ยามท้องฟ้าที่กำลังจะลับขอบฟ้าภายในสถานที่ที่งดงามราวกับเทพนิยาย ขุนเขามากมายนับหมื่นที่เรียงรายเชื่อมต่อกัน มองผ่านแต่ละขุนเขาสวยงามมีทั้งดอกไม้นานาชนิด เหล่าสัตว์ต่างๆมากมาย น้ำตกที่ไหลลงมาจากยอดเขาผ่านก้อนเมฆลงมายังสระน้ำด้านล่างที่มีดอกบัวเต็มสระ เมื่อมองเข้าไปแต่ละขุนเขาทำให้เห็นว่ามีเหล่าศิษย์มากมาย บ้างฝึกวิชา บ้างนั่งคุยเล่นกัน บ้างปรุงยา บ้างหลอมอาวุธ บ้างศึกษาค่ายกล
ณ ทางเข้าของขุนเขามากมายมีประตูขนาดใหญ่้าเขียนว่า (ตำหนักหมื่นขุนเขา) ใช่แล้วที่นี่ก็คือที่ตั้งของ ตำหนักหมื่นขุนเขา สถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับการบ่มเพาะที่ก่อตั้งมาอย่างยาวนานกว่าแสนปีที่แล้วกลายเป็หนึ่งในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีผู้คนมากมายอย่างเข้ามาภายในตำหนักหมื่นขุนเขาแห่งนี้ เพราะสถานที่แห่งนี้มีตัวตนระดับเทพค่อยคุ้มกันอยู่เลยทำให้สถานที่แห่งนี้โด่งดังขึ้นมาอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาแค่กว่าแสนปีเท่านั้น
ภายในยอดเขาหลักจากยอดเขาทั้งหมดมีต้นไม้ที่สูงเสียดฟ้าไม่สามารถมองเห็นยอดได้ภายใต้ต้นไม้ต้นนี้มีชายชราผมสีเทาท่าทางใจดีนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเป็ชายวัยกลางคนคิ้วเข็มหน้าตาดุดันนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามชายชรา ชายชราท่าทางใจดีคนนี้มีชื่อว่าเจี้ยนเฟิง หรือฉายาที่คนเรียกกันว่า เทพดาบเย่เทียนหยู เหตุผลที่ได้ฉายาเทพดาบ เพราะว่าฝีมือดาบของเขานั้นแข็งแกร่งเป็อย่างมาก เคยมีครั้งที่ถูกคนในระดับเดียวกันถึง10คนโจมตีแต่ก็สามารถรอดมาได้โดยที่คนที่มาโจมตีนั้นาเ็ล้มตายไปมากกว่าครึ่ง โดยที่ตัวเองเสียแขนไป1ข้าง
ใช่แล้วชายชราคนนี้คือบรรพชนผู้ก่อตั้งของตำหนักหมื่นขุนเขาที่ทำให้สถานที่แห่งนี้รุ่งเรืองขึ้นมาจนถึงตอนนี้เพราะวิชาดาบของชายชนะเลยทำให้ไม่มีใครกล้าล่วงเกิน เมื่อชายวันกลางคนมองไปที่แขนชายชราก็หดหู่ใจขึ้นมาและอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจก่อนจะเอยถาม “ท่านอาจารย์เป็ยังไงบ้าง”
หลังจากที่ได้ยินดังนั้นก็หัวเราะเบาๆ “ก็เหมือนเดิมไม่สามารถหาคำตอบได้ว่ามันคืออะไรแต่เ้าไม่ต้องไปสนใจมันหรอกเย่เทียนหยู ถ้ามีคนมีโชคชะตากับมันก็จะสามารถรู้ได้เองว่ามันคืออะไร”
ใช่แล้วชายวันกลางคนคือเย่เทียนหยูเ้าตำหนักหมื่นขุนเขาลูกศิษย์เพียงคนเดียวของชายชราที่มีระดับการบ่มเพาะใกล้จะตามทันอาจารย์แล้วนั้นเองด้วยเพราะความพยายามและพร์ของเขาเลยทำให้มาถึงระดับนี้ได้ภายใจเวลาแค่ไม่กี่พันปีทิ้งห่างคนรุ่นเดียวกันไปไกล
“ท่านจะเริ่มเมื่อไหร่” เย่เทียนหยูเอยถามเปลี่ยนเื่
“ก็น่าจะภายใจสามวันนี้แหละทุกอย่างเตรียมพร้อมหมดแล้ว” เจี้ยนเฟิงตอบลูกศิษย์
“ถ้าเช่นนั้นข้าขอให้ท่านโชคดี”เย่เทียนหยูตอบให้กำลังใจอาจารย์ของเขาเพราะเขาไม่สามารถช่วยอะไรอาจารย์ได้
ที่เย่เทียนหยูพูดแบบนั้นเพราะว่าอาจารย์ของเขาเจี้ยนเฟิงกำลังจะฝ่าด่านทัณฑ์์เพื่อขึ้นเป็จักรพรรดิเทพ แต่การจะฝ่าด่านทัฑณ์์นั้นไม่ใช่เื่ง่ายเลยเพราะว่าทัณฑ์จักรพรรดิเทพนั้นรุนแรงมากถ้าเตรียมตัวไม่ดีก็แทบจะไม่สามารถมีชีวิตรอดผ่านสายฟ้าทั้ง9สายได้เลย
หลังจากคุยกันอีกเล็กน้อยเย่เทียนหยูก็ขอตัวจากไป หลังจากสามวันผ่านไปสถานที่เหนือขุนเขาบรรพชน เจี้ยนเฟิงที่ยืนอยู่กลางอากาศได้เร่งเร้าพลังปราณเพื่อฝ่าด่าน ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็สีดำโดยมีสายฟ้าสีม่วงวาบผ่านท้องฟ้าแรงกดดันอันหนักหน่วงไม่สามารถทำให้สีหน้าของบรรพชนกังวลได้ เย่เทียนหยูที่ได้ยืนดูกับาุโใหญ่ของตำหนักด้วยสีหน้ากังวล
“ถ้าท่านบรรพชนขึ้นเป็จักรพรรดิเทพสำเร็จใครจะกล้าดูิ่ตำหนักหมื่นขุนเขาของเราอีก”เย่เทียนหยูเอยถามขึ้นมา
“อย่าห่วงไปเลยท่านเ้าตำหนักท่านบรรพชนแข็งแกร่งแค่ไหนท่านรู้ดีที่สุด”าุโใหญ่เอยตอบพลางมองขึ้นไปบนท้องฟ้า
เมื่อเย่เทียนหยูได้ยินเช่นนั้นก็ไม่มีอะไรต้องกังวลอีกแค่พยักหน้าตอบ
หลังจากที่เมฆบนท้องฟ้าก่อตัวเสร็จแล้วสายฟ้าแรกก็ผ่าลงมาใส่บรรพชนเจี้ยนเฟิงทันทีแต่เนื่องจากสายฟ้าสายแรกนั้นเบาที่สุดเลยไม่อาจทำอะไรบรรพชนเจี้ยนเฟิงได้หลังจากที่สายฟ้าสายแรกผ่าลงมาจากนั้นสายที่สอง สาม สี่จนถึงสายที่6ก็ผ่าลงมาตามกันตอนนี้ร่างกายของบรรพชนนับว่ามีาแมากมายตามร่างกาย แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ทำให้บรรพชนกังวลได้ แต่ในขณะที่สายฟ้าสายที่เจ็ดกำลังจะผ่าลงมานั้น
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า”เสียงหัวเราะเยาะดังมาแต่ไกล
“พวกมันมาจริงๆด้วย แต่เดี๋ยวก่อนพวกมันรู้ได้อย่างไร” เสียงของเย่เทียนหยูดังขึ้นหลังสิ้นเสียงเย่เทียนหยูก็เห็นเ้าขุนเขาค่ายกลเข้ามาหาด้วยร่างกายที่เต็มไปด้วยาแสาหัส ทำให้ตัวเขาเริ่มสังหรณ์ใจไม่ดีก่อนที่จะได้เอยถาม
ผู้าุโตำหนักค่ายกลก็เอยขึ้นมาอย่างเร่งรีบ”แย่แล้วท่านเ้าตำหนักผู้าุโใหญ่ทรยศขอรับ”
เมื่อได้ยินดังนั้นบวกกับเสียงหัวเราะของพวกปีศาจสีหน้าของเย่เทียนหยูก็มืดมนถึงขีดสุดเมื่อหันไปด้านข้างตนเองแต่กลับไม่เห็นผู้าุโใหญ่ก็มั่นใจได้ว่าาุโใหญ่ทรยศจริง
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจี้ยนเฟิงหนอเจี้ยนเฟิงพวกข้ารอเวลานี้มานานแล้ววันที่เ้าอ่อนแอลงขนาดนี้”เสียงของผู้นำของเผ่าปีศาจดังขึ้นมา
“ใช่แล้ว ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
เจี้ยนเฟิงที่ได้ยินดังนั้นก็ไม่ได้แสดงท่าทีใดๆก่อนจะเอย “แล้วพวกเ้าที่ทรยศเผ่าพันธุ์ตัวเองไม่คิดว่าจะทำให้ชื่อเสียงตัวเองตกต่ำเลยรึ”
พรึบ! พรึบ! พรึบ!
หลังจากนั้นก็มีอีกหลายร่างโผล่ออกมาจากห้วงซึ่งเป็เผ่ามนุษย์ทั้งสิ้น
“ไม่ต้องมากแค่ได้ทำลายตำหนักหมื่นขุนเขาของเ้าทิ้งข้าก็พอใจแล้ว ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
“ข้าว่าพวกเ้ามาเพื่อสิ่งนี้มากกว่า” หลังจากนั้นเจี้ยนเฟิงก็หยิบเอาลูกแก้วกลมใสมองเห็นก้อนสีแดงๆข้างใน หลังจากที่คนกลุ่มนี้เห็นไม่ว่าจะเห่ามนุษย์หรือปีศาจต่างก็แสดงความโลภออกมาอย่างไม่อาจปิดบังได้และพร้อมจะลงมือแย่งชิงมาเป็ของตัวเอง
“เจี้ยนเฟิงส่งมันมาซะ แล้วข้าจะปล่อยตำหนักหมื่นขุนเขาของเ้าไป”หนึ่งในนั้นเอยออกมา
“คิดว่าข้าจะเชื่องั้นรึดูสายตาที่โลภมากของเ้าสิ”ในระหว่างนั้นเอยสายฟ้าที่เจ็ดและแปดก็ผ่าลงมาทำให้เจี้ยนเฟิงอาการสาหัสมากขึ้นไปอีก
“ดูสภาพของเ้าตอนนี้สิคิดว่าจะรอดไปได้รึไง”
“เลิกพูดมากได้แล้วลงมือฆ่าทุกคนทิ้ง แล้วแย่งลูกแก้วนั่นมา”เผ่าปีศาจที่ทนไม่ไหวพูดออกมาก่อน
“ทำไม” อีกด้านหนึ่งเย่เทียนหยูที่เห็นาุโใหญ่ยืนอยู่ด้วยกันกับพวกที่มาโจมตีจึงเอยถามออกไป
“ก็ไม่มีอะไรมากข้าก็แค่เป็คนของ ตำหนักเพลิง์ก็เท่านั้น”าุโใหญ่เอยตอบด้วยสีหน้าเ็า
“ถ้าเช่นนั้นก็ไม่มีอะไรต้องคุยกันอีก ตาย” สิ้นเสียงเย่เทียนหยูร่วมถึงาุโเ้าขุนเขาทุกคนเข้าต่อสู้กับพวกอาโสใหญ่ทันที ในาครั้งนี้ มีทั้ง ตำหนักเพลิง์ นิกายหมื่นพิษ หอโลหิตสังหาร นิกายปีศาจม่วง วังสายฟ้า์ และอื่นๆอีกนับ10สำนัก ด้วยระดับพลังที่สูงบวกกับค่ายกลที่ใช้งานไม่ได้ทำให้เหล่าลูกศิษย์ที่มีระดับการบ่มเพาะต่ำไม่สามารถทนได้ตกตายไปมากมายร่วมทั้งขุนเขาพังพินาศทัศนียภาพที่เคยสวยงามกลับไม่มีเหลือ ด้วยจำนวนคนที่แตกต่างกันมากมายขนาดนี้ทำให้เ้าขุนเขารวมถึงผู้าุโค่อยๆตายลงทีละคน
เมื่อเย่เทียนหยูเห็นแบบนั้นจึงใช้วิชาต้องห้ามที่ได้มาจากสนามรบโบราณ จึงทำให้ระดับพลังของเขาเพิ่มขึ้นนับ10เท่าเพื่อใช้กระบวนท่าต้องห้ามสร้างปราณดาบขึ้นมาฟาดใส่ทางกลุ่มศัตรู เมื่อเหล้าผู้บุกรุกเห็นดังนั้นจึงช่วยกันป้องกันแต่ด้วยพลังทำลายล้างที่รุนแรงของวิชาต้องห้ามจึงไม่สามารถต้านทานไหวจึงโดนปราณดาบเข้าไปเต็มๆ ทำให้บ้างคนที่ระดับพลังต่ำตายในทันทีเหลือก็แต่ผู้ที่รอดอยู่ไม่กี่คนแต่จากอาการแล้วน่าจะต้องรักษาตัวอย่างน้อยหลายร้อยหลายพันปีก็อาจจะไม่หายเป็ปกติเนื่องจากใช้พลังต้นกำเนิดมาช่วยในการป้องกัน
ทางด้านของเจี้ยนเฟิงที่ตอนนี้กำลังเผชิญหน้ากับทั้ง ผู้นำสำนัก นิกายต่างๆร่วมทั้งยังต้องอดทนต่อทัณฑ์สายฟ้าพอมองเห็นความสูญเสียของเหล่าลูกศิษย์ในตำหนัก ดังนั้นก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาและพึมพำกับตัวเอง ‘นี้คงเป็โชคชะตาสินะ’ เมื่อคิดได้ดังนั้นจึงเริ่มเร่งเร้าพลังสุดท้ายออกมาต้านรับสายฟ้าเส้นสุดท้าย ทำให้ตอนนี้พลังของเจี้ยนเฟิงเริ่มสูงขึ้นแต่ด้วยอาการาเ็ที่แทบจะทนไม่ไหวแล้วนั้นทำให้เจี้ยนเฟิงตันสินใจลงมือผลักทุกคนออกจากบริเวณตำหนักแล้วลงมือผนึกตำหนักหมื่นขุนเขาพร้อมทั้งเส้นชีพจริญญาเอาไว้แล้วแล้วส่งออกไปที่ห้วงมิติพร้อมทั้งกุญแจที่จะสามารถเปิดผนึกห้วงมิติ
ในระหว่างที่มิติกำลังจะปิดเจี้ยนเฟิงจึงตัดสินใจโยนลูกแก้วตามเข้าไปพอลูกแก้วผ่านมิติเข้าไปก็เกิดรอยร้าวขึ้นหลังจากนั้นมิติก็ได้ปิดตัวลง ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนคนอื่นไม่สามารถขยับตัวได้ทันจึงทำให้ทุกย่างสายเกินไป ด้วยความโกรธที่ปะทุขึ้นมาเนื่องจากพวกเขาได้ลงทุนกับาครั้งนี้มากมายแถมเสียคนไปอีกนับล้านคน มันเป็ราคาที่ยากเกินจะรับไหว จึงได้ลงมือระบายความโกรธไปที่เจี้ยนเฟิงเนื่องด้วยาแที่สาหัสแม้จะผ่านสายฟ้าเส้นที่เก้ามาได้แต่ก็ต้องใช้เวลาในการปรับสมดุลทำให้ไม่สามารถต้านทานจากการถูกการโจมตีมากมายโจมตีใส่ได้จึงทำให้เสียชีวิตลงไป
หลังจากที่เจี้ยนเฟิงตายไปพร้อมด้วยสีหน้าเรียบเฉยแต่แววตายังแสดงออกถึงความเสียใจที่ไม่สามารถปกป้องเหล่าลูกศิษย์ในตำหนักของตัวเองเอาไว้ได้ ร่างกายจึงค่อยๆสลายหายไปเหลือทิ้งเอาไว้แค่ดาบไม้ธรรมดาที่เขาพกติดตัวตลอดเวลา แม้จะเป็ดาบไม้แต่ก็ไม่มีใครสามารถยกมันขึ้นมาได้ราวกับน้ำหนักของจักรวาล เหล่าผู้นำสำนัก นิกายต่างไม่สามารถทำอะไรได้ต่างก็พากันจากไปด้วยความโกรธแค้นและเสียใจ เื่ราวการต่อสู้ครั้งนี้ถูกกล่าวขานว่าตำหนักหมื่นขุนเขาถูกเหล่านิกายปีศาจทั้งหลายทำลายทิ้ง เหลือเอาไว้เพียงแค่ความว่างเปล่า
*****ยาวหน่อยครับแค่อยากจะบอกถึงวีรกรรมของทุกคนในตำหนักเฉย*****
***เื่แรกและจะพยายามให้ดีขึ้นครับ***