่นนี้ได้อย่างไร?
เขากล้าดีอย่างไรถึงขว้างน้ำแกงและตบหน้าพ่อบ้านสามของตระกูลจ้าว?!
ในขณะนี้ ฉินฉือจ้องมองหลินฮ่าวด้วยสีหน้าใ และดวงตาของเขาก็เต็มไปด้วยโทสะ
เขาอยู่ในขั้นผู้ฝึกยุทธ์ระดับ 1 แต่กลับหยุดการโจมตีของหลินฮ่าวไม่ได้
“เ้าลอบโจมตีข้าแบบนี้ คงเบื่อที่จะมีชีวิตแล้วกระมัง!”
เมื่อฉินฉือฟื้นคืนสติ เขาก็รีบะโด้วยความโกรธ
ในเวลาเดียวกัน เขาะโเตะไปที่หัวของหลินฮ่าว!
ตอนนั้นเอง แมลงวันกังฟูก็บินออกมาอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้า
ฉึก!
กรงเล็บที่แหลมคมข่วนข้อเท้าของฉินฉือ ตัดเอ็นร้อยหวายของเขา และเืก็พุ่งออกมา
"อ๊าก!!!"
ฉินฉือรู้สึกเ็ปอย่างรุนแรง จนล้มลงกับพื้น กุมเท้าขวาที่เปื้อนเืและกรีดร้องอย่างขมขื่น
เมื่อเห็นสิ่งนี้ รุ่นเยาว์ของตระกูลจ้าวต่างก็ตกตะลึง
"นั่นน่าจะเป็แมลงวัน... ใช่หรือไม่?"
“ข้าก็คิดว่าเป็แมลงวันเหมือนกัน แต่เป็ไปได้อย่างไร แมลงวันทำได้ขนาดนั้นเลยหรือ?!”
สักพักเสียงอันวุ่นวายก็ดังขึ้น
“ถือเป็บทเรียนสำหรับเ้า ที่กล้ามาหยาบคายกับเขยใหญ่ อย่างข้า”
หลินฮ่าวพูดอย่างเ็า แล้วเดินจากไป
เขาไม่มีอารมณ์ที่จะกินต่อเพราะความวุ่นวายที่เกิดขึ้น
เมื่อเห็นเ้านายของมันกำลังเดินออกไป แมลงวันตัวน้อยก็บินไปเกาะบนไหล่ซ้ายของหลินฮ่าวทันที
หลินฮ่าวเดินออกจากห้องอาหารอย่างสงบท่ามกลางสายตามากมาย