ก่อนกินมื้อค่ำนางตั้งน้ำร้อนไว้เพื่ออาบเรียบร้อยแล้วดังนั้นหลังกินเสร็จจ้าวอิงจูงมือเสี่ยวเป่าเดินออกกำลังหนึ่งรอบ
จากนั้นจึงพาไปอาบน้ำชำระร่างกายั้แ่หัวจรดเท้าและวันนี้ยังใส่ชุดใหม่ที่เพิ่งตัดเย็บสำเร็จ
“ว้าว ชุดแบบนี้ข้าไม่เคยเห็นมาก่อนเลยท่านแม่”เสี่ยวเป่าดีใจมากที่ได้สวมใส่ชุดใหม่
“ชอบหรือไม่”
“ชอบมากขอรับ ”
“ชุดนี้ท่านย่าเป็คนทำให้เสี่ยวเป่ามาแม่จัดคอเสื้อให้เสร็จแล้วลูกออกไปขอบคุณท่านย่าด้วยนะ”
จ้าวอิงบอกเขาขณะที่ยางกำลังจัดเสื้อให้เข้าที่เข้าทางไปด้วย
“ขอรับ ข้าไปหาท่านย่าก่อนนะ”
พูดจบเสี่ยวเป่าวิ่งอย่างรวดเร็วไปที่ห้องของจางซื่อ
จ้าวอิงไม่ได้ตามไปด้วย เพียงมองเสี่ยวเป่าวิ่งออกไปแล้วตามมาด้วยเสียงหัวเราะจากในห้อง
นางพิงขอบประตูห้องนอนของนาง มองลูกชายวิ่งออกไปที่ห้องของปู่ย่าเขา
ลูกชายนางสะอาดสะอ้านแล้วน่ารักจริงๆนางหลงรักแล้วล่ะสิ
ภาพที่จ้าวอิงยืนยิ้มโง่งมอยู่นี้หากมีชาวบ้านมาเห็นมุมนี้ของนางคงใว่าเห็นผีแล้วแน่นอนยัยหมูตอนที่หน้าบูดตลอดราวมีคนติดหนี้นางจะมายืนยิ้มโง่งมแบบนี้ได้อย่างไรกันพระอาทิตย์คงขึ้นทางตะวันตกแล้ว
วันต่อมาจางซื่อก็ยังง่วนกับการตัดเย็บเสื้อผ้าให้ทุกคนในบ้าน
ส่วนจ้าวอิงเข้าครัวนำเืกวางมาตุ๋นให้ทุกคนได้บำรุงร่างกายจากนั้นก็มาแล่เนื้อกวางดาวเป็เส้นๆ หมักด้วยเกลือผงเครื่องเทศครึ่งหนึ่งอีกครึ่งหันเส้นๆ เช่นกัน แต่เพิ่มล่าเจียวและฮวาเจียวรสเผ็ดร้อนให้รถเผ็ดชาอีกหนึ่งรสชาติจากนั้นหมักทิ้งไว้ประมาณหนึ่งชั่วยาม
ระหว่างรอเวลาจ้าวอิงก็ข้ามลำธารไปตัดไม้ไผ่ลำขนาดย่อมๆมาสองลำด้วยกัน ลำแรกนางจะนำมาทำเป็เชือกร้อยเนื้อเป็พวงๆอีกลำนางนำมาผ่าครึ่งใช้เป็ราวสำหรับแขวนเนื้อตากแห้งไว้ที่ชายคา
วิธีการตากแบบนี้จะทำให้เนื้อด้านนอกแห้งกรอบด้านในยังคงความนุ่มอยู่ ไม่เหนียวและแข็งเหมือนเนื้อที่ตากแดดโดยตรง
หลังกินมื้อเที่ยงเสร็จ ก็ได้เวลานำเนื้อมาร้อยเชือกเพื่อตากพอดีจางซื่อและพ่อลู่ก็มาช่วยกันร้อยเนื้อกับเชือกไม้ไผ่
ตอนนี้ขาของพ่อลู่นั้นหายเป็ปกติแล้วเพราะไม่ได้าเ็ถึงกระดูกเนื้อภายนอกสมานกันหมดแล้วเหลือเพียงรอยแดงค่อนข้างน่าเกลียดเพราะสมัยนี้ยังไม่มีการเย็บแผลและความสะอาดที่มากพอทำให้แผลหายช้าทั้งยังทิ้งรอยแผลเป็ไว้เป็ที่ระลึกอีกด้วย
หลังจากทำเนื้อเสร็จพ่อลู่จึงมีเวลาไปตัดไม้ไผ่ข้างลำธารมาเพื่อทำรั้วล้อมรอบบ้านต่อ
ถังเต๋อที่มารับงานขุดบ่อน้ำคาดการณ์ว่าสามวันก็จะแล้วเสร็จที่บ้านลู่อยู่ตีนเขาหาน้ำไม่ยากและมีน้ำเต็มบ่อแทบจะทั้งปีจึงไม่ต้องขุดลึกมากนัก
วันนี้ถังเต๋อเห็นพ่อลู่ลากไม้ไผ่มาวางเรียงในลานบ้านจึงสอบถามว่าจะทำกระไรพ่อลู่จึงเล่าความตั้งใจที่จะทำรั้วบ้านให้ฟัง
ถังเต๋อมีลูกชายสองคน รูปร่างสูงใหญ่เหมือนเขาคนโตแต่งงานแล้วตอนนี้สืบทอดฝีมือจากถังเต๋อและรับจ้างขุดบ่อก่ออิฐทำรอกได้เองแล้ว ลูกชายคนที่สองยังไม่แต่งงานอายุสิบเจ็ดปีอยู่ใน่ฝึกฝีมือหาประสบการณ์อยู่หลังแต่งงานเขาจะได้หาเลี้ยงลูกเมียได้
ถังเต๋อจึงสอบถามว่าจ้างคนมาช่วยไหมงานตัดไผ่ล้อมรั้วค่าจ้างรายวันอยู่ที่ สิบห้าถึงยี่สิบเหวินเท่านั้นลูกชายและหลานชายเขาว่างอยู่ตอนนี้ ถือว่ามาฝึกฝีมือทำรั้วและประตูใหญ่หน้าบ้านจึงคิดค่าแรงขั้นต่ำที่สิบห้าเหวินเท่านั้น
จ้าวอิงได้ยินเข้าจึงไปบอกจางซื่อให้ตอบตกลงและหากงานดีตอนจ่ายเงินจะให้เพิ่มอีก
“ท่านแม่ได้ยินที่ท่านอาถังเต๋อเสนอให้ลูกหลานเขามาช่วยทำรั้วไหมเ้าคะ”
“ได้ยินสิ ทำไมหรือ” จางซื่อสงสัย
“ท่านไปช่วยตอบตกลงแทนท่านพ่อเถอะเ้าค่ะ งานจะได้เสร็จเร็วท่านพ่อไม่เหนื่อยมากด้วยหากท่านไม่ไปพูด ท่านพ่อต้องเก็บงานมาทำเองทั้งหมดแน่นอน”
“เ้าพูดมาก็จริงพ่อเ้าต้องไม่ยอมจ้างแน่นอน แม่จะไปคุยเอง”
“เ้าค่ะ ท่านบอกเขานะเ้าคะหากงานดีเราจะเพิ่มเงินให้”
“อืม ๆ”
จางซื่อเองก็อยากให้งานเสร็จเร็วขึ้นจะได้ทำอะไรในบ้านแบบสบายใจจึงตกลงทันทีและเดินไปหาพ่อลู่และถังเต๋อ บอกตามคำที่จ้าวอิงกล่าวมาถังเต๋อได้ฟังก็ปฏิเสธทันที
“ไอ้หย๊า ไม่ต้องจ่ายเพิ่มหรอกงานไม่หนักหนาให้เด็กมีรายได้ ฝึกฝีมือก็พอแล้ว” ถังเต๋อท้วง
“ทำงานดีก็ให้เพิ่มได้ เป็กำลังใจให้เด็กมัน เมื่อจ่ายขั้นต่ำงั้นให้พวกข้าเลี้ยงมื้อเช้าหนึ่งมื้อแล้วกันท่านห้ามปฏิเสธนะ” จางซื่อกล่าว
ความคิดเื่เลี้ยงข้าวก็เป็ของอาอิงเช่นกันอาอิงบอกว่าเราให้ผลตอบแทนดี แต่ไม่ต้องดีเกินไป ให้ด้วยใจงานที่ได้ก็จะดียิ่งขึ้นจางซื่อนางคิดว่าที่อาอิงบอกมีเหตุผลเช่นกัน หลังเห็นสีหน้าถังเต๋อแล้วนางก็เชื่อจ้าวอิงสุดใจทันที
“ฮ่าๆ น้องสะใภ้เ้ามีใจข้าก็ไม่ปฏิเสธ ไม่ปฏิเสธ”
ถังเต๋อไม่ดึงดันอีก เื่นี้ก็เป็อันตกลง
เช้าวันต่อมาจางซื่อและจ้าวอิงช่วยกันทำซาลาเปาใส่ผักและเคี่ยวน้ำแกงจากกระดูกกวาง ยังมีเนื้อติดอยู่ให้ลูกชายและหลานชายถังเต๋อกินก่อนเริ่มงาน
คนทั้งสองชื่อว่า ถังหวายอันเป็ลูกชายของถังเต๋อ และถังอี้เฟิ้นเป็ลูกพี่ลูกน้องของเขา
นอกจากนี้จางซื่อยังแบ่งปันแก่ช่างที่มาขุดบ่อน้ำด้วยซาลาเปาลูกใหญ่น้ำแกงหอมรสชาติเข้มข้น และมิใช่น้ำแกงเปล่ายังมีเนื้อติดกระดูกอีกด้วย
พวกนางจึงได้รับคำชื่นชมจากทุกคนพวกถังเต๋อรับน้ำใจของบ้านลู่ไว้แล้ว และตั้งใจจะทำงานนี้ให้ดีหากต่อไปบ้านลู่มีงานอีกจะได้นึกถึงพวกเขาการมีเนื้อให้กินตอนทำงานแบบนี้ช่างดีเหลือเกิน
การมีเนื้อกินสำหรับชาวบ้านแบบพวกเขาบางบ้านจะได้กินเฉพาะปีใหม่เท่านั้น
พวกถังเต๋อไม่นับว่ายากจน แต่กระนั้นก็ยังไม่สามารถกินเนื้อกินไข่ได้ทุกวันเช่นกัน จากที่เขาเห็นมาสองวันนี้บ้านลู่ซานถิงกินเนื้อกินไข่กันทุกวัน พวกเขาเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ
เมื่อมีคนมาช่วยอีกสองคนงานล้อมรั้วจึงเสร็จในสองวัน เหลือเพียงประตูหลักหน้าบ้านเท่านั้นที่ต้องไปตัดไม้เนื้อแข็งมาทำเสาและประตูรั้วใช้เวลาอีกสองวันก็เรียบร้อย
เช่นกันกับบ่อน้ำที่รอให้อิฐรอบบ่อแห้งก็สามารถเริ่มใช้งานได้เลยจบงานวันนี้จึงเลี้ยงข้าวมื้อใหญ่อีกครั้ง
ครั้งนี้จ้าวอิงไปจับปลาซ่งได้หลายตัว แต่ละตัวหนักสี่ห้าชั่งเลยทีเดียวมีปลาหมูอีกไม่น้อย และกุ้งแม่น้ำก็จับได้มามากทีเดียว ยังมีผักป่า และผักกาดขาวผักใบเขียวที่ซื้อจากชาวบ้าน รวมถึงซี่โครงหมูอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็งานเลี้ยงปีใหม่ดีๆนี่เอง
อาหารมื้อนี้จ้าวอิงนางเริ่มจากปลาหมูล้างให้สะอาด บั้งแบบถี่ ๆเพราะปลานี้ก้างเยอะแต่ไม่แข็ง นำมาทอดใส่น้ำมันเยอะหน่อยให้เหลืองกรอบเติมต้นหอมรากผักชี ขิง ฮวาเจียว ซีอิ้ว ผงปรุงรส ตักน้ำมันออกเล็กน้อยเติมน้ำลงไปจากนั้นใส่เหล้าเหลือง* เมื่อน้ำเดือด จากนั้นก็กดๆบี้ๆ เนื้อปลาให้ละลายน้ำ
จะได้น้ำแกงปลาหมูสีขาวเข้มข้นแต่ไม่มีกลิ่นคาวนำผ้าขาวบางกรองเอาเศษอาหารทั้งหมดออกเหลือเพียงน้ำแกงปลาเข้มข้น
ตั้งไฟต่อให้น้ำเดือด ใส่เนื้อปลาซงที่แล่ไว้ลงไป ใส่ต้นหอมซอยฮื่อแชเฉ่า * (ผักพลูคาว,ผักความทอง) ฮื่อแชเฉ่า ช่วยขับปัสสาวะ รักษาผีบำรุงปอด หลอดลมได้ด้วย
ตักส่วนของเด็กออกเล็กน้อย แล้วใส่ฮวาเจียว ล่าเจียวเพิ่มรสจัดจ้านเข้มข้นสำหรับผู้ใหญ่
ตอนตักลงถ้วยใหญ่ราดน้ำมันพริกลงสีแดงลงไปทำให้เกิดกลิ่นหอมช่วยน้ำลายสออย่างยิ่ง
มาถึงซี่โครงหมู จ้าวอิงนำมาสับให้เป็ชิ้นพอดีคำนำลงผัดกับกระเที่ยมให้หอม พอเนื้อเปลี่ยนสีก็ใส่ผักกาดขาวรสอ่อนกินคู่กับน้ำแกงปลาได้พอดี
กุ้งแม่น้ำที่จับมาได้ตัวค่อนข้างใหญ่ทีเดียวนางจึงนำมาแกะเปลือกแยกเนื้อ สับเกือบละเอียดจากนั้นนำมาตุ๋นกับไข่โรยด้วยผักชีต้นหอม เป็อันเรียบร้อย
นอกจากนี้ยังมีเนื้อตุ๋นที่ทำเก็บไว้อีกหนึ่งหม้อนางทำทั้งหมดนี้โดยมีจางซื่อเป็ลูกมือเพื่อฝึกทำอาหารหากจางซื่อทำได้แล้วนางจะได้ยกงานนี้ให้จางซื่อ ส่วนนางจะไปจดจ่อกับการหาเงินแทน
•─────❅❀❅─────•
ไรต์ : สูตรอาหารนี้ทำได้จริงนะจ๊ะ
สาระ :
‘ปลาซ่ง หรือ ปลาซ่งฮื้อ หรือ ปลาหัวโต
ถูกนำเข้ามาสู่ประเทศไทยราวปี พ.ศ. 2465-พ.ศ. 2475โดยเรือสำเภาของชาวจีนจากเมืองซัวเถาต่อมากรมประมงสามารถเพาะขยายพันธุ์ได้ด้วยวิธีการฉีดฮอร์โมนและผสมเทียมซึ่งปลาในธรรมชาติจะไม่วางไข่เอง ชื่อเรียกรวม ๆ กันว่า "ปลาจีน"