ชายหนุ่มมองไปด้านหน้าด้วยเนตรมรกต เขาพบว่าสถานที่ที่เชื่อมชั้นใต้ดิน ทอดยาวไปไกลสุดลูกหูลูกตานั้น ปรากฏปราณหนาแน่นชนิดหนึ่งไหลเข้ามาที่นี้ตลอด บ่งบอกว่าหากเขาเดินไปจนสุดทาง น่าจะเกิดทางออก หรือไม่ก็เส้นทางใหม่ให้ตัดสินใจ
"คงขึ้นไป้าไม่ได้แล้วสินะ" ชายหนุ่มละความสนใจ หันไปมองรอยเืมากมาย และศพกองเป็ูเา แต่น่าแปลกที่หน้าอกศพนั้นกลับเป็หลุมยุบลงไปอย่างน่าหวาดกลัว
"สุดท้ายก็ได้แค่ 2 เม็ด" หลังจากอยู่ที่นี่มานานเกือบ 3 วัน จางเซียนได้เรียนรู้ทักษะใหม่จากพจนานุกรม นั้นคือทักษะ 'ค้นหายา' แม้จะฟังดูเรียบง่าย ความหมายตรงตัว แต่มันมีความน่ากลัวอย่างมากสำหรับชายหนุ่ม ทักษะนี้จะใช้ได้เฉพาะสิ่งที่ตายแล้ว หรือมีชีวิตอยู่ก็ได้ แต่ต้องตรงเงื่อนไขที่กำหนดมา
โดยจะจับหน้าอกของฝ่าย และปรับเปลี่ยนแร่ธาตุ กับจุดตันเถียนรวมกัน จนเกิดเป็เม็ดยาโอสถ ซึ่งจะมีผลเฉพาะผู้ฝึกตนที่มีพลังระดับสูงๆ เท่านั้น และแน่นอนที่เสียเวลาไปกว่า 3 วันก็เพราะใช้ทักษะนี้กับทุกคนอย่างไงละ
"นี่สินะ" ชายหนุ่มมองเม็ดยาสีฟ้าที่ได้จากจ้าวสำนักเซียนวิถี และเม็ดยาสีเขียวจากสำนักอื่นที่มีพลังรวมจิตฟ้าดินระดับ 1 ขั้นต่ำ แม้พลังจะอยู่ในขอบเขตเดียวกัน แต่ผลประโยชน์ หรือโทษนั้นมีความแตกต่างกันอย่างมาก จางเซียนไม่อาจรู้เลยว่าเม็ดยานี้เมื่อกินไปแล้วจะให้ผลอะไร
"ดีที่มันสามารถแปรเปลี่ยนเป็ของเหลวได้" ชายหนุ่มเก็บเม็ดยาทั้งสองลงในกระเป๋ามิติ และเดินออกไปทันที
ระหว่างทางเขาััได้ถึงพลังปราณที่หนาแน่นมากขึ้น แต่ก็ไม่ลืมที่จะหมุนลมปราณเข้าไปในตัว และเรียกิญญาอสรพิษออกมาตลอด เพื่อไม่เป็การขาดความระวังเกินไป ทุกฝีก้าวที่เดินไป ชายหนุ่มพยายามทำให้เงียบที่สุด และใช้เนตรมรกตในการเสาะหาศัตรูอยู่ตลอดเวลา
"เหตุใดในสถานที่ที่ลึกจากพื้น 30 เมตรถึงได้มีปราณบริสุทธิ์ไหลเข้าออกตลอดเวลานะ" สายตาชายหนุ่มประกายความสนใจ ปราณที่เขาััสามารถบอกได้เลยว่ามันบริสุทธิ์กว่าทุกที่ในโลก ที่เขาเคยผ่านมา
"ไม่รู้จะใช่ทวีปลุ่มแม่น้ำที่เราอยู่รึเปล่านะ" นี้คือความกังวลในใจ หากเขาไปโผล่ที่ไหนสักแห่งของทวีปอื่น คงจะเป็เื่ที่ยากจะยอมรับได้เหมือนกัน เนื่องจากการขนบธรรมเนียม และการปฏิบัติตนนั้นต่างกัน อาจทำให้เขาพลาดท่าไปโดนเหล่านักบวช หรือลัทธิไรบางอย่างจับเผาทั้งเป็ได้
"คงต้องลองดู" ชายหนุ่มพุ่งออกไปด้วยความเร็วสูง
ไม่รู้เวลาผ่านไปเท่าไหร่ แต่จากที่จางเซียนลองนับแบบจำลอง เขาพบว่าตัวเองยังเดินทางแบบนี้มาถึง 1 เดือนแล้ว? มิผิด! เขาเดินทางมาจนเลย 1 เดือนเห็นจะได้ แต่ก็ยังไม่อาจไปถึงจุดสิ้นสุดได้ อาจจะกล่าวว่าเส้นทางของมันนั้นคล้ายกับนรกกำลังขึ้น์
พลังลมปราณในนี้ก็มากขึ้นเรื่อยๆ จนจางเซียนทะลวงผ่านขอบเขตเป็รวมจิตฟ้าดินระดับ 1 ขั้นต่ำแล้ว แม้จะขึ้นช้าอย่างน่าใจหาย แต่เขาก็ไม่ได้ให้ความสนใจแต่อย่างใด , ในแต่ละวันชายหนุ่มจะเดิน วิ่ง พัก และฝึกทักษะของตัวเองไปในตัวอย่างเงียบๆ
จวบจนผ่านไปอีก 7 วันเขาก็เห็นปลายทาง แสงสว่างด้านนอกบ่งบอกถึงเวลาต้นอาทิตย์ ทำให้จิตใจชายหนุ่มเต้นระรัว การไม่ได้เห็นแสงแดดกว่าเดือนครึ่ง นับว่าเป็อะไรที่ทรมานอย่างมากรูปแบบหนึ่ง จางเซียนเริ่มวิ่งเร็วเรื่อยๆ และปล่อยพลังออกมาเต็มกำลัง เรียกิญญางูอสรพิษของตนเองพุ่งออกไปด้านหน้าทันท่วงที
คลื่นๆ ๆ ๆ
เสียงสั่นอากาศดังสะท้าน พริบตาเขาก็หลุดจากเส้นทางนี้ แต่แล้วก็ต้องเบิกตากว้าง เมื่อตนเองลอยอยู่บนอากาศอย่างน่าใ
"เวรแล้ว! มันเป็หน้าผา..." ชายหนุ่มระงับความกลัว มองดูด้านล่างที่เต็มไปด้วยน้ำจำนวนมาก และมีลมตีอัดหน้าเป็ระยะๆ ไม่รอช้ารีบสะบัดหัวงูให้งับดินข้างหลังทันที เพื่อชะลอร่าง
บึม!
อสรพิษตัวใหญ่งับดินและลากลงมาอย่างช้าๆ จนในที่สุดจางเซียนก็ถูกหย่อนลงพื้นน้ำอย่างแ่เบา เขาเบิกเนตรมรกตมองพบว่าแม่น้ำแห่งนี้มีสิ่งมีชีวิตไม่มีพิษภัยมากนัก จึงถอนหายใจอย่างโล่งอก
"ดูเหมือนข้าต้องขึ้นจากน้ำก่อนสินะ" ชายหนุ่มว่ายอย่างเอื่อยๆ เมื่อเท้าถึงพื้นหญ้า แววตาก็ประกายความสนใจออกมา ที่แห่งนี้มีลมปราณน้อยกว่าในถ้ำเกือบร้อยเท่าได้ ดูเหมือนจุดที่เขาอยู่จะเป็แหล่งบ่มเพาะที่ดี ชายหนุ่มส่ายหน้าไปมา
"ว่าแต่ที่นี่ ที่ไหนกันนะ" ชายหนุ่มเดินเลียบริมน้ำอย่างช้าๆ ขณะหมุนลมปราณในร่างกายอย่างสม่ำเสมอ
"คงต้องเดินตามแม่น้ำนี้ไป อีกสักพักน่าจะเจอเมือง หรือสิ่งก่อสร้างอะไรต่างๆ ให้เราได้สักถามแน่นอน" จางเซียนกล่าวสรุปสั้นๆ และเดินออกไป ระหว่างการเดินทางที่แสนเชื่องช้า เขาได้สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของลม ฟ้า อากาศอย่างต่อเนื่อง พบว่ามันมีรูปแบบในการทำงานที่แปลกประหลาด
"สิ่งพวกนี้ไม่อาจควบคุมได้ หากปราศจากปราชญ์ที่แท้จริง" จางเซียนประกายความตื่นเต้น ที่นี่ไม่ใช่ทวีปลุ่มแม่น้ำอย่างแน่นอน แล้วมันคือที่ไหนกันละ
นั่นคือคำถามของเขา
"ทวีปลุ่มแม่น้ำ ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดย่อมเป็ใครไม่ได้ นอกจากจ้าวสำนักแน่นอน ทั้งเซียนวิถี ัโลหิต แม้ทั้งสองสำนักจะแข็งแกร่ง แต่การเพาะปลูก หรืออะไรต่างๆ นั้นกลับไม่มีการทำงานที่ชัดเจนเหมือนที่นี้" คล้ายกับว่าทวีปปริศนานี้สามารถควบคุมลม ฟ้า อากาศได้อย่างน่าใ
"แม้จะแค่ตำนานปรัมปราที่ข้าเคยอ่าน ยังไม่มีผู้ใดสามารถทำได้เช่นนี้เลย" หรือเป็เพราะธรรมชาติกำหนดเอง นั่นก็เป็ไปได้สำหรับคำถาม ชายหนุ่มละความสนใจเบิกเนตรมรกตอ่อนๆ ตรวจสอบทั่วหล้าอย่างวิเคราะห์ ในเวลาไม่นานเขาก็พบกับสิ่งก่อสร้างยาวทะลุเมฆ
เมื่อเพ็งมองดีๆ พบว่ามันเป็เสาหินสีเทาบางอย่าง เหมาะแก่การสังเกตการณ์ ชายหนุ่มหรี่ตาและเร่งปฏิกิริยาสูงสุด เขาพบกับออร่าสีขาว ส้ม แดง จำนวนมากบริเวณนั้น ใช่แล้ว! มันคือเมืองขนาดใหญ่สุดลูกหูลูกตาแห่งหนึ่ง ไม่บอกก็รู้ว่าเขาควรทำเช่นไร
สายตาเหลือบไปเห็นหญิงสาวคนหนึ่ง กำลังเดินมุ่งหน้าไปทางนั้น พร้อมกับธนูด้านหลัง เผยความองอาจ ชายหนุ่มจ้องมองพบว่าอีกฝ่ายมีพลังถึงรวมจิตฟ้าดินระดับ 1 ขั้นสูง ซึ่งในความเป็จริงเธอมีพลังเท่าเขาเลย
"จะให้ข้าเข้าไปในเมืองตอนนี้ คงโดนหมายหัวเป็แน่" อย่างน้อยต้องย่อมเสี่ยงไปก่อน
ไม่รอช้า ชายหนุ่มวิ่งะโไปยังหญิงสาวด้วยเสียงขอความช่วยเหลือ
"ท่านพี่! ท่านพี่หญิง..." อีกฝ่ายหันมามองอย่างสนใจ จางเซียนไม่รอช้ารีบตอบกลับทันที
"ข้ามาจากหมู่บ้านทุรกันดาร จากทิศตะวันออก ข้าอยากทราบว่าที่นี่ที่ไหนเหรอ? " หญิงสาวหรี่ตาแพร่รังสีฆ่าฟันออกมา ชายหนุ่มกลืนน้ำลายถอยหลังแสร้งอาการหวาดกลัว
"เ้าเป็คนของทิศตะวันออกงั้นเหรอ? " แย่แล้ว! ชายหนุ่มคิดไม่ถึงเลยว่า ทวีปที่เขาอยู่จะข่มเหงกันหน้าด้านๆ แบบนี้ เมื่อคิดเช่นนี้เขาก็สูดลมหายใจก้มหัวเล็กน้อย กล่าว
"ข้าเป็คนของทิศตะวันออกมิผิด แต่ถึงกระนั้นข้าหาได้มีความไยดีกับถิ่นที่อยู่ของข้าไม่ ข้าอยู่คนเดียว ครอบครัวโดนปะาเพราะทำให้หัวหน้าหมู่บ้านไม่พอใจ ก่อนจะโดนผลักไสไล่ส่งพเนจรอยู่ในดินแดนทุรกันดารนานถึง 5 ปี ดีที่ดวงชะตาข้าหาได้ใจร้ายดั่ง์ไม่ สุดท้ายข้าก็ได้ตกหน้าผาแห่งหนึ่ง ดีที่เบื้องล่างเป็แม่น้ำ จึงสามารถรอดได้อย่างปาฏิหาริย์อีกครั้ง" จางเซียนเงยหน้ามอง พูดขึ้น
"ข้าจึงเดินเลียบริมแม่น้ำแห่งหนึ่งมา จนพบท่าน..." ชายหนุ่มยืดตัวตรง ถามต่อ
"จะเป็พระคุณอย่างมาก หากท่านพี่หญิงบอกกล่าวข้าว่าที่แห่งนี้คือที่ใดกัน ข้าไม่ค่อยมีการศึกษา ได้โปรดบันดา-"
"พอได้แล้ว! ข้าไม่อยากฟังเ้าผายลม" หญิงสาวมองจางเซียนอย่างเ็า ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบๆ
"ที่แห่งนี้คือทิศใต้ของทวีป 4 จตุรเทพ" อึก! พริบตาเหงื่อก็ท่วมด้านหลังชายหนุ่ม
ทวีป 4 จตุรเทพ? คำนี้ย่อมปรากฏในหัวสมองของชนชาวยุทธ์ทุกคน ทวีปที่อยู่เป็ศูนย์กลางของโลกใบนี้ มีความลับ และสิ่งที่น่าค้นหามากมาย ซึ่งอาจจะกล่าวว่าทวีปนี้นั้นเป็ที่แห่งเดียวที่นับเป็ทวีปอย่างเต็มตัว เพราะถือว่าตนเองมีความแข็งแกร่งสูงสุด
หากอาณาจักร พระราชวัง หรือสถานที่ใดนอกเหนือจากพื้นที่ 4 จตุรเทพ จะกลายเป็ดินแดนรกร้าง หรือก็คือพื้นที่คนโง่ในสายตาของคนทวีปแห่งนี้ นับว่าจางเซียนเลือกเส้นทางได้ถูก
ในเวลานั้นเองหญิงสาวก็กล่าวต่อ
"จุดที่เ้าอยู่นั้นเป็เส้นทางไปยังอาณาจักรหงส์แดง หรืออีกชื่อคือดินแดนอัคคีผลาญ์ เป็สถานที่ที่รวมเหล่ายอดยุทธ์ที่ถูกกระตุ้นสายเืเรียบร้อยแล้ว และได้พลังธาตุไฟมา ผู้ที่จะเข้าสถานที่นี้ได้จำเป็ต้องมีพลังด้านการเผาผลาญเป็พิเศษ ซึ่งการเข้าเมืองนั้นเข้มงวดอย่างมาก หากใครมีธาตุลมเข้าไปในเมืองนี้ รับรองคงถูกโยนออกมา ไม่ก็โดนกระทืบจนาเ็สาหัส" หญิงสาวมองจางเซียนด้วยหางตา
"หากเ้าไม่ได้ถูกกระตุ้นสายเืละก็ พวกเขาจะลากเ้าไปทรมาน ข้อหาผู้เข้าทวีปอย่างผิดกฎหมาย ต่อให้เป็จ้าวสำนักขอร้อง ก็ไม่อาจช่วยได้ เพราะกฎที่นี้เข้มแข็งอย่างมาก หาได้ยืดหดไม่" ไม่รอช้าหญิงสาวเดินออกไปทันที
จางเซียนจึงเอ่ยขัด
"ท่านพี่หญิง...หากเป็เช่นนั้นพอมีหมู่บ้าน หรือสถานที่ใกล้ๆ ให้ข้าไปได้บ้าง? "
หญิงสาวถอนหายใจ ชี้ไปด้านทิศตะวันตก
"แถวนั้นมีเมืองเล็กๆ อยู่ทำการค้ากับอาณาจักรหงส์แดง เ้าสามารถเข้าเมืองนั้นได้เลย" ไม่รอช้าพริบตาหญิงสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย จางเซียนรีบเบิกเนตรทันที พบว่าเธอไปไกลเขามากแล้ว
"วิชาตัวเบา..." อึก!
เป็อย่างที่เข้าใจ ทวีป 4 จตุรเทพนั้นมีทักษะ ความสามารถที่ต่างจากพื้นที่รกร้างอย่างจางเซียนมาก พวกเขามีทักษะ และหลักการ การบ่มเพาะที่มีประสิทธิภาพและก้าวหน้า อาจจะกล่าวได้ว่าความเร็วของเธอ สามารถเทียบเคียงหรือมากกว่าระดับ 2 ขั้นต่ำเลยทีเดียว
"ที่นี้อันตรายยิ่งนัก" คิดไม่ออกเลยสัตว์อสูรจะแข็งแกร่งแค่ไหน
สูด! เฮ้อ... จางเซียนควบคุมอารมณ์ของตัวเอง ก่อนจะเบือนสายตาไปยังทิศดังกล่าว
"สิ่งที่จำเป็สำหรับยอดยุทธ์ที่สุดคือ ทักษะ พร์ ความพยายาม อาวุธ และร่างกายสินะ" ชายหนุ่มส่ายหน้าไปมา
ดูเหมือนเขาจำเป็ต้องพึ่งพจนานุกรมซะแล้ว ครานี้...