ตอนที่20 จดหมายจากเมืองหลวง
ยามค่ำคืนอันเงียบสงัดจนแทบจะได้ยินเสียงเสียดสีกันของใบไม้ยามต้องลมที่ห่างไกลออกไปอ้ายซินยืนมองประตูใหญ่อันคุ้นตาแต่ยังไม่คุ้นชินด้วยความชั่งใจเช่นเคยว่าภายในห้องนั้นจะมีเพียงชายหนุ่มเ้าของห้องหรืออาคันตุกะไม่ได้รับเชิญพ่วงอยู่ด้วยครั้นจะหันหลังกลับก็ใช่ที่ด้วยความที่มีชนักติดหลังจนดึงไม่ออกก็คงต้องทำใจกล้าเดินหน้าพุ่งชน
“ท่านแม่ทัพหลับหรือยังคะ”โพล่งด้วยเสียงหวานอย่างเป็มิตร เพียงชั่วครู่ประตูก็ถูกเปิดออกทว่าคนที่ออกมาต้อนรับนั้นกลับไม่ใช่หวนฉี
หญิงสาวหน้าตาสละสลวยในชุดคลุมบางสีแดงซึ่งบ่งบอกว่าคงจะเป็นางโลมหรือคู่ขา(ประจำ)ที่เขาเรียกมารับใช้ยืนเชิดหน้ามองอ้ายซินั้แ่หัวจรดเท้าเมื่อมองไล่เลยผ่านเ้าหล่อนไปก็พบหวนฉีนั่งดื่มเหล้าอยู่บนเตียงโดยที่เสื้อผ้ายังอยู่ครบเด็กสาวรู้สึกไม่สบอารมณ์น้อยๆ โดยไม่ทราบสาเหตุ
“ท่านแม่ทัพกำลังจะเข้านอนไม่ทราบว่าท่านมีธุระอะไรหรือเปล่าคะ” หญิงสาวตรงหน้าเผยอยิ้มเยาะแววตาของเ้าหล่อนแสดงออกอย่างคนเหนือกว่า“วันนี้ท่านแม่ทัพเหนื่อยมากข้าจึงต้องคอยอยู่ปรนนิบัติท่าน หวังว่านายหญิงคงจะเข้าใจ”เธอเน้นย้ำสิ่งที่กำลังจะทำและตำแหน่งของอ้ายซินชัดเจน
“ออกไป”อ้ายซินยิ้มกว้าง แต่เป็รอยยิ้มที่เย็นเยียบจนคนมองสะท้าน
“หาท่านพูดอะ...ไร” เสียงของเ้าหล่อนกลืนหายไปกับสายลมแววตาของอ้ายซินแสดงออกถึงความไม่เป็มิตรเด่นชัดอีกฝ่ายไม่คิดว่าเด็กสาวคนหนึ่งจะมีดวงตาที่น่าเกรงขามได้ขนาดนี้
“ถ้าเ้ามีอะไรจะพูดกับข้าก็ไว้พรุ่งนี้เช้าเพราะข้ากำลังจะเล่นสนุกกับนาง” หวนฉีโพล่งขึ้นทำลายบรรยากาศอันน่าอึดอัดนางโลมสาวที่ได้สติยิ้มหยันเพราะมีเขาหนุนหลัง
“เฮอะ”อ้ายซินขบกรามน้อยๆ ทำไมเธอถึงไม่พอใจกับคำพูดและท่าทางของคนทั้งสองขนาดนี้นะ“ได้ค่ะ” เด็กสาวก้าวยาวๆ เข้าไปหาชายหนุ่มเธอสบประสานั์ตากับเขาโดยไม่หวั่นเกรง
มือเรียวหยิบบางสิ่งออกมาจากภายในเสื้อกล่องกำมะหยี่เล็กๆ สีดำเรียกความสนใจของเขาถึงกระนั้นก็ไม่คิดจะเอ่ยถาม
เอาไงดีล่ะ...ต้องเล่นบทนางเอกปาใส่พระเอกมั้ยคงไม่โดนปากลับหรอกนะ หึ! ช่างมันละกัน
“ข้าขอโทษที่มารบกวนเวลาอันแสนสุขของท่าน”เธอตัดสินใจที่จะไม่พูดออกไป
“นั่นมันอะไร”เขาหรี่ตามองกล่องในมือของอีกฝ่าย นั่นคือสิ่งที่เธอสั่งทำสินะ
“ไม่รู้สิคะข้าก็ยังไม่รู้เลยว่าข้าจะเอามันมาด้วยทำไมอ้อ—ข้าคิดว่าน่าจะกำลังเอาไปทิ้งเลยหยิบติดมือมา”เธอยิ้มบางและหันหลังจะออกเดินพอดีกับที่นางโลมหญิงแสร้งเข้ามาชนเธอจนกล่องในมือหลุดกระเด็นลงพื้นเผยให้เห็นของในกล่อง
ที่รัดผมสีทองแกะสลักประดับด้วยพลอยสีดำน้ำงามซึ่งเป็เครื่องประดับของผู้ชาย...
อ้ายซินตรงรี่เข้าไปหยิบมันขึ้นมาหวนฉีมองเธอที่มองตอบด้วยแววตาตื่นใ
“ข้าจะนำมันไปทิ้งเดี๋ยวนี้แหละค่ะ”สิ้นคำ เธอก็รีบหอบพาตัวเองออกไปให้ไกลห่างคนทั้งคู่
เด็กสาวไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงได้รู้สึกโกรธระคนเสียใจขนาดนี้ร่างบางปล่อยให้สองขาเดินไปอย่างไร้จุดหมายจนมาถึงสุดระเบียง เธอสูดลมหายใจลึกๆเพื่อสงบสติและทำใจให้เย็น มือยังคงกำที่รัดผมแน่น
ช่างแม่งละ!
ยกมือเตรียมจะโยนที่รัดผมทิ้งแต่แล้วมือใหญ่ที่มองไม่เห็นก็คว้ากำไว้
“เ้าจะทิ้งของๆข้างั้นหรือ”
“มันเป็ของๆท่านั้แ่เมื่อไหร่คะ” อ้ายตอบกลับเสียงแข็ง เธอไม่คิดจะหันกลับไปมองเขา
“ก็เ้าสั่งทำให้ข้าไม่ใช่รึไง”
“ทำไมข้าต้องทำให้ท่านด้วยละคะและก็ปล่อยมือข้าได้แล้วค่ะ ข้าจะได้ทดสอบว่าจะเขวี้ยงมันได้ไกลแค่ไหน”
“เ้าจะทิ้งมันให้ได้ใช่มั้ย”
“งั้นข้าให้คนอื่นก็ได้ค่ะ”
“ข้าจะสั่งตัดมือของทุกคนที่รับมัน”คำกล่าวเฉียบขาดและไร้ปราณีของหวนฉีทำเอาอ้ายซินสะอึกคนอย่างเขาสามารถทำมันได้แน่นอน
“ปล่อยข้าเถอะค่ะข้าไม่เขวี้ยงมันทิ้งแล้ว” เธอบอกเสียงแ่หวนฉีช่างใจแต่ก็ยอมปล่อยให้มือเรียวเป็อิสระ “แต่จะทิ้งมันลงถังขยะแทน”เธอเบี่ยงตัวหมายจะหลบจากชายหนุ่ม เขาคว้าตัวเ้าหล่อนมาอุ้มพาดบ่า “ทำอะไรของท่านเนี่ยปล่อยข้านะ” เธอดีดดิ้นขืนตัว
หวนฉีเดินกลับไปยังห้องนอนของตนโดยปล่อยให้เด็กสาวส่งเสียงประท้วงต่อไป
“ท่านแม่ทัพคะ”นางโลมสาวออกมารับหน้า
“ออกไปซะ” ชายหนุ่มสั่งเสียงเหี้ยม
“ข้า”นางโลมพยายามจะพูดแก้ต่างที่แกล้งชนอ้ายซินแต่เมื่อเห็นแววตาโเี้ที่ส่งกลับมาหญิงสาวก็เนื้อตัวสั่นเทารีบหอบพาร่างของตนออกไปให้พ้นสายตาของเขา
ร่างของคนอ่อนวัยถูกวางลงพิงกับผนังหัวเตียงก่อนที่คนสูงวัยกว่าจะใช้สองแขนกันไว้ไม่ให้อีกฝ่ายหลบหนีได้เด็กสาวเบือนหน้าไปทางอื่นด้วยความที่ไม่อยากจะปะทะสายตากับอีกฝ่าย
“มองมาที่ข้า”หวนฉีสั่งเสียงเข้ม เธอหันมามองเขาตาขวางพร้อมกับเม้มปากแน่น“คนที่ควรจะโมโหน่าจะเป็ข้ามากกว่า”
“ท่านก็ออกจะดูมีความสุขมีอะไรให้ต้องโมโหด้วยหรือคะ”เธอทำน้ำเสียงกึ่งประชดประชัน พยายามสะกดตนเองให้เย็นลง
“ข้าไม่ได้ว่าหากเ้า้าไปในเมืองคนเดียวแต่เ้าไม่ควรที่จะกลับมืดค่ำแบบนี้” อ้ายซินไม่คิดจะเถียง เธอยอมรับความผิดถึงอย่างนั้นก็ยังคงปั้นปึ่งใส่เขา “เ้าไม่พอใจอะไรข้า”
“ข้าน่ะหรือคะไม่พอใจท่านทำไมข้าต้องไม่พอใจด้วย” เ้าตัวดีสวนควับตามนิสัยเธอฉุกใจคิดตามประโยคที่พูดออกไป
นั่นสิ...ทำไมเราต้องไม่พอใจด้วยอะไรทำให้เราเป็แบบนี้ เราไม่พอใจเพราะเห็นนางโลมคนนั้นในห้องของเขาหรือไม่พอใจที่เขาไล่เรา...
“เพราะท่านไล่ข้าค่ะ”เธอเลือกสักหัวข้อที่ผุดขึ้นในหัว
“ข้าไล่เ้าตอนไหน”หวนฉีเลิกคิ้วสูง
“ก็บอกให้ข้ามาหาท่านใหม่ตอนเช้านี่คะ”
“เ้าเรียกแบบนั้นว่าไล่หรือ”
“ใช่ค่ะท่านไล่ข้าเพื่อที่ท่านจะได้อยู่กับผู้หญิงคนนั้น”
“หมายความว่าเ้าไม่พอใจที่เห็นข้าอยู่กับผู้หญิงคนอื่นในห้องนอนและข้าก็ให้ความสนใจผู้หญิงคนนั้นมากกว่าเ้า”ประโยคสรุปของหวนฉีที่อ้ายซินอ้าปากคิดจะโต้เถียงทว่าเธอกลับชะงักแล้วหลุบสายตาลงต่ำ
“ไม่รู้ค่ะข้าอาจจะแค่ไม่ชอบหน้าผู้หญิงคนนั้น” เธอยังคงหาเหตุผลมารองรับการกระทำของตน“ส่วนที่รัดผมนี่ ข้าสั่งทำมาให้ท่านเพราะอยากจะขอบคุณและขอโทษท่านสำหรับทุกสิ่งที่ข้าทำ”
“ขอข้าดูหน่อยได้มั้ย”
อ้ายซินยื่นที่รัดผมมาตรงหน้าหวนฉีเขาหรี่ตามองอย่างพิจารณาโดยก่อนจะหยิบมันออกมาจากมือของเด็กสาวเขาผละไปหากล่องสีดำที่พื้นและนำที่รัดผมใส่ไว้ดังเดิมแล้ววางมันลงบนโต๊ะ
“พรุ่งนี้เ้าช่วยรัดมันให้ข้าด้วยนะ”เขาเคลื่อนตัวเข้ามาประชิดเด็กสาวอีกครั้งคราวนี้แขนทั้งสองข้างไม่ได้กั้นร่างบางแต่แนบข้างลำตัวของเธอ
“ข้าขอโทษที่มาขัดจังหวะการพักผ่อนของท่านข้าจะไปเรียกผู้หญิงคนนั้นมาให้” อ้ายซินละอายใจกับการกระทำอันวู่วามของตน เธอคิดได้เมื่อเกือบจะสายไปเสียแล้วไม่เข้าใจว่าทำไมตนเองถึงกลายเป็คนใจร้อนแบบนี้
“ข้าจะลงโทษเ้าอย่างไรดีที่มารบกวนข้าแบบนี้”คำกล่าวของหวนฉีทำให้เด็กสาวหน้าหมองลงความรู้สึกผิดฉายชัดอาบดวงตาที่รื้นด้วยหยาดน้ำน้อยๆ นิ้วเรียวยาวของหวนฉีปาดใต้ดวงตาของเธออย่างแ่เบาก่อนฝ่ามือใหญ่จะัักับแก้มนวลนั้นด้วยความอ่อนโยน“ผู้ชายที่เ้าเดินด้วยวันนี้เป็ใคร”คำถามของเขาทำให้อ้ายซินมุ่นคิ้วด้วยความงุนงงก่อนจะเข้าใจว่าเขาหมายถึงใคร
“ท่านเห็นด้วยหรือคะ”
“ทหารรับใช้ของข้าคนหนึ่งบอกว่าเห็นเ้าเดินกับผู้ชายแปลกหน้าในเมืองเ้าหมอนั่นเป็ใคร” เขาถามย้ำอีกครั้ง
“ไม่รู้เหมือนกันค่ะเหมือนจะเป็คนแปลกถิ่นข้าเองก็เพิ่งจะได้รู้จักกับพี่อี้หลงวันนี้เหมือนกัน”สรรพนามการเรียกอย่างสนิทสนมทำให้เขาชะงักหวนฉีแสดงสีหน้าไม่พอใจเด่นชัดจนอ้ายซินสังเกตได้
“กับคนอื่นเ้าเรียกชื่ออย่างสนิทสนมกับข้าที่เป็สามีเ้าเรียกท่านแม่ทัพ”เป็ครั้งแรกที่อ้ายซินคิดว่าได้ยินประโยคตัดพ้อจากเขาเธอคงจะแปลความหมายผิดไปเสียมากกว่า
“ท่านแม่ทัพก็คือท่านแม่ทัพค่ะท่านจะให้ข้าเรียกท่านว่ารองแม่ทัพอย่างนั้นหรือคะ” เ้าตัวดียังไม่ทิ้งลายยียวนหวนฉีถอนหายใจไม่อยากจะต่อล้อต่อเถียงดูเหมือนว่าต่อมรับความรู้สึกผิดของเธอมันจะเล็กนิดเดียวสินะท่าทีน่าสงสารก่อนหน้าถึงได้หายไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นแววตาที่ไหววูบของเขาเธอก็รู้ว่าตัวเองเล่นมากไปเด็กสาวลังเลเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยคำพูดซึ่งทำให้คนฟังชะงักได้
“พี่ฉี...”เธอก้มหน้าลงขณะที่พูด
“เ้าว่าอะไรนะ”หวนฉีทวนถามเธอไม่ยอมเงยขึ้นมามองเขาจนชายหนุ่มยอมเป็ฝ่ายที่โน้มตัวลงต่ำเพื่อที่จะช้อนหน้ามองเธอได้ชัดเจนแก้มของเด็กสาวเป็สีแดงระเรื่อดวงตาของเธอกำลังถูกจับจ้องจนไม่อาจเคลื่อนหนีได้อีกแล้ว
“พี่ฉี”
น้ำเสียงหวานแ่เบาราวกับน้ำจันที่ทำให้เขามัวเมาหวนฉี่ชิงคำพูดและลมหายใจของอีกฝ่ายโดยไม่ทันให้ตั้งตัวอ้ายซินพยายามส่งเสียงประท้วงเล็กๆ ในลำคอแต่ก็ไร้ผลมือใหญ่โอบรัดรอบเอวและเบียดกายของตนแนบชิดราวกับจะไม่ยอมให้เธอหลุดหนีไปไหนได้อ้ายซินไม่อาจต้านทานการรุกล้ำอันรุนแรงของชายหนุ่มเมื่อเขาส่งลิ้นเย้าแหย่เข้ามาภายในปากของตน
จูบแรกของเธอ...กับผู้ชายที่เธอเกลียดแต่เธอกลับไม่ได้ต่อต้านเขาอย่างที่ควรจะเป็จนกระทั่งเมื่อเขาปล่อยให้ริมฝีปากอวบอิ่มนั้นเป็อิสระเธอก็ส่งสายตาตำหนิเล็กๆให้กับเขา
“คนฉวยโอกาส”
“หึ” หวนฉีลูบไล้ริมฝีปากของเธอเบาๆก่อนที่เขาจะหอมแก้มของเธอแล้วไล่ลงมาที่ปลายคางจนมาถึงลำคอระหงส์
“อย่าค่ะ”เธอปฏิเสธเสียงเครือ เขาััได้ถึงความตื่นกลัวของเ้าหล่อนจนต้องผละออก
หวนฉีไม่เคยสนใจเสียงร้องอ้อนวอนของอีกฝ่ายหากในยามนี้เขากลับยอมโอนอ่อนให้กับเด็กสาวที่ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็ภรรยาของเขาเองไม่ใช่เื่แปลกหากสามีภรรยาจะร่วมรักกัน...ทว่าเขาอยากให้เธอยินยอมมากกว่าจะเป็การบังคับฝืนใจ
“เ้าเกลียดข้าสินะ”เขามั่นใจว่าเธอจะต้องบอกว่าเกลียดเขาแน่นอนเธอไม่ตอบอะไรแต่มองเขาด้วยแววตาที่ชายหนุ่มไม่อาจเข้าใจ“ถ้าเ้าบอกว่าเกลียดข้าเหมือนเช่นทุกทีมันก็คงจะดีกว่านี้”
“ข้าทำให้ท่านไม่พอใจอีกแล้วสินะคะ”เธอมีสีหน้าเศร้าสร้อยเมื่อคิดว่าตนเองทำให้เขาไม่สบอารมณ์รู้ตัวดีว่าตนเองบกพร่องหน้าที่ของภรรยาขนาดไหน
“ข้าพอใจมากต่างหากที่ภรรยาของข้าทำตัวน่ารักแบบนี้”หวนฉีกระตุกยิ้มพรายก่อนจะจูบอ้ายซินอีกครั้งราวกับ้าปลอบโยนเธอจูบครั้งนี้อ่อนโยนกว่าครั้งแรกจนเธอััได้
หวนฉีไม่เคยให้ผู้หญิงคนไหนนอนข้างกายของเขาหากปรนนิบัติเขาเสร็จพวกเธอจะต้องออกจากห้องไปไม่ว่าจะแบบมีชีวิตหรือไม่ก็ตามทว่า...
“คืนนี้...เ้าจะต้องอยู่กับข้า”
อ้ายซินไม่ตอบรับแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธชัดเจนกับคำสั่งของอีกฝ่ายหวนฉีทึกทักเอาเองว่านั่นเป็การตกลงตามแบบฉบับของเธอ ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนอนข้างๆเด็กสาวก่อนจะดึงเธอเข้ามาในอ้อมแขนนี่เป็ครั้งที่สองที่หวนฉีนอนกอดใครสักคนและเป็คนเดิมกับครั้งแรก
เธอเป็ของเล่นชิ้นโปรดที่น่าสนใจที่สุดั้แ่มีมาเขาจะไม่ยอมยกของเล่นชิ้นนี้ให้กับใครหน้าไหนอย่างเด็ดขาด!
แสงแดดอ่อนๆสาดส่องลอดผ่านม่านบางต้องกระทบกับใบหน้าคมของร่างที่นอนอยู่ ดวงตาคมค่อยๆเบิกขึ้นเพื่อรับรุ่งอรุณแห่งวันใหม่ภาพแรกที่สะท้อนในแววตาของเขาคือร่างเล็กที่ยังคงนอนขดตัวอยู่ในอ้อมแขนของตน
หวนฉีพยายามเคลื่อนตัวออกห่างให้เบาที่สุดอ้ายซินยังคงหลับตาพริ้มราวกับเด็กทารกที่ไร้กังวล เขาจิ้มแก้มนุ่มนิ่มของอีกฝ่ายก่อนจะเลื่อนมายังริมฝีปากเ้าตัวดีขยับยุกยิกเล็กน้อยอย่างรำคาญก่อนจะปรือตามองมือที่กำลังฉวยโอกาสและขบเบาๆ
“เป็หมารึไง”หวนฉีหัวเราะน้อยๆ เธอมองเขาตาขวาง
“ท่านมากวนข้าเวลานอนทำไมล่ะ”หันหลังให้เขาอย่างไม่สบอารมณ์ เธอลืมไปว่าตนเองนอนที่ห้องของชายหนุ่ม
“เ้าละเมอด้วยนะ”เขากระซิบเสียงแ่ ร่างบางลืมตาเบิกโพลงอย่างคนตื่นเต็มที่เธอลุกพรวดขึ้นมาประจัญหน้ากับเขา แก้มนวลขึ้นสีระเรื่อน้อยๆ
“ข้าเนี่ยนะ! ไม่มีทางอะ!” เธอยืนกรานเสียงเขียว
หรือเราจะละเมอจริงๆแล้วเราละเมอว่าอะไรเนี่ย!?
“เ้าพูดว่าพี่ฉีหลายครั้งเลยกำลังฝันถึงข้าอยู่รึไง” หวนฉีอมยิ้มเ้าเล่ห์อ้ายซินอ้าปากค้างหน้าแดงแปร๊ดราวลูกตำลึงเธอมั่นใจว่าไม่มีทางพูดอะไรแบบนั้นออกมาแน่นอน
“ขะ—ข้าเกลียดท่าน! แม่ทัพเ้าเล่ห์!” จบคำพูด เด็กสาวก็รีบลุกออกจากเตียงเดินตรงไปยังประตูห้องเธอหันมามองเขาด้วยใบหน้าหงิกงอไม่พอใจก่อนจะเปิดประตู
ทว่า...
“ข้ากำลังรอให้พวกท่านใช้เวลายามเช้ากันให้เรียบร้อยอยู่เลย”เกาชุนยิ้มกว้างส่งให้อ้ายซินที่ยืนตัวแข็งค้าง
“มีอะไร”หวนฉีถามโดยที่ยังคงนั่งพิงผนังเตียงอย่างสบายใจ
“จดหมายจากผู้บัญชาการทหารสูงสุดเรียกระดมพลด่วนครับ”
...เรียกระดมพลด่วนตอนนี้เหรอ...หือ—หรือว่า!