บทที่ 29
สิ้นสุดเสียงคำประกาศ สถานีดันเจี้ยนทั่วทวีปเอเชียก็กลับมาเปิดทำการอย่างปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พนักงานภายในสถานีต่างก็เดินกันออกมาจากหลุมมิติเพื่อประจำตำแหน่งของตัวเอง ราวกับว่าการแตกของดันเจี้ยนเมื่อครู่ คือการเล่นสนุกๆของพระเจ้าที่ทำให้ทุกคนตื่นตกใจ แต่มันกลับเป็นเรื่องสนุกบนความตลกร้าย ใครที่เห็นก็ต้องรู้ว่ามันเกิดความเสียหายเป็นวงกว้างนอกจากนี้ยังมีเรื่องของฮันเตอร์ที่เสียชีวิต และไหนจะประชาชนอีกจำนวนมาก หากครั้งนี้ไม่ได้เทียนหลงช่วยเหลือ จะต้องมีอีกกี่คนที่ต้องสูญเสียครอบครัว ต้องมีอีกกี่ชีวิตที่ต้องตาย มันเกินกว่าที่ใครจะจิตนาการ “พระเจ้า!! เขาไม่ปล่อยให้เจ้าตัวนั้นมันออกมาก่อนเลยหรือยังไง ฉันเองก็อยากจะเห็นหน้าของมันอยู่เหมือนกัน เจ้ายักษ์โทรลสองหัวนั้นมันจะแน่สักแค่ไหนกันเชียว” คอมเมนต์ที่ไหลอีกครั้งหลังจากวินาทีประวัติศาสตร์ได้ถูกจารึก“..สุดยอด..”“เขามีแฟนหรือยัง.. ฉันอยากได้เขาจังเลย..”……………คอมเมนต์ไหลราวกับแม่น้ำเชี่ยว ส่วนใหญ่จะเป็นการชื่นชม หลังจากที่พวกเขาเสียเวลาไปกับการอึ้ง ติดสตั๊นท์ไปถึงสองสามวินาที แต่จู่ๆก็มีคอมเมนต์หนึ่งช่วยเตือนสติพวกเขาว่ามันไม่ใช่“เห้ย ไอ้พวกคอมเมนต์น่ะ แกจะพูดอะไรก็หัดนึกถึงเมืองที่เขาไม่มีฮันเตอร์เก่งๆกันบ้าง แกไม่รู้หรือยังไงว่าตอนนี้มีคนตายกันนับแสนๆคนแล้ว คุณเทียนหลงทำถูกแล้ว รีบฆ่าเพื่อลดความสูญเสียให้ได้มากที่สุด” คอมเมนต์นี้กล่าวขึ้นเพื่อปลุกกระแสเรื่องของการสูญเสียที่เกิดขึ้น และมันก็เป็นเรื่องจริง เวฟมอนสเตอร์รอบแรก พวกเขาต่างก็เห็นเพื่อนๆ คนรู้จัก ญาติสนิทมิตรสหายบาดเจ็บล้มตายกันเป็นจำนวนมาก บางคนก็ยังบาดเจ็บเลือดไหลอีกจำนวนไม่น้อย แล้วจะปล่อยให้พวกเขาทนทุกข์ทรมานได้อย่างไร คอมเมนต์ที่เหลือจึงเป็นการไว้อาลัยให้กับบุคคลที่ตายไป และร้องขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการรักษาคนที่บาดเจ็บ หลายประเทศต่างก็กำลังวุ่นวาย รถพยาบาลวิ่งบนท้องถนนกันอยู่ตลอดเวลา แม้แต่รถของตำรวจก็ยังต้องออกมารับส่งผู้ป่วยกันอีกหลายคัน นอกจากนี้ยังมีพวกที่ไม่มีสำนึกของความเป็นคน ฉวยโอกาสลักเล็กขโมยน้อย โจรบางคนถึงกับขั้นฆ่าข่มขืนหญิงสาวที่ตัวเองนั้นหลงรัก ราวกับว่ามันเป็นวันสิ้นโลก มันก็เป็นอีกเรื่องราวที่น่าเศร้าสำหรับอีกหลายครอบครัว แต่ทั้งหมดนั้น มันไม่ได้เกิดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพราะสถานที่ตึกรามบ้านช่อง ความเสียหายจากมอนสเตอร์เกิดขึ้นน้อยมาก พวกมอนสเตอร์ยังไม่ทันได้ทำลายอะไรทั้งนั้น ทั้งหมดนี้ก็เพราะคนคนเดียวที่คอยช่วยเหลือ และดึงความสนใจของเจ้าพวกมอนสเตอร์เพื่อฆ่าแกงยกดันเจี้ยน ชายที่มีชื่อว่าเทียนหลง“เท่านี้ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรแล้วใช่ไหมมัวร์..” ไอซ์กล่าวกับมัวร์ เพื่อที่จะยืนยันเหตุการณ์นี้ว่ามันได้จบไปแล้วจริงๆใช่หรือไม่“แน่นอนค่ะ มอนสเตอร์เวฟครั้งที่ 1 โซนเอเชียได้จบลงอย่างเป็นทางการแล้ว ผู้ใช้งานต้องการให้มัวร์รับรางวัลให้เลยไหมคะ?” มัวร์กล่าวตอบ และกล่าวถามกับผู้ใช้งานระบบหลักของเธอทันที“เรื่องรางวัลนั้นเธอจัดการให้ได้เลย.. แต่ว่าเรื่องที่บอกว่าครั้งที่ 1 มันหมายความว่ายังไง ยังจะมีครั้งอื่นๆอีกอย่างนั้นเหรอ” ไอซ์เอ่ย“ใช่ค่ะผู้ใช้งานระบบ หลังจากนี้ดันเจี้ยนจะทำการสุ่มทวีปให้เกิดเป็นดันเจี้ยนเวฟ ในอีกทุกๆ 45 วันค่ะ ซึ่งข้อมูลส่วนนี้นั้นมีขายที่ธุรการของสถานีดันเจี้ยน แต่เนื่องจากคุณผู้ใช้งานระบบมีเลเวลอยู่ในขอบเขตที่สามารถรับรู้ได้ จึงสามารถดูได้ผ่านระบบผู้ช่วยค่ะ” มัวร์ตอบ“เข้าใจละ มันคงจะเป็นอภิสิทธิ์ของคนที่มีเลเวลสูงอย่างนั้นสินะ” ไอซ์ที่ได้ยินอย่างนั้นก็เข้าใจ นับว่าเขาก็มีตัวช่วยที่ค่อนข้างโกง เพราะนอกจากจะได้รู้ข้อมูลการทำงานต่างๆของดันเจี้ยนแล้ว ยังรู้เรื่องอนาคตอันใกล้ที่กำลังจะเกิดโดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับดันเจี้ยนทั้งหมด ในระหว่างที่เขาทำท่าเหมือนกับพูดคนเดียวอยู่นั้นเอง หลายคนที่อยู่ตรงหน้าเขาก็มองเขาด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย กิ๊ฟที่เป็นนักข่าวก็กระหายข่าวจากเขาเช่นกัน ปังปอนที่อยากจะเดินเข้าไปขอบคุณที่เขาช่วยชีวิตเธอเอาไว้ แต่ดูเหมือนว่าหัวใจของเธอจะไม่มีความกล้ามากพอ ไอซ์หลับตา และเรียบเรียงความคิดของตัวเองอยู่สักพัก เขาก็กวักมือเรียกหานักข่าวสาวที่ถ่ายทอดสดเขาตั้งแต่ต้น ตั้งแต่ที่พวกมีมอนสเตอร์ออกมาจากดันเจี้ยน ความกล้าของเธอเหมาะสมแล้วที่จะได้รับรางวัล ช่องที่เธอทำงานอยู่นั้นจะกลายเป็นโฆษกประจำตัวของเขาเท่านั้น “ฉันเหรอคะ?.. ค่ะ ฉันกำลังจะไปเดี๋ยวนี้!!.”กิ๊ฟยืนงงพร้อมกับชี้หน้าของตัวเองอย่างมึนๆ เธอแปลกใจเล็กน้อยที่คุณเทียนหลงเรียกเธอเข้าไปหาอย่างนี้ เมื่อได้สัญญาณจากคุณเทียนหลงแล้วเธอก็รีบตอบกลับอย่างรวดเร็ว พร้อมกับให้ตามือกล้องที่วิ่งหนีไปก่อนหน้านี้กลับมาถ่ายทำรายการข่าวสดต่อ“คุณชื่ออะไร.. มาจากสำนักข่าว หรือช่องไหน...” ไอซ์กล่าวถามด้วยเสียงที่ค่อนข้างดุดัน“เออ... ฉันชื่อกิ๊ฟค่ะ ฉันมาจากรายการ StarNEW จากช่อง Star Point ค่ะ.. ไม่ทราบว่าคุณเทียนหลงต้องการให้ช่องหรือรายการข่าวของเราทำอะไรคะ เรายินดีที่ทำมันอย่างเต็มที่ค่ะ..” กิ๊ฟกล่าวแนะนำตัวเอง พร้อมกับต้นสังกัดของเธอตามที่คุณเทียนหลงได้กล่าวถามมา ถึงจะเป็นตอนนี้ตอนที่ได้คุยกับคุณเขาตรงๆ แต่เธอก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าเขาต้องการอะไรจากเธอ ‘เอ๊ะ!!.. นั่นมันช่องที่เราเพิ่งจะซื้อหุ้นนี่หว่า.. ก็ดีเหมือนกัน ถ้าช่องดัง เราก็ได้ปันผลมากขึ้น’ ไอซ์ที่ได้ยินอย่างนั้นก็แอบดีใจให้กับความบังเอิญสุดๆนี้ แต่เขาก็ต้องยอมรับในเรื่องความกล้าของเธอคนนี้ นับว่าเธอเป็นนักข่าวตัวจริง การที่มีคนอย่างนี้อยู่ในช่องถือว่าประสบผลสำเร็จแล้ว“แฮ่ม!!.. ผมมีเรื่องจะแจ้งให้กับทุกคนได้ทราบถึงข้อเท็จจริงบางประการ ตอนนี้พวกคุณกำลังถ่ายทอดสดอยู่หรือเปล่า” ไอซ์เอ่ยถามกับกิ๊ฟอย่างเป็นทางการ“แน่นอนค่ะ ตอนนี้สถานีของเราได้ถ่ายทอดสด และยังเผยแพร่ในช่องทางต่างๆทั่วทั้งโลก เชิญคุณเทียนหลงพูดได้เลยค่ะ”กิ๊ฟเองก็สตั๊นท์ไม่น้อยเลยที่จู่ๆคุณเทียนหลงต้องการที่จะพูดอะไรสักอย่าง ถ้าดูจากนิสัยของเขาที่ผ่านมานั้น เขาไม่น่าจะเป็นคนที่ชอบออกสื่อหรือออกกล้องอะไรอย่างนี้ เหตุผลลึกๆมันต้องมีอะไรบางอย่างที่พวกเราไม่สามารถคาดเดาได้อย่างแน่นอน“พวกคุณควรบันทึกสิ่งที่ผมจะกล่าวนี้เอาไว้ให้ดีๆ.. ผมมีข่าวร้ายจะแจ้งให้กับทุกคนทราบ.. นับจากวันนี้เป็นต้นไปในอีกทุกๆ 45 วัน จะมีสิ่งที่เรียกว่าเหตุการณ์ดันเจี้ยนเวฟ หรือ ดันเจี้ยนแตกอย่างที่ทุกคนได้เห็น สถานที่หรือทวีปไหน เงื่อนไขยังไงผมเองก็ไม่ทราบ พวกคุณสามารถซื้อข่าวจากสถานีได้ในช่องธุรการ หากไม่เชื่อในคำพูดของผม” ไอซ์กล่าว“ทุกๆ 45 วัน จะเกิดดันเจี้ยนแตกอย่างนี้แบบสุ่มทวีป คุณเทียนหลงต้องการจะสื่ออย่างนี้ใช่ไหมคะ” กิ๊ฟกล่าวสรุปให้กับคนที่อยู่ทางบ้านได้เข้าใจกันง่ายๆ และแน่นอนว่ามันทำให้ทั่วทั้งโลกต่างตกใจกับข่าวนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างก็เร่งไปที่สถานีดันเจี้ยนเพื่อใช้เหรียญทองในการซื้อข่าวตามที่คุณเทียนหลงเอ่ยกล่าว“ผมได้พูดในส่วนที่ผมทราบไปแล้ว และผมก็หวังอย่างลึกๆในใจว่าฮันเตอร์ทุกคนจะเร่งพัฒนาฝีมือของตัวเองให้เก่งขึ้นโดยเร็ว โลกของเรากำลังเกิดวิกฤติ ทุกคนทุกฝ่ายควรจะร่วมมือกัน.. สำหรับวันนี้ผมจะพูดเพียงเท่านี้ ลาก่อน” ไอซ์กล่าวหน้ากล้องราวกับพระเอกนิยายที่มีคุณธรรมสูง สาวๆหลายคนแม้กระทั่งคนที่แต่งงานไปแล้วต่างก็ปลื้มในตัวเขา“ค่ะ ฉันทราบดีค่ะคุณเทียนหลง ถ้าหากมีโอกาสหน้าต้องการให้ทางช่องของเรารายงานความคืบหน้าอะไรเพิ่มเติม กรุณาติดต่อมายังเบอร์ตามนามบัตรนี้ได้เลยนะคะ” เมื่อกิ๊ฟได้ยินว่าเขาจะให้จบการสัมภาษณ์เพียงเท่านี้ก็เสียดายไม่น้อย แต่จะให้ถ่วงเวลาหรือขัดใจเขาคนนี้ก็ไม่ใช่เรื่อง เธอจึงได้ยื่นนามบัตรของตัวเองให้คุณเทียนหลง และเธอยังหวังเอาไว้ว่าจะมีโอกาสได้เข้าไปรายงานบันทึกการเดินทางของเขาภายในดันเจี้ยน