บทที่ 34 ถูกตบ (รีไรต์)
หวงอวี้เฟิ่งโกรธแทบบ้า เธอจะแบกชื่อเสียงนี้ไว้ไม่ได้!
ในหมู่บ้านเรียกผู้ชายคนนั้นคนนี้ว่าต้าต้านถมเถไป!
เด็กน้อยอะไร ชายฉกรรจ์แน่นอนอยู่แล้ว ไม่ก็ชายฉกรรจ์ที่สภาพครอบครัวค่อนข้างดี!
ส่วนเรื่องที่ว่าหญิงก่อนหน้านี้แต่งตัวไม่ดี หญิงชาวบ้านต้องลงนาทำงานจะแต่งตัวดีสักกี่คนเชียว?
หลินเนี่ยนตบเธอ หลิวหย่งหนานรีบเปิดปากฉอดเธอ สองคนนี้ต้องรวมหัวสร้างเรื่องตบตาเธอแน่นอน!
เธอลุกขึ้นมาชี้หน้าหลินเนี่ยนพร้อมพูดอย่างเดือดดาล “หลินเนี่ยน หลิวหย่งหนาน พวกเธอเลิกพูดจาเหลวไหลซะที ใครจะพกกระติกน้ำสองใบมาชนบทกัน? แม้แต่สหายเซียวหลานยังมีกระติกน้ำทหารแค่ใบเดียวเลย!”
“พอมาถึงชนบทเธอก็คบหาคนไปทั่ว ยังมีหน้ามาตบฉันอีกเหรอ!”
“หลินเนี่ยน ฉันจะไปกองกำลังใหญ่ ไปสำนักงานชุมชน ไปที่อำเภอร้องเรียนเธอ!”
เซียวหลานเกลียดหลินเนี่ยนเข้าไส้ ถ้าเธอฟ้องหลินเนี่ยนชนะ เซียวหลานจะต้องมองเธอเปลี่ยนไปแน่นอน!
เมื่อถึงตอนนั้นก็คว้าประโยชน์มาได้ไม่น้อย!
ไม่แน่ว่าเธออาจจะกลายเป็นสหายรักสุดซี้ข้างกายเซียวหลานก็ได้ เมื่อเซียวหลานกลับเข้าเมือง อาจจะพาเธอไปด้วยและจัดเตรียมงานธุรการในสำนักงานให้เธอสักงานก็ได้
จากนั้นเธอจะทำความรู้จักชายหนุ่มบ้านใหญ่โตสักคนผ่านเซียวหลาน แล้วแต่งงานกับลูกชายผู้บริหารสักคน...
จุ๊ ๆ ต้องบอกเลยว่า หวงอวี้เฟิ่งช่างกล้าคิดจริง ๆ!
หวงอวี้เฟิ่งยิ่งคิดก็ยิ่งตื่นเต้น ประกอบกับความเกลียดชังที่มีต่อหลินเนี่ยน คำพูดที่มาจากปากยิ่งพูดก็ยิ่งไม่น่าฟัง
“...ไม่แน่นะ เธอคงได้เสียกับเขาที่นานั่นเรียบร้อยแล้ว ไม่งั้นเขามีสิทธิ์อะไรให้กระติกน้ำร้อนใหม่เอี่ยมกับเธอ!”
หลิวหย่งหนานได้ยินแบบนี้ก็ทนฟังไม่ได้ เดินเข้าไปกำลังจะตบหวงอวี้เฟิ่ง แต่หวงอวี้เฟิ่งรีบส่งเสียงโวยวาย “จะถูกฆ่าแล้ว!”
“ฉันพูดจี้จุด พวกเขาก็เลยพาลโกรธ!”
หลินเนี่ยนดึงหลิวหย่งหนานกลับมา เธอมองหวงอวี้เฟิ่งกับกลุ่มยุวชนที่ดูคึกคักด้วยสายตาเย็นเยียบ อารมณ์บนหน้าพวกเขาดูมีความสุขบนความทุกข์คนอื่น ถากถาง และดูถูกเปลี่ยนพลิกไปร้อยแปดพันเก้า
ไม่มีใครสักคนคิดว่าเธอบริสุทธิ์
ไม่มีใครสักคนคิดว่าคำพูดของหวงอวี้เฟิ่งเกินเหตุไปมากแค่ไหน หรือเลวร้ายสำหรับหญิงสาวที่ยังไม่แต่งงานมากเพียงใดเหมือนกัน
ทุกคนต่างเชื่อในสิ่งที่ตัวเองอยากจะเชื่อ
หลินเนี่ยนไม่อยากตัดสินพวกเขาด้วยเจตนาร้าย แต่หลินเนี่ยนรู้สึกได้ถึงเจตนาร้ายที่มาจากตัวพวกเขาอย่างลึกซึ้ง
ยุวชนทุกคนไม่มีใครดีบ้างเหรอ?
เป็นคนเลวกันหมดเลยเหรอ?
ไม่ใช่
สาเหตุประการแรกเป็นเพราะเมื่อเธอกับหลิวหย่งหนานมาถึงก็ออกตัวแรง ทั้งยังปะทะกับเซียวหลานและสื่อเหอผิงที่อาศัยอยู่ในบ้านของหัวหน้าหมู่บ้านอีก
หัวหน้าหมู่บ้านมีเจตนากลั่นแกล้งเธอกับหลิวหย่งหนานตลอด คนสายตาเฉียบแหลมต่างก็มองออกกันทั้งนั้น
ยุวชนที่มาใหม่ก็ถูกสื่อเหอผิงกับเซียวหลานกว้านซื้อบนเกวียนหมดแล้ว ยุวชนรุ่นพี่อาจจะมีความทะนงตอนที่เพิ่งมาออกชนบท แต่หลังจากหล่อหลอมอยู่ในชนบทมาหลายปี เปาเซี่ยงตั่งก็รู้จักวิธีการจัดการคนแบบนี้ ความทะนงจึงสูญสลายไปนานแล้ว
อีกอย่างเปาเซี่ยงตั่งยังถือสิทธิสำคัญไว้ในมือ นั่นก็คือถ้ายุวชนอยากกลับเข้าเมือง จำเป็นต้องให้เขาออกหนังสือรับรองประพฤติตัวดี
ไม่อย่างนั้นแม้จะมีหน่วยงานในเมืองรับและส่งประกาศมา ขอแค่เปาเซี่ยงตั่งลอบกัด คุณก็ไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น
ประการที่สอง...
ก็แค่ชีวิตของตัวเองมันห่วยแตก ทนเห็นเธอกับหลิวหย่งหนานใช้ชีวิตดีไม่ได้ จึงรู้สึกอิจฉา
ก็เข้าใจได้
แต่หลินเนี่ยนไม่ยอมลดมาตรฐานการใช้ชีวิตของตัวเองลงเพราะกลัวจะถูกอิจฉา เธอไม่ยอมเด็ดขาด เพราะเธอเป็นคอมมิวนิสต์ตัวจริง ไม่มีใครกล่าวหาใส่ความเธอได้
แต่เข้าใจก็ไม่ได้หมายความว่าจะเห็นด้วย และไม่ได้หมายความว่าจะยกโทษให้เหมือนกัน
หลินเนี่ยนดึงหลิวหย่งหนานไปด้านหลัง แล้วพูดกับหวงอวี้เฟิ่ง “อย่าว่าแต่สองเลย จะสามหรือสี่หรือห้าใบฉันก็มีปัญญา!”
หวงอวี้เฟิ่งไม่เชื่ออยู่แล้ว เธอเหล่มองหลินเนี่ยนแล้วพูดจาดูถูก “จะหลอกใครน่ะ? ถ้าเธอเอากระติกน้ำหลายใบออกมาได้ ฉันยอมกินมันต่อหน้าเธอเลย!”
หลินเนี่ยนเยาะเย้ย “ไม่ต้องให้เธอกิน เธอก็ไม่มีปัญญากินอยู่แล้ว แต่ถ้าฉันเอากระติกน้ำใบอื่นออกมาได้จริง ที่ตบเธอไปสองทีก่อนหน้านี้ก็ถือว่าไม่นับ แล้วเธอค่อยให้ฉันตบอีกสักสิบฉาดแล้วกัน!”
“เธอกล้าตกลงหรือเปล่า?”
“ถ้าเธอไม่กล้าแสดงว่าจงใจป้ายสีฉัน”
“เธอต้องขอโทษฉัน!”
หวงอวี้เฟิ่งคิดว่าหลินเนี่ยนแค่สร้างเรื่องตบตา กระติกน้ำทหารก็ไม่ใช่สินค้าเกลื่อนตลาด ทั้งยังต้องใช้คูปองอุตสาหกรรมซื้ออีกด้วย!
ปากบอกแค่กระติกน้ำไม่กี่ใบ เหอะ ไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้ว
มีเงินและตั๋วซื้อกระติกน้ำ แล้วซื้ออย่างอื่นหน่อยไม่ได้เหรอ?
บ้าหรือเปล่า?
พกกระติกน้ำทหารกองหนึ่งมาชนบท!
“ทำไมจะไม่กล้า?” หวงอวี้เฟิ่งชูคอ เชิดหน้า เธอไม่ได้โง่ที่จะถูกหลินเนี่ยนหลอกด้วยเล่ห์เหลี่ยมพวกนี้
“เธอเอาออกมาเลย เอากระติกน้ำของเธอให้ฉันดูหน่อย ถ้ามีจริงฉันคุกเข่ายอมรับผิดกับเธอเลย เรื่องที่เธอตบฉันก็เป็นโมฆะ!”
หลินเนี่ยนเปลี่ยนสีหน้า ท่าทางดูรู้สึกร้อนใจเล็กน้อย “ฉันไม่ใช่บรรพบุรุษเธอ ไม่ต้องให้เธอมาคุกเข่าหรอก! ไม่ใช่ว่าเธอกลัวถูกตบเหรอ?”
“ยังไงฉันก็ไม่สนใจอยู่ดี เธอต้องให้ฉันตบเธออีกสิบฉาด!”
น้ำเสียงของหลินเนี่ยนกำลังสั่นเครือ ดูเหมือนเธอพยายามกลั้นความโกรธไว้
“เอาออกมา!” หวงอวี้เฟิ่งตวาดเสียงดัง “เอาออกมาแล้วฉันจะให้เธอตบสิบฉาด!”
“เร็วสิ!” หวงอวี้เฟิ่งเริ่มผลักหลินเนี่ยนให้เดินเข้าไปในหน่วยยุวชน สวี่เหนียนหัวตามเข้าไปพูดอย่างเสแสร้ง “หวงอวี้เฟิ่งทำอะไรของเธอน่ะ เป็นยุวชนร่วมห้องกันทั้งนั้น ทำไมต้องจริงจังขนาดนี้ล่ะ เธอบังคับยุวชนหลินแบบนี้มันไม่เหมาะสม”
“ยุวชนหลิน เธอก็ด้วย ผิดก็ยอมรับ พวกเธอเพิ่งจะมาชนบท รับความลำบากในชนบทไม่ไหวพวกเราเข้าใจได้ แต่เธอใช้วิธีที่ผิด ไม่ควรเทียวจีบผู้ชายในชนบท แล้วก็ไม่ควรโกหกด้วย!”
“ฉันเชื่อนะ แค่เธอยอมรับผิด กองกำลังใหญ่ก็ผ่อนผันให้ได้ถ้าเป็นความผิดครั้งแรก”
ยุวชนหญิงอีกคนพูดอย่างยิ้มแย้ม “ยุวชนสวี่เธอพูดผิดแล้ว ขอแค่คนนั้นแต่งงานกับหลินเนี่ยนได้ หลินเนี่ยนก็จะไม่ถูกลงโทษ!”
“ขอแค่หลินเนี่ยนเอาอกเอาใจชายฉกรรจ์คนนั้น พอแต่งงานเข้าไปเป็นสะใภ้ กองกำลังใหญ่ก็ไม่สนใจเรื่องนี้แล้ว!”
ยุวชนรุ่นพี่รู้จักต้าต้าน แม่ของต้าต้านเหล่ายุวชนรุ่นพี่ก็รู้จัก แต่พวกเธอบอกว่าเป็นต้าต้านก็เป็นต้าต้านงั้นเหรอ?
อาจจะเอาต้าต้านมาเป็นข้ออ้างก็ได้
บ้านตระกูลหลินมีผู้ชายสองคนยังไม่มีภรรยา คนหนึ่งสมองทึ่มอีกคนก็ยังเด็กอยู่
ยุวชนที่มาใหม่ไม่รู้ แต่ยุวชนรุ่นพี่รู้ ตอนนั้นบ้านสกุลหลินมีนักศึกษามหาวิทยาลัยคนหนึ่ง พวกเขาจึงมีหน้ามีตาอยู่ช่วงหนึ่ง ตอนนี้ที่บ้านตกต่ำแล้ว แต่จะเอากระติกน้ำทหารใบใหม่ออกมาก็ใช่จะเป็นไปไม่ได้ บางทีอาจจะเป็นของที่เก็บไว้แต่อดีตก็ได้
ด้วยเหตุนี้เอง หลินเนี่ยนจึงถูกผลักเข้าไปในห้องนอน
ถูกบังคับให้เปิดตู้หยิบสัมภาระของตัวเองออกมา จากนั้นก็ถูกบีบให้เอากระติกน้ำทหารสีเขียวใหม่เอี่ยมทั้งสามใบที่เหลือออกมา
เหล่ายุวชนหญิงที่ตามเข้าไป ‘...’
หวงอวี้เฟิ่ง ‘…’
ยุวชนชายที่สอดรู้สอดเห็นอยู่ด้านนอกโวยวาย “เป็นยังไง? หาเจอไหม?”
“ไม่มีหรือเปล่า?”
จากนั้นเสียงหัวเราะเยาะก็ดังขึ้นมาจากด้านนอกสักพัก เหล่ายุวชนชายค่อย ๆ พูดกันอย่างไม่เกรงใจและพูดวาจาถ่อยลงเรื่อย ๆ
หลิวหย่งหนานต่อยยุวชนชายหลิวจิ้งเยี่ยที่พูดจาหยาบคายที่สุดด้วยสีหน้าบูดบึ้ง ก่อนทั้งสองจะตะลุมบอนกันทันที คนอื่นดูเหมือนกำลังห้าม แต่ความจริงแล้วพวกเขาแค่แกล้งทำทั้งนั้น
พวกเขารั้งหลิวหย่งหนานกันหมด ไม่มีใครรั้งหลิวจิ้งเยี่ยสักคน กระทั่งมีคนฉวยโอกาสเล่นสกปรก
หลิวหย่งหนานไม่ใช่พ่อพระ เขากล้าแอบทำธุรกิจระดับนั้นในเมืองหรง และเขาไม่ใช่คนที่จะถูกจัดการได้ง่าย ๆ
เขาติดตามฟู่ชิวสือไปชกต่อยตั้งแต่เด็ก
ตาของฟู่ชิวสือเอ็นดูเขามาตลอด ทั้งยังเคยหาอาจารย์ฝีมือดีไม่กี่คนมาสอนกังฟูเขาโดยเฉพาะ ตราบใดที่ฟู่ชิวสือว่างก็จะสอนพี่น้องข้างกาย ฝีมือทุกคนพัฒนาและศึกษามาด้วยกัน
แม้หลิวหย่งหนานกับอีกหลายคนจะห่างชั้นกับฟู่ชิวสืออยู่มาก แต่ให้จัดการยุวชนพวกนี้น่ะสบายมาก
ไม่นานนัก ยุวชนที่ลงมือกับเขาก็ถูกเขาต่อยลงไปนอนกลิ้งกับพื้น
ตอนนี้ ยุวชนหญิงทยอยออกมาจากห้อง สีหน้าแต่ละคนเรียกได้ว่ายากจะอธิบาย
หลินเนี่ยนหิ้วกระติกน้ำทหารใหม่เอี่ยมสามใบตามออกมา ส่วนเหล่ายุวชนชายได้แต่งงเป็นไก่ตาแตก
เธอเอาออกมาจริง ๆ!
โอ้โฮ!
ตีกันไปเสียเปล่าแล้ว!