เธอกับเขาออกเดตกันมากว่าปีแล้วบาร์ทเป็บุรุษผู้มีอิทธิพลคนหนึ่งในฮิวสตัน ส่วนมากเขาจะเก็บตัวอยู่ข้างหลังแต่มีดาบศักดิ์สิทธิ์ที่จะฟาดฟันวงการธุรกิจอันคมปลาบ ธุรกิจใหญ่ ๆน้อยนักที่จะรอดพ้นสายตาของบาร์ทโดยที่เขาไม่มีความรู้หรือไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย
เขาเป็ที่รักใคร่ของบรรดานักข่าวไม่ว่าจะจากหนังสือพิมพ์หรือโทรทัศน์ทุกคนล้วนชื่นชมเสน่ห์แบบโคบาลตะวันตกของเขา ภาพลักษณ์ที่เขาแสดงออกซื่อ ๆเหนียมอายและราวไร้เดียงสาแต่ในสมองที่ปกคลุมด้วยเรือนผมดกดํานั้นคือความเป็อัจฉริยะสามารถจะหักคอเหยื่อให้ตายคามือได้โดยที่ผู้เคราะห์ร้ายไม่ทันรู้ตัวว่ามันมีอะไรเกิดขึ้นกับตนเองเสียด้วยซ้ำ
เพราะฉะนั้นการที่เธอได้รับความสนใจจากบาร์ท สแตนตันจนถึงขั้นที่เขาอ้อนวอนขอหมั้นหมายนั้นน่าจะเรียกได้ว่าเป็ชัยชนะของผู้หญิงคนหนึ่งเอรินรู้ว่าเธอเป็ที่อิจฉาริษยาจากผู้หญิงทั่วทั้งฮิวสตัน
เวลาที่อยู่กับเขาเธอจะได้รับการปรนนิบัติราวเ้าหญิง ซึ่งเป็เื่น่าสนุกไม่น้อยแต่เมื่อเธอเริ่มสังเกตเห็นว่าความรู้สึกของบาร์ทที่มีต่อเธอนั้นมันกําลังเคลื่อนเข้าไปสู่บางสิ่งที่รุนแรงกว่าความสนิทเสน่หาฉันเพื่อนเธอก็ยอมรับว่าเป็สิ่งที่ตัวเองรับไม่ได้
แม้ว่าเธอจะชอบเขามากเคารพนับถือในสติปัญญาอันชาญฉลาดโดยเฉพาะในเื่ของธุรกิจและมีความสุขครั้งที่ได้ไปไหนมาไหนกับเขาแต่เธอก็ยังไม่ถึงขั้นที่จะทําใจให้รักเขาได้
“ฉันจะสวมแหวนวงนี้ไว้ก็ได้ค่ะบาร์ทแต่โปรดเข้าใจเสียก่อนนะคะว่าไม่ใช่ข้อผูกมัดอะไร เพราะถึงยังไงตอนนี้ฉันก็ยังไม่คิดจะแต่งงานใหม่หรอกค่ะมันยังเร็วเกินไป และนี่ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันจะเปลี่ยนใจเื่...เอ้อ...เื่”
“หลับนอนกับผมใช่ไหม” เขาถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเท่าที่จะทําได้สําหรับคนอย่างบาร์ท สแตนตัน
“ค่ะ” เธอประสานสายตากับเขาแน่วนิ่ง
“ให้ตายสิ...คุณนี่เป็ผู้หญิงหัวรั้นที่สุดเท่าที่ผมเคยพบมานะชูการ์” หางเสียงของเขาบอกความหงุดหงิดในอารมณ์แต่แล้วก็หัวเราะลึกอยู่ในลําคอ “แต่ก็คงจะเป็เพราะเื่นี้แหละที่ทําให้ผมรักคุณมากแม่หนู” เขาโอบกอดเธอไว้ หลังจากนั้นเขาก็ประทับจูบลง
มันก็ออกจะเป็เื่ที่น่าแปลกอยู่เหมือนกันที่นับแต่นั้นเป็ต้นมาเขาไม่เคยขอให้เธอร่วมหลับนอนกับเขาอีกเลยแต่แน่นอนที่มันมีความตึงเครียดเกิดอยู่ระหว่างกัน...
“ผมว่ามันจะต้องมีเหตุผลอื่นไม่ใช่เื่ที่คุณเป็สาวบริสุทธิ์หรืออะไรหรอก” เขาเอ่ยขึ้นในคืนหนึ่งที่เธอปฏิเสธคําเชิญของเขาให้ค้างอยู่ที่บ้านหลังใหญ่ในฮิวสตัน“คุณเองก็เคยผ่านการแต่งงานมาแล้วนี่”
เธอยอมรับในความใจแข็งของตัวเองไม่ใช่แต่เฉพาะตอนนั้น แต่ยังคงเป็อยู่จนทุกวันนี้เห็นได้ชัดว่านับแต่วันที่เธอรับแหวนหมั้นวงนั้นของเขาแล้วบาร์ทต้องหาทางระบายอารมณ์ของตนเองกับผู้หญิงคนอื่นอีกหลายคนซึ่งเอรินอดที่จะขอบใจผู้หญิงพวกนั้นไม่ได้ผู้หญิงที่สามารถให้ในสิ่งที่บาร์ท้า สิ่งที่เธอไม่มีทางจะให้เขาได้
แสงยามบ่ายของนครซานฟรานซิสโกสร้างพรายรุ้งให้เกิดขึ้นในเหลี่ยมเพชรเมื่อเธอหมุนแหวนวงนั้น แล้วก็ถอนหายใจอย่างตัดสินใจแน่วแน่ บอกกับตัวเองว่าเมื่อเดินทางกลับไปถึงฮิวสตันครั้งนี้ เธอจะต้องเจรจากับบาร์ท พูดกันให้รู้เื่เธอได้อ้างเหตุผลว่าจะต้องตามหาตัวพี่ชายให้พบมานานแล้วเพราะฉะนั้นเมื่อมาถึงเวลานี้เขาย่อมหวังที่จะแต่งงานกับเธอไม่วันใดวันหนึ่ง
ถ้าเธอจะเคยหวั่นไหวกับการตัดสินใจในเื่นี้มาก่อนเมื่อมาถึงวันนี้ วันที่ได้รับจูบจากล้านซ์ บาร์เรทท์เอรินก็ยิ่งมั่นใจยิ่งขึ้นกว่าเดิม ว่าเธอจะไม่แต่งงานกับบาร์ท สแตนตัน เด็ดขาด...
ความคิดคํานึงถูกขัดจังหวะด้วยเสียงประตูที่เปิดออกเมื่อเธอเหลียวหลังไปมองก็เห็นเมลานี่ที่กําลังชะโงกหน้าเข้ามามอง
“มิส โอ’ เชียใช่ไหมคะ”เธอถามด้วยน้ำเสียงเขินอาย “เห็นมิสเตอร์บาร์เรทท์บอกว่าคุณอยากพบฉัน”
เอรินพยายามกลั้นหัวเราะไว้อย่างสุดความสามารถเธอเป็ฝ่ายเดินเข้ามาในบ้านของผู้หญิงคนนี้ แต่กระนั้นเ้าของบ้านก็ยังแสดงท่าราวกับกําลังขออนุญาตที่จะเดินเข้ามาในห้อง
เธอเดินตรงเข้าไปหาพร้อมกับยื่นมือทั้งสองข้างออกไปหาพี่สะใภ้
“เมลานี่...”
หญิงสาวปิดประตูตามหลังลงอย่างแ่เบาจับมือเอรินไปกุมไว้แน่น ต่างฝ่ายต่างจ้องมองกันอยู่เป็ครู่คล้ายประเมินความรู้สึกของกันและกันอยู่ และแล้วต่างก็โผเข้าสู่อ้อมกอดด้วยความรักนั้นพี่กับน้องสาว
หัวใจของเอรินรานร้าวเมื่อััอาการสะท้านที่เกิดอยู่กับไหล่ของเมลานี่ไม่ได้นึกเสียดายเสื้อสวยที่รองรับน้ำตาของอีกฝ่ายหนึ่งแม้แต่น้อยเธอลูบไล้เรือนผมเมลานี่พร่ำปลอบโยนอยู่ตลอดเวลาว่าทุกสิ่งที่ทุกอย่างจะต้องเรียบร้อยลงในเวลาอันไม่ช้าแต่น้ำตาของเธอก็นองหน้าด้วยเช่นกัน
หยาดน้ำตาเปรอะเปื้อนอยู่บนแก้มเมื่อเมลานี่ผละออกจากอ้อมแขนของเอริน
“เราทำอะไรเหมือนกันทั้งคู่เลยนะ”เอรินเป็ฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อน “มานั่งตรงนี้ก่อนเถอะนะคะเราจะได้ทำความรู้จักกันมากขึ้น”
“ฉันต้องขอโทษอย่างมากเลยค่ะ มิส โอ’เชีย...” เมลานี่สะอื้น “ที่จริงฉันอยากจะทําอย่างนี้ั้แ่ตอนที่...ที่เคน...ทําอย่างนั้นแล้วฉันไม่เข้าใจเลยจริง ๆ” เธอส่ายหน้าอยู่ไปมา สีหน้าสลดเศร้าสายตาที่มองหน้าเอรินอยู่ในยามนี้ชอกช้ำอย่างเหลือประมาณ
“เรียกฉันว่าเอรินเถอะนะคะ”
“คุณเป็น้องสาวเคนจริง ๆ หรือคะนี่”สตรีผู้เพิ่งผ่านวัยสาวมาได้ไม่นานเอ่ยถามขึ้นมันมีแววแห่งความหวังแฝงอยู่ในน้ำเสียงนั้น
“จริงเหมือนที่ฉันพาตัวเองเข้ามาเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ที่เป็อยู่ในตอนนี้เลยล่ะค่ะ”เอรินตอบอย่างจริงใจ
“หน้าตาคุณเหมือนเขามาก” เมลานี่บอก เมื่อพิจารณาหญิงสาวอยู่
“จริงหรือคะ...” เอรินร้องเสียงดังแล้วก็เปล่งเสียงหัวเราะออกมาด้วยความยินดีอย่างที่สุด “แล้วคุณมีรูปเขาบ้างหรือเปล่า”
“มีสิคะ เยอะแยะไป” เมลานี่รีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ ลืมความหม่นหมองในจิตใจไปชั่วครู่เมื่อเดินไปเปิดลิ้นชักโต๊ะ ซึ่งก่อนหน้านี้ล้านซ์ บาร์เรทท์ ยืนพิงอยู่เอรินอดจะคิดถึงท่าทางของเขาในตอนนั้นไม่ได้และรู้สึกชิงชังตัวเองไม่น้อยที่ถึงอย่างไรความคิดเกี่ยวกับตัวเขาก็ยังวนเวียนอยู่ในสมองของเธออยู่ดี
“นี่เป็รูปวันแต่งงานของเรา”เมลานี่บอก
“คุณกับเขาแต่งงานกันมานานเท่าไหร่แล้วคะ”เธอนึกขึ้นมาได้ว่า ได้ตั้งคำถามนั้นกับล้านซ์มาครั้งหนึ่งแล้วและเขาก็ตอบเธออย่างคลุมเครือเต็มที
“สี่ปีค่ะ” เมลานี่เดินมาทรุดตัวลงนั่งเคียงข้างเอรินเปิดอัลบั้มสีขาวขนาดใหญ่ออก “นี่ไงคะ...เขาละ”
เอรินดึงอัลบั้มจากมือเมลานี่มาดูด้วยตัวเองใจหายเมื่อจับตามองผู้ชายที่ยืนยิ้มอยู่ในรูปนั้น
ภาพของเขาเริ่มพร่าเลือนด้วยหยาดน้ำตาที่ขึ้นมาคลอคลองเธอปาดมันออกอย่างรวดเร็ว เพื่อจะมองใบหน้าของพี่ชายให้ชัดเจนขึ้นเขาเป็คนค่อนข้างสูงโดยเฉพาะเมื่อเทียบกับหญิงสาวเอวบางร่างน้อยที่กําลังเงยขึ้นมองเขาด้วยสายตาที่บ่งบอกถึงความชื่นชมบูชาเรือนผมของเขาเป็สีดำสีเดียวกับของเอริน แม้ว่ามันจะไม่ดูนุ่มนวลเท่าของเธอก็ตาม
ดวงตาคู่นั้นบ่งบอกถึงความเป็สายเืเดียวกันอย่างเห็นได้ชัดคิ้วเข้มคู่นั้นรูปเดียวกับคิ้วของเอรินไม่มีผิดแม้ริมฝีปากของเขาจะไม่อวบอิ่มเท่าแต่เค้าหน้าของเธอกับเขาเหมือนกันอย่างน่าแปลกใจ
“เขาหล่อมากเลยนะ คุณว่าไหม”เอรินถามด้วยน้ำเสียงแหบห้าว ลําคอตีบตันด้วยแรงอารมณ์
“ใช่ค่ะ” เมลานี่ตอบอย่างกระตือรือร้น“ฉันหลงรักเขาั้แ่นาทีแรกที่ฉันเดินเข้าไปในแบงค์แล้วก็เห็นเขานั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ ฉันถามแด้ดดี้ว่าพนักงานคนใหม่เป็ใครแต่ตอนนั้นแด้ดดี้ยังไม่รู้จักชื่อเขา ฉันก็เลยเป็หน้าที่ที่จะต้องสืบหาเอาเอง”
“คุณพ่อของคุณทํางานอยู่ธนาคารเดียวกับเคนหรือคะ”
“พ่อเป็ประธานกรรมการของธนาคารแห่งนั้นค่ะ”เมลานี่ตอบอย่างใจลอยพลิกหน้าอัลบั้มในมือไปเรื่อย ๆ
เอรินบดย่อยข้อมูลดังกล่าวอยู่เงียบๆ ขณะพยักหน้าอย่างชื่นชมเมื่อเมลานี่ชี้ให้เธอดูรูปต่าง ๆพร้อมกับอธิบายถึงเื่ราวที่เกี่ยวกับรูปนั้น ๆ ให้ฟัง บอกตัวเองอยู่ว่าเธอจะดูอัลบั้มนี้อย่างเป็การส่วนตัว เมื่อมีเวลามากกว่านี้ แต่ขณะนี้ความรู้ที่ว่าบิดาของเมลานี่เป็ถึงประธานธนาคารที่เคนเนธทํางานอยู่กําลังรบกวนจิตใจเธออย่างที่สุด
ว่าแต่...ความรู้สึกดังกล่าวนั้นรบกวนจิตใจเคนเนธด้วยหรือเปล่า...เป็ไปได้หรือไม่ที่มันจะกลายมาเป็เหตุผลที่ทําให้เขาถึงกับยักยอกเงินของธนาคารไปอย่างนั้น...
“อย่าหาว่าฉันสอดรู้สอดเห็นเลยนะคะเมลานี่แต่ฉันอยากจะรู้อะไรเกี่ยวกับพี่ชายให้มากที่สุดเท่าที่จะทําได้เท่าที่ดูรู้สึกว่าคุณอ่อนกว่าเขาหลายปีอยู่นะคะ”
“ใช่ค่ะ” เมลานี่ตอบอย่างยอมรับหลบตาลงต่ำ “เขาแก่กว่าฉันสิบปี ตอนที่เราแต่งงานกันฉันเพิ่งยี่สิบเท่านั้นแม่กับแด้ดดี้โกรธมากตอนที่เราบอกให้รู้ว่าจะแต่งงานกัน...เราแอบเดทกันลับ ๆมาตลอด อาจจะเป็เพราะฉันมาตลอดเวลาว่าพ่อแม่ฉันไม่เต็มใจที่เห็นฉันออกเดตกับเคนก็ได้...”
“แล้วฉันก็รู้ด้วยว่าท่านทั้งสอง้าจะให้ฉันออกเดตกับลูกชายของเพื่อนท่านคนไหนก็ได้มากกว่าชายหนุ่มพวกที่ต้องไปเล่นเทนนิส เล่นกอล์ฟที่คันทรี่ คลับ ทุกวันแล้วก็ยังออกไปเล่นเรือใบทุกวันหยุดสุดสัปดาห์นั่นแหละค่ะ...”
“แต่ฉันไม่เคยสนใจใครเลยฉันรักเคนั้แ่ครั้งแรกที่เขาจูบฉันแล้วก็ขอโทษ...อ้อนวอนให้ฉันยกโทษให้เขาทํากับฉันอย่างนั้น...” ดวงตาคู่สีน้ำตาลเป็ประกายพราวเมื่อนึกถึงความสุขแต่หนหลัง“และฉันก็บอกเขาว่า ฉันไม่ได้โกรธเขาเลย”
แต่พ่อแม่ของคุณโกรธแน่...เอรินคิดอยู่ในใจ