คืนชีพ (2)
ประมุขของพรรคเมฆากล่าวออกมาขณะก้าวเท้าเดินวนไปรอบๆร่างของจ้าวฉินที่กำลังทรุดตัวลงนั่งกองอยู่กับพื้นเพราะถูกตรึงไว้ด้วยลมปราณ
“ท่านอาจจะคิดว่าตนเองกำลังสติฟั่นเฟือน แต่ข้าขอบอกเอาไว้เลยว่าหาได้เป็เช่นนั้นไม่”เขาก้มลงมองก่อนที่จะเล่าต่อ
“สิ่งที่ท่านกำลังเห็นในตอนนี้เกิดจากการทับซ้อนของมิติที่เกิดจากอาคมของพวกข้าดึงตัวท่านเข้ามาอยู่ในโลกเสมือนอีกใบหากกล่าวไปเกรงว่าจะยืดยาว และท่านเองก็คงจะไม่เข้าใจหรอกหากจะกล่าวให้กระชับก็คือ พวกข้ากำลังจะเปิดประตูให้กับสิ่งหนึ่งที่เคยถูกผนึกไว้ณ ที่แห่งนี้ให้หวนคืนกลับมายังโลกมนุษย์อีกครั้ง โดยใช้ต้นไม้สีดำขนาดั์เบื้องหน้าท่านเป็แกนกลางในการเปิดมันออกมานั่นเอง”
จ้าวฉินฝืนเงยหน้าขึ้น “ขอโทษทีที่ข้ากลับรู้สึกว่านิทานที่เ้ากำลังแต่งอยู่นี้ไม่เร้าใจแม้แต่น้อย”
“หึ หึ หึ” คู่ต่อสู้แค่นเสียงหัวเราะออกมา แล้วเล่าต่ออย่างไม่สนใจคำประชดประชัน
“พฤกษาโลหิต เป็ต้นไม้ต่างภพ กล่าวกันว่ารากของมันจะเชื่อมระหว่างสองโลกคือโลกมนุษย์และโลกของิญญาใต้พื้นดินของสถานแห่งนี้เคยเป็สมรภูมิรบมานับครั้งไม่ถ้วนกว่าร้อยปีที่ผ่านมา เคยมีกองซากศพสูงท่วมหัวจนกลายเป็สุสาน ซึ่งทำให้ไม่มีมนุษย์ผู้ใดกล้าเหยียบย่างเข้ามาจนก่อเกิดเหล่าิญญาผู้หลงทางที่มีความคั่งแค้น เกรี้ยวกราดและอำมหิตล้วนถูกฝังไว้เบื้องล่างและถูกใช้เป็อาหารอย่างดีให้พฤกษาต้นนี้ได้ดื่มกินยิ่งกว่านั้นมันยังกระหายความทรมาณจากมนุษย์เป็ที่สุด ข้าจึงได้ฝังพวกชาวบ้านทั้งเป็เอาไว้ที่โคนต้นเพื่อให้มันได้ลิ้มลองรสชาติของความทุรนทุรายและความหวาดกลัวได้อย่างเต็มที่”
คนผู้นี้เสียสติไปแล้วกระมัง จ้าวฉินนิ่งคิด ในมือพลางกำกระบี่แน่น
“ในค่ำคืนนี้จะเป็พิธีกรรมสุดท้ายที่พวกข้าเฝ้ารอมานาน รอแค่เพียงแสงจันทรามาเยือนและสาดส่องลงมา หากสิ่งนั้นสามารถเปิดประตูมิติกลับคืนสู่โลกมนุษย์ได้พวกข้าก็จะได้รับพรอันเป็นิรันดร์ตลอดกาล ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
“ข้ารู้สึกว่าเ้าชักจะพล่ามมากเกินไปแล้ว” จ้าวฉินกล่าวออกมาเบาๆในลำคอ
“โอ๊ะ !”
ชั่วพริบตาเดียวเขาก็สลัดพ้นจากแรงพลังที่ตรึงร่างเอาไว้ แล้วพุ่งทะทานเข้าไปยังตัวของประมุขพรรคเมฆาอย่างรวดเร็ว
ปลายกระบี่ของเขาเหวี่ยงสะบัดไปยังบริเวณต้นคอของมันหมายสังหารในดาบเดียวทว่าคู่ต่อสู้สามารถหลบได้อย่างหวุดหวิดเพียงเสี้ยววินาทีทำให้วิถีของดาบพลาดเป้าฟันเข้าบางๆตรงบริเวณหน้าอกแทน
เืสีแดงไหลออกมาเป็ทาง แต่ไม่ถึงกับสาหัส
“นี่เ้า บังอาจตอบตาข้ารึ” ปีศาจร้ายะโออกมาด้วยความเกรี้ยวกราดพลันสมุนของมันที่เหลือก็ะโออกมาจากที่ซ่อนอย่างพร้อมเพรียงกัน
“ตั้งค่าย” คนผู้หนึ่งกล่าวขึ้น ขณะที่อีกห้าคนที่เหลือต่างชูกระบี่ขึ้นแล้วเคลื่อนไหวจัดรูปขบวนการต่อสู้
ทั้งจ้าวฉินและคนของพรรคเมฆาต่างปะทะต่อสู้กันอย่างดูเดือดค่ายกระบี่ของพรรคเมฆามีความรวดเร็วและรุนแรง ทว่าฝีมือของพวกมันยังห่างชั้นกับจ้าวฉินอยู่หลายขุมเพียงใช้เวลาไม่นานจ้าวฉินก็สังหารพวกมันลงจนสิ้น ทว่าผู้ที่เป็หัวหน้าใหญ่ยังคงรอดพ้นความตายอยู่และหลบหนีจากคมกระบี่ของเขาไปได้
บัดนี้จ้าวฉินเริ่มตระนักได้แล้วว่า สถานการณ์ในตอนนี้ได้เกิดขึ้นจริงๆกับตัวเขามิใช่ภาพมายาแต่อย่างใดและเขาจะต้องผ่านพ้นมันไปให้ได้
ฟ้าเบื้องบนเริ่มมืดลง ราตรีกาลกำลังมาเยือน ดวงจันทร์ดวงโตลอยเด่นแขวนอยู่ หวนนึกถึงคำพูดก่อนหน้านี้ก็ทำเอาจ้าวฉินรู้สึกใจหายวูบขึ้นมาถึงแม้ว่าภายในใจลึกๆแล้วเขาจะไม่เชื่อเื่ราวเช่นนี้ก็ตาม ความสิ้นหวังสุดท้ายกำลังก่อตัวขึ้น เมื่อแสงจันทร์สาดส่องลงมาต้องใบของต้นพฤกษาโลหิตบังเกิดแรงสั่นะเืกึกก้องไปทั่วห้องโถงทำให้เศษหินขนาดเล็กหล่นลงมาประปราย จ้าวเฉินพลางแหงนมองบน ด้วยความกลัวว่าหินก้านบนจะถล่มลงมา
เสียงกรีดร้องอย่างไม่รู้ที่มาดังแว่วมาเป็ระยะเสียงอันโหยหวนชวนให้ขนลุกขนชันเขาพลางสังเกตว่าบริเวณลำต้นของต้นไม้ั์นั้นมีการสั่นไหวเล็กน้อย
“เงา กำลังจะลงมาจุติแล้ว โอววววววว”เสียงของประมุขพรรคเมฆาดังขึ้นมา โดยที่ร่างอันได้รับาเ็ของเขาได้แอบซ่อนอยู่ ขณะที่แรงสั่นะเืยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีวี่แววว่าจะหยุดลงเสียงโหยหวนยังคงดังระงมพลันปรากฎน้ำสีดำเข้มเหนียวเหนอะเจิ่งนองรอบโคนต้นไม้ส่งกลิ่นสาบคาวคละคลุ้งทำเอาจ้าวผิงถึงกับต้องปิดจมูกพยายามที่จะกลั้นหายใจ
เขากำลังเผชิญหน้าอยู่กับบางที่กำลังจะอุบัติขึ้นซึ่งเกินกว่าจินตนาการของเขาจะก้าวไปถึงได้
พลันเปลือกของต้นไม้ก็ค่อยๆร่วนออกทีละน้อยจนเกิดเป็ช่องสีดำทึบ คล้ายกับว่าช่องนั้นจะสามารถดูดกลืนทุกความมืดที่มีอยู่บนโลกใบนี้ จ้าวฉินมีัับางอย่างเกิดขึ้นเขารู้สึกได้ว่ามีบางอย่างกำลังจะออกมาจากข้างในนั้นมันเป็สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวอย่างบอกไม่ถูกและเป็สิ่งที่เขาไม่ควรที่จะตอแยด้วยแม้แต่น้อย
บางอย่างภายในช่องสีดำนั้นได้ส่งแรงกดดันิญญาออกมาอย่างท่วมท้น หากไม่ควบคุมลมปราณให้ดีป่านนี้สติของเขาคงจะกระเจิงและถูกทำลายย่อยยับไปแล้วเส้นด้ายบางๆแต่เหนียวคู่หนึ่งพุ่งออกมาช่องสีดำตรงเข้าพันธนาการร่างกายของจ้าวฉินอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่เขาจะตั้งตัวทัน
“บัดซบเอ้ย” เขากัดกรามแน่น พยายามสะบัดเส้นด้ายให้หลุดด้วยกำลังทั้งหมดที่มีแต่ดูเหมือนว่าจะเปล่าประโยชน์
“โอววว ท่านผู้นั้นกำลังจะมาแล้ว บททดสอบสุดท้ายกำลังจะเริ่มต้น” ประมุขพรรคเมฆากล่าวขึ้นพลางก้าวเดินออกมาจากที่ซ่อนหยุดยืนอยู่ด้านข้างของจ้าวฉินแล้วปรายตามองไปเขาที่ถูกตรึงอยู่คล้ายกับเป็เหยื่อสำหรับการบูชายันต์
“สิ่งสุดท้ายที่ท่านผู้นั้น้าก่อนที่จะเดินทางมายังโลกมนุษย์ใบนี้ก็คือความู้สึกบางอย่างอันเป็แก่นแท้ของมนุษย์โปรดจงให้ความรู้สึกของเ้าเป็เครื่องสังเวย”
จ้าวฉินไม่เข้าใจคำพูดเหล่านี้แม้แต่นิดเดียว พลันเส้นด้ายที่ตรึงเขาอยู่ก็ดึงลากจ้าวฉินเซไปจนเกือบจะถึงช่องสีดำนั้น ยิ่งอยู่ใกล้มันเขายิ่งรู้สึกผวาขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกหน้าของเขาเกือบจะแนบติดกับช่องนั้น
ปรากฎมีมือสีดำยื่นออกมา ิัของมันมีสีดำขรุขระเล็บแหลมยาวบีบขอของเขาเอาไว้แน่น
อึก อึก อึก
จ้าวฉินรู้สึกว่าตนเองกำลังจะหายใจไม่ออก รู้สึกเ็ปอย่างรุนแรงบริเวณต้นคอและกระดูกของเขาคงกำลังจะหักตาของเขาเริ่มลอย สติค่อยๆเลือนลาง
เขาคงจะต้องมาตายอยู่ที่นี่เป็แน่แท้
“อา อา อา .........”เสียงลากยาวเสียงหนึ่งดังขึ้นในสมองของเขา เ้าของมือกำลัง้าสื่อสารกับเขาและจ้าวฉินก็รู้สึกได้ถึงคลื่นบางอย่างพี่เข้ามาก่อกวนอยู่ภายในหัวของเขา
อืม........เป็มนุษย์ที่น่าสนใจ เ้าเป็ชนชั้นปกครองที่ชมชอบการเข่นฆ่าสินะ
ดูเหมือนว่าสิ่งนั้นกำลังล้วงลึกเข้าไปในความเป้นตัวตนของจ้าวฉิน “อีกทั้งยังเป็คนโดดเดี่ยว ไม่ค่อยแยแสโลกเช่นนั้นรึหึ หึ หึ”
ในตอนนี้จ้าวฉินไร้ซึ่งเรี่ยวแรงใดๆจะขัดขืนอีกต่อไปปล่อยให้สิ่งนั้นทำตามอำเภอใจ
“การฆ่าเ้าในตอนนี้สำหรับข้าแล้วง่ายเสียวยิ่งกว่าพลิกฝ่ามือ”
อึก อึก อึก จ้าวฉินกำลังจะตาย
“ข้าจะให้โอกาสสุดท้ายสำหรับทางเลือกของเ้า จง ร้องขอชีวิตของเ้าต่อหน้าข้าซะ”
ลมหายใจของเขากำลังจะถูกพรากไปอย่าง่ายดายและไร้ค่าเมื่อฝ่ายตรงข้ามยื่นข้อเสนอมาให้ เขาก็ไม่รู้จะทำเช่นไรในสมองของเขาสับสนไปมาคิดได้เพียงว่าเขาไม่ควรจะมาตายเช่นนี้
“ปะ โปรดไว้ชีวิตข้า” เขาตัดสินใจทันทันที จ้าวฉินพยายามกลั่นคำพูดสุดท้ายออกมาด้วยน้ำเสียงอึกอักเพราะกำลังจะหมดลม
“หึ หึ หึ ดีมาก ทุกอย่างล้วนเป็เช่นนี้ มนุษย์ก็ล้วนเป็เช่นนี้”เสียงของผู้อยู่ในเงามืดมีความปิติ
“ความเห็นแก่ตัวของเ้าเห็นแก่ชีวิตของเ้าจะนำทางให้ข้ากลับโลกมนุษย์อย่างสมบูรณ์
กล่าวจบก็เกิดเสียงหัวเราะดังก้องไปทั่ว เส้นด้ายคู่ปลิวสะบัดพัดร่างของจ้าวฉินกระเด็ดไปไกลและปลดปล่อยเขาออกจากพัธนาการ
พลันหัวใจของจ้าวฉินก็เต้นรัว เขารับรู้ได้ถึงความอกสั่นขวัญแขวนร่างของเขาสั่นเทิ้ม เขาอึ้งก่อนจะเบิกตาโตกับภาพเบื้องหน้าที่เห็น !
มีบางอย่างกำลังก้าวเท้าออกมาจากช้องว่างที่ดำมืดนั่น
ในที่สุด “เงา” ก็ได้ถูกปลดปล่อยออกมาแล้ว