ตอนที่ 6: ชาอู่หลงรสขมกับผ้าเช็ดหน้าผืนเก่า
ในยามดึกที่ผู้คนในเมืองต่างหลับใหล โรงน้ำชาชิงซินตกอยู่ในความเงียบสงบ มีเพียงเสียงแมลงยามค่ำคืนและเสียงสายลมพัดทิวไผ่พลิ้วไหว
บริเวณม้านั่งยาวหลังร้าน ‘มู่ชิง’ นั่งกอดอกพิงเสาไม้ ดวงตาคมกริบทอดมองออกไปในความมืด เขาอยู่ในชุดผ้าฝ้ายสีเข้มเรียบง่ายสำหรับนอน ข้างกายมีกาน้ำชาอู่หลงที่เย็นชืดไปนานแล้ว มือขวาพรรคมารปล่อยให้ความคิดของตนล่องลอยไปในอดีต... ภาพความทรงจำที่เขาคอยรับใช้และแอบมอง ‘เย่ว์เสียน’ มาตลอดหลายปี ทว่าสุดท้ายคนที่ได้ครองหัวใจของท่านประมุข กลับเป็อดีตมือกระบี่ฝ่ายธรรมะที่เย่ว์เสียนแอบปลื้มมานาน
ความขื่นขมที่กดทับอยู่ในอก ทำให้มู่ชิงยกถ้วยชาเย็นชืดขึ้นจิบ... รสชาติของมันขมรวดร้าวไปถึงทรวงอก
“ชาเย็นชืดขนาดนั้น เ้ายังจะดื่มลงอีกหรือ?”
เสียงหวานใสที่พยายามกดให้ต่ำดังขึ้นเบาๆ มู่ชิงหรี่ตากลับมามอง เห็นร่างโปร่งบางของ ‘จิ่งเหอ’ ในชุดนอนผ้ายวนสีขาว นั่งยองๆ อยู่ข้างม้านั่ง ในมือถือถุงขนมโก๋ถั่วตัดที่แอบจิ๊กมาจากครัวหน้าร้าน
“จิ่งเหอเ้ายังไม่นอนอีกหรือ” มู่ชิงเอ่ยถามเสียงเรียบ ปรับสีหน้ากลับมานิ่งสนิทดั่งเดิม
จิ่งเหอไม่ตอบ เขาะโขึ้นมานั่งลงบนม้านั่งยาวข้างๆ มู่ชิงอย่างถือวิสาสะ พลางยื่นขนมโก๋ชิ้นหนึ่งไปตรงหน้าอีกฝ่าย “อ่ะ... กินขนมหวานๆ แก้ขมเสียบ้าง หน้าตาเ้าตอนนี้เหมือนคนกำลังจะกินยาพิษมากกว่าดื่มชาเสียอีก”
มู่ชิงมองขนมโก๋ในมือเรียวเล็กอึดใจหนึ่ง ก่อนจะยอมยื่นมือไปรับมาถือไว้ “ขอบใจ...”
จิ่งเหอถอนหายใจยาว พลางหยิบขนมเข้าปากตัวเองเคี้ยวจั๊กๆ สายตามองไปยังห้องนอนชั้นบนที่เย่ว์เสียนและซ่งเหวินพักอยู่ “แผนของเ้า... วันนี้ศิษย์พี่ซ่งดุข้าใหญ่เลย บอกว่าข้าทำตัวไร้สาระแล้วก็ให้ไปอ่านคัมภีร์สงบจิตสงบใจ... ศิษย์พี่ไม่ได้หึงข้าสักนิด เขาแค่รำคาญข้าต่างหากล่ะ”
น้ำเสียงที่เคยแจ่มใสบัดนี้เจือแววเศร้าสร้อยอย่างเห็นได้ชัด จิ่งเหอกอดเข่าตัวเอง ก้มหน้าลงต่ำ “ข้ารู้อยู่เต็มอกว่าศิษย์พี่เห็นข้าเป็แค่เด็กซนๆ คนหนึ่ง ไม่ว่าข้าจะพยายามฝึกกระบี่ให้เก่งขึ้น หรือตามตื๊อแค่ไหน... ศิษย์พี่ก็ไม่เคยหันมามองข้าแบบที่มองมารหัวขนคนนั้นเลย”
มู่ชิงมองเด็กหนุ่มหล่อคมตรงหน้าที่บัดนี้ดูตัวเล็กและเปราะบางเหลือเกิน แววตาที่เคยฉายแต่ความมั่นใจบัดนี้หมองลงจนน่าใจหาย
‘เ็ปเพราะรักข้างเดียว... สภาพไม่ต่างจากข้าเลยสักนิด’
“ศิษย์พี่ของเ้าไม่ได้ตาบอด...” มู่ชิงเอ่ยขึ้นลายเรียบ “เขาแค่รู้ว่าหัวใจตัวเอง้าอะไร”
จิ่งเหอเงยหน้าขึ้นมองมู่ชิง ดวงตากลมโตสว่างไสวบัดนี้มีน้ำตาคลอเบ้า “เ้าเอง... ก็เจ็บมากเหมือนกันใช่ไหม?”
มู่ชิงไม่ได้ตอบคำถาม มือหนาเพียงแค่ล้วงเข้าไปในอกเสื้อ หยิบ ‘ผ้าเช็ดหน้าผืนเก่า’ สีสว่างที่มุมผ้าปักลวดลายดอกท้ออย่างประณีตทว่าเก่าจนสีซีด ออกมาถือไว้ในมือ... ผ้าเช็ดหน้าผืนแรกที่เย่ว์เสียนเคยซับเหงื่อให้เขาตอนซ้อมกระบี่สมัยเด็ก ของขวัญชิ้นเดียวที่ยึดเหนี่ยวจิตใจมู่ชิงมาตลอดหลายปี
จิ่งเหอมองผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นแล้วเข้าใจได้ทันที น้องรู้แล้วว่ามู่ชิงไม่ได้แค่ "อยากแยกเย่ว์เสียนออกจากซ่งเหวิน" ตามแผนการ แต่รังสีทมิฬและความเ็าทั้งหมดที่มู่ชิงสร้างขึ้นมา มีไว้เพื่อปกปิดหัวใจที่แตกสลายไม่แพ้กัน
“มารหน้าตาย...” จิ่งเหอขยับเข้าไปใกล้ มือน้อยๆ ยื่นไปแตะหลังมือหนาของมู่ชิงเบาๆ อย่างปลอบประโลม “อย่างน้อยในร้านนี้... เ้าก็ไม่ได้อกหักคนเดียวนะ ยังมีข้าอยู่เป็เพื่อนอีกคน”
ััอบอุ่นจากฝ่ามือเล็กๆ ผสานกับรอยยิ้มจริงใจไร้การเสแสร้งของจิ่งเหอ ส่งผ่านเข้ามาถึงหัวใจที่เคยเ็าของมู่ชิง ร่างสูงใหญ่ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมดุเลื่อนมองใบหน้าหล่อคมที่อยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ หัวใจดวงโตของมือขวาพรรคมารพลันกระตุกวูบ... ความอบอุ่นนี้ มันช่างแตกต่างจากความโหยหาที่มีต่อเย่ว์เสียนอย่างสิ้นเชิง
มันไม่ได้ร้อนแรงดั่งไฟ... แต่กลับละมุนและเติมเต็มช่องว่างในอกได้อย่างประหลาด
มู่ชิงพลิกมือกลับมากุมมือเล็กของจิ่งเหอไว้หลวมๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำนุ่มนวลอย่างที่ไม่เคยใช้กับใครมาก่อน “คืนนี้อากาศเย็น... รีบกลับเข้าห้องไปนอนเถิด เด็กหัวอ่อนอย่างเ้า เดี๋ยวก็ล้มป่วยเอาหรอก”
จิ่งเหอรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่เกาะกุมมือของตน ใบหน้าคมพลันร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ น้องรีบชักมือกลับแล้วลุกขึ้นยืนลนลาน “ขะ... ข้าไม่ได้หัวอ่อนนะ! แล้วข้าก็แข็งแรงมากด้วย! ไปนอนแล้ว!”
เด็กหนุ่มตัวเล็กหมุนตัววิ่งจู๊ดกลับเข้าห้องพักไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้มู่ชิงนั่งมองแผ่นหลังเล็กๆ นั้นด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก... รอยยิ้มแรกที่ออกมาจากใจจริงของเขาในรอบหลายปี
ชาอู่หลงในถ้วยอาจจะรสชาติขม... แต่คืนนี้ ชายามดึกกลับไม่หวานและไม่โดดเดี่ยวอีกต่อไปแล้ว