“ส่วนที่ไม่ค่อยได้เห็นฉันออกไปไหนก็เพราะฉันต้องดูแลลูกสาวตลอดเวลาค่ะ”
นารุคามิชี้ไปที่คิราเอลตัวน้อยที่วิ่งเตาะแตะอยู่ในบ้าน
“อีกอย่าง เ้านายเขาส่งเสบียงมาให้เป็ประจำทุกเดือนอยู่แล้ว เลยไม่จำเป็ต้องออกไปไหนบ่อย”
คำตอบที่สมเหตุสมผลและดูเรียบง่ายทำให้น้ำเสียงของชายร่างสูงอ่อนลงเล็กน้อย
“อ้อ อย่างนี้นี่เอง” เขาพยักหน้าพลางพูดต่อ
“ก็ไม่เห็นคุณออกไปไหนเลยนี่นา แถมบ้านก็ดูใหม่ขึ้นเยอะเชียว”
“ฉันชอบดูแลบ้านให้เรียบร้อยค่ะ จะได้ไม่ทำให้เ้านายลำบาก”
เมื่อชายร่างสูงเดินจากไปอย่างหมดข้อสงสัย นารุคามิจึงปิดประตูและหันไปหาคิราเอลตัวน้อยที่กำลังยืนงง
“ม่าม๊า ม่าม๊ะ แหะ ๆ “
คิราเอลหัวเราะพลางปรบมือราวกับกำลังบอกว่า
‘เป็การโกหกที่ยอดเยี่ยมมาก เอาไปเลยหนึ่งร้อยคะแนน !’
พักนี้ก็คงต้องใช้ชีวิตแบบระมัดระวังหน่อยล่ะนะ เพื่อนบ้านเข้ามาส่องบ่อย ๆ แบบนี้ก็ไม่น่าไว้ใจเช่นกัน แถมเป็การรบกวนด้วย
‘ชีวิตเทพเ้านี่มันลำบากจริง ๆ’
เธอพึมพำก่อนจะมีเสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง เธอคิดว่าคงจะเป็ชาวบ้านที่อยากรู้อยากเห็นจึงเดินไปหน้าประตูพลางพูดด้วยเสียงเบื่อหน่าย
“ก็บอกแล้วไงว่าฉันน่ะ”
เมื่อเธอเปิดประตูทันใดนั้นนารุคามิก็ตัวแข็งชะงักราวกับหิน
“น...นี่….เธอ…..”
นารุคามิพยายามเรียบเรียงคำพูด ก่อนที่หญิงสาวตรงหน้าจะยิ้มอ่อน ๆ
เธอมีเรือนผมสีแดงยาวรวบไปด้านหลัง ั์ตาสีแดงอมส้ม สวมชุดเดรสสีขาวที่ดูไม่เข้ากับยุคสมัยโลกยุคกลางเลยสักนิด
“ไงคะ ท่านพี่”
นารุคามิเบิกตากว้างทันทีที่ได้ยินคำเรียกขานนั้น ใบหน้าของเธอเปลี่ยนจากความเคร่งเครียดเป็ความตื่นตระหนก
“ปั้ง !”
นารุคามิปิดประตูอัดใส่สาวรูปงามที่เรียกตนเองว่าท่านพี่จนเกิดรอยร้าวที่มุมประตู เสียงดังสนั่นจนคิราเอลที่กำลังเล่นอยู่ถึงกับสะดุ้ง
“โธ่ ท่านพี่นี่ล่ะก็” เสียงใส ๆ จากด้านนอกยังคงดังไม่ลดละ
สาวผู้นั้นทุบประตูอยู่หลายครั้ง ก่อนที่นารุคามิจะพยายามดันประตูไม่ให้เปิดได้ นารุคามิเอาไหล่ดันประตูไว้แน่น พลางใช้เวทมนตร์เสริมความแข็งแกร่งให้กับกลอนประตู
"ไม่จริงน่า ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้"
นารุคามิพึมพำอย่างตื่นตระหนก ขณะที่เหงื่อเริ่มซึมที่หน้าผาก
"ท่านพี่ เปิดเถอะค่ะ อุตส่าห์มาหาฉันทั้งที ไม่คิดถึงน้องสาวคนนี้หน่อยเหรอ"
“ใครพี่เอ็งกันฟระ !”
เธอะโดังลั่นก่อนที่ประตูนั้นจะแตกออกเป็เสี่ยง ๆ
“ท่านพี่นี่ล่ะก็ทำไมถึงไม่ยอมให้ฉันเข้าไปกันล่ะ ฉันอุตส่าห์ตั้งตารอวันนี้ ที่จะได้อยู่กับท่านพี่สองต่อสอง อะฮึ้ยยย”
“ยัยโรคจิตเอ้ย !!”
เมื่อประตูแตกออกเป็เสี่ยง ๆ ก็พบกับเรือนร่างสาวน้อยคนนั้นอีกครั้งก่อนที่นารุคามิจะหันซ้ายหันขวาแบบทำอะไรไม่ถูก
“ท่านพี่จำฉันได้ไหมฉันเฝ้ารอวันนี้มานานมากเลยนะ “
เธอเอามือกอดตนเองและบิดไปมาราวกับหนอนดักแด้
“เ้าอัลมอนด์เอ๋ย เห้อ”
ดูเหมือนว่าสาวน้อยคนนั้นจะชื่ออัลมอนด์
“ท่านพี่มาโลกของฉันแล้วทำไมไม่บอกฉันล่ะ ฉันอุตส่าห์ติดตามท่านพี่มาั้แ่ท่านพี่เปลี่ยนผ้าอ้อมให้เด็กตัวเล็กนั่นแล้วนะ”
สรุปแล้วเงาดำตนนั้นก็คืออัลมอนด์ที่แอบติดตามมาแบบลับ ๆ แต่บอกว่า เป็โลกของเธอนี่ก็กะไรอยู่
“นี่เป็โลกที่เธอสร้างขึ้นเองหรอ”
นารุคามิถามพลางเอียงคอสงสัย
“ใช่แล้วล่ะ ท่านพี่นี่คือดาวที่ฉันสร้างเอง ท่านพี่ไม่เคยสังเกตหน่อยหรอว่าทุกสิ่งมีชีวิตนั้นค่อนข้างน่ารักน่าเอ็นดูมาก ๆ เหนือสิ่งอื่นใดเลยน้า”
ทันใดนั้นอัลมอนด์ก็เอาหน้าเข้าไปใกล้นารุคามิราวกับคนโรคจิต จนนารุคามิทำสีหน้าเจื่อน ๆ
นารุคามิไม่ค่อยสังเกตนักเวลามายังโลกอื่น เธอไม่ค่อยหาข้อมูลว่าใครเป็คนสร้าง บางทีดาวเคราะห์ก็อาจจะเกิดขึ้นเอง หรือว่ามีคนสร้างขึ้นมา นั่นเอง ทำให้เธอคิดว่าดาวดวงนี้ก็น่าจะกำเนิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
“จะทำอะไรก็เชิญเลย ฉันไม่สนใจละ”
นารุคามิถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนที่จะเดินเข้าบ้านไปด้วยท่าทางเหนื่อยใจ อาจเป็เพราะว่าอัลมอนด์ค่อนข้างเป็ตัวน่ารำคาญสำหรับเธอกระมั้ง
“งุ๊ยยย ท่านพี่มีลูกสาวที่น่ารักมากเลยนะคะเนี่ย !”
อัลมอนด์เดินเข้ามาในบ้านก่อนจะเดินตรงไปลูบหัวคิราเอลตัวน้อยที่ยืนงงอยู่
“ม่าม๊ะ ป้าคนนี้ใครอะ”
คิราเอลเอ่ยเสียงเ็าทำให้อัลมอนด์ที่ยืนอยู่ล้มลงกับพื้นด้วยความใ
“ปะ...ป้าเหรอ”
อัลมอนด์ลุกขึ้นพลางรู้สึกในิดหน่อยที่เด็กทารกอายุหนึ่งขวบพูดได้และเรียกเธอว่าป้า
“อะแหะ ๆ สงสัยจะโตเกินวัยล่ะมั้ง เด็กดี ๆ ”
เธอหันมาทางนารุคามิพร้อมชี้หน้าอย่างกล่าวหา
“ท่านพี่สอนอะไรแปลก ๆ ให้คิราเอลตัวน้อยแน่เลย !”
จากนั้นอัลมอนด์ก็หันกลับมาทางคิราเอลพลางยื่นหน้าเข้าไปใกล้แบบแนบชิดทรวงอก
“เอาล่ะ เรียกใหม่ค่ะ เรียก น้า สิ คุณ~น้า~ ที่น่ารัก~ มาก ๆ ~”
คิราเอลมองหน้าเธอนิ่ง ๆ อยู่สามวินาที แล้วเอานิ้วจิ้มหน้าผากอัลมอนด์
“ป้า”
อัลมอนด์ล้มลงหัวทิ่มพื้นอีกรอบพร้อมเสียงร้องโอดครวญ ราวกับอารยธรรมทั้งสามพันปีได้พังทลายลงบนหัวเธอ !
นารุคามิตรงไปยังห้องครัวและปล่อยให้อัลมอนด์ดูแลคิราเอลตัวน้อย ก่อนที่จะเตรียมข้าวนั่นก็คือซุปข้าวโพดอร่อย ๆ ที่คิราเอลชอบ
“เธอนี้ดูท่าทางจะรักเด็กนะเนี่ย”