ฟรอสต์ลีนในคืนนั้น ฝนตกไม่แรงแต่ตกนาน
น้ำไหลตามร่องหิน เหมือนเมืองกำลังล้างรอยบางอย่าง โดยไม่แน่ใจว่าล้างออกได้หรือไม่
ตะเกียงยังติด แสงตะเกียงไม่สว่าง
แต่พอให้เห็นหน้า พอให้รู้ว่าใครยืนอยู่ตรงไหน
ทรัซเดินอยู่ใต้หลังคาผ้าใบของแผงค้าปิดร้าน
ขาที่เจ็บยังเหมือนเดิม ไม่ดีขึ้น แต่ไม่แย่ลง
ความเจ็บแบบนี้ไม่ทำให้ล้ม
แต่มันคอยเตือนทุกก้าวว่า ถ้าพลาดอีกครั้ง
จะไม่มีโอกาสแก้
> “คืนนี้เขาจะไม่มาหาเจ้า” เรกัลป์พูดในหัวเขา
“เขาจะทำให้เจ้าเดินไปหาเขาเอง”
ทรัซหยุด
มองปลายถนนที่มืดกว่าเส้นอื่น
ตรงนั้นไม่มีร้าน ไม่มีบ้าน
มีแค่ลานหินโล่งกับบ่อพักน้ำฝนเก่า
เสียงคนเถียงดังมาจากตรงนั้น
ไม่ดัง แต่ฟังชัดเจน เป็นเสียงที่ตั้งใจให้ได้ยิน
“ข้าบอกแล้วว่าไม่ควรพูดต่อหน้า”
“แล้วจะให้พูดที่ไหน ในเมื่อเขาอยู่ตรงนี้ทุกวัน”
มองเห็นสองเงาขยับ เหมือนกำลังดึงใครสักคน
ทรัซไม่เร่ง ไม่วิ่ง
เขาเดินออกจากเงาผ้าใบ
ปล่อยให้ฝนกระทบเสื้อคลุม
เสียงรองเท้ากระทบหินดังพอจะบอกว่า
เขาไม่แอบ
ชายสามคนหยุดทันที
หนึ่งในนั้นคือคนที่เขาเคยเห็น
คนรับงานไม่ใช่หัวหน้า แต่ไม่ใช่ลูกน้องทั่วไป
ตรงกลาง เป็นเด็กหนุ่มอายุไม่ถึงยี่สิบ
มือสั่น ถูกปิดปากครึ่งหนึ่ง
“ปล่อยเขา” ทรัซพูดดังพอให้ได้ยิน
ชายคนนั้นหัวเราะ เสียงสั้น
“ไม่เกี่ยวกับเจ้า คืนนี้เราแค่พาเด็กกลับบ้าน”
> “โกหกไม่สนิท” เรกัลป์บอก
“ถ้าพากลับบ้าน เขาจะไม่ถูกจับแบบนั้น”
ทรัซขยับเข้าใกล้สามก้าว แล้วหยุด
“เจ้าจับเขาเพราะอะไร”
ชายอีกคนตอบแทน
“เพราะเขาพูด”
“พูดอะไร”
ไม่มีคำตอบ มีแค่แรงบีบที่แขนเด็กแน่นขึ้น
ทรัซไม่รอช้า เขาก้าวเข้าไป
ใช้ฝ่ามือฟาดเข้าที่ข้อมือ ตรงเส้นข้อมือ
มือที่จับเด็กชาหย่อนลงทันที
อีกคนเข้ามาจากด้านข้าง หวังล็อกคอทรัซ
ทรัซหมุนไหล่ ใช้ศอกกระแทกเข้าที่ซี่โครง
เสียงอากาศหลุดจากปอดดังห้วน
คนที่เหลือดึงมีดสั้นออกมา ถือให้เห็นเพื่อขู่
> “อย่าปล่อยให้มีดทำงาน” เรกัลป์เตือน
“คืนนี้ตาเมืองเปิดอยู่”
ทรัซถอยครึ่งก้าว เหยียบแอ่งน้ำ
เตะขึ้นฟ้า ใช้น้ำในแอ่งสาดเข้าหน้า
ชายคนนั้นหลับตาเพียงเสี้ยววินาที
พอให้ทรัซเข้าไปประชิด ชนศูนย์ถ่วง
ให้ร่างนั้นล้ม มีดหล่นกระทบหิน
และเด็กหนุ่มถูกปล่อย
ทรัซดึงเด็กหนุ่มให้ถอยไปด้านหลัง และยืนขวาง
ฝนยังตก มีเสียงฝีเท้าดังเพิ่ม
ไม่ใช่พวกเดียวกัน แต่เป็นคนในบ้านรอบลาน
ที่เปิดประตูออกมาดู
ไม่มีใครตะโกน
ไม่มีใครช่วย
แต่ไม่มีใครปิดประตู
ชายสามคนมองรอบตัว เข้าใจพร้อมกันว่า
คืนนี้ไม่ใช่คืนของการ “เก็บเงียบ”
หนึ่งในนั้นพูดเบาๆ “ไป”
พวกมันถอย ไม่วิ่ง เหมือนรู้ว่า
การวิ่งจะทำให้ทุกคนจำหน้าได้ดีกว่า
เด็กหนุ่มยีงยืนตัวสั่น
ชุดทั้งชุดเปียก แต่เขายังยืนอยู่ที่เดิม
“เจ้าพูดอะไร” ทรัซถาม
เด็กกลืนน้ำลาย แล้วมองรอบตัว
ก่อนพูดเสียงสั่นแต่ชัด
“ข้าบอกว่า…เมื่อคืน คนที่ถูกทำร้าย
ไม่ได้เริ่มก่อน”
คำพูดนั้น ไม่ดัง แต่เสียงฝนเงียบลงพอดี
ไม่มีเสียงแย้ง ไม่มีเสียงห้าม
> “นี่ไม่ใช่คำให้การ” เรกัลป์พูด
“แต่มันคือการยืนยันต่อหน้า”
ทรัซพยักหน้า
หันไปมองคนรอบลาน
“ใครได้ยิน ก็ได้ยิน” เขาพูด
“ข้าไม่ได้ขอให้จำ”
ไม่มีใครตอบ
แต่ไม่มีใครกลับเข้าบ้าน
เด็กหนุ่มเช็ดหน้า หายใจลึก เหมือนเพิ่งรู้ว่า
การพูดไม่ทำให้ตายทันที
ทรัซเดินออกจากลาน
ฝนยังคงตก ขาของเขาเจ็บแต่เดินหลังตรง
> “คืนนี้เจ้าไม่ได้ชนะใคร” เรกัลป์พูด
“แต่เจ้าเอา ‘การเลือก’ คืนมาให้เมือง”
ทรัซไม่ตอบ
เพราะเขารู้แล้วว่า ตั้งแต่คืนนี้เป็นต้นไป
ศัตรูจะไม่ถามว่า จะล้มเขายังไง
แต่จะถามว่า จะทำให้คนไม่กล้าพูด
ได้อีกนานแค่ไหน
และนั่น คือเกมที่ไม่มีใคร ใช้กำลังชนะได้ง่ายๆ
อีกต่อไป