ตอนที่ 1
ของบรรณาการ
มวลก้อนเมฆสีมืดครึ้มจับตัวกันเป็ผืนยาว แผ่ขยายปกคลุมพื้นที่ทุกส่วนบนน่านฟ้าเหนือสนามประลองกระบี่ ในขณะที่ลูกศิษย์จากทั้งห้าสำนัก กำลังแสดงฝีมือที่ตนได้ฝึกฝนมาจนสามารถเข้าร่วมการชิงชัย เอาชนะให้เป็ที่ประจักษ์แก่สายตาของผู้าุโและเหล่าศิษย์พี่ศิษย์น้องของ ‘ยุทธภพไท่ซวง’
วันนี้ถือเป็การรวมตัวกันของทั้งห้าสำนักใหญ่ในรอบสามปีมีหนเลยก็ว่าได้ หลังจากผู้เป็ประมุขของทั้งห้าสำนักอย่าง ‘จินเลี่ยงหรง’ ได้กลับมาพำนักที่สำนักอีกครั้ง
บุรุษหนุ่มผู้นี้ก้าวขึ้นเป็ผู้นำั้แ่อายุยังไม่ถึงยี่สิบปี จึงเป็เหตุให้เหล่าเ้าสำนักทั้งสี่ที่เหลือ ต่างคัดค้านและไม่เห็นดีเห็นงามที่จะยกตำแหน่งประมุขใหญ่ให้เขาเป็ผู้ดูแล จะให้ชายหนุ่มอายุน้อยผู้นี้มาชี้แนะบุรุษที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากกว่าสี่สิบปีอย่างพวกตนได้อย่างไร
นั่นเป็ข้อกังขาที่จินเลี่ยงหรงได้รับ หลังบิดาผู้ถูกเก็บรักษาป้ายชื่ออยู่ในศาลบรรพชน ได้ยกตำแหน่งให้เขาเมื่อห้าปีที่ผ่านมา
หากแต่ต่อมา
การไม่ได้รับการยอมรับจากทั้งสี่เ้าสำนักที่อยู่ใต้การปกครองของสำนักจิน ก็ต้องรีบยกมือขึ้นมาคารวะประมุขคนใหม่ พร้อมกับเปล่งเสียงออกมายินดีและน้อมรับจินเลี่ยงหรงอย่างไร้ข้อกังขา เพียงแค่ได้เห็นกระบี่ในมือของบุรุษผู้ซึ่งอายุไม่ถึงยี่สิบหนาว แต่กลับได้กระบี่ที่ขึ้นชื่อว่าไม่มีผู้ใดมีความสามารถไขว่คว้า และได้มันมาถือไว้นานนับพันปีมาแล้ว
ทว่า…จินเลี่ยงหรงกลับได้มันมา ทั้งๆ ที่อายุยังไม่ถึงยี่สิบเช่นนี้ เหล่าผู้าุโต่างยอมรับและนับถือในความเก่งกาจของเขา แม้จะยังไม่เห็นชายหนุ่มแสดงวรยุทธ์ออกมาให้ประจักษ์แก่สายตาของตนก็ตาม
เวลาผ่านมาประมาณครึ่งก้านธูป เมฆครึ้มที่เคยบดบังสนามประลองค่อยๆ เคลื่อนย้ายและสลายไป แสงอุทัยอบอุ่นสาดส่องเข้ามาแทนที่ พร้อมๆ กับกระบี่ของบุรุษผู้หนึ่งได้ยกชูขึ้นเหนือศีรษะ ส่งสัญญาณให้ผู้คนรอบๆ ลานประลองได้รับรู้ ผู้ชนะของศึกชิงชัยในครั้งนี้ ตกเป็ของสำนักจินดั่งเช่นหลายปีที่ผ่านมา
และก็เช่นเคย เ้าสำนักทั้งสี่จะต้องมอบเครื่องบรรณาการให้แก่สำนักจิน เป็ธรรมเนียมของการแข่งขันหลังจากรู้ผลแพ้ชนะ ซึ่งสมบัติล้ำค่าได้หามาและเตรียมเอาไว้ก่อนการประลองจะเริ่มขึ้น เมื่อตอนครึ่งก้านธูปที่ผ่านมา
สำนักเว่ยที่อยู่ทิศบูรพาของสำนักจิน มอบไข่มุกเหมันต์ซึ่งหายากและมีเพียงเม็ดเดียวในยุทธภพ เก็บใส่กล่องที่ทำจากหยกขาวบริสุทธิ์ ยกให้ ‘กั๋วกั๋ว’ ผู้รับใช้ใกล้ชิดของเ้าสำนักจิน นำมันไปมอบแก่จินเลี่ยงหรงซึ่งนั่งเด่นสง่าอยู่บนแท่นแกะสลักลวดลายัสีทอง ณ กระโจมกลางของลานประลอง
ลำดับต่อมาเป็สำนักทางทิศประจิม อย่างสำนักจ้าว หีบบรรจุกว่าสิบหีบถูกขนเข้ามาวางไว้เบื้องหน้าของจินเลี่ยงหรง หนึ่งหีบถูกเ้าสำนักจ้าวเปิดอ้าออก เพื่อให้บุรุษอายุน้อยแต่ทรงอำนาจซึ่งนั่งเงียบอยู่นาน ได้เห็นของที่ตนมอบให้ได้อย่างชัดเจน
เสื้อคลุมที่ทำมาจากหนังและขนของเลียงผาที่มีอายุกว่าห้าร้อยปี สามารถป้องกันความร้อนจากเปลวไฟในยามที่สวมใส่ ไร้ซึ่งความรู้สึกปวดแสบปวดร้อนในตอนโดนไฟเผากาย ของหายากที่หาไม่ได้ง่ายๆ มอบมันให้แก่จินเลี่ยงหรงกว่าสิบตัว
ทางด้านสำนักถังที่อยู่ทางทิศอุดร มีสิ่งล่อตาล่อใจให้ประมุขของทุกสำนักได้ปรับเปลี่ยนสีหน้า จากที่เคยนิ่งเรียบและเอนตัวด้านหนึ่ง นั่งเท้าคางที่พนักวางแขน กลับมานั่งยืดตัวตรงและมองไปยังเ้าสำนักถังด้วยสายตาตื่นตะลึงและลิงโลดอย่างปิดเอาไว้ไม่มิด
‘ไข่นกเพลิง’ ขนาดเท่าลูกน้ำเต้า วางไว้ในรังเส้นไหมที่ดูนุ่มและอบอุ่น จินเลี่ยงหรงถึงกับลุกขึ้นยืนและสาวเท้าเดินเข้ามามองมันใกล้ๆ ฉับพลันมุมปากข้างหนึ่งของประมุขหนุ่มก็ยกขึ้นยิ้ม เ้าสำนักถังถึงกับโล่งอกเมื่อจินเลี่ยงหรงดูท่าว่าจะชมชอบของบรรณาการที่ตนส่งมอบให้ประมุขของห้าสำนัก ได้
ทว่า…
ลานประลองทั่วทั้งลานก็ตกอยู่ในความเงียบ หลังจากเ้าสำนักทิศทักษิณได้ส่งเครื่องบรรณาการของสำนักกู้ ให้แก่จินเลี่ยงหรงเป็ลำดับสุดท้าย ทำเอาผู้าุโของทั้งสามสำนักชะงักงัน ศิษย์น้อยใหญ่ต่างอ้าปากจนกรามเกือบแข็งค้าง
“ท่านผู้าุโกู้ชิงเยี่ยน ของบรรณาการที่ท่านได้มอบให้ข้าในเวลานี้ มีสิ่งใดวิเศษเกินกว่าไข่มุกที่สามารถปลุกชีพได้ หรือว่าทนไฟยิ่งกว่าเสื้อคลุมขนหนังเลียงผา อีกทั้งไข่ที่กำลังจะฟักออกมาเป็นกเพลิง เช่นนั้นหรือ” คำถามยาวเหยียดเปล่งลอดออกจากริมฝีปากสีแดงคล้ำที่เอาแต่สงบและนิ่งเงียบมานาน
คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน สายตาก็พลางชำเลืองมองไปยัง ‘ของบรรณาการ’ จากสำนักกู้แห่งดินแดนใต้ จินเลี่ยงหรงไม่อยากจะเชื่อว่าเ้าสำนักผู้นี้จะนำสตรีที่ดูๆ ก็ไม่มีสิ่งใดพิเศษ มายกให้เขาเพื่อนำนางกลับไปอาศัยยังสำนักจิน
“สตรีผู้นี้เฉลียวและฉลาด รู้เื่งานบ้านงานเรือนเป็ที่หนึ่ง อีกทั้งนางยังสามารถขจัดพิษในกายให้แก่ผู้ที่ได้รับพิษ ไม่ว่าพิษนั้นจะร้ายแรงเพียงใด นางผู้นี้ก็สามารถทำให้คนผู้นั้นหายได้ในระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งเค่อ” เ้าสำนักกู้เปล่งวาจาตอบกลับจินเลี่ยงหรง
“หากว่านางมีความสามารถถึงเพียงนั้น เหตุใดถึงได้ส่งมอบให้ข้าและยังปกปิดหน้าตาของนางเอาไว้เช่นนั้นเล่า” ประมุขของทุกสำนักยังมีข้อกังขา
“ไป๋จางลี่” ริมฝีปากเหี่ยวย่นภายใต้หนวดยาวสีเทา เอ่ยเรียกสตรีที่ปกปิดใบหน้าเอาไว้ด้วยผ้าสีขาวผืนเล็ก จากนั้นจึงเอ่ยสั่งในลำดับถัดมา “เอาผ้าออกเสีย เปิดโฉมของเ้าให้ท่านประมุขจินได้ยล”
หลังกู้ชิงเยี่ยนเอ่ยจบ กู้ฮูหยินผู้ซึ่งยืนห่างออกไปหลายก้าวเดิน ก็รีบสาวเท้าเข้ามาและเอื้อมมือไปคว้าจับชายอาภรณ์ของสามีเอาไว้ กู้ชิงเยี่ยนเห็นดังนั้นก็ผลักมือของผู้เป็ภรรยาออกไป จากนั้นจึงพยักหน้าให้บ่าวรับใช้นำตัวของกู้ฮูหยิน ออกไปยืนที่เดิมที่นางเคยยืนคอยเขาอยู่ห่างๆ
“ไป๋จางลี่ รีบเร่งเสีย เปิดใบหน้าของเ้าออกให้เ้าสำนักจินได้เห็นชัด” กู้ชิงเยี่ยนสั่งสตรีที่ยังคงปกปิดใบหน้าและนั่งนิ่ง ให้ขยับเขยื้อนและเลิกสนใจการเอ่ยขัดกลายๆ ของกู้ฮูหยินเมื่อครู่
พอได้ฟังดังนั้น ไป๋จางลี่ก็ค่อยๆ ยกมือเรียวงามขึ้นมาปลดปมผ้าปิดหน้าข้างหนึ่งออก ขณะที่มือก็กำลังกระทำ ดวงตาของนางก็เหมือนถูกดึงให้หันไปสบประสานสายตากับบุรุษที่กำลังนั่งเด่นสง่าอยู่เบื้องหน้าของนางและกู้ชิงเยี่ยน
ไป๋จางลี่รู้สึกเหมือนมีสิ่งใดบางอย่างเข้ามากระตุ้นจังหวะการเต้นของหัวใจดวงน้อยที่อยู่ในอก ความรู้สึกหนึ่งแล่นเข้ามาในโสตประสาทการรับรู้ของนางเลยก็คือ ไร้สติและไม่อาจควบคุมจิตใจของตัวเองได้เลย อยู่ๆ ก็รู้สึกวาบหวิวเพียงแค่ได้สบตากับบุรุษท่าทางเ็า ทว่ากลับมีความร้อนรุ่มดั่งเปลวเพลิงไหลเวียนอยู่ข้างในกายแข็งแกร่งและกำยำนั่น อีกทั้งความหล่อเหลาที่นางไม่เคยพบพานจากผู้ใด วันนี้ประจักษ์แจ้งว่าข่าวลือหนาหู ที่ว่าเ้าสำนักจินนั้นรูปงามที่สุดในยุทธภพ …เป็จริงไม่ผิดเพี้ยนเลยสักนิด
ความร้ายกาจก็ฉายชัดเช่นเดียวกัน…
เมื่อความสนใจตกอยู่ที่ไป๋จางลี่เป็ตาเดียว มือน้อยที่กำลังขยับจากด้านหนึ่งไปยังอีกด้านเพื่อคลายปมผ้าออกจากการมัดตรึงพลันสั่นเทาขึ้นมาพร้อมกับกัดริมฝีปากเล็กน้อย ขับไล่ความประหม่าซึ่งกำลังไหลพล่านในกายให้คลายไป
แต่แล้ว…เสียงหนึ่งก็เปล่งดังขึ้นมาเสียก่อน
“เอาเถิดๆ ไม่ว่าใบหน้าของนางจะเป็เช่นไร ก็อย่าได้ใส่ใจจะดีกว่า เพียงแค่มีประโยชน์ต่อสำนัก ข้าก็จะรับเอาไว้ก็แล้วกัน” เสียงทุ้มติดหงุดหงิดเอ่ยชัดกลางลานประลอง “กั๋วกั๋ว พาสตรีผู้นี้ไปให้แม่บ้านจางชี้แนะ ก่อนจะให้นางไปเป็สาวใช้ของสำนักจินก็แล้วกัน”
“ขออภัยท่านประมุขจิน” กู้ชิงเยี่ยนเอ่ยแทรก หลังรับรู้ได้ถึงความผิดแปลกจากจุดประสงค์ของตน ที่ได้นำไป๋จางลี่เข้ามาเป็ของบรรณาการให้กับจินเลี่ยงหรง
“มีสิ่งใดหรือผู้าุโกู้”
“ข้าขอไถ่ถามความหมายของประโยคเมื่อครู่ให้กระจ่าง เ้าสำนักจินจะให้แม่นางไป๋ผู้นี้ เข้าไปอยู่ในสำนักด้วยฐานะใดหรือ” ผู้นำของตระกูลกู้เอ่ยถามให้หายข้องใจ
“สาวใช้…สาวใช้ของสำนักจิน”
“…” เมื่อได้ฟังคำเน้นย้ำที่ชัดเจน กู้ชิงเยี่ยนถึงกับเอ่ยสิ่งใดออกไปไม่ได้ ราวกับก้อนสะอึกได้แล่นขึ้นมาจุกที่ลำคอ จนต้องใช้ความพากเพียรเป็อย่างมากในการกลืนน้ำลายกลับลงไป
เดิมทีกู้ชิงเยี่ยนหมายมาดให้ไป๋จางลี่ได้เข้ามาเป็สตรีของเ้าสำนัก ไม่ว่าจะเป็อนุหรือเพียงแค่สตรีอุ่นเตียง เขาก็อยากให้นางได้ใกล้ชิดจินเลี่ยงหรง แต่ความ้ากลับต้องตาลปัตร เมื่อประมุขหนุ่มได้กำหนดหน้าที่ให้ไป๋จางลี่ผู้นี้ เป็เพียงสาวใช้แค่เท่านั้น…