บทที่ 17 ถ่ายทอดวิชาให้หลานรัก
“หลานชายคนโต!” จูซู่ลูบศีรษะของจูสยงอิงแล้วถามว่า “เ้าอยากให้อาห้าพาเ้าออกมาเล่นทุกวันไหม พาเ้าไปขี่ม้า พาเ้าไปกินของอร่อย ๆ”
“อยากแน่นอนขอรับ! ตะ… แต่ว่า… มันจะเป็ไปได้หรือขอรับ?” จูสยงอิงกล่าวเสียงอ่อย
“นี่มีอะไรยากกัน!” จูซู่กล่าวด้วยสีหน้ามั่นใจว่า “หลานชาย ตราบใดที่เ้าไม่อยากเรียนหนังสือ ก็ไม่มีใครสามารถบังคับเ้าได้ อย่าว่าแต่นางหลู่ผู้นี้เลย แม้แต่ท่านพ่อของเ้ามาเอง ก็มิอาจทำได้”
“ท่านอาห้า ท่านอย่าโม้เลย ถึงแม้ว่าท่านจะพูดเช่นนี้ ข้ารู้สึกดีใจมาก แต่ข้าไม่ใช่เด็กน้อยอีกแล้ว” จูสยงอิงกล่าว
“เฮ้อ!” จูซู่อดไม่ไหวที่จะกลอกตา แล้วกล่าวว่า “หลานชายคนโต เ้าคิดว่าข้ากำลังหลอกเด็กน้อยอยู่หรือ! เ้าตัวแสบ เ้าดูถูกข้า อาห้าของเ้าขนาดนั้นเลยหรือ อาห้าไม่ได้โม้จริง ๆ นะ หากไม่ใช่เพราะเห็นแก่ท่านปู่ ข้าก็ไม่กลัวเขาหรอก”
“แค่ก! แค่ก!” จูสยงอิงพูดด้วยสีหน้าขบขัน “อาห้า ถ้าท่านโม้ต่อไป วัวตัวนั้นก็คงจะบินขึ้นฟ้าแล้ว”
“ฮึ! เ้าตัวแสบ เ้ายังคิดว่าข้ากำลังหลอกเ้าอยู่อีกหรือ! เ้าเห็นก้อนหินใหญ่ตรงหน้านั่นหรือไม่ เ้าหนู จงดูให้ดี!”
ในระหว่างที่กำลังพูดคุยกันอยู่นั้น จู่ ๆ จูซู่ก็ก้าวออกมาหนึ่งก้าว พลังัและช้างโอบล้อมรอบร่างของเขา
“ฮึบ!” พร้อมกับเสียงร้องเบา ๆ นี้ พลังัคชสารก็พุ่งออกมาตามหมัดของเขาอย่างรุนแรง ในชั่วขณะที่จูซู่ออกหมัด ราวกับมีเสียงคำรามของัดังก้องไปทั่วฟ้า
วินาถัดมา! ท่ามกลางสีหน้าอึ้งงันของจูสยงอิง หินั์ก้อนหนึ่งสูงเท่าสองคนตรงหน้าพวกเขา ก็แตกกระจายเป็เศษเล็กเศษน้อยกระจายไปทั่วภายใต้หมัดเดียวของจูซู่
“อึก!” เมื่อเห็นภาพนี้ จูสยงอิงก็ไม่อาจอดกลั้นได้อีกต่อไป เขากลืนน้ำลายและพูดด้วยเสียงสั่นเครือว่า “ท่านอาห้า ท่าน… ท่านทำได้อย่างไรกัน! ท่าน… ท่านยังเป็มนุษย์อยู่หรือไม่? พลังเช่นนี้ของท่าน ช่างน่าสะพรึงกลัวเหลือเกิน!”
จูซู่พูดด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจเล็กน้อยว่า “เป็อย่างไรบ้างล่ะ เ้ายังคิดว่าข้า อาห้าของเ้า กำลังโม้อยู่อีกหรือไม่? แม้แต่ตาเฒ่าจูในตระกูลของพวกเรา ในสายตาของข้า ก็เป็เพียงชายชราที่น่ารังเกียจคนหนึ่งเท่านั้น หากข้า้าจัดการเขา มันเป็เื่ง่ายดายเพียงไม่กี่นาที ใครเล่าจะสามารถขัดขวางข้าได้ เมื่อเทียบกับพลังที่แท้จริงแล้ว จักรพรรดิหรือรัชทายาทจะมีค่าอะไรกัน?”
ในชั่วขณะถัดมา จู่ ๆ จูสยงอิงก็ถามอย่างระแวดระวังว่า “ท่านเป็ท่านอาห้าของข้าจริง ๆ หรือ? หรือว่า... เ้าเป็ปีศาจูเาแปลงกายมา!!!”
“หลานชาย เ้าโง่ไปแล้วหรือ!” จูซู่ตบมือฉาดใส่ แล้วกล่าวต่อว่า “หากข้าเป็ภูตผีปีศาจ ข้าคงกินเ้าไปนานแล้ว”
“หลานชาย นับแต่นี้ไป หากมีผู้ใดกล้าบังคับเ้าให้ทำสิ่งที่เ้าไม่้า เ้าจงมาหาอาห้าอย่างข้า ข้าจะซ้อมมันจนขี้แตกเลยทีเดียว”
“จริงหรือ! ช่างดีเหลือเกิน! ในที่สุดข้าก็ไม่ต้องทำการบ้านมากมายเช่นนี้อีกแล้ว! ต่อไปนี้อยากเล่นก็เล่น อยากขี่ม้าก็ขี่ ไม่ต้องสนใจความคิดของอี๋เหนียงและท่านพ่ออีกต่อไป” จูสยงอิงกล่าวอย่างตื่นเต้น
“อ้อ หลานชาย เ้าเคยคิดบ้างไหมว่าต่อไปอยากทำอะไร?” จูซู่ถาม
“เอ่อ…” เมื่อได้ยินคำถามนี้ จูสยงอิงก็ชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นก็ส่ายหน้าแล้วกล่าวว่า “ท่านอาห้า ข้าไม่รู้เลย! แต่พ่อและท่านอาคนอื่น ๆ รวมถึงท่านปู่ฮ่องเต้ ดูเหมือนพวกท่านจะหวังให้ข้าเป็ฮ่องเต้ในอนาคต”
“แล้วตัวเ้าเองล่ะ? อยากเป็ฮ่องเต้หรือไม่?” จูซู่ถาม
“ข้าน่ะหรือ!”
“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน! แต่ถ้าท่านปู่ฮ่องเต้และท่านพ่อ้าให้ข้าเป็ฮ่องเต้ ข้าก็อาจจะได้เป็ฮ่องเต้ในอนาคตกระมัง!” จูสยงอิงกล่าวด้วยสีหน้างุนงง
ด้วยวัยเยาว์ของเขา เขาจะรู้ได้อย่างไรว่าในภายภาคหน้าอยากจะทำสิ่งใด
ความฝันเพียงหนึ่งเดียวของเขาในตอนนี้ก็คือการเล่น
จากนั้นจูซู่ก็กล่าวขึ้นทันทีว่า “ก็ได้ หลานชาย เมื่อเป็เช่นนั้น พวกเราก็ไม่ต้องคิดถึงเื่พวกนี้แล้ว เ้าเห็นวิชาของอาห้าเมื่อครู่แล้วใช่ไหม! อยากเรียนหรือไม่?”
จูสยงอิงเบิกตากว้างอย่างฉับพลัน กล่าวด้วยความตื่นเต้นว่า “ท่านอาห้า ข้าก็สามารถเรียนวิชาของท่านได้หรือ? หากเรียนแล้ว ข้าจะสามารถเก่งกาจเหมือนท่านได้หรือไม่?”
“ถูกต้อง!”
จูซู่กล่าวทันทีว่า “เพียงแค่เ้าเรียนรู้วิชาของข้า ต่อไปเ้าก็จะสามารถเก่งกาจเหมือนข้าได้ เป็อย่างไรล่ะ? หลานชาย เ้าอยากเรียนหรือไม่?”
“ข้าจะเรียน! ข้าจะเรียน! ท่านอาห้า ท่านรีบมาสอนข้าเถิด!” จูสยงอิงกล่าวอย่างตื่นเต้น หากตนเองมีพลังเช่นนี้ เขาก็จะสามารถทำอะไรก็ได้ตามใจปรารถนา
“วิชาของข้ามีชื่อว่า วิชาพลังัคชสาร นี่คือสิ่งที่ข้าได้ค้นพบในถ้ำแห่งหนึ่งนอกเมืองอิ้งเทียนเมื่อหลายปีก่อน วิชานี้มีทั้งหมดสามขั้น หากฝึกฝนจนถึงขั้นสมบูรณ์แบบของขั้นแรก ก็จะมีพลังเทียบเท่าัหนึ่งตัวและช้างหนึ่งเชือก
แน่นอน คำพูดนั้นอาจจะเกินจริงไปสักหน่อย แม้จะไม่ถึงขนาดมีพลังเท่าัและช้าง แต่อย่างน้อยก็สามารถปลดปล่อยพลังได้ถึงหนึ่งพันจิน และหากฝึกฝนถึงขั้นที่สาม ก็จะสามารถปลดปล่อยพลังได้ถึงสามพันจิน”
“โอ้!”
จูสยงอิงกล่าวอย่างตื่นเต้นว่า “พลังสามพันจิน พระเ้า! ช่างแข็งแกร่งเหลือเกิน! ท่านอาห้า เช่นนั้นตอนนี้ท่านได้ฝึกฝนถึงขั้นสมบูรณ์แบบของขั้นที่สามแล้วใช่หรือไม่?”
“ฮึ! ฮึ!”
จูซู่กล่าวด้วยน้ำเสียงอันภาคภูมิใจเล็กน้อยว่า “หากเป็เช่นนั้น เ้าคงประเมินข้าต่ำเกินไป ข้าคือผู้ที่ถูกขนานนามว่าอัจฉริยะหนึ่งในล้าน ั้แ่หลายปีก่อน ข้าได้บำเพ็ญเพียรจนถึงขั้นที่สามสมบูรณ์แบบแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ข้าได้สร้างวิชาที่ทรงพลังยิ่งกว่าเดิมบนพื้นฐานของขั้นที่สาม แต่วิชาขั้นสูงนี้เหมาะสำหรับข้าเท่านั้น ส่วนเ้า รอให้เ้าฝึกฝนวิชาพลังัคชสารจนถึงขั้นที่สามสมบูรณ์แบบเสียก่อน แล้วค่อยสร้างวิชาของตนเองเถิด!”
“อืม!” จูสยงอิงพยักหน้าและกล่าวด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยความคาดหวัง “ท่านอาห้า หากท่านทำได้ ข้าก็ต้องทำได้เช่นกัน”
“หลานชาย มาฝึกกับอาห้าเถิด! ธาตุฟ้าดินแยกออก หยินหยางเรียงลำดับ การเปลี่ยนแปลงแสดงให้เห็น ลางบอกเหตุแห่งความเป็ความตายปรากฏชัด” จูซู่เปล่งเสียงเบา ๆ แล้วเริ่มสอนวิชาัคชสารขั้นที่หนึ่งให้แก่หลานชาย
“ฮึบฮับ! ฮึบฮับ!” ด้วยการสอนของจูซู่ผู้เป็ปรมาจารย์ด้านวิทยายุทธ์ จูสยงอิงจึงเข้าสู่จังหวะได้อย่างรวดเร็ว
จากนั้นเขาก็เริ่มฝึกฝนด้วยตนเอง
“หืม?” เมื่อเห็นภาพนี้ จูซู่ถึงกับตะลึงเล็กน้อย แล้วหัวเราะพลางกล่าวว่า “ไม่คาดคิดเลย! เ้าเด็กน้อยผู้นี้กลับมีพร์เช่นนี้ หากเป็เช่นนี้ต่อไป เพียงหนึ่งถึงสองปีก็จะสามารถฝึกฝนจนถึงขั้นสมบูรณ์แบบของระดับแรกได้”
“ฟู่~”
หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่ จูสยงอิงก็หายใจลึกเฮือกหนึ่ง
ในตอนนี้ เห็นได้ชัดว่าสีหน้าของจูสยงอิงดูสดใสขึ้นกว่าเดิมมาก โดยเฉพาะจังหวะการหายใจของเขาที่แข็งแรงขึ้นกว่าเก่ามหาศาล
“ท่านอาห้า เป็อย่างไรบ้าง เหมือนกับท่านหรือไม่ ข้าเป็อัจฉริยะหนึ่งในล้านใช่หรือไม่” จูสยงอิงถามอย่างร้อนรน
จูซู่กล่าวทันทีว่า “ถูกต้อง หลานชาย เ้าเป็อัจฉริยะจริง ๆ บางทีอีกไม่นาน เ้าอาจจะสามารถบรรลุถึงระดับของอาห้าได้แล้ว พยายามเข้าล่ะ!”
“ขอรับ!”
ในขณะนั้น สีหน้าของจูซู่พลันเคร่งขรึมขึ้นมา แล้วกล่าวว่า “มีเื่หนึ่งที่อาห้าจำเป็ต้องเตือนเ้า เื่นี้เป็ความลับเล็ก ๆ ระหว่างพวกเราสองคน เ้าห้ามบอกผู้ใดเด็ดขาด”
“อืม!”
จูสยงอิงพยักหน้า แล้วกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึมว่า “ท่านอาห้า ท่านวางใจได้! ถึงแม้ว่าท่านพ่อและท่านปู่จะมาถาม ข้าก็จะไม่พูดอันใดทั้งสิ้น”
“ดีมาก หลานรัก! ไปกันเถอะ ท่านอาจะพาเ้าไปกินของอร่อย จำไว้นะ วิชาที่เ้าฝึกฝนนี้ ้าพลังงานมากมายในแต่ละวัน และพลังงานเหล่านี้ต้องได้รับจากเนื้อสัตว์ ใน่เวลาต่อจากนี้ ความอยากอาหารของเ้าอาจจะดีขึ้นกว่าเดิมมาก หลังจากกินเสร็จไม่นาน เ้าอาจจะหิวอีก เ้าไม่ต้องกังวล นี่เป็เื่ปกติ ถึงเวลานั้น เ้าก็แค่กินอย่างเต็มที่ก็พอ” จูซู่กล่าว