“สุขสันต์วันเกิดค่ะ”
เสียงใสใสที่ดังเจื่อยแจ้วขึ้นอย่างกะทันหัน ทำเอาร่างที่นั่งอ่านหนังสืออยู่เงียบๆคนเดียวภายในบ้านพักหลังเล็กถึงกับสะดุ้ง และมาแบบจู่โจมชนิดที่ไม่มีเวลาให้ตั้งตัวแบบนี้เขาคงหลบไปไหนไม่ทัน
“คุณหนู”
แรมอุทานอย่างใขณะเงยหน้ามองเด็กสาวที่เดินเข้ามาในบ้านพักของเขา ตอนนี้ป้าสายหยุดคงกำลังวุ่นกับการเตรียมอาหารเย็นอยู่ที่ตึกใหญ่ส่วนเขานั้นพึ่งรดน้ำต้นไม้เสร็จแล้วก็อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนออกมานั่งอ่านหนังสืออยู่ตรงนี้เพียงลำพัง
“ลูกแก้วนึกว่าพี่แรมจะจำลูกแก้วไม่ได้แล้วเสียอีก”
เด็กสาวต่อว่าหน้าเง้า สองมือยังไขว่อยู่ด้านหลัง
“”โธ่ ทำไมพูดอย่างนั้นละครับ”
เด็กหนุ่มทำเสียงแสดงความลำบากใจ เขาไม่อยากเห็นท่าทางอย่างนี้ของเด็กสาวเลยแม้มันจะดูน่ารักดีอยู่เหมือนกัน แต่มันก็ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจยังไงไม่รู้
“ก็มันจริงนี่คะ ลูกแก้วเห็นพี่แรมพยายามหลบหน้าลูกแก้วมาตั้งหลายวัน จนลูกแก้วคิดว่าพี่คงลืมลูกแก้วไปแล้วแน่ๆ”
แม้คำเตือนของผู้เป็ป้าจะยังก้องอยู่ในหู แต่เมื่อเจอคำตัดพ้อต่อว่าอย่างนั้นจากคนที่มีอิทธิพลต่อหัวใจตัวเองเป็อย่างมาก แรมก็ทนไม่ได้
“ผมเปล่าเจตนาหลบนะครับ พอดี่นี้ผมเรียนหนัก แถมยังต้องแบ่งเวลามาทำงานในสวนอีก”
เขาชี้แจงทำความเข้าใจกับเด็กสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ก็น่าจะบอกกับลูกแก้วบ้างลูกแก้วพร้อมจะเข้าใจนะคะ แต่ที่อยู่ๆก็ทำเหมือนหลบหน้าไปอย่างนี้ ลูกแก้วก็อดคิดมากไม่ได้”
“ผมขอโทษครับ หากทำให้คุณหนูต้องรู้สึกอย่างนั้น”
ใช่ เขาไม่อยากให้เธอต้องรู้สึกไม่สบายใจเลย ไม่ว่าจะเป็เื่ที่เกี่ยวกับอะไรทั้งนั้นเขาอยากเห็นแต่รอยยิ้มที่สดใสของเธอมากกว่า
“พี่แรมห่วงความรู้สึกของลูกแก้วจริงๆหรือเปล่าคะ”
เด็กสาวถามเมื่อเดินไปนั่งลงที่เก้าอี้นั่งเล่นชุดเล็กๆที่ตั้งอยู่ในมุมของห้องนั้น
“จริงสิครับ ผมไม่ใช่คนที่ชอบพูดจาโกหก”
แรมบอกพร้อมกับลุกจากที่นั่งอยู่กับพื้นแล้วขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้ตรงข้ามกับเธอ
“ลูกแก้วเชื่อพี่แรมก็ได้ค่ะ”
เด็กสาวเสียงใส รู้สึกดีขึ้นทันทีเมื่อเขามาใส่ใจ
“ขอบคุณนะครับ ที่คุณหนูยังจำวันเกิดของผมได้ แล้วก็อุตส่าห์มาอวยพร”
“ไม่ได้แค่มาอวยพรอย่างเดียวนะคะ แต่ลูกแก้วมีของขวัญมาให้ด้วย แท่น แท่นแท๊น...”
เด็กสาวทำเสียงเลียนแบบดนตรีเหมือนตอนที่พิธีกรในทีวีกำลังจะประกาศเื่สำคัญ ก่อนเอากล่องที่ถือซ่อนไว้ด้านหลังออกมามันคือกล่องของขวัญเล็กๆที่ห่อกระดาษสีเงินแวววาวแล้วผูกริดบิ้นสีชมพูเป็โบว์น่ารัก เด็กหนุ่มยิ้มกว้างโชว์เขี้ยวเสน่ห์ที่มุมปากด้านขวา ความยินดีเกิดจากการที่ได้รู้ว่าเด็กสาวให้ความสำคัญกับตนมากกว่าการที่จะได้รับของขวัญใดใดอยู่หลายสิบเท่า
“ผมเคยบอกแล้วไงครับ ว่าผมไม่อยากได้สิ่งของอะไรจากคุณหนูเลยแม้แต่น้อย”
“แต่ลูกแก้วเต็มใจจะให้นี่คะ ความจริงมันก็ไม่ได้เป็ของที่มีราคามากมายอะไร เพราะลูกแก้วเองก็มีเงินเก็บส่วนตัวอยู่ไม่มากแต่หรือที่พี่แรมไม่อยากได้ของขวัญจากลูกแก้ว ก็เพราะได้รับของขวัญที่ดีกว่านี้จากพี่รินรตีแล้ว”
เด็กสาวทำหน้าเง้างอขึ้นมาอีก ทำเอาเด็กหนุ่มต้องร้อนใจ
“พูดอะไรอย่างนั้นครับ คุณรินรตีมาเกี่ยวอะไรด้วย”
แรมแปลกใจ เขารู้ว่าทิพยาดารู้จักกับรินรตีซึ่งเป็พี่สาวของเพื่อนสนิทอย่างรพีพรอยู่เหมือนกัน แต่เขาก็ไม่เข้าใจว่าเด็กสาวดึงเธอผู้นั้นเข้ามาเกี่ยวข้องกับเื่นี้ด้วยได้อย่างไร
“ลูกแก้วรู้นะ ว่าพี่แรมสนิทกับพี่รินเขา”
เด็กสาวทำหน้าเง้าหน้างอมากขึ้นเรื่อยๆ
“แล้วไงหรือครับ”
เด็กหนุ่มถามทั้งอมยิ้มเมื่อเริ่มมองเห็นเค้าลางอะไรบางอย่างจากท่าทางที่แสดงออกของเด็กสาว
“แล้วไงงั้นหรือคะ นี่พี่แรมไม่สนใจแล้วหรือคะว่าลูกแก้วจะรู้สึกยังไง”
เด็กสาวขึ้นเสียง รู้สึกร้อนตัวกับท่าทางอมยิ้มของเขา
“ก็แล้วคุณหนูรู้สึกยังไงละครับ”
เด็กหนุ่มยังแกล้งซื่อถามต่อไป
“ก็ลูกแก้วรักพี่แรมไงคะ รักมานานแล้วด้วย”
เด็กสาวลืมตัวบอกออกไปด้วยความโมโห
“เด็กแก่แดด”
เด็กหนุ่มแกล้งว่าพร้อมกับทำตาโตล้อเลียน ทำเอาเด็กสาวรู้สึกทั้งเขินทั้งอาย
“อย่ามากล่าวหาลูกแก้วน่ะ”
เด็กสาวต่อว่าขณะก้มหน้างุด
“ผมไม่ได้กล่าวหา ก็คุณหนูบอกเองว่ารักผมมาตั้งนานแล้วตอนนี้คุณหนูพึ่งจะอายุสิบหกปี แสดงว่าแอบรักผมมาั้แ่อายุสิบสี่ สิบห้า อย่างนี้ไม่เรียกว่าเด็กแก่แดดจะเรียกว่าอะไร”
เด็กหนุ่มกล่าวพร้อมกับยื่นมือไปบีบจมูกโด่งรั้นของเธอเล่นเบาๆเด็กสาวปัดมือเขาออกด้วยความเขินอาย สองแก้มแดงปลั่งขึ้นมาราวกับลูกมะเขือเทศสุก ซึ่งมันดูน่ารักจนเด็กหนุ่มอดใจไม่ได้ เขายื่นใบหน้าเข้าไปจรดปลายจมูกลงบนพวงแก้มที่แสนน่ารักนั้นแรงๆทันที
“อุ้ย พี่แรม”
เด็กสาวถึงกับอุทาน เอามือกุมแก้มและมองเขาตาโต
“ชื่นใจที่สุด ผมจะถือว่านี่เป็ของขวัญวันเกิดที่มีค่าที่สุดสำหรับผม”
เด็กหนุ่มสบตากับสาวน้อยอย่างอ่อนโยนลึกซึ้ง
“คนขี้โกง ฉวยโอกาส”
เด็กสาวว่าก่อนลุกเดินหนีไปด้วยความรู้สึกเขินอายจนเกินจะทน
แรมอมยิ้มมองตามร่างของเธอไป มือหมุนกล่องของขวัญที่เธอทิ้งไว้ให้อย่างไม่มีเหตุผล...รู้แต่ว่าหัวใจพองฟูด้วยความสุข
หลังจากที่แอบดูเหตุการณ์เ่าั้โดยตลอดแล้วนายขจรก็รีบกลับไปรายงานให้ผู้เป็เ้านายได้ทราบทันทีซึ่งหลังจากฟังเื่ราวที่คนสนิทมารายงานให้รู้โดยตลอดแล้วท่านนายพลก็รีบเดินตรงไปที่บ้านพักของคนใช้หลังที่หนึ่งทันที โดยมีคุณหญิงอมรทิพย์กับนายขจรตามไปติดๆเมื่อไปถึงชายผู้มีบรรดาศักดิ์ก็เปิดประตูพรวดเข้าไปโดยที่ไม่ต้องส่งสัญญาณให้คนในบ้านได้รู้ตัวก่อน ซึ่งขณะนั้นแรมที่ยังนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเดิมพร้อมส่งสายตาฝันหวานไกลไปในอากาศก็ถึงกับสะดุ้งสุดตัว ใคิดว่าคงต้องมีเื่ร้ายแรงเกิดขึ้นแน่เพราะั้แ่อยู่ที่นี่มาสามปีแล้ว เขาไม่เคยเห็นท่านนายพลเข้ามาที่บ้านพักแห่งนี้ และไม่ว่าจะเป็บ้านพักของคนใช้คนไหนก็ไม่เคยเข้าไปทั้งนั้นหากมีธุระอะไรท่านก็จะใช้วิธีสั่งให้คนคนนั้นเข้าไปหาที่ตึกใหญ่มากกว่า แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้น