ตูมมมมมมมมมมมมมมมมม—!!!
เสียงกัมปนาทจากการระเบิดของปืนใหญ่พลังงานพลาสม่าและคลื่นกระแทกอันหนักหน่วงของการปะทะ ยังคงแผดเสียงคำรามกึกก้องสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทุกตารางนิ้วของมหานครชายขอบแห่ง G Zone ท้องฟ้าเบื้องบนที่เคยเป็นสีครามบัดนี้ถูกย้อมจนกลายเป็นสีแดงฉานราวกับบาดแผลฉกรรจ์ของโลก กลุ่มควันดำทะมึนจากเปลวเพลิงแห่งสงครามลอยคลุ้งบดบังแสงตะวัน ผสมปนเปกับกลิ่นคาวเลือดและเถ้าถ่าน
พื้นดินเบื้องล่างแปรสภาพเป็นขุมนรกบนดินอย่างสมบูรณ์แบบ ซากรถถังเกราะหนักที่ถูกฉีกกระชากจนบิดเบี้ยว ซากหุ่นรบที่วงจรลัดวงจรพ่นประกายไฟออกมาเป็นระยะ และร่างไร้วิญญาณของทั้งทหารกล้ามวลมนุษยชาติที่ทอดทับถมกับซากเนื้ออันน่าสะอิดสะเอียนของเหล่าอสูรกายการ์เลนอสนอนเกลื่อนกลาดอยู่ทั่วทุกหัวระแหงของผืนสมรภูมิที่แตกกระจุย
แต่ทว่า ท่ามกลางความสูญเสียอันมหาศาลและกลิ่นอายของความตายที่ลอยอบอวลนั้น... ประกายแสงแห่งความหวังสุดท้ายของมนุษยชาติกำลังก่อตัวขึ้นอย่างยากลำบาก
"รายงานสถานะ! เครื่องกำเนิดจุดที่หนึ่ง เสถียรภาพร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วครับ!" "จุดที่สองทำการซิงโครไนซ์และเชื่อมต่อเครือข่ายสมบูรณ์!" "จุดที่สามและสี่เปิดใช้งานระบบกระจายอนุภาคเรียบร้อย พลังงานพร้อมจ่ายเข้าสู่แกนกลาง!"
ภายในศูนย์บัญชาการยานรบ ORCA บรรยากาศตึงเครียดจนแทบจะบีบหัวใจให้แหลกสลาย เสียงเจ้าหน้าที่เทคนิครายงานข้อมูลเชิงปริมาณดังสลับกันอย่างต่อเนื่องและเร่งรีบ บนจอภาพโฮโลแกรมขนาดยักษ์กลางสะพานเรือ เส้นพลังงานสีฟ้าครามบริสุทธิ์จากเครื่องกำเนิดสนามพลังระดับควอนตัมทั้งสี่แห่งค่อย ๆ ลากโยงเชื่อมต่อเข้าหากันเป็นโครงข่ายเรขาคณิตที่ซับซ้อน
วูมมมมมมมมมมมม...
เสียงครางต่ำของกระแสคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าดังกระหึ่มขึ้น พร้อมกับกำแพงพลังงานควอนตัมโปร่งแสงขนาดมหึมาที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นจากผืนดิน ทอดตัวสูงขึ้นไปบนฟากฟ้า โอบล้อมพื้นที่สมรภูมิอันนองเลือดเอาไว้ราวกับโดมยักษ์ที่กักขังความตาย เหล่าการ์เลนอสจำนวนนับหมื่นนับแสนตัวที่พยายามรุกคืบเข้าสู่เขตพื้นที่อยู่อาศัย พุ่งชนเข้ากับกำแพงพลังงานอย่างบ้าคลั่งจนเกิดประกายไฟสีน้ำเงินสว่างวาบราวกับฟ้าผ่า ร่างของพวกมันถูกช็อตและดีดกระเด็นกลับไปครั้งแล้วครั้งเล่า พวกมันไม่สามารถทะลุผ่านหรือบดขยี้เกราะป้องกันสุดท้ายนี้ออกไปได้อีกต่อไป
"สำเร็จแล้ว..." ผู้การโรซาเลียทรุดตัวลงพิงพนักเก้าอี้พลางถอนหายใจยาวเหยียดราวกับยกภูเขาออกจากอก เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้า "ระบบกักกันทำงาน... เหลือแค่จุดกระจายสัญญาณสุดท้ายเท่านั้น..."
ทว่า ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง สีหน้าที่เพิ่งผ่อนคลายของเธอกลับซีดเผือดลงอย่างกะทันหัน ดวงตาของเธอเบิกกว้างเมื่อจ้องมองไปยังจุดพิกัดสุดท้ายบนเรดาร์ เพราะจุดเชื่อมต่อสุดท้ายที่เปราะบางที่สุด...คือพิกัดที่เด็กสาวเพียงคนเดียวกำลังยืนหยัดอยู่ คือจุดของ ริน
ตูมมมมมม!!!
ณ สนามรบด้านทิศใต้ที่ห่างไกลออกไป
ร่างสะบักสะบอมของรินกระเด็นลอยละลิ่วพุ่งทะลุกำแพงคอนกรีตหนาเตอะของอาคารพาณิชย์ไปถึงสามชั้น ก่อนจะร่วงกระแทกลงกับพื้นถนนที่เต็มไปด้วยเศษซากอย่างรุนแรง เลือดสีแดงฉานกระอักทะลักออกจากมุมปากของเธอจนเปรอะเปื้อนคาง ชุดเกราะลีซิลนอส EW-1 ที่เคยมีสีแดงเพลิงเงางามบัดนี้เต็มไปด้วยรอยแตกร้าวและรอยปริขาด เกราะส่วนแขนซ้ายของเธอถูกหลอมละลายไปเกือบครึ่ง เผยให้เห็นผิวหนังที่ถูกเผาไหม้จากฤทธิ์เลือดกรดพิษร้ายแรงของการ์เลนอสที่สาดกระเซ็นใส่
เบื้องหน้าของเด็กสาวที่กำลังพยายามตะเกียกตะกายหายใจ การ์เลนอสระดับ 2 จำนวนสามตัวที่มีขนาดมหึมาและดุร้ายกว่าปกติ กำลังย่างสามขุมเข้ามาหาพวกมันส่งเสียงคำรามต่ำในลำคอ เสียงนั้นเสียดแก้วหูราวกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของมัจจุราช ดวงตาสีเลือดของพวกมันจดจ้องมาที่เธอ ราวกับสัญชาตญาณสัตว์ป่าของมันรับรู้ได้ว่า ศัตรูตัวฉกาจตรงหน้ากำลังก้าวเข้าสู่ขีดจำกัดของชีวิตแล้ว
"อึก... แฮ่ก..." รินกัดฟันกรอด พยายามฝืนความเจ็บปวดที่แล่นพล่านไปทั่วทุกอณูประสาทเพื่อลุกขึ้นยืน สองมือที่สั่นเทาและเต็มไปด้วยบาดแผลยังคงกำด้ามดาบ เฟลม เฟเน็กซ์ แกรนด์ซอร์ด เอาไว้แน่นราวกับเป็นฟางเส้นสุดท้ายของชีวิต
แต่แล้ว ท่ามกลางเสียงคำรามของสัตว์ประหลาด ทันใดนั้น...เสียงแจ้งเตือนที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดก็ดังแทรกขึ้นมาจากเสาเครื่องกำเนิดสนามพลังที่ตั้งอยู่ด้านหลังเธอ
ปี๊บ— ปี๊บ— ปี๊บ—
หน้าจออินเตอร์เฟซของเครื่องกำเนิดเปลี่ยนจากสีฟ้าเป็นสีแดงกะพริบถี่รัว ตัวเครื่องกำลังส่งเสียงฟู่และปล่อยควันพิษออกมา
[ระบบตรวจพบความเสียหายวิกฤต] [ล้มเหลว... ไม่สามารถเชื่อมต่อเครือข่ายควอนตัมย่อย] [การสร้างสนามพลังล้มเหลวโดยสมบูรณ์]
ดวงตาของรินเบิกกว้างจนแทบถลน หัวใจของเธอหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เครื่องสร้างสนามพลังที่เธอเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้อง... บัดนี้โครงสร้างแกนกลางของมันถูกเลือดกรดของการ์เลนอสกัดกร่อนทำลายแผงวงจรจนพังพินาศ
และผลลัพธ์ของมันคือหายนะ ช่องโหว่ขนาดมหึมากว้างหลายร้อยเมตรปรากฏขึ้นทันทีบนแนวกำแพงพลังงานสีฟ้าที่เคยปกป้องเมืองเอาไว้ และนั่นทำให้...การไหลเวียนของสมรภูมิเปลี่ยนทิศทางในชั่วพริบตา เหล่าการ์เลนอสระดับ 1 และระดับ 2 นับแสนตัวที่กำลังบ้าคลั่งจากการถูกขัง หันขวับมาทางช่องโหว่นั้น... หันมาทางเธอเป็นตาเดียว ทันที!
โฮกกกกกกกก—!!!
เสียงคำรามประสานกันนับแสนเสียงดังกึกก้องกัมปนาทไปทั่วทั้งสมรภูมิ จนแผ่นดินสั่นสะเทือนประดุจเกิดแผ่นดินไหวระดับเก้า พวกมันพบทางออกแล้ว ทางออกที่จะนำพาพวกมันไปสู่เขตแดนของพลเรือนนับล้านชีวิตที่ซ่อนตัวอยู่เบื้องหลัง
ภายในสะพานบัญชาการยาน ORCA บรรยากาศแปรเปลี่ยนเป็นความสิ้นหวังอันหนาวเหน็บ เจ้าหน้าที่ทุกคนหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด บางคนถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้น
"แย่แล้วครับ! พิกัด 09 แนวป้องกันแตกลงแล้ว!" "พวกมันทั้งหมดกำลังหันหัวและมุ่งหน้าพุ่งทะยานไปที่ช่องโหว่นั้น!" "ถ้า... ถ้าพวกมันหลุดออกไปได้แม้แต่เศษเสี้ยวเดียว เมืองที่อยู่ด้านหลังและศูนย์อพยพจะถูกถล่มโจมตีทั้งหมดครับ!"
โรซาเลียกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อจนเลือดซิบ ริมฝีปากของเธอสั่นระริก กัปตันแบล็คเบิร์ดผู้เยือกเย็นยังคงยืนนิ่งงันราวกับรูปปั้น ทว่าดวงตาที่เคยสงบของเขากลับเบิกกว้างและจับจ้องไปยังภาพโฮโลแกรมของเด็กสาวตัวเล็ก ๆ เพียงคนเดียวที่ยืนขวางกั้นคลื่นสึนามิแห่งความตายบนจอภาพ
"ริน!!" เสียงร้องตะโกนของอายาโกะดังก้องทะลุเข้ามาในช่องสื่อสารอินคอม เสียงของเธอสั่นเครือและเต็มไปด้วยเสียงสะอื้น "รีบถอยออกมาเดี๋ยวนี้! หนีไปซะ! เธออยู่ตัวคนเดียวแล้วนะ! ไม่เหลือใครคุ้มกันเธอแล้ว!"
รินยืนโงนเงนอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพัง เธอหอบหายใจหนักหน่วงจนซี่โครงขยับรุนแรง เลือดสีสดไหลอาบลงมาตามหน้าผาก ปิดบังทัศนวิสัยไปครึ่งหนึ่ง แต่เมื่อได้ยินเสียงของอายาโกะ...ริมฝีปากที่แห้งผากและเปื้อนเลือดของเธอกลับค่อย ๆ คลี่ยิ้มบาง ๆ ออกมา เป็นยิ้มที่งดงามทว่าแฝงไปด้วยความเศร้าสร้อยและเด็ดเดี่ยว
"ฉัน...ยังไหว..." "แต่ริน! เลือดของเธอ—" อายาโกะพยายามแย้งด้วยเสียงที่แทบจะขาดใจ "ฉันบอกว่า...ฉันยังไหวจริงๆ ค่ะ รุ่นพี่..."
เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาแต่หนักแน่นดั่งหินผา ก่อนจะกัดฟันกรอด ใช้ความเจ็บปวดเป็นแรงผลักดันและใช้ดาบใหญ่ยันพื้นเพื่อดึงร่างที่บอบช้ำให้ลุกขึ้นยืนหยัดอย่างสง่างามอีกครั้ง เบื้องหน้าของเธอห่างออกไปไม่กี่ร้อยเมตร ฝูงการ์เลนอสนับหมื่นนับแสนตัวกำลังพุ่งทะยานเข้ามาเยี่ยงพายุคลั่งที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่ง
พรึ่บ! เปลวเพลิงสีแดงทองอันเป็นเอกลักษณ์ลุกโชนขึ้นท่วมคมดาบและส่องสว่างขึ้นอีกครั้ง แม้แสงของมันจะริบหรี่ลงตามพลังชีวิตของผู้ใช้ แต่ความร้อนแรงแห่งเจตจำนงกลับไม่เคยลดละ
"เข้ามาสิ...ไอ้พวกเดรัจฉาน..." รินกระชับด้ามดาบเฟเน็กซ์ด้วยมือทั้งสองข้างจนเส้นเลือดปูดโปน ดวงตาของเธอวาวโรจน์ประดุจนักล่าที่ไร้ความหวาดกลัว "ฉัน...จะไม่ยอมให้พวกแกก้าวผ่านเส้นนี้ไปได้เด็ดขาด แม้แต่ตัวเดียว!"
ฟุ่บบบ—!!!
ร่างของเด็กสาวพุ่งทะยานออกไปเบื้องหน้า สวนทางกับกองทัพสัตว์ประหลาดราวกับดาวตกดวงเล็ก ๆ ที่หาญกล้าปะทะกับหลุมดำ คมดาบเพลิงถูกเหวี่ยงกวาดฟันออกไปเป็นเส้นโค้งครึ่งวงกลมขนาดมหึมาแหวกฝ่าอากาศจนเกิดเสียงหวีดร้อง
ฉัวะะะ—!!!
ความร้อนระดับพลาสม่าตัดผ่านร่างของการ์เลนอสระดับหน้าสุดหลายสิบตัวจนขาดสะบั้นถูกผ่าครึ่งในดาบเดียว เลือดสีเขียวและอวัยวะภายในทะลักล้น แต่ถึงกระนั้น...จำนวนของพวกมันก็ยังคงมีมากเกินไป มากเกินกว่าที่มนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งจะต้านทานไหว มากเกินกว่าจะนับได้อย่างครบถ้วน พวกมันเหยียบย่ำซากศพพวกเดียวกันเองเพื่อถาโถมเข้าใส่เธอระลอกแล้วระลอกเล่า
การต่อสู้อันบ้าคลั่งและสิ้นหวังดำเนินต่อไป...หนึ่งชั่วโมงผ่านไปอย่างเชื่องช้าทรมาน สองชั่วโมงล่วงเลยไปท่ามกลางเสียงกรีดร้องและเสียงเนื้อที่ถูกฉีกขาด
เหล่าทหารกล้าจากหน่วย E.F.S ของ V.I.F. , ทหารราบจาก G.D.F., และกองทัพยานเกราะของสหรัฐฯ ที่เคยยืนหยัดช่วยเธอต่อสู้ปกป้องรอยรั่วนี้ ค่อยๆ หมดแรงและถูกคลื่นอสูรกลืนกินล้มตายลงไปทีกลุ่ม... ยานเกราะ และรถถังค่อยๆถูกพังไปทีละคัน ร่างของพวกเขาถูกฉีกกระชาก เสียงวิทยุสื่อสารที่เคยเจี๊ยวจ๊าวค่อย ๆ เงียบสงบลงจนเหลือเพียงเสียงสัญญาณขาดหาย พร้อมกับเสียงระเบิดดังสนั่นเป็นทอดๆ
จนในที่สุด...ไม่มีใครหลงเหลืออยู่อีกแล้ว สนามรบทั้งผืนที่กว้างใหญ่ไพศาลแห่งนี้ ถูกปกคลุมไปด้วยซากศพของอสูรกายและมนุษย์ที่กองสูงเป็นภูเขา เหลือเพียงแผ่นหลังของเด็กสาววัยสิบแปดปีเพียงคนเดียว... ที่ยังคงยืนหยัดและฟาดฟันดาบด้วยเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้าย
บนสะพานเรือ ORCA บรรยากาศเงียบงันราวกับสุสาน กัปตันแบล็คเบิร์ดกำหมัดของตนเองแน่นจนสั่นสะท้าน โรซาเลียกัดริมฝีปากล่างของตนเองจนเลือดไหลรินโดยไม่รู้ตัว อายาโกะและคนอื่นๆในหน่วย Vangaurd เห็นภาพจากหมวกของริน ก็น้ำตาไหลอาบสองแก้มอย่างไม่อาจกลั้นไว้ได้อีกต่อไป ไม่มีใครในห้องนั้นเอื้อนเอ่ยคำใดออกมา เพราะทุกคนในที่นั้นต่างตระหนักรู้ดีแก่ใจ... ว่าภาพที่พวกเขาเห็นผ่านจอภาพนี้ อาจเป็นวินาทีสุดท้ายของชีวิตผู้กล้าสาวคนนี้แล้ว
โฮกกกกกกกกกกกก—!!!
ฝูงการ์เลนอสที่เหลืออีกนับพันตัวรวมพลังกันพุ่งโถมกระโจนเข้าหาเธอจากทุกทิศทางพร้อมกัน ราวกับคลื่นสึนามิสีดำมืดมิดที่ลอยขึ้นบดบังแสงสว่างทั้งหมดจากฟากฟ้า รินยืนนิ่งอยู่กับที่ เธอหมดเรี่ยวแรงที่จะยกดาบขึ้นป้องกันอีกต่อไป ริมฝีปากของเด็กสาวคลี่ยิ้มบาง ๆ ออกมาอย่างอ่อนล้า เปลือกตาที่หนักอึ้งค่อย ๆ ปิดลง ยอมรับชะตากรรมที่กำลังจะมาถึง
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายที่เวลาดูเหมือนจะหยุดนิ่งนั้นเอง...ภาพความทรงจำมากมายในชีวิตของเธอพลันไหลบ่าพรั่งพรูเข้ามาในห้วงความคิดราวกับม้วนฟิล์มที่ถูกเร่งความเร็ว ภาพของห้องเรียนที่แสงแดดยามบ่ายสาดส่อง ภาพใบหน้าและเสียงหัวเราะของเพื่อนสนิท ภาพรอยยิ้มอันอบอุ่นของครอบครัวที่รอคอยการกลับบ้าน วันที่แสนธรรมดาที่เธอเคยบ่นว่าน่าเบื่อ โลกอันสงบสุขที่ไร้ซึ่งสงครามและการนองเลือด โลกที่เธอรักสุดหัวใจ... โลกที่เธอสาบานกับตัวเองว่าอยากจะปกป้องมันเอาไว้ด้วยชีวิต
.
"ฉัน..." ริมฝีปากที่เปื้อนเลือดของเธอขยับพึมพำแผ่วเบา "ฉัน...ยังไม่อยากตาย..." ดวงตาที่ปิดสนิทของเธอเริ่มสั่นไหว "ฉันยังมีสิ่งที่ต้องปกป้องอีกมากมาย..." "ฉันยังมีความฝันที่อยากทำให้สำเร็จ..." "ฉันยังอยากกลับไปใช้ชีวิตวัยรุ่นธรรมดา ๆ แบบเดิม..." ภาพสุดท้ายได้ปรากฏขึ้นมาในหัว เป็นภาพตอนที่เธอ อยู่กับ โจนาธาน เรน เพื่อนชายคนสนิทของเธอที่วันนั้นเป็นวันที่เธอได้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของเขาในวันเกิดครบรอบ 17 ปี "เรน…ฉัน..." เปลือกตาของเธอลืมโพลงขึ้น นัยน์ตาสีแดงฉานแปรเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นที่ลุกโชนจนถึงขีดสุด "ฉัน...จะไม่ยอมแพ้เด็ดขาด!!!"
เสียงตะโกนก้องที่ออกมาจากก้นบึ้งของจิตวิญญาณดังสะท้านไปทั่วผืนดิน ทันใดนั้นเอง ภายในส่วนลึกที่สุดของร่างกายและจิตวิญญาณของเธอเมล็ดพันธุ์แห่งลีซิลนอส ที่หลับใหลอยู่ พลันตอบสนองต่อแรงปรารถนาอันแรงกล้าที่จะมีชีวิตอยู่รอด!
ครืนนนนนนนนนนนนน—!!!
คลื่นพลังงานความกดอากาศมหาศาลที่ไม่อาจประเมินค่าได้ ระเบิดทะลักทลายออกมาจากแกนกลางวิญญาณของเธอประดุจซูเปอร์โนวาที่กำลังก่อตัว เปลวเพลิงสีแดงทองที่เคยมอดดับ พลันลุกโหมกระหน่ำและแปรเปลี่ยนสเปกตรัมกลายเป็น สีทองสว่างเจิดจ้าบริสุทธิ์ คลื่นช็อกเวฟจากพลังงานนั้นกระแทกพื้นดินใต้ฝ่าเท้าของเธอจนยุบตัวและแตกออกเป็นรอยแยกรัศมีกว้างหลายกิโลเมตร มวลอากาศทั้งผืนสั่นสะเทือนบิดเบี้ยวจนเกิดพายุหมุนขนาดมหึมา
ภายในศูนย์บัญชาการ ORCA หน้าจออินเตอร์เฟซและระบบตรวจจับพลังงานทุกตัวบนยานส่งเสียงร้องเตือนภัยสีแดงฉานพร้อมกันจนระบบแทบจะโอเวอร์โหลด!
"เกิดอะไรขึ้น!? พลังงาน...ค่าพลังงานมานาของรินกำลังพุ่งทะยานสูงขึ้นอย่างบ้าคลั่งครับ!" เจ้าหน้าที่หน้าจอควบคุมตะโกนเสียงหลง "มันสูงกว่าค่าขีดจำกัดสูงสุดของชุด EW-1 ไปหลายสิบ...ไม่สิ หลายร้อยเท่าแล้วครับ!"
"เป็นไปไม่ได้...กราฟแบบนี้มัน..." ดร.นิโคลเบิกตากว้างจนสุดขีด มือที่ถือแท็บเล็ตสั่นเทาอย่างรุนแรง เธอจ้องมองรหัสพันธุกรรมที่กำลังถอดรหัสตัวเองใหม่บนหน้าจอด้วยความตื่นตะลึง "โครงสร้างเซลล์ของเธอกำลังเปลี่ยนแปลง... เธอกำลังก้าวข้ามขีดจำกัด... เธอกำลังวิวัฒนาการตัวเอง!"
กลางสมรภูมิที่เคยถูกปกคลุมด้วยความมืดมิด เปลวไฟสีทองมหาศาลลุกโชนพุ่งทะลวงขึ้นสู่ท้องฟ้าเบื้องบน ดุจเสาเพลิงแห่งดวงอาทิตย์ที่ทอดลงมาเพื่อชำระล้างบาป รังสีความร้อนที่แผ่ออกมานั้นรุนแรงจนฝูงการ์เลนอสระดับสูงหลายพันตัวที่กำลังกระโจนเข้าหาเธอ ถูกแผดเผาหลอมละลายระเหยกลายเป็นเถ้าถ่านสีขาวในชั่วพริบตาโดยที่ยังไม่ทันได้ส่งเสียงกรีดร้องใด ๆ
และภายในศูนย์กลางของพายุเปลวเพลิงสีทองที่ร้อนแรงที่สุดนั้นเอง... ร่างของเด็กสาวคนหนึ่งค่อย ๆ ลืมตาขึ้นเบื้องหน้าแสงสว่าง นัยน์ตาของเธอบัดนี้ได้เปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามที่ส่องประกายเจิดจ้าและเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจแห่งพระเจ้า ชุดเกราะ EW-1 ที่เคยแตกหักหลุดร่วงไป บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยพลังงานที่ก่อตัวควบแน่นขึ้นมาใหม่กลายเป็นเกราะรูปแบบใหม่ที่งดงาม ล้ำยุค และแผ่กลิ่นอายความน่าเกรงขามไปทั่วทุกอณู รูปลักษณ์ของเธอในยามนี้สง่างามราวกับฟีนิกซ์เพลิงอมตะที่เพิ่งถือกำเนิดขึ้นใหม่จากกองเถ้าถ่านแห่งความตาย และคราวนี้ดาบของเธอก็วิวัฒนาการตามเจ้าของ จนเกิดเป็นดาบ 'เฟลม ฟอร์จ เฟเน็กซ์ แกรนด์ซอร์ด'

บนหน้าจอแสดงผล HUD ภายในระบบประสาทของเธอ ปรากฏตัวอักษรสีทองคำปรากฏขึ้นอย่างชัดเจนราวกับสาจน์จากเบื้องบน
[Evolution Complete : กระบวนการวิวัฒนาการเสร็จสมบูรณ์] [Evolution Wave Form II : ปลดล็อกสภาวะ คลื่นวิวัฒนาการ รูปแบบที่ 2] [EW-2 Activated : เปิดใช้งานระบบอย่างเป็นทางการ]
ริน อาซากิ เด็กสาวธรรมดาผู้แบกรับชะตากรรมของโลก ได้ก้าวข้ามผ่านความตายและเข้าสู่วิวัฒนาการขั้นต่อไปของสายพันธุ์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ และในวินาทีอันเป็นประวัติศาสตร์นั้นเอง... ทั้งฝ่ายมนุษยชาติที่เฝ้ามองผ่านหน้าจอ และเหล่านามธรรมแห่งความมืดมิดบนสมรภูมิ ต่างรับรู้ได้ถึงจิตวิญญาณเดียวกันว่า...ผู้ถูกเลือก ที่แท้จริง ผู้ที่จะมาพลิกโฉมหน้าของสงครามและเป็นความหวังเพียงหนึ่งเดียวของเผ่าพันธุ์มนุษย์...ได้ถือกำเนิดขึ้นอย่างแท้จริงแล้ว!

[จบตอนที่ 33: เปลวเพลิงแห่งเจตจำนง]