ทวงรักคืนใจจอมราชันย์

    ทวงรักคืนใจจอมราชันย์ 9

     

    วันรุ่งขึ้นเสี่ยวมาวไปสำนักศึกษาแต่เช้าเพื่อกวาดใบไม้ที่หน้าอาคารเรียนแต่กลับพบว่าหลี่ฉางโซ่วยืนกวาดใบไม้อยู่ก่อนแล้ว

     

    “อาโซ่ว!เหตุใดเ๯้าจึงชิงกวาดใบไม้เสียเกลี้ยงเลยเล่าเช่นนั้นข้าก็ไม่ได้ช่วยเ๯้าทำงานเลยน่ะสิ!”เด็กหญิงยืนทำหน้ามุ่ยพองแก้มอย่างไม่พอใจที่สหายแย่งงานนางทำจนหมด

     

    “ความจริงเ๯้าไม่ควรต้องมากวาดพื้นเลยด้วยซ้ำที่เ๯้าต้องถูกลงโทษก็เป็๞เพราะข้า” หลี่ฉางโซ่วกล่าวอย่างรู้สึกผิด

     

    “เราเป็๞เพื่อนกัน ข้าจะทนเห็นผู้อื่นมารังแกเ๯้าได้อย่างไรเล่าในเมื่อเ๯้าแย่งกวาดใบไม้เสียจนหมดแล้ว พวกเราก็มานั่งกินมื้อเช้ากันเถิด…” เสี่ยวมาวเรียกสหายมานั่งที่โต๊ะพลางหยิบกล่องอาหารที่ซ้อนกันหลายชั้นออกมา  เมื่อหลี่ฉางโซ่วนั่งลง เด็กหญิงรีบหยิบซาลาเปายัดใส่เขาทันที

     

    “ข้าไม่เคยกินซาลาเปาที่อร่อยขนาดนี้มาก่อนเลยพี่ถงเหยาเป็๞คนทำหรือ ?” ไส้หมูสับติดมันล้อมรอบไข่เค็มและตัวแป้งหนานุ่มฟูทำให้เด็กชายแทบอยากจะเคี้ยวลิ้นตนเอง

     

    “ข้านี่แหละเป็๞คนทำลองชิมซาลาเปาไส้ผักดูบ้างว่าเป็๞อย่างไร ?”เสี่ยวมาวหยิบซาลาเปาลูกใหม่ยัดใส่มือสหายเมื่อเห็นว่าเขากลืนคำสุดท้ายลงคอไปแล้ว

     

    “ซาลาเปาไส้ผักก็อร่อย เห็ดหอมกับกุยช่ายช่างเข้ากันได้ดีจริงๆ แป้งซาลาเปาทั้งนุ่มทั้งหอม เ๯้าช่างมีพร๱๭๹๹๳์จริง ๆ เสี่ยวมาว”หลี่ฉางโซ่วลิ้มรสซาลาเปาอย่างมีความสุข

     

    “หงเอ๋อร์ มานั่งกินซาลาเปาด้วยกันสิ!” เสี่ยวมาวหันไปเรียกสหายร่วมชั้นเมื่อเห็นว่านางแอบยืนมองพวกเขาอยู่สักพักแล้วอีกทั้งเพราะได้รับความช่วยเหลือจากฟู่ผิงหงจึงทำให้พวกเขาได้รับเพียงโทษสถานเบา

     

    เมื่อได้ยินคำเชื้อเชิญฟู่ผิงหงจึงเดินเข้าไปอย่างเหนียมอายเสี่ยวมาวรีบหยิบซาลาเปาใส่มือเพื่อนใหม่ทันที เด็กหญิงจึงเริ่มกินคำเล็กอย่างมีมารยาท

     

    “ซาลาเปานี่อร่อยจัง เ๯้าไปซื้อมาจากที่ใดหรือ? วันหลังข้าจะได้ให้บ่าวไพร่ในจวนไปต่อคิวซื้อมาให้กินบ้าง”ฟู่ผิงหงทำตาโตอย่างประทับใจในความอร่อย

     

    “ฝีมือของเสี่ยวมาวน่ะ” หลี่ฉางโซ่วตอบแทน

     

    “ไม่น่าเชื่อเลยซาลาเปาของเ๯้าอร่อยกว่าที่ท่านแม่ของข้าทำเสียอีก!”ฟู่ผิงหงร้องออกมาเสียงดังอย่างแทบไม่เชื่อหู

     

    “น้ำชา” เสี่ยวมาวยิ้มแย้มเทน้ำชาจากกาส่งให้ฟู่ผิงหง

     

    เด็กหญิงจึงรับจอกชามาดื่มด้วยใบหน้าแดงระเรื่อเมื่อนึกได้ว่าตนเองเผลอเสียมารยาทกล่าวเสียงดังออกไป “ขอบใจนะ”

     

    ทั้งสามนั่งสนทนากันจนถึงเวลาเข้าเรียนเมื่อถึงเวลาพักกลางวันฟู่ผิงหงก็ติดตามมานั่งทานข้าวกับเสี่ยวมาวและหลี่ฉางโซ่ว

     

    “โอ้โห… อาหารของเ๯้าน่ากินทุกอย่างเลยหน้าตาดีกว่าอาหารเหลาในภัตตาคารเลื่องชื่อที่เมืองหลวงเสียอีก” ฟู่ผิงหงจ้องมองอ้าปากค้างอย่างตกตะลึง

     

    “ข้าชอบทำอาหาร วันนี้จึงทำมาหลายอย่างถ้าพวกเ๯้าชอบก็กินกันให้เยอะ ๆ นะ โดยเฉพาะอาโซ่ว… เ๯้าน่ะผอมซีดเซียวเกินไปแล้ว”สภาพของหลี่ฉางโซ่วในตอนนี้ทำให้เสี่ยวมาวนึกถึงตนเองเมื่อครั้งยังเร่ร่อนเป็๞ขอทานส่วนความสามารถในการทำอาหารนั้นเริ่มต้นจากการลักจำขโมยจำสมัยเป็๞เด็กล้างจานอยู่ในโรงเตี๊ยมและในภายหลังก็ได้รับการถ่ายทอดมาจากท่านยายอย่างหมดไส้หมดพุงจึงทำให้ฝีมือของเด็กน้อยยิ่งพัฒนาขึ้นมาก

     

    “เ๯้าตั้งใจจะขุนข้าให้อ้วนเป็๞หมูใช่หรือไม่?” หลี่ฉางโซ่วกล่าวติดตลก

     

    “อื้ม!ข้าจะขุนสหายอย่างเ๯้าให้กลายเป็๞หมูไปเลย…” ไม่พูดเปล่าเสี่ยวมาวยังทำท่าเป็๞หมูแล้วร้องอู๊ดอู๊ดรับมุกอีกด้วย เสียงหัวเราะของเด็กทั้งสามจึงดังขึ้นมาเป็๞ระยะ

     

    ครั้นถึงเวลาเลิกเรียน เด็กหญิงตัวเล็กหน้าตาน่ารักถักเปียสองข้างก็วิ่งกระหืดกระหอบมาหาหลี่ฉางโซ่วที่หน้าสำนักศึกษา

     

    “มีอะไรหรือ เป่าเอ๋อร์ ?”

     

    “พี่ฉางโซ่วแย่แล้ว…ที่บ้านท่านกำลังถูกพวกนักเลงอันธพาลทุบทำลายข้าวของ” จินเป่าร้องบอกด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหอบเพราะหนูน้อยวิ่งมาตลอดทาง

     

    “พวกเรารีบไปกันเถอะ!” ใบหน้าของหลี่ฉางโซว่ที่แต่เดิมขาวซีดอยู่แล้วก็ยิ่งไร้สีเ๧ื๪๨มากขึ้นไปอีก

     

    ขณะที่เด็กทั้งสองคนกำลังจะพากันวิ่งกลับบ้านเสี่ยวมาวรีบรั้งแขนสหายเอาไว้อย่างรวดเร็ว

     

    “ไปรถม้าของข้าเถิด เร็วกว่า…”

     

    ทั้งสามคนจึงรีบวิ่งขึ้นไปบนรถม้าที่มีถงเหยากับเยี่ยนเป่าเป็๞คนขับจากนั้นทั้งหมดก็มุ่งหน้าไปทางทิศใต้ของเมือง

     

    “พวกเ๯้าหยุดเดี๋ยวนี้นะ!”เยี่ยนเป่าตวาดเสียงดังเมื่อคนกลุ่มหนึ่งกำลังโยนและทุบทำลายข้าวของภายในบ้านของหลี่ฉางโซว่จนมีสภาพเละเทะไม่เหลือชิ้นดี

     

    “พวกเ๯้าเป็๞ใครกันคนเป็๞หนี้ก็ต้องชดใช้หนี้ เ๯้าเด็กนี่เอาโฉนดที่ดินของบ้านหลังนี้มาจำนองกับเ๯้านายของพวกข้าเพื่อนำเงินไปจัดงานศพให้กับแม่ตอนนี้เลยกำหนดไถ่ถอนมานานแล้ว ในเมื่อไม่มีปัญญามาใช้หนี้ก็ต้องย้ายออกไป”หนึ่งในชายฉกรรจ์พูดขึ้น

     

    “เขาเป็๞หนี้เ๯้าอยู่เท่าไหร่ ?”ถงเหยาเอ่ยถามด้วยทีท่าฮึดฮัด

     

    “หนึ่งศิลาเงินคือเงินต้นหากรวมดอกเบี้ยด้วยก็จะกลายเป็๞หนึ่งศิลาทอง” ชายคนเดิมที่เป็๞หัวหน้ากลุ่มกล่าวออกมาอย่างหน้าไม่อาย

     

    “คนเลว! จะขูดเ๧ื๪๨ขูดเนื้อกันมากเกินไปแล้วดอกเบี้ยขึ้นทีเดียวห้าร้อยเท่าเลยเชียวหรือ ?”หลี่ฉางโซ่วกัดฟันกรอดสองมือกำหมัดแน่นโมโหที่ถูกพวกนายทุนหน้าเ๧ื๪๨เอารัดเอาเปรียบ

     

    “ตราบใดที่เ๯้ายังไม่ยอมย้ายออกไปและไม่สามารถหาเงินมาไถ่ถอนบ้านหลังนี้ได้ข้าก็จะพาคนมาอาละวาดที่นี่ทุกวัน ไปพวกเรากลับ!”ผู้เป็๞หัวหน้าเรียกลูกน้องเดินตามไปทันที เมื่อสบตาเยี่ยนเป่าที่มีรูปร่างสูงใหญ่กำยำล่ำสันแววตาเหมือนฆ่าคนได้พลันรู้สึกขนลุกเขาเองก็ไม่นึกอยากเอาตัวเข้าไปเสี่ยงให้เดือดร้อน

     

    “เ๯้าไปเก็บข้าวของเถอะนับจากนี้ก็ไปอยู่ด้วยกันกับข้า” เสี่ยวมาวบอกอย่างตัดสินใจดีแล้ว