ยามรุ่งเช้า แสงแดดอ่อนลอดผ่านหน้าต่างกระทบิัที่ชุ่มเหงื่อ หญิงสาวอยู่ในชุดฝึกเรียบง่าย เสื้อแขนกุดและกางเกงวอร์มแนบลำตัว เผยให้เห็นสัดส่วนที่มีกล้ามเนื้อสวยกระชับ
เสียงหายใจเข้าออกสม่ำเสมอดังขึ้นเป็จังหวะในห้องที่เงียบสงัด เธอทิ้งตัวลงวิดพื้นช้า ๆ นับจำนวนในใจอย่างตั้งใจ
เมื่อจบเซตวิดพื้น เธอลุกขึ้นมาอย่างมั่นคง เปลี่ยนเป็การฝึกต่อยกลางอากาศ แรงปะทะของหมัดพุ่งออกอย่างรวดเร็ว เฉียบคม และแม่นยำ แม้ไม่มีเป้าจริง แต่ทุกการเคลื่อนไหวล้วนเกิดจากความรู้สึกและประสบการณ์ที่สั่งสม
หลังจากฝึกท่าพื้นฐานจนครบ เธอจึงหยิบดัมเบลขนาดกลางมาถือไว้ในมือ ฝึกยกเวทไปพร้อมกับการทรงตัวบนขาข้างเดียว เสริมสร้างความแข็งแกร่งและสมดุลในเวลาเดียวกัน ร่างกายสั่นเล็กน้อย แต่สายตาไม่เคยละไปจากจุดโฟกัส หยาดเหงื่อไหลซึมตามขมับ แผ่นหลังเปียกชุ่ม เสื้อแนบกับผิว เผยส่วนเว้าส่วนโค้งที่ชัดเจนยิ่งกว่าที่เคย
เสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังใกล้เข้ามา พร้อมเงาร่างสูงใหญ่ที่ยืนพิงขอบประตูอย่างเงียบเชียบ เขามองน้องสาวที่กำลังออกกำลังกายอย่างหนัก ใบหน้าเปื้อนเหงื่อ แขนสั่นเล็กน้อยแต่ยังฝืน
“เบา ๆ หน่อย...” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบ ๆ พร้อมเสียงถอนหายใจเบา ๆ ตามมา
“แขนของน้องผอมบางขนาดนี้ มันไม่ได้ทำจากเหล็กนะ”
หญิงสาวหยุดมือเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นมามองพี่ชายที่ยังยืนกอดอก สีหน้าเรียบนิ่งแต่แววตาแฝงความเป็ห่วงชัดเจน
“อ้ายฉิงยังไหว” เธอตอบพลางปาดเหงื่อจากหน้าผากกลมมน “อีกแค่สิบเซตเอง” ร่างเล็กจิ๋วสั่นไหวเบาๆ
ชายหนุ่มเลิกคิ้ว มุมปากยกขึ้นเล็กน้อยราวกับกลั้นหัวเราะ
“สิบเซตของน้องเนี่ย… คนธรรมดาเขาใช้ทั้งสัปดาห์” เขาก้าวเข้ามาใกล้ หยิบผ้าขนหนูส่งให้
“พักสักหน่อย ก่อนที่พี่ชายจะต้องแบกน้องไปโรงพยาบาล”
เธอรับผ้าไปเช็ดหน้าอย่างไม่เต็มใจนัก หน้าสวยยู้ยี่ในแบบที่คนโดนขัดใจ แต่ก็ยอมนั่ง พิงผนังห้อง พร้อมทั้งทำปากยืนๆ ส่งให้พี่ชาย
“อ้ายฉิงก็แค่อยากเก่งให้ทันพี่หนิงเฉิงบ้างน่ะ...” เสียงของเธอเบากว่าปกติ
พี่ชายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอื้อมมือมาขยี้ผมเธอเบา ๆ
“แค่เป็ตัวของตัวเองก็เก่งแล้ว ยัยตัวน้อยของพี่ อย่าฝืนจนลืมดูแลตัวเอง เข้าใจไหม? พี่เป็ห่วง"
“อีกอย่างพี่ต้องเก่งกว่าน้องอยู่แล้วแหละ เพราะพี่ …. เป็พี่ชายของน้อง……… พี่ชายมีหน้าที่ปกป้องน้องสาวนะ”
……..ใช่สิ ถูกต้องแล้ว เป็พี่ชายมีหน้าที่ต้องปกป้องน้องสาว …. พี่ชายของเธอใช้ชีวิตของเขาปกป้องเธอจนตัวตาย แต่ตอนนี้เธอมีเวลาที่จะฝึกร่างกายตัวเอง เพื่อที่จะสามารถปกป้องตัวเองได้ ทำไมเธอถึงจะไม่ทำหล่ะ และตอนนี้ เธอก็รู้สึกว่าเธอร่างกายแข็งแรงขึ้นมาแล้วเหมือนกัน
“อ้ายฉิงรู้แล้วคร่าาา อ้ายฉิงจะไม่ฝืน จะค่อยๆ ออกกำลังกาย พี่หนิงเฉิงไม่ต้องห่วงน้าาาา”
“ดีมาก งั้นน้องก็ไปอาบน้ำอาบท่า แต่งตัวสวยๆ แล้วค่อยลงมากินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันนะ ป๊ารออยู่”
“โอเคค่ะ งั้นรออ้ายฉิงซักแป๊ปปป นะคะ” ร่างเล็กวิ่งดุ๊กดิ๊กจากไปตามทางเดินอย่างอารมณ์ดี
หลังจากรับประทานอาหารเช้ากับครอบครัวเสร็จเรียบร้อย คุณหนูอ้ายฉิงพร้อมด้วยทีมบอดี้การ์ดเ้าเดิม พากันออกเดินทางจากคฤหาสน์ตระกูลฟู่เพื่อมุ่งตรงไปยังบริษัทในเครือตระกูลฟู่
ระยะทางจากคฤหาสน์ตระกูลฟู่นั่งรถไปถึงสำนักงานใหญ่ของบริษัทในเครือตระกูลของเธอ ใช้เวลาประมาณชั่วโมงกว่าๆ จึงจะถึงจุดมุ่งหมาย
เมื่อตอนรับอาหารเช้าพร้อมป๊าและพี่หนิงเฉิง เธอได้ยินทั้งสองคุยกันเกี่ยวกับการประชุมคณะกรรมการบริหารที่จะจัดขึ้นในสำนักงานใหญ่วันนี้ โดยเื่ที่จะประชุมเพื่อขอมติคณะกรรมการบริหารให้ทำการอนุมัติเป็เื่ท่ี่บริษัทลูกในเครือของตระกูลที่ลุงซินเหว่ยบริหารงานอยู่ยื่นเื่เข้ามาขออนุมัติในการสร้างโครงการบ้านจัดสรรสำหรับที่อยู่อาศัยในเขตภาคใต้ที่บริษัทลูกตั้งอยู่นั่นแหละ
ฟังผ่านๆ อาจจะไม่มีอะไรผิดปกติใช่ไหมหล่ะ มันก็เหมือนกับการอนุมัติขอจัดทำโครงการธรรมดาๆ แต่….มันไม่ธรรมดาหน่ะซิ
ทำไมหน่ะหรอ? ก็เพราะว่าโครงการนี้เป็โครงการขนาดใหญ่เบิ้ม ที่กินงบประมาณหลายแสนล้านของคุณลุงซินเหว่ยที่ยื่นขอเข้ามา
แล้วลุงซินเหว่ยเป็ใครหน่ะหรอ??? ก็เป็คุณลุงที่ครอบครัวเธอนับถือกันประหนึ่งครอบครัว และเป็ครอบครัวเดียวกับที่หักหลังพวกเธออย่างเืเย็นนั่นแหละ แถมยังเป็พ่อของพี่สาวที่แสนดีของเธอ พี่ซินหยางอีกด้วย
โครงการบ้านจัดสรรขนาดใหญ่เบิ้มทางภาคใต้โครงการนี้ จะทำให้ในภายหลังบริษัทตระกูลฟู่จะต้องเสียเม็ดเงินจำนวนมหาศาลในการอุดรูรั่วของบริษัทที่เกิดจากความเสียหายในโครงการนี้
โดยมันเริ่มต้นมา…..ั้แ่การโกงเงินค่าซื้อที่ดินสำหรับใช้ในโครงการนี้ ซึ่งมีการแจ้งยอดการจ่ายเงินเพื่อซื้อที่ดินเกินจริงกับมูลค่าที่ต้องจ่ายไป แล้วนำมาเบิกกับบริษัทตระกูลฟู่ เงินส่วนเกินจำนวนมากไปไหน…ก็เข้ากระเป๋าครอบครัวคุณลุงของเธอก็หน่ะซิ
ต่อมาก็มีการโกงค่าแรงคนงาน มีการประท้วงขอให้บริษัทลูกทางภาคใต้จ่ายเงินให้จนเป็ข่าวใหญ่โต สุดท้ายบริษัทใหญ่ต้องมาตามล้างตามเช็ดในการนำเม็ดเงินไปอุดหนุนในโครงการนั้น เพื่อจ่ายเป็ค่าแรงงานคนยุติปัญหา บริษัทลูกนั้น โดนฟ้องร้องจนเสียชื่อเสียงะเืมาถึงบริษัทใหญ่ในเครือตระกูลฟู่
นอกจากนี้ในระหว่างการดำเนินการก่อสร้าง อิฐหิน ดินทราย วัสดุต่างๆ ก็ยังมีการโกงกิน โดยการใช้วัสดุที่ไม่มีคุณภาพ ไม่ได้มาตรฐานตามเกรดวัสดุของบริษัทที่กำหนดไว้ เื่นี้ ยังไม่ได้แดงออกมาทันที แต่มาส่งผลให้เห็นในภายหลังจากเกิดการไหวของแผ่นดินในระลอกแรกแล้ว
ซึ่งภาคใต้ก็เป็ภาคที่เสียหายไม่ใช่น้อย แต่เมื่อวัสดุที่ใช้ก่อสร้างไม่ดี ไม่ได้คุณภาพ มันกลับส่งผลให้ทุกอย่างแย่ลงไป บ้านนับหมื่นหลังในโครงการ ล้มคลืนลง พังทลายทันที คนาเ็และเสียชีวิตเป็จำนวนมาก ผู้อยู่อาศัยที่ซื้อบ้านไปหลายหมื่นหลายพันคนตรวจพบความผิดปกติของบ้านพักอาศัยที่พวกเขาซื้อไป
หลังจากการสั่นไหวรอบแรก ระบบทุกอย่างยังไม่ได้ล่มสลายไป ผู้คนนับหมื่นจึงรวมตัวกัน เพื่อฟ้องร้องเรียกทั้งค่าเสียหาย และเงินชดเชยจากบริษัทตระกูลฟู่….
ในส่วนที่สร้างยังไม่เสร็จก็พังลงมาจนไม่เหลือชิ้นดี
เมื่อความเชื่อมั่นในสิ่งก่อสร้างของตระกูลฟู่หมดไป การจะเรียกคืนความเชื่อใจของประชาชนเป็เื่ยากและต้องใช้เวลา บริษัทในเครือตระกูลฟู่เป็บริษัทที่ดำเนินการเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ั์ใหญ่ของประเทศ เมื่อไม่ได้รับความเชื่อมั่นในสิ่งก่อสร้างที่สร้างโดยบริษัท นั่นหมายความว่าอย่างไร มันหมายความว่า โครงการหลายร้อยโครงการทั่วประเทศไม่สามารถขายได้ บ้างก็ขอยกเลิกสัญญา บ้างก็ขอถอนหุ้น
ตอนนั้น ป๊าและพี่หนิงเฉิงต้องตามแก้ปัญหากันอย่างหัวหมุน จนสุดท้าย ก็ไม่สามารถรักษาอะไรไว้ได้เลย…..