เกิดใหม่ครั้งนี้โดนเนรเทศไม่พอ...ยังมีสามีเป็นสตรีอีกหรือ [มีE-book]]

    บทที่ 101 อาหาร

            บทที่101

            อาหาร

            หลัวสุ่ยลอยตัวอยู่เบื้องหน้าของเซี่ยอันอวี่แสงสีฟ้าอ่อนเรืองรองรอบร่างบางเบาของนางดูสงบนิ่งราวกับดวงจันทร์ยามค่ำคืน

            เสียงของหลัวสุ่ยนุ่มนวลทว่าชัดเจนและเต็มไปด้วยความรู้ที่ผ่านการสะสมมาอย่างยาวนาน

            “อย่างที่นายหญิงทราบดีอยู่แล้วผักวิญญาณนับเป็นสิ่งของที่มีมูลค่าสูงมาก”

            “ไม่ใช่เพียงเพราะความหายากของมันเท่านั้นแต่เพราะมันสามารถช่วยให้ผู้ฝึกพลังดูดซับพลังวิญญาณที่สั่งสมภายในได้อย่างรวดเร็วส่งผลให้การฝึกฝนคืบหน้าได้ไวกว่าปกติหลายเท่า”

            เซี่ยอันอวี่พยักหน้าช้า ๆ รอฟังต่ออย่างตั้งใจ

            “เพราะเหตุนี้...ไม่เพียงแค่ผักวิญญาณเท่านั้นสมุนไพรวิญญาณบางชนิดเองก็มีผลคล้ายคลึงกัน”

            “และเนื้อของสัตว์อสูรวัตถุดิบที่อัดแน่นไปด้วยพลังวิญญาณตามธรรมชาติก็สามารถกลายเป็นส่วนประกอบสำคัญของอาหารบำรุงพลัง”

            หลัวสุ่ยเว้นจังหวะสั้น ๆดวงตาสีฟ้าหม่นมองนายหญิงของตนด้วยความมั่นคง ก่อนจะกล่าวต่ออย่างจริงจัง

            “หากนำเนื้อสัตว์อสูรมาปรุงร่วมกับผักหรือสมุนไพรวิญญาณ แล้วปรุงอย่างถูกวิธีอาหารจานนั้นจะกลายเป็นสิ่งที่ช่วยให้ผู้ฝึกพลังเร่งการดูดซับพลังวิญญาณได้อย่างมาก”

            “และนั่น…ก็หมายถึงวิธีหนึ่งที่สามารถช่วยให้นายหญิงพัฒนาตัวเองได้เร็วขึ้นเช่นกัน”

            แววตาของหลัวสุ่ยไม่ต่างจากอาจารย์ผู้รู้จริงเต็มไปด้วยเมตตาและความห่วงใย

            “แม้ว่ามันจะเป็นเพียง‘ตัวช่วยส่งเสริม’ เท่านั้น” 

            “แต่มันก็ยังมีประโยชน์มากโดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ไม่ได้มีพรสวรรค์โดยกำเนิด…”

            “พวกที่เกิดมาพร้อมเส้นชีพจรวิญญาณสมบูรณ์พวกนั้นฝึกฝนเพียงเล็กน้อยก็สามารถทะลวงระดับได้อย่างง่ายดาย”

            “แต่นายหญิง...แม้จะไม่ได้มีต้นทุนแบบนั้น”

            “ก็ยังสามารถไล่ตามได้เพราะมีสิ่งที่ทดแทนได้ ความพากเพียร ความเข้าใจ และพลังจากกำไลหยก”

            คำพูดสุดท้ายนั้นไม่ใช่คำปลอบใจแต่เป็นข้อเท็จจริงที่คมชัด

            เซี่ยอันอวี่เมื่อได้ยินถึงตรงนี้นางก็พยักหน้าช้า ๆ ดวงตาสะท้อนความเข้าใจในทันที

            นางรู้ดีความเร็วในการฝึกฝนของตนไม่ใช่เรื่องปกติ หากเทียบตามมาตรฐานผู้ฝึกพลังทั่วไป

            จากคำบอกเล่าของมู่ซานก่อนหน้านี้และจากที่หลัวสุ่ยย้ำให้ชัดอีกครั้ง…เซี่ยอันอวี่เข้าใจแล้วว่าการที่นางสามารถมายืนอยู่ตรงจุดนี้ได้เป็นเพราะกำไลหยกได้เร่งปัจจัยทุกอย่างให้เหนือกว่าเกณฑ์ธรรมดา

            และหากรวมเข้ากับพลังจากอาหารวิญญาณ…

            ความเร็วในการฝึกฝนของนางก็อาจพุ่งทะยานขึ้นได้อีกขั้น

            เพราะเหตุนี้เองหากนางสามารถใช้อาหารที่เปี่ยมด้วยพลังวิญญาณมาเป็นตัวช่วยเสริมในการฝึกฝนได้อีกระดับแม้มันอาจไม่ถึงขั้นเทียบเท่าเหล่าอัจฉริยะโดยกำเนิดแต่นั่นก็เพียงพอแล้วที่จะเร่งความก้าวหน้าให้เร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

            เซี่ยอันอวี่คิดพลางพยักหน้าเล็กน้อยแต่ทันทีที่นางนึกถึง “อาหารที่มีพลังวิญญาณ” คิ้วเรียวก็พลันขมวดเข้าหากันอย่างลึกซึ้ง

            พวกเนื้อสัตว์อสูร...นางกินอยู่แทบทุกวันก็จริง
     แต่ว่า “ผักวิญญาณ” นั่นต่างหากที่เป็นปัญหา

            เพราะหากจะได้มา นางจะต้อง เพาะปลูกด้วยตนเอง

            และถ้านางจะนำมันมากินเป็นประจำก็ย่อมต้องเพาะปลูกในปริมาณที่ไม่สามารถปิดบังผู้คนในจวน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หนานกงจิ่นอวี่ผู้ที่ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านหลังเดียวกับนางมาตลอด

            แค่คิดถึงเรื่องนี้ความกังวลก็ผุดขึ้นในใจอย่างช่วยไม่ได้

            เซี่ยอันอวี่ถอนหายใจเบา ๆ ความคิดวนเวียนในหัวเริ่มหนักอึ้ง

            นางยกมือขึ้นนวดเบา ๆ ที่หว่างคิ้ว

            นางรู้ดีว่า…การพัฒนาจากผู้ฝึกพลังระดับหนึ่งขึ้นสู่ระดับสองในครั้งก่อนนั้น เปลี่ยนชีวิตนางไปมากเพียงใด

            ทั้งสภาพร่างกายที่แข็งแรงขึ้นการทนทานต่อสภาพอากาศที่สุดโต่ง ทั้งร้อน ทั้งหนาว รวมไปถึงพลังภายในที่หมุนเวียนได้มั่นคงขึ้นทำให้ชีวิตประจำวันสะดวกขึ้นอย่างแทบไม่ต้องพึ่งผู้อื่น

            เพราะเหตุนี้นางจึงอยากฝึกฝนให้ได้เร็วขึ้นอีก อย่างน้อยก็เพื่อความปลอดภัยและความอยู่รอดของตัวเอง

            มือเรียวของเซี่ยอันอวี่ยกขึ้นลูบปลายคางเบาๆ ดวงตาเต็มไปด้วยความลังเล

            “หรือว่า...ข้าควรจะเปิดเผยความลับนี้กับหนานกงจิ่นอวี่จริงๆ?” นางพึมพำกับตัวเองเบา ๆ

            หลัวสุ่ยที่ลอยนิ่งอยู่ด้านข้างได้ยินถ้อยคำนั้นก็แย้มยิ้มบาง รอยยิ้มของนางอ่อนโยนและมั่นใจ

            “คนผู้นั้น...ไม่ได้มีจิตมุ่งร้ายต่อนายหญิงอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ”

            คำพูดนั้นเรียบง่ายแต่หนักแน่น

            เซี่ยอันอวี่ขมวดคิ้วขึ้นอย่างแผ่วเบาก่อนจะหันไปมองหลัวสุ่ยโดยตรงด้วยแววตาสงสัย

            “เจ้าสามารถสัมผัสได้อย่างนั้นหรือ?”นางเอ่ยถาม น้ำเสียงเต็มไปด้วยความประหลาดใจปนระแวดระวัง

            หลัวสุ่ยพยักหน้าช้า ๆรอยยิ้มของนางยังคงอ่อนโยนดังเดิม ทว่าคำพูดที่เอ่ยออกมากลับเต็มไปด้วยความมั่นใจ

            “ตัวข้าสามารถสัมผัสได้เจ้าค่ะ”

            “แท้จริงแล้ว...จิตวิญญาณบรรพกาลเช่นพวกเราล้วนมีความสามารถพิเศษบางอย่างที่ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด”

            เสียงของนางนุ่มนวลแต่มั่นคงร่างบางโปร่งใสลอยนิ่งอยู่กลางห้อง แสงสีฟ้าจางรอบกายไหววูบอย่างสงบ

            “หนึ่งในนั้นคือความสามารถในการรับรู้จิตใจของสิ่งมีชีวิต”

            “พวกเราจะไวต่อความคิดของผู้คนเป็นพิเศษโดยเฉพาะผู้ฝึกพลัง เพราะภายในร่างกายของพวกเขามีปราณวิญญาณหมุนเวียนอยู่”

            หลัวสุ่ยพูดพลางหันสายตาไปทางหน้าต่างราวกับกำลังมองไปยังผู้ที่นางกล่าวถึง

            “หากผู้ใดมีจุดมุ่งร้ายต่อผู้อื่นพวกเราจะสามารถสัมผัสได้อย่างรวดเร็ว”

            “ส่วนสำหรับบุรุษผู้นั้น...ในเวลาที่เขาอยู่ใกล้นายหญิงข้าไม่เคยสัมผัสได้ถึงจิตคิดร้ายแม้แต่น้อย”

            คำพูดสุดท้ายนั้นมาพร้อมกับรอยยิ้มอ่อนๆ แฝงความแน่นอน และความจริงใจเต็มเปี่ยม

            เซี่ยอันอวี่เมื่อได้ยินเช่นนั้นใบหน้าของนางก็เผยความประหลาดใจอย่างชัดเจนก่อนที่นางจะหันสายตาไปมองมู่ซานซึ่งลอยตัวอยู่อีกมุมหนึ่งของห้องแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสงสัยปนตำหนิ

            “เจ้านี่...เหตุใดเจ้าถึงไม่เคยบอกข้าเรื่องความสามารถนี้ของเจ้าบ้างเลย?”

            มู่ซานเมื่อถูกถามเข้าอย่างจังก็ยกยิ้มมุมปากอย่างลำพอง ใบหน้าเล็กจิ๋วเผยสีหน้าราวกับกำลังถือไพ่เหนือกว่า

            “ไม่ใช่ว่านายหญิงฉลาดเฉลียวพอที่จะรู้เองได้อยู่แล้วหรือขอรับ?”

            ถ้อยคำนั้นแทบยังไม่ทันจางไปจากอากาศรังสีอาฆาตแผ่ว ๆ ก็พุ่งขึ้นจากสายตาของเซี่ยอันอวี่ทันที

            นางหรี่ตาลงช้า ๆดวงตาสีดำลุ่มลึกเปล่งประกายเยียบเย็นราวกับคมมีด

            “เจ้าหมายความว่าอย่างไรเจ้ามู่ซาน เจ้ากำลังจะบอกว่าข้าโง่ที่ไม่รู้เรื่องนั้นใช่หรือไม่?”
     น้ำเสียงของนางเย็นยะเยียบจนบรรยากาศรอบตัวพลันเงียบลงในชั่วพริบตา

            มู่ซานที่เพิ่งยิ้มอยู่เมื่อครู่ใบหน้าเล็ก ๆ ของมันซีดเผือดลงทันทีมันรีบยกมือปัดลมกลางอากาศเหมือนจะลบคำพูดของตนออก

            จากนั้น ร่างจิ๋วของมันก็พลันหดคอหดตัวเล็กลงอย่างตื่นตระหนกแล้วแปรเปลี่ยนกลายเป็นเส้นแสงสีเขียวพุ่งกลับเข้าไปในกำไลหยกที่ข้อมือของเซี่ยอันอวี่อย่างรวดเร็วในพริบตา

            เงียบกริบ...ไม่มีแม้แต่เสียงขอโทษ

            เซี่ยอันอวี่มองตามเส้นแสงนั้นก่อนจะกระตุกมุมปากเบาๆ

            “เจ้านี่...ทันทีที่สัมผัสได้ถึงอันตรายก็หนีไวเสียจริง”

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ครั้งนี้โดนเนรเทศไม่พอ...ยังมีสามีเป็นสตรีอีกหรือ [มีE-book]] ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159