ทาเคชิวิ่งมาที่ห้องทาคาฮิสะเขาเดินเขามาก็ได้ััถึงความเย็นในห้องนี้ ทาเคชิได้ไปเขย่าร่างทาคาฮิสะเบาๆ
“ทาคาฮิสะ” ทาเคชิเรียก ร่างทาคาฮิสะค่อยๆลืมตาขึ้น
“ทาเคชิ”
“เอรอสเรียกให้เข้าพบ” ทาเคชิพูด ยูคิมูระรีบลุกขึ้นมานั่งด้วยความกังวล
“หรือเขาจะรู้แล้วไม่หรอก” ยูคิมูระคิด
“เื่อะไร?” คำพูดนี้ดูเหมือนมันจะติดปากซะแล้ว
“ฉันก็ไม่รู้รีบไปเถอะ”
ทั้งสองวิ่งมาในวังของเอรอสเอรอสนั่งอยู่บัลลังค์ มองดูทั้งสองที่วิ่งมา
“เหมือนกันเลยแยกไม่ออกจริงๆ” คำพูดของเอรอสดังขึ้น
“ไม่ต้องพูดมากรีบบอกมา” ทาเคชิก้าวร้าวอีกแล้ว
“เซยะบอกกับพวกเขาซิ” เซยะเดินออกมาแล้วมองไปที่ทาคาฮิสะ
“คือ...ความจริงแล้วข้าจะส่งเ้าทั้งสองคนไปเรียนวิชาการต่อสู้ แต่ดูเหมือนทาคาฮิสะคงไม่ต้องแล้วมั้ง?” คำพูดของเซยะทำให้ทุกคนสงสัย
“ไหนเ้าบอกว่าให้ไปทั้งสองคนเลยไง” เอรอสถาม
“ข้าคิดว่าทาคาฮิสะเก่งพอแล้ว ข้าเลยจะขอเสนอว่าให้ทาคาฮิสะไปดูแลองค์หญิงแทนทาเคชิส่วนทาเคชินั้นก็ไปเรียนแทนทาคาฮิสะ”
“ไม่ได้ ถ้าฉันไปเรียนน้องชายฉันก็ต้องได้เรียนด้วย” ทาเคชิค้านทันที
“เซยะก็ให้ไปเดินทั้งสองคนนั้นแหละ” เอรอสพูด
“ถ้าเป็คำสั่งขององค์จักรพรรดิข้าคงขัดไม่ได้” เซยะพูด
“เ้าทั้งสองคนเตรียมตัวได้เลยพรุ่งนี้ เซยะจะพาเ้าสองคนไป ส่วนทาเคชิวันนี้เ้ายังต้องพาองค์หญิงริโอะไปชมอาณาจักรต่อ เข้าใจไหม?”
“ขัดได้เหรอ?คำสั่งของนายน่ะ” เอรอสยิ้มที่มุมปาก
“ดีแล้วที่เ้าไม่ขัดไปได้แล้ว” ทาเคชิกับทาเคชิกำลังเดินออกไปเซยะก็ปามีดไปที่ทาคาฮิสะ ยูคิมูระรู้สึกตัวก่อนเลยหลบมีดนั้นอย่างหวุดหวิดทาเคชิใรีบหันไปหาเอรอส
“เอรอส นายคิดไม่ซื่อ” ทาเคชิคิดว่าเป็เอรอส ยูคิมูระหยิบมีดที่ปามาใส่เขาแล้วเดินไปให้เซยะ
“เก็บมีดของนายให้ดีอย่าทำอย่างนี้อีก ไม่งั้น ถ้ามีดเล่มนี้มันปาเข้าที่อกของนายฉันไม่รับผิดชอบจริงๆด้วย”คำพูดที่ดูเยือกเย็นมันทำให้เซยะยืนตัวแข็ง
“ไปเถอะทาคาฮิสะ” ยูคิมูระเดินตามทาเคชิออกไป
เซยะยืนตัวแข็งเอรอสเองก็เริ่มที่จะสงสัย มันน่ากลัวเกินกว่าคนอย่างทาคาฮิสะจะมีอยู่ในตัว
“เห็นไหมท่าน?” เอรอสพยักหน้า เขาจะรู้ไหมว่านั่นน่ะคือยูคิมูระ
ทาเคชิเดินออกมากับยูคิมูระแล้วเขาก็หยุดเดิน
“ทาคาฮิสะนายรู้ได้ยังไงว่ามีดเล่มนั้นมาจากเซยะ?” ทาเคชิสงสัย
“คือ... จากความรู้สึกของฉันฉันเป็คนถูกหมาย ก็ต้องรู้เป็ธรรมดา อีกอย่างดูจากสีหน้าของเอรอสก็รู้แล้วว่าไม่ได้ทำตอนที่นายพูด หน้าของเอรอสก็ยังสงสัยอยู่เลย” ยูคิมูระแก้ต่างให้กับตัวเอง
“อืม... มันก็จริงนะทีหลังฉันต้องระวังหน่อยล่ะ ไม่รู้เอรอสอยากทดสอบอะไรกันแน่”ทาเคชิซื่อจริงๆ
“ทดสอบ?” แย่แล้ว หรือว่าเขาอาจจะทำให้เอรอสสงสัย...สักพักทาเคชิก็หันมายิ้มให้ยูคิมูระ
“ทาคาฮิสะช่วยอะไรฉันซะอย่างซิ”
“อะไรอีกล่ะ?”
“นายช่วยพาองค์หญิงไปเที่ยวแทนฉันหน่อยซิ” ทาเคชิวอนขอ
“แล้วพี่จะไปไหน?” ยูคิมูระถาม
“เออน่ะ” ทาเคชิก็รีบวิ่งไป
“เดี๋ยวก่อนซิ” ไม่ทันแล้วทาเคชิรีบวิ่งออกไปทันที
ยูคิมูระไม่มีทางปฏิเสธได้เขาเดินไปถึงตำหนักฮะคิ แล้วเขาก็เดินเข้าไป โมริออกมาต้อนรับ
“หมอนี่อีกแล้วเหรอ?” ยูคิมูระคิดในใจ
“มาแล้วเหรอท่านทาเคชิ?”
“ใช่...” เล่นละครอีกแล้ว แค่เล่นเป็ทาคาฮิสะก็ยากพออยู่แล้วนี่ยังต้องมาเล่นทับตัวละครอีก
“เชิญข้างในครับ” ยูคิมูระเดินเข้าไป เขาเห็นองค์หญิงนั่งอยู่ที่เก้าอี้
“วันนี้นายจะพาฉันไปไหน?” องค์หญิงถามแล้วลุกขึ้นยืน
“องค์หญิงอยากจะไปที่ไหนล่ะ?”
“ก็นายบอกฉันว่าวันนี้จะพาไปที่พิเศษนิ”
“ขอโทษด้วย ผมลืมไป”
ในระหว่างที่กำลังเดินออกไปนอกตำหนักยูคิมูระคิดไม่ออกจริงๆ ว่าเขาจะพาองค์หญิงไปที่ไหน แล้วเขาก็นึกได้
“องค์หญิงผมจะพาองค์หญิงไปที่หนึ่ง” ยูคิมูระหันมาพูดองค์หญิงยิ้มขึ้น
ยูคิมูระพาองค์หญิงมาที่ลานกว้างเป็สถานที่ทาเคชิเคยพาเขามามันสวยจริงๆ ดอกไม้ที่เปลี่ยนสีได้ ต้นหญ้าที่เขียวขจี ดูยังไงก็สบายตาองค์หญิงยิ้มแล้วรีบวิ่งไปดูดอกไม้ที่เปลี่ยนเ่าั้ พระองค์เอื้อมมือไปััมันกลีบของมันร่วง
“แย่แล้ว...ฉันทำมันตายแล้ว” สักพักกลีบสีใหม่ก็บานออกมามันเป็สิ่งที่วิเศษมาก ยูคิมูระเดินมานั่งข้างองค์หญิง
“เมื่อก่อนผมก็คิดว่าผมทำมันตายแล้วเหมือนกัน” ยูคิมูระพูด องค์หญิงหันมายิ้ม
“นายมาที่นี่บ่อยเหรอ?”
“ไม่บ่อยหรอกแต่ผมก็ชอบที่นี่มาก” องค์หญิงไม่เอ๊ะใจเลยเหรอไง?
“แต่ฉันก็ชอบต้นไม้สีขาวเมื่อวานเหมือนกัน”
“ต้นไม้สีขาว?”
“ใช่...เื่ที่นายเล่าให้ฉันฟัง มันเศร้ามากเลย”องค์หญิงสังเกตหน้ายูคิมูระที่กำลังสงสัยในคำพูด
“นายเป็ใครกันแน่?” แย่แล้วแผนแตกแล้วเหรอ?
“ก็ทาเคชิไง”
“ใช่เหรอ?” องค์หญิงยื่นหน้าสวยๆเข้ามาใกล้หน้าทาคาฮิสะมากทำให้ยูคิมูระทำหน้าไม่ถูก
“ชะ.. ใช่ซิ” เขาตอบพร้อมกับหลบสายตา องค์หญิงจับหน้าทาคาฮิสะแล้วจ้องตาทำให้ยูคิมูระไม่สามารถหลบสายตาจากองค์หญิงได้เลย
“องค์หญิงทราบไหมว่าท่านทาเคชิมีน้องชายฝาแฝด?” โมริทูลถาม
“น้องชายฝาแฝด!”
“ใช่แล้วคนเมื่อเช้าที่ปะมือกับผมเป็น้องชายฝาแฝดของท่านเคชิ”
“งั้นเหรอ?” งั้นคนที่องค์หญิงชอบั้แ่แรกเห็นก็คือทาคาฮิสะล่ะซิ
ยูคิมูระต้องยอมแพ้องค์หญิงองค์นี้จริงๆ
“ได้... ผมแพ้แล้วปล่อยได้แล้ว” องค์หญิงยิ้ม แล้วปล่อยมือ
“ผมชื่อทาคาฮิสะเป็....”
“เป็น้องชายฝาแฝดของทาเคชิใช่ไหมล่ะ?” องค์หญิงรู้ทันจริงๆด้วย
“องค์หญิงรู้?”
“ใช่...ฉันรู้ก็เพราะโมริบอกฉันเมื่อวานนี้”
“องค์หญิงอย่าไปบอกใครนะว่าทาเคชิสลับตัวกับผม”
“อืม...ได้แต่ต้องมีข้อแม้นะ” องค์หญิงยิ้มรอยยิ้มของเธอช่างงดงามนัก
“แล้วทำไมนายถึงพาฉันมาที่นี่” ก็ไม่รู้จะพาไปที่ไหนตัวเขาเองก็รู้จักที่นี่ที่เดียวที่ดูว่าวิเศษที่สุดแล้ว
“คือ.... ผมคิดว่า ถ้าพี่เป็คนพาองค์หญิงมาก็คงจะเป็ที่นี่ เพราะเรามีความคิดที่เหมือนกัน”ยูคิมูระพูดแล้วหันไปยิ้มให้องค์หญิง มันเป็รอยยิ้มแรกที่เขายิ้มให้เธอก็ว่าได้
ทาเคชิรีบไปหามาริอาทันทีมาริอาเห็นทาเคชิ เธอรู้น้อยใจ เพราะเื่เมื่อวาน
“นี่เป็อะไร?” ทาเคชิถาม มาริอาที่หน้าบูดบึ้ง
“ยังมีหน้ามาถามอีก”
“ก็ฉันไม่รู้นิ”
“ไม่รู้ได้ไงก็นายเป็คนทำชัดๆ ยังทำเป็ไม่รู้อีก”
“ทำอะไร?”
“ทำเป็ไม่รู้จักฉันใจร้ายที่สุด” ทาเคชินึกออกแล้วหัวเราะออกมา
“ขอโทษ”
“ขอโทษอะไร?เื่มันผ่านไปแล้ว”
“เมื่อวานใช่ไหม?” มาริอาพยักหน้า
“คนเมื่อวานไม่ใช่ฉัน”
“นี่ถ้านายจะแก้ตัวก็หัดหาข้อแก้ตัวที่มันดูดีกว่านี้ได้ไหม?”
“ฉันไม่ได้แก้ตัวนะแต่เป็ความจริง”
“อะไร?นายหาว่าฉันตาถั่วเหรอ? เหมือนนายอย่างกับแกะ” มาริอาโมโหมากทาเคชิเดินเข้าไปกอดมาริอา เธอสะดุ้งเล็กน้อย
“แล้วความรู้สึกนี้ล่ะ” อ้อมกอดนี้มันทำให้มาริอานึกถึงตอนที่เธอเดินไปกอดทาเคชิที่ใต้ต้นไม้ได้มันทำให้เธอใจเย็นลงบ้าง
“เมื่อวานที่เธอเจอเป็น้องชายฝาแฝดของฉัน”
“แล้วทำไมนายไม่เคยบอกให้ฉันรู้เลยล่ะว่านายมีน้องชายฝาแฝด” มาริอาผลักทาเคชิ
“ขอโทษด้วย”
“น้องชายนายคงงงน่าดูเลย” มาริอาพูดแล้วยิ้ม
“ใช่...หมอนั่นบอกว่ามีคนมาทักเขาแปลกๆ ฉันก็เลยคิดขึ้นมาได้ว่าต้องเป็เธอแน่เลย” ทาเคชิเดินเข้ามาจับมือมาริอา
“ฉันนี่แย่จริงๆเลยแค่นี้ก็แยกไม่ออก”
“ไม่ใช่ความผิดเธอหรอกไม่มีใครแยกเราสองคนออกหรอก เพราะเหมือนกัน” ทาเคชิยิ้ม
“ที่ฉันจะมาบอกเธอวันนี้คือ...ฉันอาจจะไม่ได้มาที่นี่หลายปีเลยล่ะ” ทาเคชิหุบยิ้ม
“ทำไม? นายจะไปไหน?” มาริอาสงสัย
“ฉันถูกส่งให้ไปเรียนต่อสู้ก็ฉันเป็ทหารนิ มันเป็เื่ธรรมดาอยู่แล้ว”ทาเคชิพูดน้อยใจในโชคชะตาของตัวเอง
“เรียนซิดีนายจะได้เก่งๆ แล้ว...” มาริอาเขินจนเธอไม่กล้าพูดต่อ
“แน่นอนยังไงฉันก็ต้องแต่งงานกับเธอยู่แล้ว”คำพูดของทาเคชิทำให้มาริอายิ่งเขินเข้าไปใหญ่
ยูคิมูระนั่งพิงอยู่ที่ต้นไม้ข้างๆองค์หญิงผู้เลอโฉม
“ข้อแม้อะไรล่ะ?” เขาถามขึ้น
“นายต้องเป็องครักษ์ให้ฉัน”
“คงไม่ได้หรอก”
“ทำไมล่ะ?”
“ผมต้องไปเรียนต่อสู้ไม่มีเวลามาดูแลองค์หญิง ส่วนพี่ชายผมก็คงเหมือนกันพรุ่งนี้องค์หญิงจะไม่ได้เห็นหน้าผมกับพี่ชายอีก”
“นานไหมกว่านายจะกลับมา?”
“ไม่รู้ซิ แต่คงจะนาน” องค์หญิงเอาหน้าเข้ามาใกล้ๆยูคิมูระอีกแล้ว
“แล้วนายจะลืมฉันไหม?”
“ลืม” เป็คำตอบที่เหมือนไม่ได้ผ่านหัวสมองเลย มันทำให้องค์หญิงรู้สึกเสียใจ
“งั้น...งั้นฉันจะทำให้นายไม่ลืมฉันเลย” ยูคิมูระสงสัยในคำพูดของเขาแต่แล้วเขาก็นั่งตัวแข็งเมื่อองค์หญิงปะทะริมฝีปากมาที่ริมฝีปากของทาคาฮิสะมันเป็ริมฝีปากที่อุ่นดีจัง แล้วองค์หญิงก็กัดไปที่ริมฝีมือของทาคาฮิสะ
“โอ๊ย!!!” ยูคิมูระร้องด้วยความเจ็บ องค์หญิงปล่อย เหลือไว้แต่รอยกัดบนริมฝีปากของทาคาฮิสะบนปากขององค์หญิงเลอะเืสีแดงของทาคฮิสะด้วยเช่นกัน
“องค์หญิงทำอะไร?” ยูคิมูระรู้สึกไม่พอใจในการกระทำขององค์หญิง เธอยิ้มเล็กๆ
“จูบอย่างเดียวก็พอไม่เห็นต้องกัดเลย” ยูคิมูระเอามือขึ้นมาเช็ดเืที่ปาก
“จูบอย่างเดียวไม่พอหรอกต้องกัดด้วย นายจะได้จำได้ อยากบอกว่าลืมทำไมล่ะ”องค์หญิงพูด
“ได้ๆ... ไม่ลืมหรอก” องค์หญิงยิ้ม
ทาเคชิเดินกลับมาที่วังก็เดินชนกับยูคิมูระที่เดินมาอีกฝั่ง
“โอ๊ย...ทำไมวันนี้เจ็บตัวบ่อยอย่างนี้นะ” ยูคิมูระเซ็ง
“อ้าว... ทาคาฮิสะ” ยูคิมูระเงยหน้ามอง
“ทาเคชิ!” ทาเคชิมองไปที่ปากยูคิมูระ
“ปากนายไปโดนอะไรมา?” จะบอกได้ไงล่ะว่าถูกองค์หญิงกัด
“พอดีไม่ระวังกัดโดนปากตัวเอง” ทาเคชิได้ฟังก็หัวเราะออกมา
“ต๊องแล้ว น้องฉัน”ทำให้ยูคิมูระหัวเราะออกมาด้วย หรือว่าเขาจะคิดว่าทาเคชิเป็นพี่ชายเขาจริงๆ