บ่ายวันเดียวกัน อ๋องเจียเฉิงก็ได้ส่งคนของตนเองไปรับสาวใช้สกุลหยูถึงจวน เนื่องจากในวันนั้นนางคือคนที่ลงมือกับซูฮวาตามคำสั่งของหลี่ฟางฟางและจำเส้นทางไปยังที่แห่งนั้นได้เป็อย่างดี พวกเขาต้องเร่งเดินทางไปเขารกร้างที่อยู่ไกลออกไปจากที่นี่พอสมควรและต้องใช้เวลาเดินทางราวห้าถึงหกชั่วยาม
ซ่งหยวนคือสาวใช้จวนสกุลหยูในเรือนคุณชายใหญ่หยูจินิ นางเป็คนช่างประจบและหัวรุนแรงคนหนึ่ง เมื่อได้ยินว่าท่านหญิงใหญ่หลี่ฟางฟางกำลังจะตบแต่งเข้ามาเป็ฮูหยินของคุณชายก็รีบวิ่งแจ้นเข้าไปประจบสอพลอ และเป็นางเองที่เอาเื่ของซูฮวากับคุณชายใหญ่ไปบอกท่านหญิง จากนั้นก็คอยเป็มือเป็เท้าให้ไม่ว่าจะเื่ใดก็ตาม รวมถึงเื่ในวันที่คร่าชีวิตของซูฮวาไปก็ด้วย
แต่แทนที่ซ่งหยวนจะนึกสลด นางกลับหัวเราะเย้ยหยันในการตายของซูฮวา และคิดไปอย่างงุนงงว่าจะให้ขุดศพขึ้นมาอีกทำไม บัดนี้คงเน่าเปื่อยไม่เหลือสภาพแล้ว แต่นางก็ต้องทำตาม เพราะอยากเอาหน้ากับท่านหญิงหลี่ที่จะเป็ฮูหยินในอนาคต
ท้องฟ้าแปรปรวนอีกทั้งยังมีลมกระโชกแรง ส่งผลให้ต้นไม้หักโค่นตามรายทางในขณะที่มีคนกลุ่มหนึ่งเร่งเดินทางเข้าไปในเขารกร้าง กว่าจะถึงก็เป็เวลาค่ำมืด่กลางยามจื่อแล้ว
“ตรงนั้น พวกเ้าขุดเลย” สาวใช้ร่างใหญ่ยืนชี้นิ้วสั่งการให้ชายฉกรรจ์ทั้งสามช่วยกันขุดในจุดที่นางบอก ส่วนนางก็ค่อยๆ ถอยร่นออกไปและใช้แขนเสื้อปิดที่จมูกเอาไว้ก่อน
คนของอ๋องเจียเฉิงทำตามเพราะเป็คำสั่งที่กำชับโดยท่านอ๋องว่าต้องเห็นกับตาตนเองว่ามีศพอยู่หรือไม่ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่รีรอที่จะทำตาม ในขณะที่ท้องฟ้าก็ยังแปรปรวนอยู่เช่นเคยส่งผลให้มีแสงวาบผ่านอยู่เป็ระยะ
ซ่งหยวนยืนดูอยู่ห่างๆ ในที่สุดสายลมก็พัดพากลิ่นเหม็นเน่ากระทบเข้าที่จมูก จนนางอยากจะอาเจียน
“เจอแล้ว” ชายคนหนึ่งกล่าว พวกเขาทั้งสามพร้อมใจถอยออกห่างและใช้ผ้าปิดจมูกเอาไว้ จากนั้นก็มีชายอีกคนพูดขึ้น
“เ้ามาดู ใช่คนที่เ้าลงมือหรือไม่” ที่เขาต้องบอกให้สาวใช้คนนั้นมายืนยัน เพราะเป็ความ้าของท่านอ๋อง
“ใช่แล้ว พวกเ้ารีบกลบดินเร็วเข้า” ซ่งหยวนกล่าวลวกๆ พลางโบกมือไปมา
“แต่ท่านอ๋อง้าให้เ้ายืนยัน” ชายคนเดิมยังคงคัดค้าน
“ไยต้องยืนยัน ข้าบอกว่าใช่ก็คือใช่ พวกเ้าฟังไม่รู้เื่หรือ” นางเห็นกับตาว่าร่างของซูฮวาถูกกลบฝังดินลงไปในคืนนั้น มันต้องตายอย่างแน่นอน และร่างนั้นก็คือซูฮวาจะเป็คนอื่นมาสับเปลี่ยนได้อย่างไร
ที่สำคัญ นางต้องออกจากที่นี่ให้ไวที่สุด ไม่รู้ว่าทำไมนางจึงรู้สึกได้ถึงการจับจ้องั้แ่เมื่อครู่แล้ว ทำให้ขนในกายของนางตั้งชันอย่างไร้สาเหตุ
ในขณะที่ซ่งหยวนกำลังเกิดอาการหวาดระแวงขึ้น นางกลับปลอบใจตนเองโดยการบอกว่าไม่มีอะไร ที่ขนในกายลุกเช่นนี้คงเป็เพราะลมเย็นที่ต้องผิวกายเท่านั้น
แต่ทว่า...สายตาของนางกลับเห็นเงาร่างร่างหนึ่งยืนอยู่ด้านหลังชายทั้งสาม และกำลังมองมาที่นาง
ซ่งหยวนใจสั่นโครมครามราวกับจะหลุดออกมา มือที่ถือตะเกียงเริ่มสั่นระรัวก่อนจะค่อยๆ ยกขึ้นให้แสงนำทางไปถึงเงาดำที่อยู่ตรงนั้น แต่เมื่อได้เห็นใบหน้าอันคุ้นเคยก็ต้องกรีดร้องเสียงหลงจนตะเกียงตกลงบนพื้น
“เป็อะไร” ชายคนหนึ่งหันมาถามด้วยความสงสัย ก่อนจะรับรู้ได้ถึงแรงทุบจากด้านหลังจนสติของเขาพร่าเบลอ ไม่นานก็สลบลงไปพร้อมกันทั้งสามคน
สาวใช้ร่างใหญ่เห็นดังนั้นก็ใสุดขีด นางรับรู้เพียงว่าชายทั้งสามคนหมดสติไปแล้ว แต่กลับมองไม่เห็นเงานั่นอีก ในใจคิดเพียงว่าสิ่งที่นางเห็นอาจเป็ิญญาอาฆาตของซูฮวาก็ได้
ทันใดนั้น เสียงหัวเราะสลับกับเรียกซ่งหยวนก็ดังก้องไปทั่วผืนป่า
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า อาหยวน...”
“ซ่งหยวน...”
“ฮ่าฮ่าฮ่า...”
ท่ามกลางความมืดที่มีแสงรำไรเพียงเล็กน้อยจากตะเกียง ซ่งหยวนรีบพนมมือขอโทษขอโพยน้ำหูน้ำตาเล็ดด้วยความหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด
“ขอโทษ ข้าขอโทษ ซูฮวา อย่าทำอะไรข้าเลย” ร่างของนางคลุกคลานไปกับพื้นดิน ขาทั้งสองข้างของนางไร้แรงจะลุกขึ้นวิ่ง
ในจังหวะที่ซ่งหยวนกำลังคลานหนีอย่างไร้ทิศทาง ก็รับรู้ได้ถึงแรงบีบอย่างรุนแรงที่ด้านหลังคอ พริบตาเดียวก็ถูกหิ้วไปโผล่ที่หลุมศพด้วยความรวดเร็ว
ซูฮวากดร่างของซ่งหยวนคว่ำหน้ามองไปยังหลุมที่ถูกขุดจนลึก เบื้องล่างนั้นมีร่างเดิมของนางนอนอยู่ ตะเกียงหนึ่งอันตกลงไปจนส่องเห็นใบหน้าที่ถูกควักดวงตาจนสยดสยอง ซ่งหยวนที่ได้เห็นก็หวาดกลัวกรีดร้องออกมาจนสุดเสียง
“เ้าขอโทษแล้วร่างของข้าจะฟื้นขึ้นมาได้หรือ หากได้ ข้าจะให้อภัย หากไม่ ข้าจะส่งเ้าลงไปอยู่ในหลุมกับข้า” น้ำเสียงอันเยือกเย็นเอ่ยรดต้นคอของซ่งหยวนจนนางร้องไห้ออกมาด้วยความกลัว
ซูฮวาไม่ได้คาดหวังในคำตอบใดๆ ทั้งสิ้น นางยังไม่ฆ่าซ่งหยวนในตอนนี้ แค่้าขู่ให้กลัวเพราะ้าให้อีกฝ่ายส่งต่อความกลัวไปยังเ้านายนั่นก็คือหลี่ฟางฟาง
“เ้ามองหน้าข้าให้ดี นั่นร่างของข้าใช่หรือไม่” ซูฮวายังคงกดศีรษะให้ซ่งหยวนจ้องมองลงไป ซึ่งซ่งหยวนเองก็ได้มองเห็นอย่างชัดเจนแล้วว่านั่นเป็ร่างของซูฮวาจริงๆ นางจดจำเสื้อผ้าพวกนั้นได้ อีกทั้งที่ดวงตาทั้งสองข้างยังถูกคว้านออกไปจนกลวงโบ๋
ซ่งหยวนดิ้นพล่านอย่างเสียสติ คิดว่าตนเองหลุดออกจากการควบคุมได้แล้ว แต่ทว่าซูฮวากลับบีบคอของนางและกดลงไปบนพื้น แม้จะเห็นใบหน้าคน้าอย่างเลือนรางเพราะความมืดที่ปกคลุม แต่ซ่งหยวนก็มั่นใจว่านั่นเป็ซูฮวาไม่ผิดแน่
ซูฮวาออกแรงบีบที่คอของศัตรูคู่อาฆาตด้วยความรุนแรง ก่อนนางจะคว้ามีดออกมาหนึ่งเล่ม พร้อมกับรอยยิ้มมุมปาก “วันนี้ข้าขอรับดวงตาของเ้าไปหนึ่งข้างก่อนก็แล้วกัน”
เมื่อซ่งหยวนได้ฟังน้ำเสียงอันเยือกเย็นบนใบหน้าเรียบเฉยทว่ามีรอยยิ้มราวมัจจุราช ความกลัวของนางก็ยิ่งทวีคูณเพิ่มมากขึ้น แม้ร่างของนางจะใหญ่โตราวชายฉกรรจ์ แต่ซ่งหยวนไม่สามารถสู้แรงของสตรีร่างบางได้เลยแม้แต่น้อย
“ไม่...อย่า...อ้าก...” เสียงร้องโหยหวนด้วยความเ็ปดังขึ้นจนก้องไปทั่วผืนป่า เมื่อมีดเล่มนั้นแทงเข้าที่ดวงตาข้างขวาของซ่งหยวน ไม่เพียงเท่านั้นยังคว้านควักมันออกมาเหมือนตอนที่นางกระทำกับซูฮวา
ซ่งหยวนได้รับรู้ถึงความทรมานในครั้งนี้แล้ว และมันจะไม่จบเพียงเท่านี้อย่างแน่นอน