วันรุ่งขึ้นเสี่ยวมาวไปสำนักศึกษาแต่เช้าเพื่อกวาดใบไม้ที่หน้าอาคารเรียนแต่กลับพบว่าหลี่ฉางโซ่วยืนกวาดใบไม้อยู่ก่อนแล้ว
“อาโซ่ว!เหตุใดเ้าจึงชิงกวาดใบไม้เสียเกลี้ยงเลยเล่าเช่นนั้นข้าก็ไม่ได้ช่วยเ้าทำงานเลยน่ะสิ!”เด็กหญิงยืนทำหน้ามุ่ยพองแก้มอย่างไม่พอใจที่สหายแย่งงานนางทำจนหมด
“ความจริงเ้าไม่ควรต้องมากวาดพื้นเลยด้วยซ้ำที่เ้าต้องถูกลงโทษก็เป็เพราะข้า” หลี่ฉางโซ่วกล่าวอย่างรู้สึกผิด
“เราเป็เพื่อนกัน ข้าจะทนเห็นผู้อื่นมารังแกเ้าได้อย่างไรเล่าในเมื่อเ้าแย่งกวาดใบไม้เสียจนหมดแล้ว พวกเราก็มานั่งกินมื้อเช้ากันเถิด…” เสี่ยวมาวเรียกสหายมานั่งที่โต๊ะพลางหยิบกล่องอาหารที่ซ้อนกันหลายชั้นออกมา เมื่อหลี่ฉางโซ่วนั่งลง เด็กหญิงรีบหยิบซาลาเปายัดใส่เขาทันที
“ข้าไม่เคยกินซาลาเปาที่อร่อยขนาดนี้มาก่อนเลยพี่ถงเหยาเป็คนทำหรือ ?” ไส้หมูสับติดมันล้อมรอบไข่เค็มและตัวแป้งหนานุ่มฟูทำให้เด็กชายแทบอยากจะเคี้ยวลิ้นตนเอง
“ข้านี่แหละเป็คนทำลองชิมซาลาเปาไส้ผักดูบ้างว่าเป็อย่างไร ?”เสี่ยวมาวหยิบซาลาเปาลูกใหม่ยัดใส่มือสหายเมื่อเห็นว่าเขากลืนคำสุดท้ายลงคอไปแล้ว
“ซาลาเปาไส้ผักก็อร่อย เห็ดหอมกับกุยช่ายช่างเข้ากันได้ดีจริงๆ แป้งซาลาเปาทั้งนุ่มทั้งหอม เ้าช่างมีพร์จริง ๆ เสี่ยวมาว”หลี่ฉางโซ่วลิ้มรสซาลาเปาอย่างมีความสุข
“หงเอ๋อร์ มานั่งกินซาลาเปาด้วยกันสิ!” เสี่ยวมาวหันไปเรียกสหายร่วมชั้นเมื่อเห็นว่านางแอบยืนมองพวกเขาอยู่สักพักแล้วอีกทั้งเพราะได้รับความช่วยเหลือจากฟู่ผิงหงจึงทำให้พวกเขาได้รับเพียงโทษสถานเบา
เมื่อได้ยินคำเชื้อเชิญฟู่ผิงหงจึงเดินเข้าไปอย่างเหนียมอายเสี่ยวมาวรีบหยิบซาลาเปาใส่มือเพื่อนใหม่ทันที เด็กหญิงจึงเริ่มกินคำเล็กอย่างมีมารยาท
“ซาลาเปานี่อร่อยจัง เ้าไปซื้อมาจากที่ใดหรือ? วันหลังข้าจะได้ให้บ่าวไพร่ในจวนไปต่อคิวซื้อมาให้กินบ้าง”ฟู่ผิงหงทำตาโตอย่างประทับใจในความอร่อย
“ฝีมือของเสี่ยวมาวน่ะ” หลี่ฉางโซ่วตอบแทน
“ไม่น่าเชื่อเลยซาลาเปาของเ้าอร่อยกว่าที่ท่านแม่ของข้าทำเสียอีก!”ฟู่ผิงหงร้องออกมาเสียงดังอย่างแทบไม่เชื่อหู
“น้ำชา” เสี่ยวมาวยิ้มแย้มเทน้ำชาจากกาส่งให้ฟู่ผิงหง
เด็กหญิงจึงรับจอกชามาดื่มด้วยใบหน้าแดงระเรื่อเมื่อนึกได้ว่าตนเองเผลอเสียมารยาทกล่าวเสียงดังออกไป “ขอบใจนะ”
ทั้งสามนั่งสนทนากันจนถึงเวลาเข้าเรียนเมื่อถึงเวลาพักกลางวันฟู่ผิงหงก็ติดตามมานั่งทานข้าวกับเสี่ยวมาวและหลี่ฉางโซ่ว
“โอ้โห… อาหารของเ้าน่ากินทุกอย่างเลยหน้าตาดีกว่าอาหารเหลาในภัตตาคารเลื่องชื่อที่เมืองหลวงเสียอีก” ฟู่ผิงหงจ้องมองอ้าปากค้างอย่างตกตะลึง
“ข้าชอบทำอาหาร วันนี้จึงทำมาหลายอย่างถ้าพวกเ้าชอบก็กินกันให้เยอะ ๆ นะ โดยเฉพาะอาโซ่ว… เ้าน่ะผอมซีดเซียวเกินไปแล้ว”สภาพของหลี่ฉางโซ่วในตอนนี้ทำให้เสี่ยวมาวนึกถึงตนเองเมื่อครั้งยังเร่ร่อนเป็ขอทานส่วนความสามารถในการทำอาหารนั้นเริ่มต้นจากการลักจำขโมยจำสมัยเป็เด็กล้างจานอยู่ในโรงเตี๊ยมและในภายหลังก็ได้รับการถ่ายทอดมาจากท่านยายอย่างหมดไส้หมดพุงจึงทำให้ฝีมือของเด็กน้อยยิ่งพัฒนาขึ้นมาก
“เ้าตั้งใจจะขุนข้าให้อ้วนเป็หมูใช่หรือไม่?” หลี่ฉางโซ่วกล่าวติดตลก
“อื้ม!ข้าจะขุนสหายอย่างเ้าให้กลายเป็หมูไปเลย…” ไม่พูดเปล่าเสี่ยวมาวยังทำท่าเป็หมูแล้วร้องอู๊ดอู๊ดรับมุกอีกด้วย เสียงหัวเราะของเด็กทั้งสามจึงดังขึ้นมาเป็ระยะ
ครั้นถึงเวลาเลิกเรียน เด็กหญิงตัวเล็กหน้าตาน่ารักถักเปียสองข้างก็วิ่งกระหืดกระหอบมาหาหลี่ฉางโซ่วที่หน้าสำนักศึกษา
“มีอะไรหรือ เป่าเอ๋อร์ ?”
“พี่ฉางโซ่วแย่แล้ว…ที่บ้านท่านกำลังถูกพวกนักเลงอันธพาลทุบทำลายข้าวของ” จินเป่าร้องบอกด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหอบเพราะหนูน้อยวิ่งมาตลอดทาง
“พวกเรารีบไปกันเถอะ!” ใบหน้าของหลี่ฉางโซว่ที่แต่เดิมขาวซีดอยู่แล้วก็ยิ่งไร้สีเืมากขึ้นไปอีก
ขณะที่เด็กทั้งสองคนกำลังจะพากันวิ่งกลับบ้านเสี่ยวมาวรีบรั้งแขนสหายเอาไว้อย่างรวดเร็ว
“ไปรถม้าของข้าเถิด เร็วกว่า…”
ทั้งสามคนจึงรีบวิ่งขึ้นไปบนรถม้าที่มีถงเหยากับเยี่ยนเป่าเป็คนขับจากนั้นทั้งหมดก็มุ่งหน้าไปทางทิศใต้ของเมือง
“พวกเ้าหยุดเดี๋ยวนี้นะ!”เยี่ยนเป่าตวาดเสียงดังเมื่อคนกลุ่มหนึ่งกำลังโยนและทุบทำลายข้าวของภายในบ้านของหลี่ฉางโซว่จนมีสภาพเละเทะไม่เหลือชิ้นดี
“พวกเ้าเป็ใครกันคนเป็หนี้ก็ต้องชดใช้หนี้ เ้าเด็กนี่เอาโฉนดที่ดินของบ้านหลังนี้มาจำนองกับเ้านายของพวกข้าเพื่อนำเงินไปจัดงานศพให้กับแม่ตอนนี้เลยกำหนดไถ่ถอนมานานแล้ว ในเมื่อไม่มีปัญญามาใช้หนี้ก็ต้องย้ายออกไป”หนึ่งในชายฉกรรจ์พูดขึ้น
“เขาเป็หนี้เ้าอยู่เท่าไหร่ ?”ถงเหยาเอ่ยถามด้วยทีท่าฮึดฮัด
“หนึ่งศิลาเงินคือเงินต้นหากรวมดอกเบี้ยด้วยก็จะกลายเป็หนึ่งศิลาทอง” ชายคนเดิมที่เป็หัวหน้ากลุ่มกล่าวออกมาอย่างหน้าไม่อาย
“คนเลว! จะขูดเืขูดเนื้อกันมากเกินไปแล้วดอกเบี้ยขึ้นทีเดียวห้าร้อยเท่าเลยเชียวหรือ ?”หลี่ฉางโซ่วกัดฟันกรอดสองมือกำหมัดแน่นโมโหที่ถูกพวกนายทุนหน้าเืเอารัดเอาเปรียบ
“ตราบใดที่เ้ายังไม่ยอมย้ายออกไปและไม่สามารถหาเงินมาไถ่ถอนบ้านหลังนี้ได้ข้าก็จะพาคนมาอาละวาดที่นี่ทุกวัน ไปพวกเรากลับ!”ผู้เป็หัวหน้าเรียกลูกน้องเดินตามไปทันที เมื่อสบตาเยี่ยนเป่าที่มีรูปร่างสูงใหญ่กำยำล่ำสันแววตาเหมือนฆ่าคนได้พลันรู้สึกขนลุกเขาเองก็ไม่นึกอยากเอาตัวเข้าไปเสี่ยงให้เดือดร้อน
“เ้าไปเก็บข้าวของเถอะนับจากนี้ก็ไปอยู่ด้วยกันกับข้า” เสี่ยวมาวบอกอย่างตัดสินใจดีแล้ว