ตอนที่ 25 ชิ้นส่วนแรกของราชันพิษกลืนโลกา
สิ่งของตรงหน้าล้วนทำให้เขาอยากจะหัวเราะให้คลั่ง กาติรัสปลื้มปิติเป็ที่สุดหนึ่งในห้าดาบแห่งาได้มาปรากฏต่อหน้าของเขาราวกับความฝัน การพบเจอในครานี้ช่างง่ายดายนักแตกต่างจากชั่วชีวิตที่แล้วอย่างสิ้นเชิง เขาต้องรวบรวมวัตถุดิบระดับาทั้งสิบชิ้นเพื่อหลอมรวมกลายเป็ราชันพิษกลืนโลกาเล่มนี้ ความแข็งแกร่งล้วนเป็ที่ประจักษ์แก่ผู้คนทั่วทั้งโลกเป็ศาสตราวุธระดับาจริงแท้แน่นอน!! หากแต่ตรงหน้าของเขาเป็เพียงชิ้นส่วนเท่านั้นเป็เพียงด้ามจับที่มีดาบหักยื่นออกมา มันยาวเพียง 30เิเ ด้ามจับนั้นสั่นไหวอย่างรุนแรงราวกับถูกบางสิ่งบางอย่างเข้ากระตุ้นมันเริ่มลอยขึ้นกลางอากาศก่อนพุ่งจนกระจกด้วยความเร็วและรุนแรง
บึ้ม...! บึ้ม...! บึ้ม...!
ภาพเบื้องหน้าต้องทำให้บูลเบลเส้นขนลุกชูชันสีหน้าพลันวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด "กะ...เกิดอะไรขึ้น!?" น้ำเสียงสั่นคลอนอย่างเกรงกลัว ตามคำพูดของเฮนโรว สามศาสตราวุธที่อยู่บนบัลลังก์ห้ามคิดแม้แต่จะแตะต้องมัน พลังที่หลับใหลอยู่ภายในล้วนทรงพลังอำนาจจนน่าผวาโดยเฉพาะอย่างยิ่ง "ด้ามจับจ้าวโฆรวิส" พิษของมันร้ายแรงยิ่งกระทั่งเฮนโรวยังไม่มั่นใจว่าเขาจะสามารถรอดพ้นจากมันได้หรือไม่เพราะกระทั่งยาถอนพิษก็ยังมิอาจคิดค้นขึ้นมาได้ หากถูกมันฟันเข้าแล้วละก็เพียงสามลมหายใจเ้าเตรียมใจไปเฝ้าประตูมรณะได้เลย
กระจกของสามศาสตราวุธบนบัลลังก์พิเศษเป็ที่สุดเป็กระจกระดับราชันจักรพรรดิ เฮนโรวและองค์จักรพรรดิหลายรุ่นหลายสมัยยอมทุ่มทุนเพื่อสร้างกระจกเหล่านี้ขึ้นมาเนื่องจากศาสตราวุธที่หลับใหลมีขั้นสูงถึงระดับจักรพรรดิ เป็ระดับศาสตราวุธที่ทั่วทั้งสหภาพหกแผ่นดินยังมีไม่ถึงสิบเล่มที่พิเศษยิ่งกว่านั้น ศาสตราวุธทั้งสามนั้นมีจิติญญาเป็ของตัวเอง หากผู้ที่คิดจะหมายปองมันและไม่ได้ถูกรับเลือกละก็เตรียมอำลาโลกใบนี้ได้เลย
"ดาบหักจ้าวโฆรวิสกำลังพิโรษงั้นหรอ" บูลเบลกล่าวอย่างตะกุกตะกักพลางหยาดเหงื่อที่ไหลอาบใบหน้า สีหน้าเคร่งเครียดอย่างชัดเจน เฮนโรวไม่เคยเล่าให้ฟังถึงสถานการณ์ที่กำลังเกิดตรงหน้าเลย ดาบหักจ้าวโฆรวิสกำลังอยากจะได้อะไร?
ทันใดนั้นกาติรัสคิ้วพลันเลิกสูงขึ้นก่อนเอ่ย "ดาบหักจ้าวโฆรวิส?" เขารู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยที่ราชันพิษกลืนโลกาของตนถูกเปลี่ยนชื่อเป็ "ดาบหักจ้าวโฆรวิส" ชายหนุ่มแสดงสีหน้าขึงขังพลางยืนกอดอก
"ข้าไม่รู้หรอกว่าเฮนโรวเห็นอะไรในตัวมันนอกจากเฮนโรวแล้วก็ไม่มีใครสามารถเห็นความสามารถของดาบหักเล่มนี้ได้เลยในสายตาข้ามันก็แค่ดาบหักพุพังเล่มหนึ่งเท่านั้นแหละแต่ไม่รู้ทำไมทุกครั้งที่มองมันข้ารู้สึกราวกับถูกจับจ้องโดยเทพมรณะอย่างไรอย่างนั้นและถ้าคำพูดของเฮนโรวเป็จริงแล้วละก็ดาบหักเล่มนี้มีพิษที่ทรงพลังถึงระดับจักรพรรดิ ต่อให้เป็เหล่าผู้คนของสี่แดนเทพมนุษย์หากไม่ได้รับการถอนพิษก็ล้วนตกตายได้เช่นกัน" บูลเบลอธิบาย
"ท่านไม่ต้องกลัวหรอกนะตู้กระจกนี้อยู่ในระดับราชันจักรพรรดิเลยละมันไม่สามารถพังออกมาได้หรอก"
กาติรัสครุ่นคิดสักพักก่อนใบหน้าจะยกยิ้มอย่างมีเลิศนัยก่อนชายหนุ่มจะเผยยิ้มร่าพลางเอ่ย "ข้าจะเอาดาบหักเล่มนี้" น้ำเสียงขึงขังเป็อย่างมาก นานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่ได้จับเหล่าดาบสุดที่รักของตนชั่วชีวิตที่แล้วพวกมันราวกับเป็ของคู่กายอยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเขาตลอดมาจนกระทั่งวินาทีสุดท้ายในชีวิต
"ดีแล้วละที่ท่านไม่เอาเพราะอีกสองชิ้นก็ดีไม่แพ้กันและมันก็ไม่พยศเหมือนเ้านี่ด้วยนะ....เอ๊ะ?!!!" ราวกับความรู้สึกของเธอช้าไปเพียงหนึ่งวินาที บูลเบลแสดงสีหน้าตกตะลึงงันั์ตาทั้งสองแข็งค้างเบิกโตกว้างก่อนจะเริ่มกล่าวขึ้น "ท่านบอกจะเอามันงั้นหรอ!!!....ท่านได้ฟังเื่ที่ข้าพูดไปบ้างไหม!!!!"
ในห้วงภวังค์แห่งความคิดเสียงที่นุ่มละไมพลันดังขึ้น "นายท่านจะเอาราชันพิษกลืนโลกาจริงๆหรือเ้าคะ...ข้าจะพูดว่านายท่านตาถึงก็มิกล้าเพราะระดับพลังจริงๆของดาบหักเล่มนี้อยู่ในระดับาแต่ว่าถ้าไม่ใช่เ้าของที่แท้จริงก็ไม่ได้มันหรอกนะเ้าคะ ถึงตอนนี้มันจะอ่อนพลังลงจนเหลือระดับจักรพรรดิแต่การต่อต้านวัตถุวิเศษระดับจักรพรรดิก็ไม่ใช่เื่ที่จะทำได้โดยง่ายนะเ้าคะ" เดซี่กล่าวด้วยความห่วงใย
เธอรู้กระทั่งชื่อที่แท้จริงและระดับพลังของมันเลยงั้นรึ ที่มาของภูติเหล่านี้คืออะไรกันแน่...
"ข้าจะเอาดาบหักเล่มนี้จริงๆ"
"นะ...นี่!...ท่าน!!...ถ้าท่านคุมไม่อยู่พวกเราทั้งสี่ราชอาณาจักรจะพังพินาศกันหมดเลยนะ" อารมณ์โกรธกริ้วของบูลเบลพุ่งทะยานขึ้น เธอโกรธจนควันออกหูชายหนุ่มคนนี้ไม่ได้สนใจในสิ่งที่เธอเตือนเลยจริงๆ ศาสตราวุธเป็ถึงระดับจักรพรรดิและมันยังเป็พวกประเภทเลือกเ้านายเสียด้วย พลังอำนาจของดาบหักโฆรวิสในตอนนี้ถ้าหากชายหนุ่มยังคุมไม่อยู่ละก็ทั่วทั้งสี่ราชอาณาจักรคงได้พังพินาศจริงๆ
สีหน้าของเดซี่ล้วนแปรเปลี่ยนเป็ขึงขังเช่นกันเธอเข้าใจดีกว่านายท่านเป็คนบ้าบิ่นแต่ไม่คิดเลยว่าจะบ้าบิ่นถึงเพียงนี้!! ใครมันจะกล้าต่อต้านศาสตราวุธระดับจักรพรรดิที่เป็ประเภทเลือกเ้าของ มันคงมีแค่คนบ้าเท่านั้นแหละที่จะกระทำเื่เช่นนั้น เดซี่เริ่มเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ไม่ต้องห่วงนะเ้าคะหากนายท่านตกอยู่ในอันตราย ข้าจะช่วยนายท่านเองแม้ตัวข้าจะต้องสลายหายไปก็ตาม"
ช่วยเหลือข้า? สลายหายไป? เธอมีความลับอยู่มากจริงๆซะด้วย ความจริงแล้วสามารถช่วยเหลือข้าได้ด้วยรึนี่...ฮ่าฮ่าฮ่า แต่ข้าไม่ยอมให้เ้าสลายหายไปเป็แน่ ดวงใจของข้าคงห่อเหี่ยวพอดี
บุรุษทั่วหล้าล้วนปรารถนาที่จะได้เชยชมสาวงามหากได้พานพบความงดงามที่เหนือจินตนาการแล้วไซร้มีหรือที่พวกเขาจะปล่อยมันไป? พวกเขาย่อมเก็บรักษาความงามเ่าั้เทียมชีวิตเป็หนึ่งในสิ่งที่ทำให้โลกใบนี้ยังคงสีสันและน่าอยู่
กาติรัสยิ่งแสดงใบหน้าจริงจังขึ้นกว่าเก่าเหมือนอยากจะแสดงให้เห็นว่าเขา้าให้เปิดมันจริงๆ ปากพลางเอ่ยกล่าว "เปิดมันให้ข้าเถอะ" บรรยากาศโดยรอบพลันอึดอัดอย่างบอกไม่ถูกทั้งที่คนขอให้เปิดคือมิตร แต่กลับสร้างบรรยากาศได้ราวกับผู้ยิ่งใหญ่ราวกับเป็ชนชั้นที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
"ขะ...ข้าต้องเปิดจริงๆงั้นหรอ" บูลเบลกล่าวตะกุกตะกักความเป็ห่วงราชอาณาจักรแทบจะทำให้ความมั่นใจสุดแรงกล้านั้นละลายหายไป ความลังเลล้วนเป็ปีศาจร้ายเกาะกินจิตใจ เธออยู่ในสถานการณ์เป็ตายอย่างชัดเจนหากเขาคุมไม่อยู่ละก็ผู้คนจะตกตายกันจริงๆ และเป็การตกตายที่ทรมานที่สุดเท่าที่ชีวิตหนึ่งเคยเจอมา!!
ตามคำกล่าวของเฮนโรวพิษจากดาบหักจ้าวโฆรวิสจะทำให้เ้ารู้สึกยิ่งกว่าตกนรกทั้งเป็แม้จะเพียงสามลมหายใจที่เ้าต้องตาย แต่.... เป็สามลมหายใจที่พิษนรกนี้ส่งผลได้คุ้มค่าที่สุดเป็่เวลาที่เ้าอยากจะเรียกร้องหาความตาย ถูกเปลวเพลิงเผาทั้งเป็ยังไม่เทียบเท่ากับถูกพิษชนิดนี้!!
"เ้าต้องเปิดมันให้ข้าจริงๆ" กาติรัสกล่าว อักขระพวกนี้อยู่ในระดับราชันจักรพรรดิเขาไม่ได้มีเลเวลมากพอที่จะทำลายอักขระเหล่านี้ราวกับมันถูกสร้างโดยบุคคลเลเวลสูงส่งและเขาผู้นั้นเป็ผู้ปรมาจารย์ด้านอักขระอย่างแน่แท้ ความซับซ้อนของมันต้องทำให้เขารู้สึกคันไม้คันมืออยากจะทำลายทิ้งจริงๆ หากต้องมานั่งแก้และถอดรหัสเองคงกลายเป็บ้าแน่ๆ
เงียบเชียบ....ไม่มีเสียงตอบกลับมาเป็เวลานานมากโข บูลเบลต้องตัดสินใจได้เด็ดขาดจริงๆเพราะการกระทำที่ผิดพลาดแค่ครั้งเดียวอาจเป็การนำการล่มสลายไปสู่ราชอาณาจักรทั้งสี่
"ถ้าท่านคุมมันไม่อยู่ละก็ข้าขอตามจองล้างจองผลาญกับท่านทุกๆชาติ!!!" บูลเบลกล่าวเสียงดังฟังชัด ความตั้งใจที่หนักแน่นถูกส่งผ่านมาทางถ้อยคำที่ชัดเจนแจ่มแจ้ง ั์ตาตั้งสองมีความรู้สึกถึงสองสิ่งเป็ความรู้สึกที่กังวลและห่วงใย
"เป็ไปตามนั้น" กาติรัสกล่าวตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย
บูลเบลพลันหน้าบึ้งก่อนจะใช้หยดโลหิตที่นิ้วของตนป้ายไปยังอักขระและกล่าวบทร่ายบางอย่างที่ไม่อาจทำความเข้าใจได้ แกร๊ก แกร๊ก แกร๊ก แกร๊ก ทันในนั้นเสียงบางสิ่งก็ดังขึ้นราวกับประตูเหล็กกำลังปลดล็อคเป็ชั้นๆ เสียงดังอย่างนี้ไปเรื่อยๆจนกระทั่งครบที่ 100ครั้ง
ฟิ้วววว ~~~~~
ดาบหักจ้าวโฆรวิสลอยล่องไปมากลางอากาศพลันพุ่งทะยานเข้าหาชายหนุ่มในทันที ออร่ารอบตัวของมันน่าสะพรึงเป็อย่างมากราวกับเทพมรณะมายืนอยู่เบื้องหน้า แรงกดดันถูกส่งผ่านพลางรังสีฆ่าฟันที่โพยพุ่งออกมาจนราวกับจับต้องได้รูปร่างของมันราวกับเทพปีศาจอย่างแท้จริงโดยเฉพาะรอยยิ้มอันน่าสะพรึงของรูปร่างจิตสังหารนั้น
แรงกดดันนี้มันอะไรกัน!...จิตสังหารระดับนี้!!! บูลเบลพลันกุมขมับอาการปวดศีรษะพลุ่งพล่านขึ้นราวกับเกิดะเิภายในหัวน้ำเสียงใสก้องพลันร้องอย่างโอดครวญ "อ๊ากกกกกก"
"นายท่านระวังเ้าคะ!!!" เดซี่กล่าวะโสุดเสียงหากนายท่านตกตายไปจุดมุ่งหมายของเธอล้วนไร้ความหมาย ประหนึ่งเรือที่ลอยคว้างกลางมหาสมุทร
กาติรัสไม่แม้แต่จะฟังเสียงเตือนของอิสตรีทั้งสองความโเี้คืนกลับมาดังเดิมกลิ่นคาวเืของเหล่าผู้เสียสละยังคงอาบดาบหักคู่นั้น ฮ่าๆๆๆๆ ในที่สุดดาบรักของข้าก็กลับคืนสู่กำมือคู่นี้!!! ทันทีที่ชิ้นส่วนราชันพิษกลืนโลกากลับคืนสู่ฝ่ามือคู่นั้นความคุ้นเคยและความทรงจำต่างพรั่งพรูออกมาดุจน้ำพุ ภายใต้ฝ่าเท้าของเด็กน้อยอายุสิบสองสิบสามต่างเกลื่อนกลาดไปด้วยซากศพที่สูงเทียมูเา สภาพของพวกมันล้วนดูไม่ได้เลยสักนิดซากคพที่ละร่างนั้นล้วนเป็สีม่วงและเหือดแห้งราวกับคนขาดน้ำ กลิ่นของพิษยังคงตลบอบอวลบริเวณโดยรอบจนกลายเป็พื้นที่ต้องห้ามของเหล่าสิ่งมีชีวิตเป็เขตแดนต้องห้ามที่แท้จริง!!!
ช่างน่าคิดถึง....
บรรยากาศชวนขนหัวลุกนี่มันอะไรกันแรงกดดันขนาดนี้ เขาทำได้ยังไงกัน!!! ใบหน้าที่มีความสุขนั้นล่ะ?ราวกับคนบ้าเืเลย บูลเบลรู้สึกขนลุกขนชันเธอคิดดีแล้วจริงๆ ที่หวาดระแวงและไม่เชื่อกาติรัสเสมอมาหากพลาดพลั้งมอบความไว้ใจให้เขาไป อาจจะถูกทรยศอย่างเจ็บเจียนตายเลยก็เป็ได้หรือกระทั่งเดซี่ยามนี้ฝ่ามือทั้งสองของภูติตัวน้อยต่างจับใบหน้าของตนเองด้วยความเหลือเชื่อ ั์ตาเบิกโพลงกว้างปานถลนร่างตัวน้อยๆแข็งค้างราวกับรูปปั้น
นายท่านไม่แม้แต่จะต่อต้านราชันพิษกลืนโลกาแต่มันยอมสยบให้แก่นายท่านเอง!!! นี่มันเื่อะไรกัน!?...ถึงมันจะยังอยู่ในระดับจักรพรรดิแต่จิติญญามันยังคงหยิ่งยโสและเปี่ยมไปด้วยความโอหังของเหล่าศาสตราวุธระดับา นายท่านทำได้ยังไง!!? นายท่านสยบศาสตราวุธระดับาได้ยังไง!!!
"ฮ่าๆๆๆ...ราชันพิษกลืนโลกา" กาติรัสกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นก่อนร่ายระบำดาบที่คุ้นเคย มันช่างเหมาะกับเขาเสียจริงๆ ทุกท่วงท่าล้วนร่ายรำได้อย่างสมบูรณ์แบบ จังหวะการย่างก้าว จังหวะการหายใจและใบหน้าที่แสดงอารมณ์ดั่งการร่ายระบำที่งดงามที่สุด ร่างกายพริ้วไหวดั่งมัจฉาว่ายทวนกระแสน้ำทุกการเคลื่อนไหวล้วนอ่อนโยนและเบาบางดุจขนนก เป็การแสดงที่ชวนให้น่าหลงใหลและเคลิบเคลิ้มคล้อยไปตามอารมณ์ก่อนการร่ายระบำจะสิ้นสุดลง
สะ...สุดยอด เขาระบำดาบเป็ด้วยงั้นหรือ? กระทั่งระบำดาบที่ข้าได้ดูกับท่านพ่อยังมิอาจเทียบเท่าได้เลย...
"ปะ...เป็การระบำที่งดงามมาก" บูลเบลถึงกับเอ่ยชมอย่างอดไม่ได้ใบหน้าแสดงถึงความประทับใจจนแทบลืมเื่ดาบหักจ้าวโฆรวิสไปเลยกระทั่งภูติตัวน้อยก็อดจะเอ่ยชมตามมิได้ "นายท่านสุดยอดเลยเ้าคะช่างเป็การระบำที่งดงามไร้ที่ติ" ความรู้ของภูติแห่งจักรพรรดิมิอาจดูถูกได้พวกเธอล้วนเปี่ยมไปด้วยพลังและทรงภูมิปัญญายิ่งกว่าเผ่าพันธุ์ใดๆ แม้กระทั่งเื่การระบำก็ล้วนมีความรู้อยู่มากและการแสดงของกาติรัสต้องทำให้เดซี่พูดคำว่า "ไร้ที่ติ" ออกมา นับว่ากาติรัสระบำได้ไร้ที่ติสมวาจาปาก
แน่นอนอยู่แล้ว...ข้าไม่ใช่แค่เครื่องจักรสังหารกระทั่งเื่บันเทิงก็ล้วนไร้ที่ติเสมอมา เด็กหนุ่มพึมพำถึงอดีตอันข่มขื่นตอนเด็กเขาไม่ใช่เพียงแค่ถูกสั่งให้สังหารเพียงอย่างเดียว แต่กลับถูกจับให้ไประบำดาบอีกด้วยและเป็การระบำเพื่อแสดงให้เหล่าผู้คนทั่วทัั้งราชอาณาจักรเทพได้ชมดู!!! ต้องเป็การระบำที่สุดยอดอย่างแท้จริงถึงจะสามารถได้รับเกียรติที่สูงส่งขนาดนี้กระทั่งวันงานในวันนั้น ราชันย์แห่งความว่างเปล่าก็ได้เข้าร่วมไปเชยชมการระบำที่งดงามดุจเทพนิยายเพราะเหตุนี้เขาจึงค่อนข้างสนิทกับราชันสูงสุดเป็พิเศษแต่ความนับถือไม่ได้ด้อยไปกว่าความแค้นที่เขามีเลย...
"ข้าสยบมันได้แล้วข้าอยากจะได้พื้นที่จำนวนมาก!!...ข้าอยากจะตั้งราชอาณาจักรอันเดด ณ ที่แห่งนั้น" น้ำเสียงขึงขังและจริงจังเป็อย่างมาก
กาติรัสล้วนพินิศดูว่าจะสร้างราชอาณาจักรภายในสามวันนี้แค่พอดูได้ว่าเป็ราชอาณาจักรก็เพียงพอและแน่นอนว่ายังไม่มีประชากรในประเทศเลยสักคนเดียว! ตามชื่อประเทศแรงงานจะเป็เหล่าผีดิบและอันเดดล้วนๆ และเขาตัดสินใจจะสร้างชื่อเสียงให้ราชอาณาจักรของตนผ่านการประลองของสหภาพหกแผ่นดินในครั้งนี้ถึงจะเข้าร่วมในฐานะคนของราชอาณาจักรวินเทอร์เฟียแต่หากถูกถามไถ่ว่ามาจากสถาบันหรืออาจารย์เ้าเป็ใคร เขาล้วนจะตอบกลับไปว่า "อาจารย์ของข้ามาจากราชอาณาจักรอันเดด" ใบหน้าปลื้มปิติเป็ที่สุดเขารอคอยให้อีกสามวันมาถึงจนแทบจะไม่ไหวแล้ว
...สเตตัสปัจจุบัน...
ชื่อ:กาติรัส อันเดลัส(เพศชาย) อายุ:15ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์กึ่งอันเดด อายุขัยโดยธรรมชาติ:อนันต์
เลเวล:5,189 พลังกาย:65,785 พลังเวทย์:664,851