หลังจากกลับมาจากการตามหาอัญมณีทั้ง10 เมื่อมาถึงสถาบันบิชาม่อน ทั้งหดก็ตรงไปหาผบ.โคงะเผื่อรายงานผลการเดินทางด้วยสีหน้าที่จ๋อยสนิทกันทุกรายซึ่งแน่นอนว่าผบ.โคงะเองก็ไม่ได้เอ่ยปากดุอะไรพวก้ขาเพราะอย่างน้อยอัญมณีจาก6ใน10ก็ถูกทำลายลงได้และที่สำคัญสำหรับเด็กปีสองที่พึ่งมาเป็เมสซิอาห์ได้ไม่นานนั้น การเจอกับเฮียวนับว่าเป็เื่ยากสาหัสสากรรจ์ การที่รอดกลับมาได้ทุกคนนี้ก็ถือว่าเป็ปฏิหาริย์มากแล้ว
เมื่อจบเื่เด็กทั้งเจ็ดต่างก็พากันแยกย้ายกันไปฝึกฝนวิชากันอย่างขมักเขม้นโดยยื่นเจตจำนงเป็คำร้องอุธรณ์ต่อผบ.โคงะให้พักการศึกษา แต่ผบ.โคงะก็กลับให้เป็กรณีพิเศษโดยไม่จำเป็ต้องทำเื่ขอพักการเรียนเพราะเขาเองก็รู้อยู่แล้วว่าเด็กเหล่านี้ต้องฝ่าฟันและปะทะกับเฮียวอีกหลายรอบและไม่นานก็จะถึงจุดที่ต้องปะทะกับการาดอฟเข้าสักวัน
“พวกแกจะเอายังไงจะอยู่ซ้อมที่นี้หรือกลับบ้าน” รีเซ่ถามขึ้น
“พวกฉันสองคนว่าจะกลับบ้าน” เดรสเอ่ยซึ่งยูซีทพยักหน้าเห็นด้วย
“ฉันก็เหมือนกัน ว่าจะกลับกรีนวิช” เร็งกะพูดขึ้น
“แล้วเธอละรีเซ่”ยูนะถามขึ้น
“ฉันอยู่นี้แหละี้เีไปไหน”
“งั้นฉันก็ต้องอยู่..” เลโอพูดเอื่อยๆ
“ฉันด้วย”
เซรอสสวนขึ้นทำเอารีเซ่หันควับถลึงตาใส่เหมือนจะบอกเป็นัยๆว่าไสกัวไปให้พ่น ซึ่งเขก็ได้เเต่หัวเราะ
“งั้นฉันอยู่ด้วยนะ” ยูนะหันมายิ้มให้รีเซ่
“กลับสามอยู่สีงั้นไว้อีก1เดือนมาเจอกัน่วันเทศกาลประจำปีก็แล้วกัน”
แล้วทั้งหมดหมดก็ต่างแยกย้ายกันไป
เซรอส ยูนะต่างแยกกันฝึกตามสายพลังธาตุของตัวเอง แต่ที่ดูจะเหนื่อยที่สุดก็คงจะไม่พ้นรีเซ่เพราะเลโอเป็คนคุมการฝึกของเธอ โดยฝึกควบคุมพลังให้ได้ทุกธาตุและทั้งหมดต้องบาลานซ์กันให้ได้มากที่สุด เธอมักจะนอนแผ่หลับคาโรงฝึกทุกวันจนเดือนร้อนเซรอสหิ้วเธอกลับมาเป็ประจำโดยใช้ห้องของพวกพี่น้องซินทราเนียไปก่อน และค่ำนี้ก็เช่นกัน เซรอสเปิดประตูโรงยิมชมรมศิลปะการต่อสู้เข้ามาก็เห็นเลโอนั่งอยู่บนสังเวียนกลางห้องชมรม เลโอหันมามองเขา
“ไงวันนี้ซ้อมกันเสร็จแล้วหรอ” เซรอสกล่าวทัก
“อืม สักพักแล้วละ”
“ยัยนั้นละ?”
“โน่น”
เลโอตอบพร้อมหันหน้าไปด้านขวา เซรอสจึงมองตามซึ่งก็เห็นรีเซ่กำลังนอนแผ่หลาอยู่ตรงพื้นไม้ของโรงฝึก ร่างเล็กนั้นดูเหนื่อยอ่อนมากเป็พิเศษในวันนี้ เส้นผมสีน้ำตาลแดงนั้นก็แผ่สยายบนพื้นไม้ ใบหน้านั้นมีเหงื่อผุดพรายอยู่ไม่น้อย บ่งบอกได้อย่างชัดเจนมาวันนี้การฝึกคงหนักมากพอตัว
เดินมาใกล้ขนาดนี้ยังไม่ตื่นอีก..ขี้เซ้าจริง
ร่างสูงอุ้มคนตัวเล็กกว่าขึ้นอย่างแ่เบาก่อนที่จะเดินไปหาเลโอ
“ฝากส่งด้วยแล้วกันฉันว่าจะพักหน่อย เหนื่อย”
“ได้”
เซรอสรับคำแต่ก่อนที่เขาจะเดินผ่านเลโอมานั้นเลโอกลับพูดกับเขาขึ้นมาอีก
“ฉันของฝากเด็กนี้กับนายจะได้ไหม?” ใบหน้าอันเรียบเฉยนั้นฉายแววอ่อนโวยลง มือหนานั้นลูบหัวเธออย่างแ่เบา
“ด้วยชีวิตและเกียรติของเอลดิเร็คโต้”
“ขอบใจ”
เลโอเพียงยิ้มและนั่งลงที่เดิมพร้อมเงยมองแสงจันทร์ที่ฉายส่องผ่านหน้าต่างบนหลังคาของโรงฝึกเข้ามา
เขาเลือกไม่ผิดหรอก…
หลังจากนั้นอีกประมสณ2สัปดาห์ก็เข้าสู่่เทศกาลประจำปีของสถาบันบิชาม่อนซึ่งการจัดเทศกาลนี้มีจุดประสงค์เผื่อนันทนาการและคลายเครียดให้แก่นักเรียนหลังจากที่หม่กมุ่นกับการเรียนและภารกิจมานาน
เครื่องดนตรีบรรเลงขับขานสอดประสานกับเสียงนักร้องสาว ท่ามคลางความครื่นเครงนั้นเหล่าบรรดารุ่นพี่ปีสามและปีสี่ต่างพากันจัดสุ่มกิจกรรมและออกร้านขายอาหารกันอย่างคึกคึก
ชุดไปรเวทที่เคยใส่กันแบบอิสระถูกเปลี่ยนไป สาวๆส่วนใหญ่ถ้าไม่ใส่ชุดยูกาตะที่พันด้วยโอบิก็จะเป็ชุดอนนะ บากามะ ส่วนผู้ชำยจะอยู่ในชุดฮากามะที่ด้านในใส่กิโมโนแล้วจึงสวมฮากามะทับกิโมโนไว้เหนือเอว
เลโอเดินมาตามงานต่างๆเสียงกรี๊ดเกรียวกราวดังรายล้อมเขา สาวๆในบิชาม่อนแทบทุกรายต่างก็ต้องเหลียวมองเขาในวันนี้(ปกติก็ฮอตอยู่แล้ว) วันนี้เขาอยู่ในชุดฮากามะ มีกิโมโนสีขาวตัดกับฮากามะสีดำที่ถูกมัดด้วยโอบิสีแดงกับเชือกสีขาวที่พอดีตัวและคลุมด้วยเสื้อฮาโอริสีดำที่มีตราประจำตระกูลอัลคารัวร์ปักอยู่ตรงอกด้านซ้าย ร่างสูงกำลังเดินตรงไปยังกลุ่มหญิงชายที่กำลังคุยกันโหวกเหวกด้านหน้าเงียบๆ เดเรสเห็นเขาจึงโบกมือให้เขาไปมา วันนี้สองแฝดตระกูลซินทราเนียอยู่ในชุดยูกาตะชายสีกรมท่าทั้งคู่ต่างกันเพียงแค่โอบิที่คาดเอวกับเชือกตรงโอบิที่มีสีสลับกันระหว่างสีขาวและดำ พร้อมคลุมด้วยฮาโอริสีทองที่ปักตราประจำตระกูลอยู่ที่อกด้านซ้ายเช่นเดียวกัน ส่วนเร็งกะด้วยควำมที่เป็คนขี้ร้อนจึงใส่แค่ฮากามะแต่ต่างที่กิโมโนสีเขียวหม่นของเขานั้นเป็นกิโมโนแขนสั้นเผยให้เห็นหัวไหล่ตัดยาวลึกลงไปเล็กน้อยเผยให้เห็นกล้ามเนื้อแขนและท้หน้าท้องแน่นๆที่ดูล่ำสันเป็นอย่างดีพร้อมกับด้วยฮำกำมะสีขาว ง่ายๆสไตล์มัน ยูนะโบกมือเรียกให้เลโอเดินมาทางโน่นใกล้ๆกับสวนริมทางที่พวกเธอยืนอยู่ วันนี้เธออยู่ในชุดยูกาตะที่ทำด้วยผ้าแพรชั้นดีสีแดง มีลายซากุระสีชมพูประดับประดาที่ปลายผ้าตั้งแต่เอวลงมา โอบิสีทองและเชือกรัดเอวสีแดงเข้ากันกับผิวนวลนัก เรือนผมที่สีเทาที่สั้นปะบ่านั้นถูกดัดเป็ลอนน้อยๆและรวบเฉียงไปทางด้านซ้ายพร้อมกับตกแต่งด้วยปิ่นปักผมรูปดอกไม้…
สวย…
ร่างสูงยิ้มให้เธอแต่เ้าตัวกลับเอียงคอมองเขาด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ
“เดี๋ยวรอเซรอสก่อนฉันมีอะไรให้ดูกัน”
ว่าแล้วยูนะก็ขำคิกคักแน่อฝนอนว่าพวกที่เหลือเองก็ต่างพากันขำ เลโอเลิกคิ้วอย่างสงสัย แต่ก็ไม่เอ่ยถามอะไร เพราะจากที่เดาก็คงไม่พ้นการจับลิงทะโมนแบบรีเซ่เเต่งตัวแน่ๆและแน่นอนว่ำมันคงไม่ยอมออกมาดีๆ การที่ยูนะจับรีเซ่แต่ตัวได้เขายอมรับว่าเธอเก่งมาก แต่การที่จะลากให้มันยอมออกมาคง คงลำบากเกินมือที่เธอจะรับไหว ไม่นานนักเลโอก็เห็นเซรอสเดินตามมายูนะยิ้มร่าออกมาเหมือนผู้ชนะ พร้อมชี้ไปที่พุ่มไม้ด้านข้างของเธอที่มีเงาตะคุ่มๆที่แสนคุ้นเคยอยู่ด้านหลัง
“เอามันออกมาให้ที ฉันหมดปัญญาแล้ว ฝากด้วยนะเซรอส” ยูนะกระซิบแล้วยิ้มให้เขา
เซรอสในชุดฮากามะ ยูกาตะสีม่วงเข้มเกือบดำนั้นตัดกับฮากามะสีน้ำตาลเข้มและโอบิสีขาวที่มัดไว้ตรง่เอวหลวมๆฮาโอริสีฟ้าอมเขียวที่มีตราประจำตระกูลสีเงินปักอยู่ที่อกซ้ายรับกับดวงหน้าเข้มเป็อย่างดี
“เธอทำอะไรมันละ?” เซรอสถามอย่างสงสัย
“แค่จับแต่งตัวนิดหน่อยมันก็ซุกเข้าพุ่มไม้เป็เทพารักษ์ไปแล้ว เรียกยังไงก็ไม่ยอมออกมาซักที..หรือนานไม่อยากเห็น?”
คราวนี้ละที่คนตัวเล็กกว่าดูเหมือนจะได้ชัยชนะ เพราะเขาเองก็อยากเห็นอยู่แล้ว ว่ารีเซ่แต่งตัวจะเป็ยังไง เพราะปกติเขาเคยเห็นเธอแต่งตัวแบบง่ายๆสบายๆมาโดยตลอด
“เดี๋ยวฉันลองดู แต่ไม่รับประกันนะ”
เซรอสตอบซึ่งนั้นก็เรียกรอยยิ้มหวานออกมาจากยูนะได้ไม่น้อย
เอารีเซ่มาล่อง่ายจะตาย
เซรอสเดินเข้าไปข้างพุ่มไม้ก็เห็นเงาตะคุ่มๆ มือหนาจึงเอื้อมมือไปคว้ำเข้ากับมือบางซึ่งมันก็ทำเอาเ้าของมือถึงกับสะดุ้ง
“ปล่อย!!!” เสียงหวานตวาดพร้อมยื้อมือกลับ
“ออกมานี้ยัยตัวเล็ก จะไปนั่งทำไมตรงนั้นเขารอเธอกันอยู่เนี้ย!”
“ไม่เอาไม่ไป!! ใครอยากเที่ยวก็ไปเลยฉันจะนั่งตรงนี้!”
“อย่างี่เง่า!ลุกเร็วๆ”
เซรอสไม่ว่ายังพยามดึงคนตัวเล็กให้ลุกขึ้น แต่แม่ตัวดีก็แรงเยอะเหลือเกิน ยื้อยุดฉุดกระชากกันอยู่นานจนเพื่อนต่างพากันหัวเราะกับความวุ่นวายตรงหน้า แน่นอนว่าในที่สุดเรี่ยวแรงผู้ชายก็เป็นฝ่ายชนะ เซรอสดึงเธอออกมาได้ และด้วยแรงดึงจึงทำให้คนตัวเล็กถล่าเข้าไปที่อกเขาเต็มๆ มือบางไปถูกกิโมโนสีม่วงของเขาเข้าทำให้มันหลุดหลวมออกมานิดหน่อยเผยให้เห็นแผ่นอกกว้าง เ้าหล่อนใกับเหตุกาณ์ที่เกิดขึ้นใบหน้านวลนั้นแดงระเรื่อเ้าหล่อนจึงรีบหันหน้าหนีเขา เซรอสเอาก็คงจะอึ้งกับชุดของคนตรงหน้าไม่น้อย ยูนะมองอย่าภาคภูมิใจจนเลโอเอามือเขกมะเหงกเข้าให้อย่างหมั่นไส้กับแม่จอมวางแผน
คนตัวเล็กตรงหน้าเขาตอนนี้อยู่ในชุดบากามะ กิโมโนที่ทำด้วยผ้าแพรอย่างดีสีแดงมันวาวที่ตกแต่งด้วยลวดลายดอกซากุระและดอกไม้ต่างๆ กับบากามะสีกรมท่าและโอบิสีเดียวกันที่ถูกผูกเป็นโบว์อันใหญ่อยู่ข้างเอวบาง ผมสีน้ำตาลแดงที่เคยยาวสยายนั้นถูกถักเปียหลวมๆแล้วรวบขึ้นไปและปักด้วยปิ่นปักผมสีทองร้อยด้วยโซ่ยาวเป็ดอกซากุระคู่กับปิ่นปักผมสีทองอีกอันที่เป็รูปผีเสื้อสีแดงร้อยโซ่ยาวประดับด้วยอเมทริสต์สีม่วงอ่อน ใบหน้างามถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางค์อ่อนๆริมฝีปากเรียวนั้นก็ถูกแต้มด้วยลิปสีส้มโอรส หากมองดีๆปกติแล้วรีเซ่ก็จัดว่าเป็ผู้หญิงที่สวยคนหนึ่ง ถ้าหากไม่นับไอ้นิสัยมุทะลุนั้นแล้วละก็นะ เเต่เมื่อจับมาแต่งหน้าแต่งตัวดีๆเข้าจากลิงทะโมนก็กลายเป็สาวสวยแบบไร้ที่ติได้เช่นกัน
สวย..สวยจนเขาไม่อยากละสายตา…
“ทำยังไงให้มันยอมเธอเนี้ย” เลโอถาม แต่ยูนะแค่ยักไหล่และตอบอย่างภาคภูมิใจ
“ฉันมีวิธีของฉันก็แล้วกันน่าาา”
สายตากลุ้มกลิ่มที่ออกมาทำเอาเลโอเริ่มจะสงสารรีเซ่เพราะทางท่าต่อไปนี้คงจะโดนจับแต่งตัวทุกเทศกาล หาได้ยากที่มันจะยอมใครให้ทำขนาดนี้ ขนาดพวกข้ารับใช้ในอัลคารัวร์ยังงัดกับเธอไม่ลงเลยเื่แต่งตัว เป็ั้แ่เด็กยันโต
“ใครจับลิงแต่งตัวเนี้ย” ยูซีทถามขึ้นปนหัวเราะลั่น
“ยัยนี้”
เลโอชี้มาที่ยูนะ แต่เธอก็แค่ยิ้มรับอย่างปราบปลื้มแต่ก็ไม่วายจะหันไปปัดมือเลโอออกอย่างลำคานจนได้ อากัปกิริยาของสองคนนี้ก็ทำให้พวกเร็งกะเห็นว่านอกจากคู่ของรีเซ่ก็ดูเหมือนจะมีคู่ของเลโอนี้แหละที่จะเป็รายต่อไป
เหม็นความรัก!
แต่เสียงหัวเราะรวนจากเพื่อนเวรสามพระหน่อยังคงดังก้องไม่หยุด รีเซ่อายจนไม่รุ้จะไปมุด
ตรงไหนแล้ว แถมมาอยู่ตรงหน้าตานี่อีก…
ใส่แบบนี่ไม่เห็นจะสวย
น่าอายชะมัด!
ไอ้บทที่จะชิ่งหนีก็หนีไม่ได้เพราะมือหนาของคนตรงหน้านั้นจับที่ข้อมือเธอไว้แน่นราวกับนกรู้
แบบนี้...ซวยสนิท!!
“ก็ดันแต่งตัวไม่สมหญิงเลยงานเทศกาลอย่างนี้สาวเขาต้องแต่งตัวสวยๆกันแต่มันเล่นใส่เสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นและจบง่ายๆด้วยการมัดผมดังโงะกว่าจะจับมัดจับแต่งได้ก็เล่นเอาเหนื่อยอยู่ ดิ้นอย่างกับปลาจะโดนย่างไฟจนดุนิดหน่อยบวกขู่เล็กน้อยโน่นถึงจะสงบ”
ยูนะเล่าแบบกล้ำกลืน พวกเดเรสยังคงหัวเราะอย่างหยุดไม่ได้ เลโอเองก็ยังหลุดหัวเราะออกมา
“พวกแกจะขำอะไรกันนักหนา”
คนโดนลุมพูดพร้อมใบหน้ำที่มีสีแดงระเรื่อขึ้นเรื่อยๆด้วยความอายและมันดูจะแย่เข้าไปใหญ่เมื่อเธออยู่ใกล้กับเซรอส
“แต่งแบบนี้นะดีแล้ว เน้อะ”ยูนะหันไปหาเซรอส
“อืม” เซรอสตอบยิ้มๆ
“ดีกลับผีนะสิ” รีเซ่ยังคงโวย
เสียงแตรเป่ารับเสียงกลองและขบวนคำนิวาลอันยิ่งใหญ่ เหล่ารุ่นพี่ต่างอยู่ในชุดแฟนตาซีด้วยขบวนอันอลังการจึงดึงดูดความสนใจให้เหล่าเมสซิอาห์ยิ่งนัก
“นายกับรีเซ่พากันไปดูของทางโน่นก็ได้เผื่อมีอะไรซื้อกลับหอได้บ้าง พวกฉันจะแยกกันไปทางนี้” เลโอกล่าว
“แล้วไม่ฉันต้องไปกับมันด้วย ตาแก่งี่เง่า!”
เสียงกรนด่าตามมาทำเอาคนถูกตาว่าแก่เริ่มฉุน คราวนี้ละที่เขาจะไม่ช่วยมัน ปากหาเื่นัก
“รีบไปเลย ก่อนที่จะมีคนโดนทุบ”
สีหน้าเลโอนั้นเริ่มบ่งบอกความไม่รับแขกอยู่เต็มประดา และแม้นว่าเ้าหล่อนจะประท้วงร้องอุธรณ์ยังไงก็ไม่ทันคนร่างสูงที่บัดนี้ถูกจูงออกไปแล้ว
เด็กดื้อปากเสียมันต้องโดนแบบนี้แหละ
เลโอบ่นเ้าตัวยุ่งในใจแต่พอหันกลับมาอีกทีก็ดันเหลือแต่เขากับยูนะ เพราะพวกที่เหลือต่างเผ่นแนบทุกให้เขากับเธออยู่กันสองคน
.. เพื่อนเวร..หูตาไวอย่างกับนกรู้!
“งั้นเราแยกกันก็ได้ ฉันว่าจะไปเดินเล่นบ้าง”
คนตัวเล็กตั้งท่าจะเดินแยกออกไปแต่เลโอรั้งแขนเธอไว้ก่อน
“ไปด้วยกันนี้แหละ เดี๋ยวจะหลงเอา” เลโอตอบเสียงเรียบ
“ไร้สาระน่า” ยูนะยังคงเถียง
“เออน่าไปด้วยกันนี้แหละ”
พูดไม่เบามือหนาก็คว้าข้อมือเล็กนั้นไว้แล้วเดินออกไป
“ปล่อยเลย” เสียงเขียวเริ่มโวย
“เดี๋ยว หลง ทาง “ แต่เลโอก็ยังคงตอบแบบนั้น
ขี้ตู่ ขี้ตู่ชัดๆ
เธอบ่นในใจแต่ก็ยอมให้เขาจูงมือไปแต่โดยดี..ไม่รู้ทำไม
เลโอและยูนะเดินมาเจอร้านเช่าัคนตัวเล็กดูจะสนใจเป็นพิเศษจนน่าแกล้ง
“เช่าัเท่าไหร่ครับ/ค่ะ?”
เสียงของทั้งคู่ถามเ้าของร้นออกไปพร้อมกัน เ้าของร้านหนุ่มถึงกับยิ้มแห้งๆ
“ต้องขอโทษด้วยนะครับพอดีทางร้านเหลือแค่ัตัวเดียว ตัวอื่นถูกเช่าออกไปจนหมดแล้วครับ"
และแล้ว..การตีกันระหว่างสองคนนี้ก็เริ่มต้นขึ้น จริงๆยูนะไม่กินเส้นกับเลโอเท่าไหร่เพราะเลโอชอบทำหน้านิ่งเหมือนทองไม่รู้ร้อน เเต่จะมีแค่อยู่ต่อหน้าเพื่อนเท่านั้นที่เธอจะทำที่เหมือนไม่มีปัญหากับเขา
“นายควรสละให้ฉัน”
“คงไม่ละ”
“รึนายไม่มีความเป็สุภาพบุรุษ เลดี้เฟริส์รู้จักไหม”
“รู้ แต่ไม่ใช่กับเธอ”
ร่างบางโมโหจนตัวสั่นกับความยียวนของคนตรงหน้า ทั้งคู่เถียงกันจนเ้าของร้านก็ต้องเข้ามาห้ามทัพด้วยความลำบากใจ
“มาด้วยกันใช่ไหมครับ ถ้าอย่างนั้นก็ไปด้วยกันเลยก็ได้เพราะัสามารถรับน้ำหนักได้มากอยู่เเล้วะได้ไม่ต้องเสียงเวลาเถียงกัน”ไม่พูดเปล่าเ้าของร้านรีบผิวปากเรียกัทันที ไอ้บทจะปฏิเสธไม่รับก็ไม่ได้แล้วจึงต้องจำต้องไปด้วยกัน เลโอขึ้นก่อนแล้วดึงให้ยูนะซ้อน เธอนั่งพาดด้านข้างเพราะติดชุดยูกาตะ
“เหอะไม่มีทางเลือกหรอกนะ”
คนตัวเล็กสะบัดหน้าหนีอย่างไม่สบอารมณ์ เลโอเห็นดังนั้นจึงแกล้งบังคับให้ับินเร็วขึ้นและหมุนตัว ยูนะกรี้ดอย่างหวาดเสี่ยวแล้วเผลอกอดเขาแน่นมือเล็กสั่นระริก
บรึ้ม!
เสียงพลุที่ดังขึ้นทำให้ัใขึ้นจริงๆจึงทำให้เสียการควบคุม และในที่สุดทั้งคู่จึงตกน้ำไป เลโอที่ขึ้นมาก่อนมองหายูนะเพราะเขายังไม่เจอเธอเลย แน่นอนว่ามันทำให้เขาใจไม่ดี
ไม่นานร่างเล็กก็โผล่ขึ้นมาจากน้ำแต่เพราะชุดทำให้เธอขยับตัวลำบาก การขยับตัวของเธอดูเหมือนคนกำลังจะจมน้ำ ร่างสูงจึงรีบว่ายน้ำเข้าไปช่วย และยั้งให้คนตัวเล็กเกาะเขาไว้
“อยู่นิ่งๆไม่งั้นได้ตายกันทั้งคู่พอดี”
เลโอดุเมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กพยามตะเกียดตะกายและด้วยความที่โชคยังมีจึงได้เจอกับเรือลาดตระเวนพอดีและได้รับความช่วยเหลือ ในที่สุด เมื่อกลับขึ้นฝั่งทั้งคู่ต่างก็แยกย้ายกับไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เพราะใน่ดึกของคืนนี้จะมีงานเลี้ยงเต้นรำที่ฮอลล์ของสถาบัน
“มาเจอกันที่หอเดเรสก็แล้วกันพวกเร็งกะก็คงจะเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วไปรอที่นั้น”เลโอพูดพร้อมกับเอาฮาโอริสีดำของเขาคลุมเข้าที่คนตัวเล็ก เธอดูเหมือนจะถอดออกเเต่เขาก็ดักทางไว้ก่อน
“เธอคงไม่คิดที่จะเดินไปทั้งที่ผ้าบางๆแบบนี้หรอกนะ??”
คำพูดนั้นทำเอาสาวเ้าหน้าแรงระเริื่อเเล้วรีบกระชับเสื้อฮาโอริสีดำเหข้าปิดตัวอย่างทันที
“ขอบใจ ซักแล้วจะเอามาคืน” เธอว่าเเล้วรีบวิ่งไป
“ไม่ต้องคืนก็ได้” เขาเอ่ยเสียงเรียบ
ด้านรีเซ่หลังจากเดินกินไอติมมาแล้วก็เดินผ่านห้องของชมรมประวัติศาสตร์ที่บัดนี้กลายเป็นบ้านผีสิงไปเป็ที่เรียบร้อย ร่างบางค่อยๆเดินเอียงๆมาทางเขา แต่ดูเหมือนร่างสูงจะรู้ทัน เขาลากเธอเข้าไปที่บ้านผีสิงนั้นทันที
“ไม่เข้าไม่เอา!!”
คนตัวโตกว่าหัวเราะรวนเเต่ก็ไม่วายจะลากคนตัวเล็กเข้าไปอยู่ดี ด้านในเป็ทางมืดๆที่มีเพียงไฟสลัวและตลอดทางก็จะมีเสียงกรีดร้องโหยหวนพร้อมกับเหล่าบรรดาผีปลอมทั้งหลายที่โผล่พรวดออกมาให้กระตุกขวัญเล่นไม่รู้จักหยุดหย่อน ฃ
“กรี๊ดดดดดดดดดด!!”
คนตัวเล็กกว่าก็กรีี้๊ดไปหลายตลบจนเขาอดขำไม่ได้ รีเซ่จับเสื้อของเซรอสแน่น เขาแกล้งสบัดมือออกทำเอาเธอสะดุ้ง แต่มือใหญ่ก็คว้ามือเล็กนั้นไปจับแทนซึ่งดูเหมือนว่าจะทำให้เธออุ่นใจขึ้นหน่อย ผีตากลวงโผล่ออกมาทางด้านข้างคนเธอ คนตัวเล็กว่าสะดุ้งโหยงแถมะโพรวดเขามากอดเขาเสียเฉยๆเพราะผีปลอม
จะดีใจหรือสงสารดีนะ
เธอจะรู้ไหมเนี้ยว่ากำลังทำอะไรเขา
นึกไปก็ขำไปแต่คนในอ้อมกอดดูจะไม่ขำด้วยซักเท่าไหร่
“ไม่เอาแล้วๆ” เสียงที่สั่นคลอคล้ายใกล้จะร้องไห้เต็มทีทำเอาเขาสงสารและเหมือนจะคิดผิดที่ลากเข้ามาก็ไม่คิดว่ากลัวขนาดนี้ รีเซ่ตัวสั่นอยู่ในอ้อมกอดของเซรอสซึ่งเขาได้แต่ลูบหัวรีเซ่ เป็การปลอบประโลม
“แค่ผีปลอมเท่านั้นน่า อีกนิดเดียวก็ถึงทางออกแล้ว”
“ไม่เอาๆ จะออกตอนนี้ ออกเดี๋ยวนี้เลยด้วย!!”
และดูเหมือนว่าคนตรงหน้ากำลังจะร้องไ้ห้ ั์ตาสีทับทิมนั้นกำลังมีน้ำตาคลอเพราะเธอรีบเอาหน้าซุกเข้าที่อกเขาเเถมใส่ฮาโอริซับน้ำตาต่างผ้าเช็ดหน้า
“จะออกเดี๋ยวนี้ๆๆ ไม่เอาแล้ว.”
ด้วยความสงสารเซรอสจึงใช้พลังเวทย์เคลื่อนย้ายพารีเซ่ออกมาด้านนอก เมื่อเ้าหล่อนออกมาได้ก็ถึงกับเข่าอ่อน ั์ตาสีทับทิมนั้นมีน้ำตาคลอคล้ายคนขวัญเสีย แต่คนขี้แกล้งก็ยังขำไม่หยุด จนรีเซ่ีฟาดไปที่เขาเข้าให้
“ขี้แกล้ง รู้ว่ากลัวยังแกล้งอีก”
“ขอโทษๆ ไม่คิดว่าจะกลัวขนาดนี้ มานี้มา เดี๋ยวซื้อของกินเป็การไถ่โทษ เเล้วค่อยไปหาพวกที่เหลือที่ห้องเดเรสกันมันไปรวมกันที่นั้นเเล้ว”
คนตัวโตกว่ายื่นมือมาฉุดคนตัวเล็กกว่าขึ้นมาพร้อมจูงไปที่โซนของกิน
ท่าทางว่างานนี้คงจะเสียให้แม่คุณหลายตังค์อยู่ ก็เล่นแกล้งไว้หนักขนาดนี้
เมื่อพอใจกับของกินในมือแล้วรีเซ่เเละเซรอสก็กลับไปหาพวกเลโอที่รออยู่ เเต่ปรากฏว่าเมื่อเข้ามาทุกคนกลับเปลี่ยนเป็เสื้อเชิ้ตสีขาว สูทและกางเกงสีดำกันหมดแล้ว ด้านยูนะเปลี่ยนเป็ชุดราตรีสั้น
“อ้าว..ไหงเปลี่ยนชุดกันละ จะไปไหนหรอ” รีเซ่ดูจะงงๆเล็กน้อย
”เที่ยงคืนนี้มีงานเต้นรำ และแน่นอนว่าฉันมีชุดให้เธอเเล้ว”
คำว่ามีชุดของยูนะมันทำเอารีเซ่หน้าซีด แม่เพื่อนสาวตัวดีชุดให้ดู2ชุด ชุดหนึ่งคือเดรสสั้นสีเทามีกระโปรงพองๆนิดๆ กับอีกตัวเป็เดรสยาวสีทองคอเต่าเว้าไหล่และปาดข้างซึ่งสามารถโชว์ขาสวยได้ตัวผ้าทำจากผ้าฮานาโกะจึงเป็ที่นิ่มและพริ้วพอสมควรกับรองเท้าส้นสูงสามนิ้วสีเงิน
“ไม่!!"
รีเซ่ร้องขึ้นทันที เท่านั้นละเพื่อนทั้งหมก็รุมล็อคเธอทันที เดเรสล็อคแขน ยูทซีทล็อคขา เร็งกะจับเธอมัดกับเก้าอี้
ไอ้เพื่อนทรพี!! รวมหัวกันรังแก!!
“นายว่าชุดไหนดี” ยูนะหันไปถามเซรอส
“สีทองก็ได้” เขาคิดก่อนจะตอบออกไป
รีเซ่มองเพื่อขอความช่วยเหลือจากเลโอแต่เขาดันไม่ช่วยเธอสะงั้น
ซวยในซวย!
กว่าจะจับรีเซ่แต่งตัวได้ทำเอาทุกคนเหนื่อยเพราะเเม่คุณดิ้นพัลวัน ขนาดว่ามัดกับเก้าอี้เเล้วก็ยังไม่วายจะจะพยามดิ้น จนต้องให้เพื่อนๆล็อคกันเเน่นขึ้น
คนนึงล็อคแขนอีกคนล็อคขาอีกคนจับไม่ให้เธอดิ้นตกเก้าอี้ที่มัดไว้ส่วนเซรอสต้องคอยจับหน้ารีเซ่เวลาเธอเบี่ยงหนีมือยูนะ
สภาพที่ไม่น่าพิศมัยเท่าไหร่
เมื่อจับแต่งหน้าเสร็จ ยูนะก็ทำผมให้ เธอ ผมสีน้ำตาลแดงยาวสรวยถูกจับเป็ลอนๆ ด้านซ้ายทัดหูและติดด้วยกิ๊ฟดำ อีกข้างปล่อยให้สยายลงมาระเรี่ยใบหน้า เครื่องสำอางค์ที่ลงไว้ก็เพียงแค่อ่อนๆ ริมฝีปากบางนั้นถูกทาด้วยลิปสติกเนื้อแมทสีแดงเชอร์รี่ และไม่นานย๔นะก็ลากรีเซ่เจ้าห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าไปเสียงโหวกเหวกดังอยู่ชั่วครูสุดท้ายก็ออกมาพร้อมกับเธอซึ่งเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้ว
รีเซ่มันโหดเเต่คนที่น่ากลัวที่สุดคือยูนะที่สยบมันลงได้
แน่นอนว่าทุกคนคิดเช่นนั้น
“..อืมขาด บางอย่างแหะ…”
เซรอสทำหน้าครุ่นคิด ก่อนหยิบสร้อยคอที่ประดับด้วยพลอยเพอริดอตขึ้นมาเเล้วสวมเข้าที่ลำคอเรียวของเธอโดยที่รีเซ่ไม่ทันตั้งตัว สายสร้อยประดับด้วยเพอริดอตเม็ดเล็กและมีจี้เพอริดอตรูปใบไม้ห้อยอยู่
“อะไรของนายเนี้ย!”
รีเซ่ตั้งท่าจะถอดแต่ทั้งแกะทั้งดึงทั้งกระชากทำยังไงก็ไม่หลุด
“ทำบ้าอะไร เอาของนาย เอามันออกไปเลยนะ” รีเซ่หันไปโวยใส่เซรอส
“เสียใจ คนแก้ได้มีแค่คนทำสร้อยซะด้วยสิ แต่ที่สำคัญเขาพึ่งเสียไปเมื่อปีก่อนเอง”
เซรอสตอบด้วยสีหน้าที่ยียวน แต่ก่อนที่จะโดนคนตัวเล็กสวนหมัดเข้าให้เขาก็เดินหลบมาทางเลโอ ส่วนแม่ตัวยุ่งก็ทำหน้าไม่สบอารมณ์เพราะยูนะไม่ยอมให้เธอไปไหนเพราะต้องแต่งผมต่ออีกนิดหน่อย
“ช่างเลือก” เลโอพูดเย้า
”ก็มันชอบทำอะไรเกินตัว มีไว้ก็อุ่นใจกว่า”
คำตอบทำเอาเลโอขำ
“แกมันคนขี้หวง สร้อยเส้นนั้นมีเเค่แกนั้นละที่ถอดได้เพราะเป็ผู้ให้และผู้ทำพันธสัญญาถ้าให้ฉันทายไม่ผิดมันต้องมีอีกเส้นไม่เป็สร้อยข้อมือก้ต้องสร้อยคอ”
เซรอสก็ได้แค่ขำที่มีคนรู้ทัน
“ถ้าไม่บอกแบบนั้นมันคงยอมใส่หรอกคงโวยวายหอแตกพอดี”
เมื่อจับรีเซ่แต่งตัวเสร็จ เซรอสก็เลยขอตัวไปเปลี่ยนชุดบ้างซึ่งเลโอเอามาเผื่อแล้ว เช่นกัน และเมื่อมาถึงงาน ผบ.โคงะก็กำลังพูดเปิดงานอยู่พอดีซึ่งพวกเขาไม่ได้ฟังหรอกว่าพูดว่าอะไร เมื่อสิ้นเสียงของผบ.โคงะ เพลงคลาสสิคสไตล์บีโธเฟ่นอย่าง Fur Elise ก็บรรเลงขึ้น มีหนุ่มมากหน้าหลายตามากมายมาขอเธอเต้นรำ เเต่รีเซ่เองก็พร้อมวีนเช่นกัน และก่อนที่จะมีเื่วุ่นวาย เซรอสก็เดินเข้ามาใช้แขนโอบไหลมน
“ขอโทษนะหนุ่มๆคนนี้มีเ้าของแล้ว “
ไม่ว่าเปล่าเซรอสลากเธอออกกลางฟลอ งานเต้นรำดำเนินไปอย่างมีความสนุก แต่เธอกลับไม่สนุกด้วยเนี้ยสิ
“ลากมาทำไม”
“หรืออยากอยู่ตรงนั้นละ”
คำนี้ทำเอาคนตัวเล็กตีหน้ายุ่งก่อนจะตอบ
“ฉันเต้นไม่เป็หรอกนะบอกไว้ก่อน”
“ทำตัวตามสบายละกันเเล้วขยับไปตามฉัน”
รีเซ่ขมวดคิ้วเเต่ก็ทำตามที่เขาบอก การเคลื่อนไหวร่างกายไปตามเพลงมันก็ดูจะไม่ยากอย่างที่เธอคิด
หรืออาจจะเป็เพราะเขาก็ได้มั้งที่ทำให้มันดูไม่ยาก
ความรื่นเริงดำเนินไปอย่างที่มันควรเป็ ทุกคนต่างมีความสุข แต่ทว่ารีเซ่กลับรู้สึกถึงความผิดปกติ็ดวงหน้างามชักสีหน้าเครียด
“อย่าทำให้มันรู้้ตัวสิ แต่ตอนนี้ที่แน่ๆมันยังไม่ลงมือหรอก ”
เซรอสยังคงพาเธอขยับการเคลื่อนไหวไปตามเพลงพร้อมยิ้มด้วยสีหน้าปกติ แต่ทว่าเพื่อนทุกคนต่างก็สบตากันบนฟลอเป็การรับรู้ถึงความผิดปกติ
เมื่อเพลงจบก็มีการดื่มกินสังสรรค์กันเสียงหัวเราะครืนเครงดังไปทั่ว
“เราควรเคลื่อนย้ายคนออกไปก่อนไหม คนที่มันหมายหัวเป็ฉัน คนอื่นจะพลอยซวย”
“แกอยู่นี้ไปอยู่กับคนหมู่มากจะปลอดภัยกว่า พวกฉันจะออกไปราดตระเวน” เร็งกะพูดขึ้น
“ฉันอยู่นี้เฝ้ามันเอง”
ยูซีทเสริมขึ้นซึ่งเลโอเห็นด้วยเพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่สองคนนี้รวมตัวกันมันบ่งบอกได้อย่างชัดเจนเลยว่างานนี้อันตราย
“ยังไงก็ฝากด้วย”
“รับฝาก แต่รีบมารับคืนด้วยแล้วกัน”
เซรอสฟังพรางยิ้มอ่อๆก่อนจะเดินออกไป ทั้งหมดกระจายกำลังกันออกไปสำรวจกันคนละทิศรอบบริเวณฮอลล์ ยูนะมาด้านหลังของฮอลล์เพราะเธอรู้สึกแปลกๆ แต่ก่อนที่จะได้ทันตรวจสอบเธอก็ถูกแส้เพลิงของกริมหวดเข้าให้อย่างจังโดนที่ไม่ทันได้ตั้งตัว
“กรี๊ดดด!”
เสียงกรีดร้องของยูนะทำให้ทุกคนต้องเปลี่ยนเป็มุ่งหน้าไปหาเธอ และไม่นานพวกของเลโอก็มาถึงจุดที่เป็ต้นเสียงของยูนะ เบื้องหน้าของเขาคือบุคคลที่ใส่ชุดดำคล้ายเฮียวแต่กลับไม่มีตราสัญลักษณ์หมายเลขบนข้อมือ มีเพียงกริมเฮียวหมายเลข5เท่านั้นที่คุมทีมนี้มา สำหรับเลโอกลุ่มคนพวกนี้อาจจะเป็เพียงสาวกระดับล่างๆซึ้งจัดการได้ไม่ยาก จะไปยากก็ตรงกริมหนุ่มน้อยร่างเล้กผู้มากับเรือนผมสีเขียวเป็เฮียงลำดับที่5เท่านั้น แส้เพลิงของกริมนั้นรัดข้อมือเล็กของยูนะอยู่และปล่อยให้ร่างน้อยนั้นห้อยอยู่กลางอากาศ
“อะๆ ถ้าพวกนายๆขยับ ฉันจะฆ่าแม่งนี้ซะ”
แส้นั้นดูเหมือนจะรัดแน่นเข้าไปใหญ่ คนตัวเล็กเองก็เริ่มมีสีหน้าที่ทรมานมากขึ้น และในที่สุดพวกเลโอก็ต้องยอมให้กริมจับแต่โดยดี โดยมัดทั้งหมดไปรวมกันไว้ที่ต้นไม้หนึ่งบริเวณนั้น เดเรสพยามใช้มีดพับตัดเชือกที่มัดกับข้อมือของเขาออกแต่ทำยังไงก็ไม่ยอมขายเสียที
“ไม่ต้องพยามหรอก เชือกนี้เป็เชือกชนิดพิเศษใช้ได้เฉพาะกับพวกมีพลังแบบพวกนั้นเท่านั้นละ อยู่เฉยๆแล้วรอดูวาระสุดท้ายของแม่นั้นเงียบๆดีกว่าน่า”
คำพูดที่เหมือนใบมีดกรีดใจนั้นทำเอาทุกคนต่างเริ่มใจคอไม่ดี
“โถ่เว้ย!!” เดเรสสบถออกมา
“ใจเย็นก่อน ฉันเชื่อว่าเลโอมันมีวิธีพาเราออกไปได้”
เซรอสพูดพร้อมกับเอียงคอไปทางเลโอทุกคนมองตามก็เห็นร่างสูงกำลังนั่งร่ายคาถาแยู่เงียบๆ
ความไม่สบายใจเริ่มเกาะกินหัวใจของรีเซ่ พวกนั้นไปกันนานมาก นานจนเธอรู้สึกไม่ดีเกรงว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น แต่ความกังวลนั้นก็ถูกพังทลายลงไปพร้อมกับไฟในงานที่ดับพรึ่บและกระจกหน้าต่างทุกบานพร้อมใจกันแตกกระจายออกจนหมดโชคยังดีที่พอมีแสงสลัวของพระจันทร์ทำให้เธอพอจะเห็นอะไรได้อยู่บ้าง
ยูซีทพุ่งเข้ายืนขว้างไว้ด้านหน้าของรีเซ่อย่างระมัดระวัง และเพราะแสงจัทร์ก้ทำให้เห็นเฮียวอีก6คนกับปีศาจฝูงใหญ่จำนวนมากอยู่้า เหล่ามาสเตอร์และพวกรุ่นพี่ที่พอจะมีฝีมือก็ต่างพากันกระโจนเข้ามาเรียงด้านหน้าเหมือนพร้อมที่จะปะทะอย่างเต็มประดา ส่วนรุ่นพี่อีกกลุ่ม ก็พารุ่นน้องปีหนึ่งออกไปที่ทางออกฉุกเฉิน ครูส บาร์ธาซ่าร์หัวหน้าทีมเฮียวมองลงมาที่เธอและยิ้มอย่างเย้ยหยั่น เหล่าปีศาจกับเฮียวและเหล่าเมสซิอาห์ของสถาบันบิชาม่อนเข้าปะทะกันอุตะลุดเสียงปะทะดังระงมกึกก้องไปทั่ว รุ่นพี่ปีสามอย่างเฟย์เนียที่กำลังกำลังปะทะกับปีศาจร่างั์เหมือนรับรู้ได้ว่าต้นเหตุทั้งหมดนี้มาจากเธอจึงหันมาถามอย่างหัวเสีย
“นี้มันเื่บ้าอะไรกัน!!”
“มันมาหาเ้าสิ่งนี้คะพี่เฟย์เนีย”
ไม่พูดเปล่ารีเซ่ชูมือขึ้นเผยให้เห็นตรากางเขนบนมือบาง เฟย์เนียถึงกับสบถออกมาอย่างหยาบคายด้วยความหัวเสีย
“งั้นก็ห้ามตายละ!!” เฟย์เนียกล่าวก็จะพุ่งใส่ฝูงปีศาจอีกครั้ง
“มุรามาสะ” รีเซ่เรียกดาบสีขาวประจำตัวเข้ามือ
“รีเซ่อย่าพึ่งบู่มบ่ามละ” ยูซีทเตือน
“แหมเธอนี้ถ้าจับแต่งตัวดีๆก็สวยไม่หยอกนะเนี้ย ขนาดจะตายแล้วยังสวยเลย”
รีเซ่มองครูสด้วยสายตาเย็นเฉียบ ครูสเองก็ดูเหมือนจะรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของเธอไม่น้อย แต่รีเซ่ก็กลับพุ่งเข้าใส่ครูสโดยไม่สนใจคำทัดท้านของยูซีทเลยด้วยซ้ำ
มันควรจะหัดฟังคนอื่นเขาบ้าง!!
ยูซีทบ่นพรางจะตามเธอไป แต่ก็มาติดที่ฝูงปีศาจหลายสิบตัวเข้ามาห้อมล้อมเขาทันทีเหมือนตั้งใจกั้นไม่ให้เขาเข้าไปยุ่ง
การต่อสู้แบบชุนลมุนเริ่มขึ้นอีกครั้ง รีเซ่ชิงจังหวะทราได้ฟันเข้าที่คอขอเป้าหมาย แต่ก็หยุดไว้ที่คอของบุรุษหนุ่มตรงหน้าที่เป็ศัตรู
“ความใจอ่อนจะทำให้เธอตาย”
ครูสเตือน แต่ดูเหมือนว่ารีเซ่ไม่สนใจ เธอพุ่งเข้าใส่อีกครูสอีกครั้ง ครูส ปล่อยพลังสีแดงเข้มใส่เเต่เธอกลับหลบได้อย่างสบายๆ เรียกเสียวผิวปากแทนความทึ้งไม่น้อย แต่แล้วจู่ๆร่างบางก็พลันหายวับไปกับตา ความเร็วที่ผิดปกติ เร็วมากกว่าที่เคยเจอครั้งแรก!
“แล้วไอ้ครั้งที่สองละ เนี้ยเรียนกว่าอะไร”
รีเซ่ไม่พูดเปล่าเธอเงื้อดาบฟันเข้าใส่ครูสทันที ร่างสูงเบี่ยงตัวหลบวูบตามสัญชาติญาณ เขาหลบจุดตายได้อย่างหวุดหวิดแต่ก็มีแผลที่เกิดจากแรงลมที่ถูกสร้างขึ้นด้วยมุรามาสะ แผลที่มาจากความคมของลมนั้นเรียกเืสดๆให้ไหลอาบแก้มได้ไม่น้อย
ดีที่หลบทัน ถ้าไม่งั้นคงจบเหตุ
ครูสสบัดดาบคู่กายออกส่งกระแสเพลิงเข้าใส่ร่างบาง จิตสังหารนั้นมีมากจนคนรอบข้างััได้
ตู้ม!!
รีเซ่โดนแรงดีดจากพลังนั้น ฮาริเบลที่ลอบมาจากด้านหลังเข้าเข้าไปเต็มๆจนกระเด็นไปกระแทกกำแพงก่อนร่างบางจะครูดไถลลงมาพี่พื้น
ครูสพนมมือพร้อมกับผายมือออกมา ข่ายมนต์ตราสีสีขนาดใหญ่พลันบังเกิดขึ้นเบื้องหน้า อาวุธนับพันค่อยๆผลุดออกมาจากอากาศ มันมากมายเสียจนเธอนึกไม่ออกว่าคนที่ไม่เกี่ยวข้องจะหลบมันยังไงให้พ้น
“ดาบเหล่านี้จะไม่โจมตีทุกคน แต่มันจะปรากฏให้คนที่ฉันสาบานว่าจะฆ่าด้วยตัวเองเท่านั้น และจงดีใจเถอะเพราะเธอคือคนแรก”
“ฉันต้องดีใจไหมวะเนี้ย” รีเซ่พูดทั้งๆที่ปากยังคงกระอักเื มือบางเช็ดเืที่ไหลริมขอบปากก่อยิ้มเหี้ยม จากนั้นทั้งคู่ก็พุ่งเข้าใส่กันอีกครั้งดาบสองเล่มปะทะกันอย่างดุเดือด จนไม่มีช่องว่างที่จะให้ใครสามารถแทรกเข้าไปช่วยได้ ทางฝังยูซีทเองก็เช่นกันเขาเองก็ยังไม่สามารถสลัดจากเหล่าปีศาจกลุ่มนี้ให้หลุดได้เสียที
แม้นเ้าของร่างทั้งสองจะมีเืไหลท่วมกายมือบางก็แตกจนเืซึมเพราะจับดาบแน่นและปะทะกับแรงของฝั่งตรงข้ามอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่มีท่าทีว่าใครจะเป็คนชนะหรือหยุดมือเลย รีเซ่ไล่ตามความไวของครูสได้อย่างสบายๆ แต่ทว่าก็มีมีดสั้นพุ่งใส่เธอ มันเฉียดหน้าเธอไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น ทันใดนั้นครูสก็หายตัวไปจากการรับรู้ของเธอ รีเซ่หันไปด้านหลังตามสัญชาตญาณ แต่เธอถูกหลอก ด้านหลังเป็พื้นที่โล่งจะมีก็เพียงแต่เหล่าเมสซิอาห์เฮียวและเหล่าปีศาจที่กำลังปะทะกันอย่างดุเดือดเท่านั้น ร่างบางรีบหันกลับมาก็พบเฮียวฟันดาบลงมาพอดี
เคร้ง!!!
เสียงดาบกระทบกัน เธอกันดาบของครูสได้อย่างหวุดหวิด ทว่าครูสกลับเพียงแค่สบัดนิ้วเพียงเล็กน้อยก็เรียกดาบเรียวอีกเล่มพุ่งเข้ามาปักที่ขาของรีเซ่อย่างรวดเร็ว เร็วจนหลบไม่ทัน และมันเจ็บจนร้องไม่ออก ใน่ที่เสียสมาธินั้นครูสชี้นิ้วมาที่หัวไหล่มนชี้นิ้วมาที่เธอก็พลันมีลำแสงสีขาวพุ่งว้าบทะลุไหล่เธอไปอย่างจัง
“รีเซ่!!!!”
ยูซีทเรียกอย่างใสุดเมื่อเห็นเธอค่อยๆลมลง