บทที่ 1 จุดเริ่มต้นถูกมหาโจรสาวลักพาตัว
ท่ามกลางความสั่นะเื เนี่ยเฉินค่อย ๆ ลืมตาขึ้น
ด้วยสัญชาตญาณ เขา้าที่จะยืดเส้นยืดสาย ก่อนพบว่าตัวเองกำลังพิงอยู่บนแผ่นหลังอันอบอุ่น
ทันใดนั้นเอง เขาก็รู้สึกตัวและมองไปรอบ ๆ และพบว่าเอวของตนเองถูกเชือกมัด… ผูกติดกับเอวของหญิงสาวที่อยู่เบื้องหน้า
หญิงสาวนางนั้นกำลังควบม้าโดยมีเนี่ยเฉินนั่งอยู่ด้านหลัง มัดติดกันไว้ นอกจากเอวที่ถูกมัด ร่างกายส่วนอื่น ๆ ของเขาก็ลอยอยู่ในอากาศ
หญิงสาวผู้นั้นควบม้าอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้เส้นผมสีดำขลับปลิวไสวไปตามแรงลม ก่อนจะปัดผ่านใบหน้าของเนี่ยเฉิน สร้างความรู้สึกจั๊กจี้ คละเคล้าไปกับกลิ่นหอมอันเย้ายวน ทว่าความรุ่มร่ามของเส้นผมนั่นกลับบดบังทัศนียภาพเบื้องหน้า จนเขาไม่อาจมองเห็นเส้นทาง
เบื้องหน้าถัดไปไม่ไกลมีลำธารเล็ก ๆ ปรากฏขึ้น หญิงสาวนางนั้นไม่ลังเลที่จะควบม้ากระโจนข้ามผ่านไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะลงแตะพื้นอย่างแรง แรงสั่นะเืเกือบทำให้ร่างของเนี่ยเฉินร่วงหล่นลงจากหลังม้า เขาจึงคว้ากอดร่างของหญิงสาวเบื้องหน้าไว้แน่น เพื่อยึดเหนี่ยวร่างกายเอาไว้
เอ๊ะ? นี่มันอะไรน่ะ? นุ่มนิ่มเหลือเกิน ใหญ่ขนาดนี้... น่าจะคัพดี…
"กรี๊ดดดด!!!"
หญิงสาวเบื้องหน้าผู้นั้นใสุดขีด เมื่อจู่ ๆ ก็ถูกเนี่ยเฉินโจมตี นางร้องเสียงหลง ก่อนจะเสียหลัก บังคับม้าไม่อยู่ ทำให้ทั้งสองร่วงลงจากหลังม้าไปพร้อมกัน
นางผู้นั้นนอนคว่ำอยู่บนพื้น ส่วนเขานอนทับอยู่บนร่างของนาง เอวถูกมัดด้วยเชือก ส่วนร่างเบื้องล่างคือัันุ่มนวลของกายนาง
เนี่ยเฉินยังไม่ทันได้ัักับร่างอันอ่อนนุ่มและเย้ายวนของนาง นางผู้นั้นก็พลิกตัวลุกขึ้นพร้อมผลักเนี่ยเฉินลงไปนอนราบกับพื้น
พูดตามตรง เนี่ยเฉินไม่ค่อยชอบท่านี้เท่าไหร่ เขาชอบที่จะอยู่ข้างบนมากกว่า...
ทันใดนั้น นางก็ชักกริชที่ซ่อนไว้ที่ขาออกมา กรีดเชือกที่เอวออก ก่อนจะปีนออกจากร่างของเขา ตอนที่นางลุกขึ้น บั้นท้ายกลมกลึงราวลูกท้อสุกก็กดทับลงบนร่างของเขาอย่างจัง เพราะนางใช้เขาเป็ที่ยันตัว
ความเ็ปแล่นริ้วราวกับกระดูกจะหัก ทำให้เขาคิดว่าร่างกายส่วนล่างคงแหลกสลายเสียแล้ว...
นางหันกลับมาด่าทอด้วยความโกรธ
"คนลามก! ไอ้คนหยาบช้า! เ้าไม่ตายหรือไร"
ในตอนนั้น เนี่ยเฉินจึงได้เห็นใบหน้าของนางอย่างชัดเจน
นางมัดผมหางม้าสูง ปลายคิ้วโก่งดั่งใบหลิว ดวงตากลมโต จมูกโด่งเป็สัน ปากจิ้มลิ้มกำลังขบกัดฟันด้วยความโกรธ สวมชุดรัดรูปสีดำ กระโปรงหนังยาวถึงเข่า เอวคอดกิ่ว และสะพายดาบโค้งงอเล่มหนึ่งเอาไว้
ช่างเป็ภาพลักษณ์ของนักดาบหญิงที่สง่างามและองอาจยิ่งนัก!
เวลานี้นางมีสีหน้าแดงก่ำ ดวงตางดงามประหนึ่งพ่นไฟ ไหอบหายใจถี่ ไม่รู้เพราะความโกรธแค้นหรือใ อกอิ่มคู่สวยกระเพื่อมขึ้นลงตามลมหายใจ งามหยดย้อยปานนั้น
เพียงแต่… เหตุใดหญิงสาวผู้นี้จึงสวมใส่เสื้อผ้าเช่นคนโบราณเล่า?
หรือว่า… เขากำลังฝันไป?
เดี๋ยวก่อน! หรือเขาย้อนเวลามา?
ความทรงจำมากมายหลั่งไหลเข้ามาในห้วงความคิดของเนี่ยเฉินในพริบตา
เขาคือคุณชายใหญ่ ส่วนหญิงสาวตรงหน้าคือโจรป่า นาง้าลักพาตัวเขาไป แต่หลังเห็นว่าเขาสิ้นใจแล้วจึงมัดร่างของเขาบนหลังม้าอย่างลวก ๆ เพื่อนำกลับไปส่งมอบ…
เนี่ยเฉินมองดูโฉมหน้าโจรสาวผู้อยู่ในอาการขุ่นเคืองและอับอายขายหน้า พลางครุ่นคิดอย่างรวดเร็วว่าพอจะมีหนทางเอาชนะนางและหลบหนีไปได้หรือไม่
ทว่า เขาไม่ใช่ยอดฝีมือไร้เทียมทานแต่อย่างใด เขาเป็เพียงชายหนุ่มที่มีปริญญาโทด้านประวัติศาสตร์และวิศวกรรมเครื่องกล แต่กลับหางานไม่ได้ จึงต้องมาส่งอาหารแทน
แต่ในยามนี้เขาไม่อาจลังเลได้อีก หญิงสาวชูกริชพุ่งตรงเข้ามา หมายจะปลิดชีวิตเขาในการโจมตีเดียว
เนี่ยเฉินเห็นดังนั้นจึงรีบเบี่ยงตัวหลบ ก่อนจะปล่อยหมัดออกไปโดยสัญชาตญาณ หมัดหนัก ๆ กระทบเข้าที่ท้องของนางอย่างจัง
หญิงสาวร้องลั่นด้วยความเ็ป กัดฟันแน่นแล้วแทงกริชเข้าใส่ใบหน้าของเขา
ในยามคับขัน เขานึกถึงวิชาปลดอาวุธที่ได้ร่ำเรียนมาในค่ายทหาร จึงรีบเคลื่อนกายหลบไปด้านขวา ใช้มือซ้ายฟาดเข้าที่กล้ามเนื้อต้นแขนของนางอย่างรวดเร็ว แล้วใช้มือขวาตีเข้าที่ต้นแขนอย่างแรง ทำให้ด้ามกริชกระแทกเข้าที่หว่างคิ้วของนางเอง
จากนั้นเนี่ยเฉินก็บิดแขนขวาของนางแล้วเหวี่ยงหญิงสาวลงกับพื้นอย่างแรง จากนั้นก็รีบคว้ามีดมาจ่อคอของนาง
"อย่าขยับ ไม่งั้นข้าจะฆ่าเ้า!"
เมื่อััได้ถึงความเย็นเยียบที่ลำคอ นางก็หยุดนิ่ง แต่ดวงตาคู่งามยังคงลุกโชนด้วยเพลิงโทสะ
เนี่ยเฉินหายใจหอบ ใช้เข่ากดหลังของนางไว้ แล้วตบเข้าที่สะโพกผายอย่างแรง
"นึกว่าจะแน่กว่านี้เสียอีก"
"อ๊า! ข้าจะฆ่าเ้า"
หญิงสาวหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย พยายามดิ้นรนลุกขึ้น
น่าเสียดายที่บัดนี้เนี่ยเฉินทิ้งน้ำหนักทั้งหมดไว้บนร่างของนาง ทำให้หญิงสาวไม่มีทางลุกได้
เนี่ยเฉินวางกริชในมือลง ก่อนจะก้มลงหยิบเชือกข้าง ๆ มามัดมือของหญิงสาวไว้ด้านหลัง
"ข้าบอกเ้าไว้ก่อนนะ หากข้ามัดเ้าแล้ว อย่าส่งเสียงดังหรือวิ่งหนีไปไหน รอข้าหนีไปไกลแล้ว ค่อยร้องขอความช่วยเหลือ ข้าไม่ฆ่าเ้าหรอก..."
ขณะที่เนี่ยเฉินกำลังพร่ำบ่นพลางมัดตัวนางอยู่นั้น ทันใดนั้นก็มีกลุ่มโจรเจ็ดแปดคน โผล่ออกมาจากพุ่มไม้ ทุกคนถือดาบวิ่งกรูกันเข้ามา
เวรเอ๊ย!
เมื่อเห็นดังนั้น เนี่ยเฉินจึงรีบคว้ากริชข้างกาย หวังจะจับนางเป็ตัวประกัน
ทว่า หัวหน้าโจรร่างใหญ่ปานั์ พุ่งเข้ามาหาเขาอย่างรวดเร็วราวสายฟ้า พร้อมยกเท้าเตะมาแต่ไกล
เนี่ยเฉินรู้สึกราวกับถูกะุปืนใหญ่พุ่งชน จนกระเด็นล้มลงไปกองกับพื้นอย่างแรง
พวกโจรอีกหลายคนต่างชักดาบออกมาจ่อที่คอของเขาในทันที
เนี่ยเฉินหมดอาลัยตายอยาก เดิมทีคิดว่าตนหลุดพ้นจากปากหมาป่าได้แล้ว ใครจะคาดคิดว่าหนทางกลับเต็มไปด้วยขวากหนามเช่นนี้ จนถูกจับซ้ำสอง
"พี่ต้าจ้วง!"
หญิงสาวลุกขึ้นจากพื้น พร้อมพยักหน้าให้กับชายร่างั์ จากนั้นจึงชักดาบที่เอวออกมา ใบหน้าเย็นเฉียบ ก้าวเท้ายาว ๆ ไปหยุดอยู่ข้างกายเนี่ยเฉิน แล้วเหวี่ยงดาบลงมาหมายจะปลิดชีพ
"คุณหนูใหญ่ ในเมื่อจับเป็ตัวประกันได้แล้ว ก็ควรส่งมอบให้หัวหน้าใหญ่จัดการเถอะ"
ใบหน้าของพี่ใหญ่ไร้อารมณ์ มันทั้งเ็าและไร้ความปรานี ก่อนเ้าตัวจะกล่าวว่า
"เ้าละเมิดกฎออกไปจับคนด้วยตัวเอง หัวหน้าใหญ่ยังไม่ได้คิดบัญชีเื่นี้กับเ้าด้วยซ้ำ!"
ได้ยินดังนั้น แววตาดุดันก็ฉายชั่ววูบในดวงตาของหญิงสาวผู้สูงศักดิ์ นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
"ไม่ ข้าต้องลงมือสังหารเขาด้วยมือของข้าเอง!"
การกระทำล่วงเกินของเนี่ยเฉินเมื่อครู่ ทำให้ในใจนางตัดสินโทษปะาชีวิตเขาไปแล้ว
"เวิงชิวฉาน!"
ต้าจ้วงเบิกตากว้าง ตะคอกเสียงดัง
“เ้าลงเขามาจับคนโดยพลการ เื่นี้หัวหน้าใหญ่ยังไม่ได้คิดบัญชีกับเ้าเลยนะ!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เวิงชิวฉานสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนเก็บดาบเข้าฝัก
“ในไม่ช้าก็เร็ว ข้าจะฆ่ามันให้ได้!”
“เอาตัวไป!”
ต้าจ้วงมองเนี่ยเฉินที่ถูกคุมตัวด้วยสายตาเ็า จากนั้นก็หันหลังเดินขึ้นเขาไป
หญิงสาวนามเวิงชิวฉาน จ้องมองเนี่ยเฉินอย่างเคียดแค้น ก่อนเก็บดาบเข้าฝักและรีบเดินตามต้าจ้วงไป
ระหว่างทางขึ้นเขา เนี่ยเฉินเฝ้าสังเกตวิธีเดินของต้าจ้วงอย่างละเอียด รูปร่างสูงใหญ่ บ่ากว้าง และฝีเท้ามั่นคง ทำให้เนี่ยเฉินรู้สึกว่าอีกฝ่ายดูคล้ายทหารมากกว่าโจร
ไม่นานพวกเขาก็มาถึงค่ายชิงเฟิง ที่ด้านหน้าประตูโถงจวี้อี้ เนี่ยเฉินยังเห็นธงผืนใหญ่โบกสะบัด ผืนธงเขียนอักษรตัวใหญ่สี่ตัวว่า ‘ธำรงคุณธรรม’
หากไม่ใช่เพราะเนี่ยเฉินรู้จากความทรงจำว่านี่คือแคว้นที่ชื่อว่าต้าเฟิง เขาคงคิดว่ากำลังจะไปพบซ่งเจียง*[1]เสียแล้ว
เมื่อเข้ามาในห้องโถงใหญ่ เนี่ยเฉินก็เห็นบุรุษวัยกลางคนผู้หนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวกลาง รูปลักษณ์ของบุรุษผู้นั้นดูเคร่งขรึม กายกำยำล่ำสัน นั่งหลังตรงราวกับเจดีย์เหล็ก
ในขณะนั้นเอง เวิงชิวฉานรีบวิ่งเข้าไปยืนเท้าเอวอย่างองอาจ แล้วชี้นิ้วไปทางเนี่ยเฉินพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงเ็าว่า
"ท่านพ่อ ข้าจับคนสกุลเนี่ยมาได้!"
"เ้าจับมาได้?"
หัวหน้าใหญ่หรี่ตามองเวิงชิวฉานอย่างเคลือบแคลง
"ใช่แล้วเ้าค่ะ ข้าจับเขามาเอง ตีจนเขาร้องเป็หมา จับกุมตัวมาได้ง่ายดายยิ่ง"
ต้าจ้วงซึ่งยืนอยู่ด้านข้างสีหน้าไม่เปลี่ยน ไม่คิดจะเปิดโปงคำโกหกของเวิงชิวฉาน
หัวหน้าใหญ่รู้ดีว่าบุตรสาวมีฝีมือมากน้อยเพียงใด สีหน้าจึงเคร่งขรึมลง ตวาดเสียงเข้ม
"เหลวไหล! ใครอนุญาตให้เ้าไปจับตัวเขามาแต่เพียงผู้เดียว! เื่นี้ข้าสั่งให้ต้าจ้วงไปจัดการแล้ว เหตุใดเ้าจึงชิงไปยุ่งกับเื่นี้!"
เมื่อได้ยินดังนั้น เวิงชิวฉานเบิกตากว้างด้วยความไม่พอใจ แล้วเอ่ยว่า
"แตกต่างกันตรงไหน? บุรุษผู้นี้อยู่ในกำมือพวกเราแล้ว เราทำภายใต้ร่มธง ‘ธำรงคุณธรรม’ มิใช่หรือ"
“บังเอิญมีคน้าชีวิตของเขา เรากำจัดคนชั่วช้าเช่นนี้ ถือเป็การกำจัดภัยให้แก่ราษฎร ย่อมได้ประโยชน์ทั้งสองทาง”
"พอแล้ว พอได้แล้ว พาตัวมันลงไปตัดหัวเสีย"
หัวหน้าใหญ่โบกมือเป็สัญญาณว่าเื่นี้จบลงเพียงเท่านี้
นี่... นี่จะตัดหัวข้าแล้วหรือ?
“ช้าก่อน!”
เนี่ยเฉินลุกขึ้นยืน เอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ในเมื่อท่านล้วน้าทรัพย์ งั้นข้าขอเอ่ยถามสักคำ พวกท่านได้รับทรัพย์จากตระกูลหลิวมาเท่าใด?”
หัวหน้าใหญ่หัวเราะเบา ๆ
“เ้าหนู ผู้ใดกล่าวว่าเป็ตระกูลหลิวที่มอบทรัพย์ให้? พวกข้าค่ายชิงเฟิงล้วนทำเพื่อฟ้าดิน ฆ่าคนชั่วช้าเช่นเ้า มิใช่เื่สมควรแล้วหรือ?”
เมื่อเห็นสีหน้าหัวหน้าใหญ่ เนี่ยเฉินก็ยิ่งมั่นใจว่าต้องเป็ฝีมือตระกูลหลิวอย่างแน่นอน
[1] ซ่งเจียง หรือซ้องกั๋ง ในสำเนียงฮกเกี้ยน เป็ผู้นำกลุ่มฏคนสำคัญในสมัยราชวงศ์ซ่ง และยังเป็ตัวละครหลักในวรรณกรรมเื่สุยหู่จ้วน ซึ่งเป็หนึ่งในสี่สุดยอดวรรณกรรมจีน