10.00 น.
หลังจากที่แดนมาส่งฉันที่คอนโด ฉันก็อาบน้ำแต่งตัวมาหาน้ำที่ห้องทันทีฉันใมากที่เห็นน้ำอยู่กับดินในลิฟต์น้ำเองก็ใที่เห็นฉันกับแดนกำลังยืนรอลิฟต์อยู่เช่นกัน ตอนนั้นฉันพูดไม่ออกบอกไม่ถูกไม่รู้ว่าจะเริ่มพูดกับน้ำยังไงเพราะฉันกับแดนเราไม่ได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันเลยสักนิดถึงเขาจะเคยเปลื้องผ้าฉันแล้วก็เถอะ เื่ครั้งนั้นฉันจะไม่เล่าฉันจะเก็บไว้กับตัวไปตลอดชีวิต แต่เื่เมื่อเช้าไม่พูดไม่ได้ ตอนนี้เพื่อนอาจเข้าใจฉันผิดและคิดไปไกลว่าความสัมพันธ์ของฉันกับแดนมันเกินเลยกว่าเพื่อนกันไปแล้วก็ได้ถึงแม้ว่าเสี้ยวความคิดหนึ่งของฉันอยากจะให้เป็แบบนั้นก็เถอะและฉันเองก็อยากรู้ว่าน้ำมาอยู่กับดินได้ยังไงเธอถูกดินลากมานอนด้วยที่ห้องเหมือนที่แดนลากฉันมาหรือเปล่า
‘ติ่งต่อง ติ่งต่อง’
ฉันยืนกดออดหน้าห้องของน้ำ ไม่นานเธอก็มาเปิดประตูห้องให้ฉัน
“เื่มันเป็อะไรยังไงเล่ามาเลยนะน้อง”น้ำรีบเปิดประเด็นชิงถามฉันก่อนที่ฉันจะถามเธอ
“น้องว่าน้องต้องถามน้ำมากกว่าว่ามันอะไรยังไงถึงอยู่กันในลิฟต์เวลานั้นได้น่ะ”ฉันจี้ถามเพื่อนบ้าง
“เป่ายิ้งฉุบ ใครแพ้เล่าก่อน”เธอเสนอกติกาที่เราใช้ตัดสินแพ้ชนะกันเป็ประจำ
“เย้ น้ำชนะ น้องเล่าก่อนเลย”ฉันเอามือตบหน้าผากหนึ่งที ทำไมฉันต้องออกกระดาษด้วยนะ
“หลังจากที่เราแยกกันที่วีคลับน้องก็ขับรถไปส่งแดนที่ห้อง”
“แล้วยังไง รีบเล่ามาเลย” น้ำพูดแทรกฉันอย่างตื่นเต้นไม่ใช่ฉันคนเดียวสินะที่ตื่นเต้นน่ะเพื่อนฉันก็ตื่นเต้นมากเพราะความอยากรู้เป็เหตุนั่นเอง
“เมื่อคืนก่อนกลับแดนบอกกับน้องว่าให้ขับรถกลับคอนโดน้องแต่น้องดันเป็ห่วงเค้าไงกลัวว่าถ้าเค้ามาส่งน้องแล้วต้องขับรถกลับคอนโดมันจะอันตรายเพราะเมาแล้วน้องไม่อยากให้เค้าเมาแล้วขับ”
“แล้วยังไงต่อ ขอเนื้อๆ เลยได้ไหมน้อง”
“น้ำ ให้เพื่อนเล่า”
“โอเค เพื่อนไม่ขัดแล้ว”
“น้องก็กะว่าจะไปส่งแดนที่คอนโด แล้วขับรถแดนกลับตอนเช้าค่อยเอารถมาคืนเค้า แต่กลายเป็ว่า พอน้องขับรถไปถึงคอนโดแดนเค้าก็ลากน้องขึ้นห้องเค้าเลย”
“หูย มีลากกันขึ้นห้องด้วย แดนเป็พวกป่าเถื่อนหรือไง”เพื่อนสาวมองฉันด้วยสายตาแพรวพราวอยากรู้อยากเห็น
“อย่ามโนค่ะเพื่อน ไม่ได้ลากแบบนั้น คือเค้าจับมือน้องให้เดินตามมาที่ห้อง พอเปิดห้องได้เท่านั้นแหละ แดนเค้าก็”ฉันจบประโยคตรงนี้ ไม่รู้จะใช้คำพูดแบบไหนที่จะไม่ทำให้เพื่อนเข้าใจผิด
“เค้าก็ปล้ำน้องเลยหรอ”เพื่อนสาวจอมมโนของฉันคิดไปไกลถึงดาวอังคารดาวเสาร์แล้วจริงๆ
“หยุดค่ะ เค้าไม่ได้ปล้ำน้อง”
“น้องสมยอมเค้าหรอ”ฉันอยากจะกรีดร้องเป็ภาษาที่ไม่มีในโลกใบนี้เพื่อนฉันคิดไปไกลเกินสุดขอบจักรวาลแล้ว
“ไม่ใช่ เพื่อนไม่ได้ใจง่ายขนาดนั้น น้องจะบอกว่าเค้าอุ้มน้องเข้าไปนอนที่ห้องนอนวางน้องลงบนเตียงแล้วก็นอนกอดน้องแบบนั้นทั้งคืนต่างหาก”น้ำอ้าปากค้างกับความจริงที่เพิ่งได้รับรู้ฉันเลยจัดการดันคางเพื่อนขึ้นเพื่อให้เพื่อนหุบปากในทันใด
“นอนกอดกันทั้งคืน........ จริงๆหรอ” เธอหรี่ตามองฉันพร้อมกับอมยิ้มล้อเลียนอย่างเ้าเล่ห์
“ไม่ใช่นอนกอดกันนะ เค้ากอดน้องน้องไม่ได้กอดเขาซะหน่อย” ฉันแก้ตัวไปอย่างนั้นมันน่าอายเกินไปที่จะบอกกับเพื่อนว่าเมื่อฉันตื่นขึ้นมาก็เห็นว่าตัวเองกอดเขาอยู่
“แค่นั้นจริงๆหรอ กอดกันจนเช้าเลยหรอ”เธอยังคงถามซอกแซกล้อเลียนฉันไม่เลิก
“ก็มีคุยกันบ้าง”
“คุยกันว่ายังไง เล่ามาเลย”
“น้องก็บอกว่าน้องกลัวเค้านะที่เค้าทำแบบนี้เค้าก็บอกว่าถ้าเค้าจะรังแกน้องเค้าทำไปนานแล้ว”
“อืม แล้วยังไงต่อ คุยอะไรกันอีก”
“น้ำนี่เป็เครื่องซักผ้าหรือไง ซักอยู่นั่นล่ะ”
“จะซักให้สะอาดเลย เล่าต่อเลยนะเล่าต่อ”
“ก็เค้าก็พูดประมาณว่าเค้าไม่ทำอะไรน้องเพราะน้องยังไม่โต เค้าหาว่าน้องเตี้ยอ่ะน้ำ”ฉันฟ้องเพื่อนกับความจริงที่ฉันได้รับรู้มาเมื่อเช้า
“แบบนี้ก็ได้หรอ ไม่มีอะไรด้วยเพราะยังไม่โตเนี๊ยะนะ”
“อืม ใช่เลย” เล่ามาถึงตอนนี้ฉันอยากจะร้องไห้ให้ได้เลยจริงๆ
“ไม่มีคิสกันเลยหรอ หอมแก้มอะไรพวกนี้อ่ะ”
“โนค่ะ ไม่มีอะไรทั้งนั้น มีแต่จะฆ่ากันมากกว่า”
“ไม่ใช่ว่าโดนเค้าแอบคิสไปแล้วหรือเปล่า”ฉันเอามือปิดปากตัวเอง แล้วก็ทำตาโตมองหน้าเพื่อนฉันไม่รู้เลยว่าเขาขโมยจูบฉันหรือเปล่า
“ไม่จริงใช่ไหม จูบแรกของน้องต้องไม่โดนขโมยสิ ไม่จริง”ฉันเริ่มฟูมฟายเสียดายที่ยังไม่เคยรู้สึกว่าการจูบเป็ยังไง
“นี่น้อง ใจเย็นๆ น้ำก็แค่เดาถ้าเราไม่รู้ตัวเราก็ไม่ต้องนับไง ก็แค่นั้น”
“จริงด้วยสินะ ไม่รู้ตัวแปลว่ายังไม่เคยจูบ โอเคไม่มีคิสค่ะ” ฉันดึงสติกลับมาได้อีกครั้ง
“มีอีกไหมเล่ามาอีกเลย” น้ำเซ้าซี้ให้ฉันเล่าเพิ่มอีกแต่มันไม่มีแล้วไง มีแค่นี้จริงๆ
“หมดแล้วค่ะ ไม่มีแล้วเื่ราวของน้องจบลงตอนที่เห็นน้ำในลิฟต์กับดินนั่นแหละ มาเล่าเื่น้ำกันดีกว่าไหนลองเล่ามาสิ เื่ราวมันเป็ยังไง เมื่อคืนทำอะไรกันบ้าง” ได้ทีฉันจับผิดน้ำบ้างคราวฉันเล่าเธอซักซะใหญ่โตเลย คราวนี้ฉันจะซักเธอบ้าง เอาให้ขาวสะอาดไปเลย
“ไม่มีอะไรจ้า ไม่ต้องคิดไปไกล”คราวนี้เพื่อนสาวของฉันเขินจนหน้าแดง แล้วยังบอกว่าไม่มีอะไรได้ยังไง
“ได้ไง ทีน้องยังเล่าละเอียดยิบเลยนะ”
“ก็หลังจากที่ดินไปจ่ายเงิน เค้าก็บอกว่ามึนหัวขอพักในรถเดี๋ยวเดียว น้ำก็นั่งรอเค้าพักสายตาในรถใช่ไหมพอดีแอร์เย็นไงสุดท้ายก็เป็น้ำเองที่หลับ” ฉันงงใจกับเพื่อนฉันจริงๆแทนที่จะขับรถไปส่งคนเมา กลับนอนเฝ้าคนเมาซะงั้น
“แล้วเค้าก็พาน้ำขึ้นคอนโด”
“อืม”
“แล้วก็นอนกอดกัน”
“อืม”
“แล้วก็เช้า”
“อืม”
“ไม่ใช่แล้วน้ำ นี่โดนเค้าลักหลับไปแล้วหรือเปล่า”ฉันหรี่ตามองเพื่อนสาวอย่างจับผิด
“ลักหลับอะไรกันน้อง ร่างกายน้ำอยู่ครบทุกส่วนไม่มีส่วนไหนบุบสลาย แม้แต่รอยขีดข่วนก็ไม่มี” เธอหมุนตัวโชว์ฉันพร้อมกับถึงแขนเสื้อและขากางเกงให้ดูว่าไม่มีร่องรอยการบุบสลายตรงจุดใดเลยสักนิด
“โอ้วไม่น่าเชื่อเลย ไม่มีอะไรให้ตื่นเต้นเลยจริงหรอ”ฉันจ้องหน้าเพื่อนอย่างจับผิดอีกครั้ง
“ใช่ไงเื่ตื่นเต้นที่สุดคือเห็นน้องกับแดนที่หน้าลิฟต์นั่นแหละ” เธอเคาะจมูกฉันเบาๆแล้วยิ้มล้อเลียนฉันอีกครั้ง
“แอบโดนเค้าหอมเค้าจูบบ้างหรือเปล่าน้ำ”ฉันปัดมือเพื่อนอย่างรำคาญและจ้องจับผิดเธอบ้าง
“ไม่รู้สิ ที่ไม่รู้ตัวน้ำไม่นับหรอก”เพื่อนสาวของฉันลอยหน้าลอยตาตอบได้น่าหมั่นไส้สุดๆ
“เราไม่มีเสน่ห์ดึงดูดเพศตรงข้ามเลยหรือไงนะ”พูดแล้วก็ท้อใจในเสน่ห์ของตัวเองที่ดูเหมือนจะไม่ดึงดูดแดนเลยสักนิด
“เรามีเสน่ห์นะ แต่อาจจะไม่ดึงดูดพวกเค้าหรือเปล่า”น้ำใช้นิ้วชี้จิ้มคางตัวเอง ทำท่าทางเหมือนว่ากำลังคิดหนัก
“นั่นสินะ อร๊าย รู้สึกเสียหน้าจังเขามหาวิทยาลัยมาตั้งสองปีแล้วยังไม่มีแฟนเลยสักคน”ฉันเอามือปิดหน้ารู้สึกอายตัวเองที่ไม่เคยรู้จักการมีแฟนเลยสักครั้งผู้ชายที่เข้าหาเห็นไม่ถึงสามวันก็หายหน้าไปกันหมด
“ทำเป็พูดไป คนที่เข้ามาจีบก็เยอะวาเลนไทน์ปีนี้ได้ดอกไม้มากี่ช่อกัน ทำไมไม่เลือกเอาสักคนล่ะ”ถึงเราจะไม่ใช่ดาวแต่พวกเราทั้งสี่คนก็ได้รับช่อดอกไม้จากชายหนุ่มกันทุกคนนะคนมาจีบก็เยอะอย่างน้ำว่า แต่เราก็ไม่ยอมเลือกใครสักคนจริงๆ
“ก็คนที่อยากให้เค้าเอาดอกไม้มาให้เค้าไม่มานี่”ฉันคิดถึงวันวาเลนไทน์เมื่อต้นปี ฉันรอดอกไม้จากแดน แต่ก็ไม่มี ในขณะที่เพื่อนๆทุกคนได้ช่อดอกไม้จากบัดดี้ของตัวเองกันหมด แต่ฉันกลับต้องรอเก้อจำได้ว่าวันนั้นฉันเอาดอกไม้และของขวัญทั้งหมดที่ได้มาไปให้กับประชาสัมพันธ์ของคอนโดเอาไปแจกจ่ายคนอื่นๆที่ทำงานที่นี่
“สองปีแล้ว น้องยังชอบเค้าอยู่ใช่ไหม”น้ำถามคำถามที่ฉันก็ยังเฝ้าถามตัวเองในใจอยู่บ่อยๆ ‘นั่นสินะฉันยังคงชอบแดนอยู่ใช่หรือเปล่า’
“คิดว่าก็ยังชอบนะ แต่เื่วันนี้น่ะ ทำให้น้องคิดอะไรได้อย่างหนึ่งนะน้ำแดนคงไม่ได้ชอบน้อง เรานอนด้วยกัน แต่เขากลับไม่ได้แตะต้องน้องเลยเขายังคงสถานะให้เราเป็แค่เพื่อนกันเท่านั้น ในเมื่อเขาอยากเป็เพื่อนน้องก็พร้อมจะเป็ให้เขา ขอแค่ให้เขายังอยู่ข้างๆ น้องแบบนี้ก็พอ”ฉันจับมือเพื่อนและเอ่ยความในใจที่ฉันคิดมาตลอดออกมาให้เพื่อนรับรู้
“โถน้อง หนึ่งกับนุ่มนิ่มน่าจะอยู่ตรงนี้ด้วยไม่งั้นเราสามคนคงได้กอดปลอบและให้กำลังใจน้อง” น้ำกอดฉันอย่าง้าให้กำลังใจฉันรู้ว่าเธอเศร้าเมื่อเห็นฉันเศร้า เราเป็เพื่อนรักกันมานานฉันเลยกล้าที่จะบอกความในใจให้เพื่อนรับรู้
“เราไม่คุยเื่นี้แล้วดีกว่า ไปหาอะไรกินกันดีไหมชวนนุ่มนิ่มกับหนึ่งไปด้วย” ฉันไม่อยากเศร้า เพราะฉันไม่กล้าหวังให้เขาชอบฉันกลับสถานะที่เราเป็อยู่ตอนนี้ฉันก็พอใจมากแล้ว สถานะของเพื่อนคนสำคัญยังไงล่ะ
“โอเค งั้นไปร้านเดิมนะ”
“จ้า