แพรสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะหันไปมองพี่เอกที่นั่งรอคำตอบด้วยรอยยิ้มค้างอยู่ แล้วพูดเสียงเบา ๆ แต่ชัดเจนพอที่จะได้ยินในห้องประชุม
“วันนี้หนูไม่สะดวกค่ะพี่เอก รู้สึกไม่ค่อยสบายเลย ไม่อยากไปไหน อยากนอนพักมากกว่า ขอโทษนะคะ”
พี่เอกทำหน้าเซ็งนิด ๆ แต่ยังยิ้มเก้อ ๆ แล้วพยักหน้ารับทันที
“อ่อ... ไม่เป็ไรเลยครับ แพรดูแลตัวเองดี ๆ นะ ถ้าไม่สบายจริง ๆ พักผ่อนเยอะ ๆ เลย พี่เข้าใจครับ ไว้เจอกันใหม่นะ 555”
เขายกมือไหว้เบา ๆในที่ประชุม แล้วเก็บของลุกขึ้นเดินออกจากห้องไปก่อน ไม่มีท่าทีงอนหรือกดดันอะไร
แพรแอบถอนหายใจโล่งอกในใจ แล้วเหลือบมองไปทางพี่กรโดยไม่ตั้งใจ
พี่กรยังนั่งนิ่งอยู่หัวโต๊ะ กำลังเก็บเอกสารใส่แฟ้มช้า ๆ แต่แพรเห็นชัดเลยว่ามุมปากพี่กรยกขึ้นเล็กน้อย (ยิ้มมุมปากแบบที่คนอื่นไม่สังเกต) แล้วพี่กรก็หันมามองแพรแวบหนึ่ง สายตาอบอุ่นขึ้นนิด ๆ เหมือนกำลังบอกว่า
“ดีแล้วครับ”
ก่อนที่พี่กรจะลุกขึ้น เดินออกจากห้องประชุมตามคนอื่น ๆ ไป โดยไม่พูดอะไรเพิ่ม
ห้องประชุมค่อย ๆ ว่างลง เหลือแต่แพรที่นั่งนิ่งอยู่คนเดียวสักพัก
แพรรู้สึกหัวใจที่เต้นแรงเมื่อกี้ค่อย ๆ ผ่อนลง
อย่างน้อยวันนี้ก็ผ่านไปแบบไม่ต้องอึดอัด... พี่กรไม่โกรธ แล้วพี่เอกก็ไม่ยัดเยียดอะไรเพิ่ม
แพรลุกขึ้นเก็บของ แล้วเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานของตัวเอง
ระหว่างทาง แพรแอบเหลือบเห็นพี่กรยืนคุยกับอาจารย์คนอื่นอยู่หน้าห้องทำงาน แต่พี่กรหันมามองแพรแวบหนึ่งอีกครั้ง แล้วพยักหน้าเบา ๆ ให้ (แบบสุภาพมาก ๆ เหมือนคนอื่นทั่วไป) ก่อนจะหันกลับไปคุยต่อ
ตอนเลิกงาน (ประมาณ 17:00 น.)
แพรเก็บของใส่กระเป๋า รู้สึกเหนื่อยล้าจากทั้งวัน ทั้งงานที่กองพะเนิน ความคิดวนเวียนเื่เมื่อคืน และการพยายามทำตัวปกติต่อหน้าทุกคน
แพรเดินออกจากตึกคณะ ฝีเท้าเดินช้า ๆ มุ่งหน้าไปที่ลานจอดรถหลังตึก
อากาศเย็นลงแล้ว ลมพัดเบา ๆ ทำให้ผมแพรปลิวพลิ้ว
พอเดินเลี้ยวโค้งมาถึงรถตัวเอง แพรชะงักกึก
พี่กรยืนพิงรถ SUV สีเทาเข้มของตัวเองอยู่พอดี (จอดใกล้ ๆ รถแพรโดยบังเอิญ หรือไม่บังเอิญก็ไม่รู้)
พี่กรสวมเสื้อเชิ้ตสีเข้มที่ม้วนแขนขึ้นเหมือนตอนเช้า ผมยุ่งนิด ๆ จากการทำงานทั้งวัน แต่ยังดูเรียบร้อยและน่าเชื่อถือเหมือนเดิม
พี่กรเห็นแพรเดินมา ก็ยืดตัวตรงขึ้นทันทีพร้อมยิ้มอ่อน ๆ
“สวัสดีครับ แพร... เลิกงานแล้วเหรอ”
เสียงทุ้มต่ำ นุ่มมาก ไม่มีท่าทีกดดันหรือเร่งรัดอะไร
พี่กรเดินเข้ามาใกล้แพรช้า ๆ แต่ยังรักษาระยะห่างพอให้แพรสบายใจ
สายตาพี่มองหน้าแพรตรง ๆ แต่ไม่จ้องจนอึดอัด แค่ดูห่วงใยเล็กน้อย
“เมื่อเช้าพี่เห็นแพรดูเหนื่อย ๆ นิดนึง... วันนี้ไม่ค่อยสบายจริง ๆ เหรอครับ หรือแค่ไม่อยากไปไหนตามที่บอกพี่เอก”
พี่กรยิ้มมุมปากเบา ๆ เหมือนรู้แต่ไม่พูดตรง ๆ
“ถ้าแพรยังไม่สบาย พี่ขับรถมาส่งแพรที่บ้านได้นะครับ ไม่ต้องห่วง พี่ขับช้า ๆ แล้วเปิดแอร์ให้เย็นเหมือนเมื่อคืน”
พี่กรหยุดพูด แล้วมองหน้าแพรรอคำตอบ
มือข้างหนึ่งยกขึ้นเกล้าผมตัวเองเบา ๆ (ท่าทางประจำตอนพี่กรคิดอะไรหนัก ๆ)
แต่สายตายังคงอ่อนโยน ไม่มีแววน้อยใจหรือกดดัน
“หรือถ้าแพรอยากคุยอะไรกับพี่ตอนนี้เลยก็ได้นะครับ
พี่ไม่รีบกลับบ้าน... ถ้าแพรอยากคุยเื่เมื่อคืน หรืออยากให้พี่ถอยห่างไปก่อน พี่ฟังหมดเลยครับ”
พี่กรยืนรอตรงนั้น มองแพรด้วยสายตาที่จริงใจมาก
ลมเย็นพัดผ่าน ทำให้ผมแพรปลิวเบา ๆ และพี่กรยกมือขึ้นเหมือนจะช่วยกันผมให้ แต่สุดท้ายก็หยุดค้าง แล้วยิ้มเบาๆ แทน
"เื่เมื่อคืน... หนูคงเมามากไปหน่อย พี่ไม่ถือสาใช่ไหมคะ"
แพรพูดแบบหลบสายตา และอาย
พี่กรที่กำลังยืนพิงรถอยู่ หันมามองแพรเต็มตาเมื่อได้ยินคำถามนั้น
สายตาเขาอ่อนลงทันที ไม่มีแววน้อยใจหรือตำหนิแม้แต่นิดเดียว
พี่กรถอนหายใจเบา ๆ แล้วก้าวเข้ามาใกล้แพร แต่ยังรักษาระยะที่ทำให้แพรสบายใจ
“หนูเมามากไปหน่อย... พี่ไม่ถือสาเลยครับ แพร”
เสียงพี่ทุ้มต่ำ นุ่มมาก และจริงใจจนแพรรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่มาจากคำพูดนั้น
พี่กรยกมือขึ้นเกล้าผมตัวเองเบา ๆ (ท่าทางประจำตอนพี่คิดอะไรหนัก ๆ) แล้วพูดต่อช้า ๆ
“เมื่อคืน... พี่ก็เมาเหมือนกันนะครับ ไม่ใช่เมาไวน์ แต่เมาแพรเลยมากกว่า”
เขายิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อเสียงต่ำลง
“แต่พี่จำทุกอย่างชัดเจน และพี่ไม่เสียใจสักนิดเดียว
แพรยอมให้พี่เข้าใกล้ขนาดนั้น เพราะแพรไว้ใจพี่จริง ๆ ใช่ไหมครับ
พี่รู้สึกดีมากที่แพรเลือกพี่แบบนั้น... มันทำให้พี่อยากดูแลแพรให้ดีกว่านี้มากกว่าเดิม”
พี่กรมองตาแพรตรง ๆ ไม่หลบ
“พี่ไม่เคยคิดว่าหนูง่าย หรือคิดแย่กับแพรเลยสักวินาที
ตรงกันข้ามเลยครับ... พี่รู้สึกว่าแพรกล้าหาญมากที่ยอมเปิดใจให้พี่ทั้งที่ยังกลัวอยู่
พี่ขอบคุณแพรจริง ๆ นะครับ ที่เชื่อใจพี่ขนาดนั้น”
พี่กรหยุดชั่วครู่ แล้วยิ้มอ่อนโยนขึ้น
“ถ้าแพรรู้สึกผิด หรือกลัวว่าพี่จะมองแพรเปลี่ยนไป... พี่บอกเลยนะครับ พี่ไม่เปลี่ยน
พี่ชอบแพรเหมือนเดิม มากกว่าเดิมด้วยซ้ำ
ถ้าแพรอยากให้เราค่อย ๆ เริ่มใหม่แบบช้า ๆ พี่ก็ยอม
ถ้าแพรอยากให้พี่เป็แฟนแพรอย่างเป็ทางการ พี่ก็พร้อมขอเลยตอนนี้
หรือถ้าแพรอยากให้พี่ถอยห่างไปก่อนเพื่อให้แพรได้คิด พี่ก็ทำได้หมดเลยครับ”
พี่กรยื่นมือออกมาให้แพรเกาะ (ไม่จับแรง แค่เปิดฝ่ามือรอ)
“แพร... ไม่ต้องกลัวนะครับ พี่ไม่ทิ้งแพรแน่นอน
พี่อยากให้แพรสบายใจที่สุด ถ้าแพรยังรู้สึกไม่แน่ใจ พี่รอได้อีกนานเลย”
พี่กรยืนรอตรงนั้น ลมเย็นพัดผ่าน ทำให้ผมแพรปลิวเบา ๆ
สายตาพี่กนยังมองแพรด้วยความจริงใจและความห่วงใยเหมือนเดิม