ทันใดนั้น เ้าของร้านก็โผล่ออกมาจากกระท่อมดิน เป็คนผิวขาวร่างอ้วน หนวดเคราครึ้มไปทั้งหน้า สวมกางเกงมีสายรัดตัวใหญ่ทับอยู่บนเสื้อยืดสีแดง เขาอยู่ในกลุ่มของพวกที่เข้ามาตั้งรกรากอยู่ในแถบนี้พวกแรก ซึ่งถูกดึงดูดให้เดินทางมาถึงที่นี่ พร้อมกับพวกขุดทองทั้งหลาย และมีอาชีพขายเสบียงอาหารให้กับพวกคนงานเหมืองเ่าั้ รวมทั้งพวกทหาร และพวกอปาเช่ด้วย นานมาแล้วที่เขาได้ผู้หญิงชาวอินเดียนแดงคนหนึ่งมาเป็ภรรยา นางมาจากเผ่ามิมเบรส ดังนั้น เขาจึงสามารถติดต่อทั้งสองฝ่ายได้โดยสะดวก ทั้งผู้หญิงผิวขาว และผู้หญิงอินเดียนแดง แต่เขาไม่เคยได้รับการยอมรับอย่างเต็มที่ไม่ว่าจะจากฝ่ายใดทั้งสิ้น ไม่เคยมีฝ่ายไหนที่มองเขาอย่างเต็มตา
“หวัดดี ผู้กอง” ผู้
ชายคนนั้นร้องทักขึ้น เขามีชื่อตามที่เรียกกันทั่วไปว่า
“อปาเช่ แจ๊ค” เรย์โนลด์ ขณะที่เดินเข้ามาใกล้คัทเตอร์นั้น ท่าทางของเขาบอกความไม่สบายใจอยู่มาก
“ผมต้องขอโทษด้วยนะครับ ที่มันมีเหตุบังเอิญเล็ก ๆ น้อย ๆ เกิดขึ้น หวังว่าคงไม่ทําให้พวกผู้หญิงใกันมากนักนะครับ เอ้อ...พวกนี้มันเป็ญาติของเมีย...เอ้อ... ลิตเติ้ล โดฟ น่ะครับ เขาก็เลยมาเยี่ยมกัน”
เขาชะงักเมื่อจะพูดถึงผู้หญิงอปาเช่ที่อยู่ร่วมกันมา ในฐานะที่เป็ภรรยาของตนอย่างเต็มปากเต็มคําออกไป มันคล้ายกับทําให้เขาขาดความยอมรับนับถือจากพวกคนขาว ที่มีความอคติต่อความเป็อินเดียนแดงของภรรยาตน แม้ว่าครั้งหนึ่งนางจะเป็ผู้หญิงคนที่เขาปรารถนาสักเพียงไรก็ตาม
“อีกเดี๋ยวมันก็คงจะกลับกันมาอีก พวกนี้ก็เป็อย่างนี้ละครับ พอเห็นทหารเข้าก็ใ”
เขาพยายามเปล่งเสียงหัวเราะเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกออกมา เพราะรู้ดีว่าคัทเตอร์รู้ภาษาสเปน และได้ยินแล้วว่าเมื่อครู่ก่อน อปาเช่ได้ะโพูดกับเขาว่าอะไร
“เป็ญาติกัน...”
คัทเตอร์ทวนคํา คล้ายกับมีความสงสัยของอยู่ในใจ
“แต่ดูเหมือนผมจะจําวูฮ์ได้นะ แล้วใครกันล่ะที่มาหาคุณน่ะ”
เหงื่อชื้น ๆ ผุดพรายขึ้นบนหน้าผากของเ้าของร้าน ไม่ใครจะแน่ใจเอาเสียเลยว่า คําถามประโยคนั้นเป็กับดัก หรือว่าคัทเตอร์รู้อยู่แล้วว่า อปาเช่กลุ่มนี้มาจากเผ่าไหน แต่อปาเช่แจ๊คก็พยายามอําพรางความอึดอัดใจของตนไว้
“ลูเตโร่ครับ”
เขายืนยิ้มออกมาเมื่อเอ่ยชื่อนั้น และแล้วก็เสริมต่อด้วยคําพูดเชิงแก้ตัวว่า
“ผู้กองก็คงจะพอรู้นะครับว่าความเป็ญาติของพวกอปาเช่ มันออกจะสับสนอยู่ ผมหมายถึงว่า แม้แต่โคชีสเองก็ยังเป็ญาติกับแมงกาส โคโลราดาส แล้วก็ชามัน เคโรนิโม่ ที่ชอบก่อาอยู่เรื่อยนั้น”
ลูเตโร่ คัทเตอร์ จับชื่อนั้นใส่เข้าไว้กับอปาเช่คนที่มีแผลเป็พาดอยู่บนใบหน้า และกําหนดจดจําไว้ ข้อมูลเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้ ในบางครั้งก็เป็เื่สําคัญอยู่เหมือนกัน แต่ก็มีค่าควรแก่การจําว่าวันนี้เขาได้พบกับอปาเช่คนหนึ่ง เชื่อว่ามาจากเผ่าของวูฮ์ อันเป็เผ่านักรบ และในท่ามกลางอปาเช่ในเผ่านั้น มีนักรบคนหนึ่งชื่อ ลูเตโร่ บางทีมันอาจจะเป็พวกกองโจรกระมัง ดูเหมือนจะเป็การท้าทายอยู่มากที่มันได้เปิดเผยตัวเองต่อคัทเตอร์ และทหารอารักขาเหล่านี้ คัทเตอร์มิได้สงสัยในเื่นี้เลย เพราะก่อนหน้าที่กลุ่มของเขาจะมาถึงที่นี่ ก็ได้มีการลาดตระเวนเพื่อดูแลในเื่ความปลอดภัยกันมาแล้ว
“มีอะไรที่ผมจะพอจะช่วยได้บ้างครับ ผู้กอง”
คําถามของอปาเช่ แจ๊ค ประโยคนี้เพื่อเป็การปกป้องตน และแสดงให้ฝ่ายทหารได้รู้ว่ายังมีเขาเป็พวกอยู่ด้วยอีกคน
เสียงล่อร้องคํารามขึ้น พ่นลมออกจากจมูกเพื่อไล่ฝุ่น
“อยากจะขอน้ำให้ล่อพวกนี้สักหน่อย ถ้าคุณเหลือพอ”
คัทเตอร์ตอบ
“บ่ออยู่ด้านข้างนั่นแน่ะครับ เชิญใช้ตามสบาย”
พ่อค้าผิวขาวชี้มือไปยังด้านข้างของกระท่อมดิน
“จ่า”
คัทเตอร์รู้ดีว่า ฮุคเกอร์ได้ยินการสนทนาโดยตลอด จึงให้เขารับหน้าที่ในการให้น้ำล่อไป
“โกรเวอร์”
สิบเอกฮุคเกอร์เรียกพลทหารคนหนึ่ง ซึ่งเป็คนผิวดําเช่นเดียวกับเขา และมีชื่อว่า แองกัส โกรเวอร์ ให้มารับหน้าที่
“ครับผม”
โกรเวอร์เดินเข้ามาหาฮุคเกอร์ทันที
“ไปตักน้ำจากบ่อมาให้ลากินหน่อย”
ฮุคเกอร์สั่ง
เมื่อทหารผิวดํารับคําสั่งนั้น อปาเช่ แจ๊ค เรย์โนลด์ เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหยิ่ง ๆ ว่า
“เื่น้ำที่จะให้สัตว์กินน่ะ เท่าไหร่ก็ได้นะครับผู้กอง แต่ผมไม่ได้มีเพื่อไว้สําหรับทหารนิโกรของผู้กอง”
ทั้งพลทหารโกรเวอร์ และสิบเอกฮุคเกอร์ มิได้แปลกใจกับคําพูดทํานองนี้เลย เพราะเคยชินกับการดูิ่ในลักษณะนี้เสมอมา ไม่ว่าจะประจําการอยู่ที่ใดก็ตาม กองพันทหารม้าที่ 9 ได้รับคําสั่งให้มาประจําการที่ค่ายเบยาร์ด ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของนิวเม็กซิโกแห่งนี้ เพื่อดูแลความปลอดภัยของพวกชาวเหมือง และผู้คนที่อพยพมาตั้งหลักแหล่งทํามาหากินอยู่ในซิลเวอร์ ซิตี้ แต่คนขาวน้อยครอบครัวที่จะได้รับการปกป้องจากทหารผิวดํา และทหารเหล่านี้ก็มิได้คิดจะปิดบังความรู้สึกของตนเองไว้
เจค คัทเตอร์ เป็คนใจเย็นมาก แต่ถ้าถูกชั่วโทสะเขาจะตอบแทนกลับไปอย่างรุนแรง
“มันเื่อะไรกันล่ะ เรย์โนลด์ ทําไม คุณคิดว่าพวกเขาจะใส่ยาพิษลงไปในน้ำงั้นเรอะ ถ้าคิดอย่างนั้นละก็ ผมจะบอกให้ว่าไอ้ความรังเกียจของคุณน่ะมันโง่ที่สุด”
เขาเอื้อมมือไปปาดเหงื่อบนใบหน้าของพลทหารคนนั้น แล้วแบมือให้แจ๊ค เรย์โนลด์ ดู
“เอ้าแหกตาดูเสียสิ สีผิวเขาไม่ตกหรอก แล้วก็ไม่ต้องเป็ห่วงด้วย ไม่มีใครเขาอยากกินน้ำของคุณหรอก”
อปาเช่ แจ๊ค เรย์โนลด์ ผละออกห่างจากคัทเตอร์ทันที ด้วยกลัวความโกรธที่เยือกเย็นนั้นนัก ทําเป็หันไปมองทางร้านที่สุภาพสตรีทั้งหลายยังยืนเลือกซื้อของกันอยู่ พูดเป็เชิงออกตัวว่า
“ผมจะเข้าไปดูสิว่า คุณผู้หญิงคนนั้นซื้ออะไรกันบ้าง”
และรีบเดินออกไปจากที่นั่นทันที
ตลอดเวลาที่เหตุการณ์ดําเนินไป ทั้งโกรเวอร์และคัทเตอร์ยืนนิ่งมิได้ปริปากพูดอะไรออกมาเลย คัทเตอร์เหลือบตามองทหารทั้งสอง และเขาก็ได้เห็นประกายแห่งความรักในศักดิ์ศรีปรากฏอยู่ในแววตา คัทเตอร์ระบายลมหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง
“ที่ฉันเช็ดหน้าแกเมื่อครู่นี้ มันทําให้แกไม่พอใจใช่ไหม โกรเวอร์”
“ใช่ครับ”
โกรเวอร์ตอบรับด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว
“ฉันเพียงแต่้าให้ไอ้หมอนั่นมันเห็นว่า...”
คัทเตอร์เอ่ยแต่แล้วก็ส่ายศีรษะอย่างอ่อนระอา
“ไปให้น้ำล่อเสียไป๊ โกรเวอร์”
สิบเอกฮุคเกอร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ผมละเบื่อไอ้เื่ความเกลียดชังกันนี่เสียจริง จอห์น ที. เบื่อหน่ายกับการที่พวกนายทหารรังเกียจพลทหาร, คนผิวขาวเกลียดคนผิวดํา, คนขาวเกลียดอินเดียนแดง มันเป็ความเกลียดชังที่ไม่มีเหตุผลอะไรเลย ไม่เห็นจะได้ประโยชน์อะไรขึ้นมาเลย มันคล้ายกับการที่คนเราเกลียดทะเลทราย เพราะมันไม่มีน้ำอะไรทํานองนั้น”
“ครับผม”
เป็คําตอบที่มิได้แสดงความคิดเห็นแต่ประการใดเลย
จากลานดินตรงที่เขายืนอยู่ คัทเตอร์มองเห็นคุณนายเวดเดินออกมาหยุดอยู่ตรงประตูหน้าร้าน แววในดวงตาที่มองมาคล้ายจะถาม และเขาก็ยกมือขึ้นแตะขอบหมวก โค้งกายน้อย ๆ เป็การยืนยันว่าเหตุการณ์เรียบร้อยดี