เมื่อเห็นว่าผู้คนเริ่มมีมาเรื่อย ๆ และไม่มีท่าทีที่จะหยุดลงมือเลย เธอก็แอบสงสัยไม่ได้ว่าเ้าของร่างก่อนหน้านี้ทำอะไรมา พัวพันกับผู้ชายมากขนาดนี้เลยเหรอ คนเขาถึงได้เหม็นขี้หน้าเธอขนาดนี้ ชาเขียวในร่างฟางหยางนึกคิด การที่เธออยู่บนโลก กับ การที่เธออยู่ที่นี่โดยร่างของใครไม่รู้ มันก็แย่ทั้งสอง หรือจะฆ่าตัวตายอีกครั้งดีล่ะ เธอคิดพลางถูกขว้างของใส่ เหมือนร่างไร้ิญญา ไม่ได้รู้สึกว่าต้องทำอะไรเลย
แต่เมื่อเหตุการณ์สงบลง เธอก็เดินออกมาจากฝูงชนกลุ่มนั้นด้วยสภาพที่ดูไม่ได้ ทั้งผมที่เละจนยากจะจัด เสื้อผ้าที่ดำและเปื้อนผัก เปื้อนโคลน แถมสีหน้าของผู้คนแถบนั้นก็มองเธอด้วยความเหยียดหยาม รังเกียจยิ่งเสียกระไร ไม่เว้นแม้แต่คนเดินผ่านไปมา
"ลูกสาวตระกูลอี้ ก็คงดีแค่อี้เยว่ฉีกับ.. ส่วนอี้ฟางหยางก็คงเป็ได้แค่....."
"แค่ไหนล่ะ ฮ่า ๆ ๆ ๆ" เสียงของหนุ่มสาวซุบซิบนินทากัน ฉันรู้และได้ยินมันดี เผลอ ๆ คนพวกนี้ก็อยากพูดประชดให้เข้าหูฉันกันนั่นแหละ
"ก็โสเภณียังไงล่ะ ฮ่า ๆ"
"นี่ถ้าฉันเป็เสนาบดี คงไม่อยากมีลูกแบบนี้หรอกนะ" คำพูดไม่กี่ประโยคนั้น ทำให้ฉันใเป็อย่างมาก นั่นสินะ ฉันเป็คนมีชาติมีตระกูลนี่นา แสดงว่าพ่อของฉันคงจะเป็แม่ทัพ นี่พึ่งเริ่มชีวิตได้ไม่ทันไร ก็โดนไล่ออกมาจากจวนแล้ว หน้าพ่อ หน้าแม่เลี้ยง ก็ยังไม่เห็น แต่ใครจะหน้าด้านเข้าไปกันล่ะ ตัดปัญหาั้แ่ต้นไปเลย
จะว่าไปบางทีพ่ออาจจะรักฉันอยู่ก็ได้หนิ น่าเวทนาจังนะ ในโลกก่อนหน้านี้ พ่อแม่ของฉันก็ไม่มี ได้อยู่กับอาแค่สองคน นรกชัด ๆ เลย แต่พอนึกแล้วก็อยากจะกำหมัดออกมาต่อยเข้ากับต้นไม้แถวนี้จังเลยนะ เธอถอนหายใจและก้มหน้าลงด้วยความเหนื่อยล้า มือข้างซ้ายจับที่แขนข้างขวาอย่างบอบช้ำใจ ทั้งยังต้องรับมือกับสายตารอบ ๆ ข้าง
เธอเดินวนเวียนไปมาแถว ๆ ในเมือง ไม่รู้จุดหมาย หญิงสาวเองก็ไม่รู้ว่าเธอจะไปอยู่ที่ไหน หากจะถามใคร เขาก็คงรังเกียจ จึงตัดสินใจเดินเร่ร่อนไปมาในเมือง แต่กลับไม่พ้นสายตาของคนมากมาย
ถ้าสมมติว่าเ้าของร่างตายั้แ่ที่หอนางคณิกา เมื่อเื่ถึงหูคนพวกนี้ เขาก็คงสะใจเธอไม่น้อยสินะ ชาเขียวคิด แต่ดีนะที่ฉันอุตส่าห์เข้ามาอยู่ในร่างเธอและตื่นขึ้นมาทัน ไม่งั้นข่าวคงกระจายไปหมด ดูจากสภาพเนื้อตัวแล้ว เธอกับฉันก็คงโดนเหมือนกัน ชาเขียวถอนหายใจก่อนจะไปนั่งหลังพิงกับต้นไม้
แต่จะว่าไป นั่นก็แปลกนะ ทำไมแม่เลี้ยงถึงจับฉันเข้าหอนางคณิกากันล่ะ พ่อก็เป็ถึงแม่ทัพหนิ หลังจากที่ได้ยินคนพูดกันแว่ว ๆ แสดงว่าเราขัดสนหรอ หรือเพราะแม่เลี้ยงไม่ชอบฉัน จึงอยากทำให้ฉันเสื่อมเสีย
"ข้าบอกเ้าแล้วใช่ไหมอี้ชิงเสีย! ว่าข้าไม่ให้เ้าออกมาเที่ยวเล่นแบบนี้ เป็หญิงเป็นาง ทำไมไม่อยู่ที่จวน ไม่ก็พระราชวัง ไปปรนนิบัติฮองเฮา ถ้าพ่อของเ้ากลับมาจากวังเมื่อไหร่แล้วรู้ว่าเ้าไม่ทำตาม นั่นจะแย่เสียกระไร" อยู่ ๆ ฉันก็กลายเป็คนยุ่งไม่เข้าเื่ เมื่อได้ยินเสียงคนคุยกันจากทางด้านหลัง มันคงไม่ใช่เื่แย่อะไร ถ้าฉันจะลุกขึ้นยืน
"ท่านแม่ ข้าแค่อยากออกมาัักับบรรยากาศในเมือง ข้าไม่เข้าใจว่าท่านจะให้ข้าปรนนิบัติฮองเฮาไปทำไมกัน" เมื่อมองไปยังต้นเสียง เผยให้เห็นหญิงสาววัยกลางคนกับหญิงสาวที่ดูจะรุ่นราวคราวเดียวกับฉันกำลังคุยกันอยู่ ส่วนคนที่ถูกเรียกว่าแม่ ก็กำลังจับแขนอีกฝ่ายคล้ายกับการกำชับ พร้อมทั้งขมวดคิ้วแน่น
"ชิงเสีย!!" เสียงพูดที่หนักแน่นคล้าย ๆ กับตะคอกใส่คนตรงหน้า ทำให้ฉันใอยู่ไม่น้อย มือค่อย ๆ คว้าจับที่ต้นไม้ ก่อนจะเอาไหล่แนบพิง ฉันกลายเป็คนสอดรู้สอดเห็นไปแล้ว
"ท่านแม่ ท่านฟังข้านะ คนที่ถูกแต่งตั้งให้เป็ชายาองค์รัชทายาทก็คงมีแค่อี้ฟางหยาง! ข้าี้เีที่จะมาทำเื่อะไรพวกนี้!"
หมายความว่าอะไร ฉันคือคนที่ถูกแต่งตั้งให้เป็ว่าที่ภริยาขององค์รัชทายาทอย่างนั้นหรอ? แล้วเขาสองคนนี้คือใคร ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงเป็ตระกูลอี้ ถึงจะเข้าร่างมาได้ไม่นาน ฉันกลับรู้เื่มากมาย
แต่จะว่าไปถึงฉันจะถูกแต่งตั้งให้เป็ฉายาขององค์รัชทายาท ก็คงไม่มีวันเป็ไปได้ เพราะฉันกลายเป็คนสาธารณะไปแล้ว ผู้คนคงจะมองฉันไม่ดี
"ชิงเสีย ทุกวันนี้เ้าชักจะเหิมเกริมแล้วนะ แม่มอบสิ่งที่ดีให้แต่เ้ากลับเอาแต่จะห่างเหิน! ส่วนอี้ฟางหยางก็อย่าได้กล่าวถึง นางเป็โสเภณีชั้นต่ำไปแล้ว"
"ถ้าไม่ใช่เพราะท่านพ่อแต่งตั้งให้ท่านแม่เป็ภรรยาเอก ทั้ง ๆ ที่แม่มาทีหลัง แม่ก็คงไม่มักใหญ่ใฝ่สูงแบบนี้!"
หมายความว่ายังไง ผู้หญิงวัยกลางคนคนนี้ คือแม่เลี้ยงอีกคนอย่างงั้นหรอ นอกจากแม่ของอี้ฟางหยางหรือตัวฉัน แม่ของอี้เยว่ฉี ยังมีคนนี้อีกเหรอ ท่านแม่ทัพเฟยอวิ๋นดูจะเ้าชู้นะ
"ชิงเสีย!!!!" ไม่ทันไร ฝ่ามือก็ลอยไปหาคนตรงหน้าซะแล้ว ใบหน้าของเธอหันไปตามแรงตบของผู้เป็แม่ แต่นั่นไม่ได้ทำให้เธออ่อนข้อลงเลย เธอหันกลับมาจ้องดูที่คนตรงหน้า
"ท่านจำเอาไว้เลยนะ ข้าไม่ใช่คนตระกูลอี้ ข้าไม่ใช่ลูกท่านแม่ทัพอี้เฟยอวิ๋น! ข้ายังจำได้ไม่มีวันลืม วันที่ท่านฆ่าพ่อ ก่อนจะมาพัวพันกับท่านแม่ทัพ ก็เพราะอยากยกระดับตัวเอง ถึงได้พรากคนรักคนอื่นมาแบบนี้! ท่านมันก็ไม่ต่างจากวัวลืมตี.."
"ชิงเสีย!!!!!" ครั้งนี้น้ำหนักฝ่ามือกลับแรงกว่าครั้งที่แล้ว
หลังจากที่ได้ยินแบบนั้น ก็พอจะจับใจความได้ว่าชิงเสียผู้นี้ไม่ใช่ลูกของท่านแม่ทัพ และผู้หญิงวัยกลางคนคนนี้ก็เป็ภรรยาคนที่3ของท่านแม่ทัพ แต่มีตำแหน่งเป็ภรรยาเอก ทั้งนี้ก็มาเพื่อยกระดับตัวเอง แถมยังจะให้ลูกแต่งกับองค์รัชทายาท เพื่อตัวเองขึ้นไปที่สูงอีกสินะ