่เวลาแห่งฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนนั้นเราสดับตรับฟังแต่ข่าวของประเทศฝรั่งเศส...วันที่ 21 มิถุนายน เราก็รู้ว่าพระเ้าหลุยส์ กับพระราชินีของพระองค์ และโอรสทั้งสองพระองค์ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการเดินทางหลบหนี ถูกจับได้เสียแล้ว ข่าวกล่าวกันว่าการเดินทางเพื่อหลบหนีของพระเ้าแผ่นดินฝรั่งเศสครั้งนี้ได้รับการตระเตรียมโดยเค้าท์ เอกเซลซึ่งเป็ชาวสวีเดนและเป็ชู้รักของพระนางนั่นเอง
สำหรับการถูกจับกุมนั้น เป็คราวเคราะห์ร้ายของพระองค์โดยแท้เพราะถูกจับที่ด่านสุดท้ายคือที่เมืองวาแรนน์ส และในที่สุด พระราชวงศ์ทั้งหมดที่อยู่ในรถม้าก็ถูกส่งตัวกลับกรุงปารีส
และในเดือนกรกฎาคมต่อมาออสเตรียกับปรัสเซียก็จับมือกันเป็พันธมิตร ต่อต้านฝรั่งเศส
ในวาระที่ข่าวร้ายจากฝรั่งเศสกำลังกระจายไปทั่วโลก เป็ระลอกๆเช่นนี้ แต่ชีวิตที่ฮอร์ทอร์น ฮิลล์ของฉันดูจะน่าอภิรมย์ยิ่งขึ้น...และเมื่อเวลาค่อยๆเคลื่อนคล้อยไป วาระแห่งการสิ้นสุดของฤดูร้อนก็มาถึงในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนสิงหาคม ซึ่งบัดนี้อนาคตที่ฉันหวาดหวั่นได้ใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว
วันหนึ่ง ขณะที่ฉันออกไปตามน๊อบ เพื่อที่จะออกไปขี่ม้าด้วยกันขณะนั้นเป็เวลาบ่ายจัด เมื่อฉันเดินเข้าไปในคอกม้าที่เงียบสงบนั้นก็พบว่าน๊อบกับเด็กเลี้ยงม้า กำลังช่วยกันทำงานง่วนอยู่
“ให้ฉันช่วยไหมคะ น๊อบ?”
“อย่าเลย แมรี่นี่ไม่ใช่งานของพวกผู้หญิงสักหน่อย วันนี้ออกไปขี่ม้าคนเดียวเถอะนะ”
แล้วเขาก็ก้มหน้าก้มตาทำงานต่อ ฉันจึงเดินไปปลดเจสันพามันเดินออกจากคอกหยิบอานมาผูกให้และแล้วเจสันก็พาฉันวิ่งลิ่วปลิวลมไปทางด้านตะวันตกของไร่ล้อมรอบตัวเราคือไร่ข้าวโพดยาวเหยียด ซึ่งกำลังเจริญเติบโตเต็มที่ชูฝักพร้อมที่จะเก็บเกี่ยวได้อย่างน่าพอใจคนงานในไร่กำลังขะมักเขม้นอยู่กับงานตรงหน้าอีกทางฟากหนึ่งของไร่ความร้อนทำให้เจสันดูจะเหนื่อยง่ายและท่าทางเกียจคร้านไม่อยากจะวิ่งขึ้นมาฉันจึงกระตุ้นให้มันเดินเข้าไปในป่าโปร่งใกล้กับแนวลำธารที่ฉันกับน๊อบเคยมาตกปลาด้วยกัน ลึกเข้าไปในป่าโปร่งแห่งนี้ฉันรู้ว่ามีทะเลสาบเล็กๆ ซึ่งน้ำในสระนั้นเย็นชื่นตลอดทั้งปีและเมื่อคิดถึงความเย็นชื่นของน้ำนั้นฉันก็ไม่รั้งรอที่จะกระตุ้นให้เจสันออกวิ่งไปยังที่นั่น
ฉันหยุดนิ่งอยู่ตรงริมฝั่ง มองดูเงาของตัวเองในน้ำต้นไม้ใหญ่แผ่เงาร่มครึ้ม ใบไม้กำลังเริ่มจะเปลี่ยนสีจากสีเขียวเป็สีแดงและสีทองแล้ว...อารมณ์ของฉันสงบลงอย่างเป็สุขรู้สึกอยากจะว่ายน้ำให้ความเย็นชื่นของมันได้แทรกซึมเข้าไปในร่างกายขึ้นมาทันที
ฉันจึงนั่งลงบนพื้นหญ้า ถอดรองเท้าบู้ทออกถอดกางเกงและเสื้อเชิ้ต กองมันทิ้งไว้ตรงริมตลิ่งนั่นเองและแล้วฉันก็โผลลงเล่นน้ำในลำธารที่ใสเย็นและชื่นชมกับความเย็นฉ่ำของสายน้ำนั้นอยู่เกือบชั่วโมง จึงได้ขึ้นมานั่งพักบนตลิ่งมองดูละลอกน้ำที่พลัดพลิ้ว ราวจะล้อเลียนฉันอยู่เบื้องล่าง
วาระนั้นเองที่ฉันได้ตระหนักแน่ในความเป็สาวเต็มตัวของตัวเองขึ้นมา...
แต่ขณะที่ฉันกำลังเพลินชมรูปโฉมของตัวเองที่เปลี่ยนแปลงไปฉันก็ได้ยินเสียงกรอบแกรบเหมือนคนเหยียบใบไม้ดังขึ้นทางเื้ัฉันเหลียวขวับไปอย่างใเต็มที่ แต่ก็ได้เห็นเพียงนกพลิ้นช์หลายสิบตัวที่โผบินขึ้นจากราวป่าด้วยอาการใฉันรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาทันที เืในกายเย็นเฉียบ สัญชาตญาณเตือนฉันว่ามีอันตรายอยู่ใกล้ตัวและฉันก็ใมากขึ้นอีกเมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองนั้นออกมาไกลจากฮอร์ทอร์นฮิลล์มากเกินไปเสียแล้ว มือไม้สั่นเทาไปหมด ขณะที่หยิบเสื้อผ้าขึ้นมาสวมใส่อย่างลวกๆ
และแล้วฉันก็วิ่งไปปลดเ้าเจสันออกจากต้นไม้ที่ผูกไว้และกระตุ้นให้มันออกวิ่งอย่างรวดเร็ว...แต่...เจสันกลับวิ่งได้ช้ากว่าที่ฉันคิดไว้มากและฉันก็เพิ่งรู้ว่ามันขากะเผกเสียแล้ว ฉันสลัดความหวาดกลัวะโลงจากหลังของมันทันที เมื่อตรวจที่ขาของมันก็เห็นเืไหลออกมาจากขาซ้าย
“เอาละ...ฉันไม่ขี่แกก็ได้นะเจสันเราเดินไปด้วยกันก็ได้” ฉันตบที่แผงคอมันอย่างจะเอาใจ
ฉันค่อยๆจูงมันเดินมาตามทางเดินเพื่อออกจากแนวป่าเพื่อตัดตรงเข้าไปในไร่ขณะนั้นเองที่ฉันเห็นเงาดำๆ ของใครคนหนึ่งปรากฏขึ้นเบื้องหน้าและรู้ได้ทันทีว่าไม่ใช่ใครอื่น นอกจากไซมอน ดูนน์ หัวหน้าคนงานคนใหม่ของพ่อ
“เกิดอะไรขึ้นหรือครับ มิส?” เขาร้องถาม
“เจสันน่ะค่ะ...ขามันเจ็บ”
เขาเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าฉัน
“ให้ผมดูมันหน่อยไหมล่ะครับ?” เขาถามยิ้มๆ
ฉันรู้สึกไม่ค่อยจะสบายใจขึ้นมาทันที เกิดความสงสัยขึ้นว่าเขามาทำอะไรอยู่ที่นี่ ในขณะที่พวกคนงานกำลังทำงานกันอยู่ในไร่
“ไม่เป็ไรดอก มิสเตอร์ฮาร์โรว์จะช่วยดูแลมันให้เอง ทำไมคุณมาอยู่ที่นี่ล่ะคะ ไกลจากไร่ตั้งเยอะ?”
“หิวน้ำน่ะครับ” เขาทำท่าเหมือนจะหัวเราะ“ออกมาหาที่พักเย็นๆ สักหน่อยด้วย”
ความระแวงนั้นดูจะมีน้ำหนักมากขึ้น...หรือว่าจะเป็คนคนนี้เองที่แอบดูฉันอาบน้ำ
“อย่างนั้นหรือคะ แล้วคุณหาน้ำกินได้หรือยังล่ะ?”
เขายกมือขึ้นลูบริมฝีปาก ดวงตากวาดไปทั่วร่างฉันแม้ว่าฉันจะเชิดหน้าไว้ แต่ความละอายก็แผ่ซ่านไปทั้งร่าง
“ครับ...ดื่มแล้ว...น้ำเย็นใส...น่าดื่มจริงๆ”ดวงตาของเขามีแววหัวเราะเหมือนจะเยาะเย้ยปรากฏอยู่อย่างชัดเจน
ฉันไม่ได้ตอบโต้ต่อไปอีก ดึงเจสันให้เดินผ่านหน้าเขาพยายามจะกันตัวออกให้ห่างไว้ แต่เขากลับะโมาคว้าบังเหียนของเจสันไว้
“ปล่อยนะ...คุณจะไปไหนก็ไป” ฉันตวาด
“ไม่ดีดอกครับมิส...วันนี้เราจ้างคนงานหน้าใหม่ๆ หนุ่มๆ ทั้งนั้นเข้ามาทำงานในไร่ตั้งหลายคนเพราะฉะนั้นย่อมไม่เป็การปลอดภัย ที่ผู้หญิงสาวอย่างมิสจะเดินไปตามลำพังโดยเฉพาะอย่างยิ่งแต่งตัวอย่างนี้ด้วย” ฉันเห็นเขาแลบลิ้นเลียริมฝีปากราวจะมาดมั่นในอะไรสักอย่างหนึ่ง
“คุณไม่รู้ดอกหรือว่าถ้งใครบังอาจมาแตะต้องตัวฉันหรือแม้แต่จะมองอย่างหยาบคายอย่างที่คุณกำลังทำอยู่น่ะพ่อกับมิสเตอร์ฮาร์โรว์จะจัดการทันที”
“แต่เวลานี้ คุณพ่อของคุณกับมิสเตอร์ฮาร์โรว์น่ะอยู่ไกลนะครับ มิส” เขาตอบหัวเราะๆ
ที่เขาพูดนั้นก็เป็ความจริงฉันกวาดสายตามองไปทางท้องทุ่งกว้างที่อ้างว้าง ดูมันกว้างไกลจนเหลือประมาณและข้างๆ ตัวของฉันขณะนี้ เ้ามนุษย์หน้าเหี้ยมคนนี้ก็กำลังใช้สายตาสำรวจตรวจตราสัดส่วนเรือนร่างของฉันอยู่อย่างใกล้ชิด จนน่าขนลุก
“ผมน่ะมองคุณมานานแล้วนะครับ มิสั้แ่วันแรกที่เข้ามาอยู่ที่นี่ ภาวนาอยู่ตลอดเวลาเลยนะครับให้เราได้มีโอกาสได้อยู่ใกล้ชิดกันบ้าง ได้เป็เพื่อนกัน เพิ่งจะสบโอกาสวันนี้เอง”
ฉันไม่ตอบ ความหวาดหวั่นผสมกับความรังเกียจทำให้ฉันรู้สึกขยะแขยงมันขึ้นมาทันทีความรู้สึกนั้นช่วยเร่งฝีเท้าฉันให้ก้าวยิ่งขึ้น ทันใดนั้นฉันก็ต้องใอย่างสุดขีดเมื่อเขาตะปบลงบนท่อนแขนของฉัน และกระชากฉันให้หันไปเผชิญหน้ากับเขาเราอยู่ห่างกันแค่คืบดวงตาของเขากำลังกวาดไปทั่วใบหน้า...ฉันพยายามที่จะสลัดตัวให้พ้นจากการเกาะกุมแต่เขาก็กระชับมือที่บึกบึนนั้นให้แรงยิ่งขึ้น
“ฉันไม่้าเป็เพื่อนกับแก” ฉันตวาดเสียงลั่น “เอามือออกจากตัวฉันนะแล้วก็ออกไปจากที่นี่ เดี๋ยวนี้ด้วย”
เขากลับดึงตัวฉันเข้าไปใกล้
“อย่างนั้นหรือ...ผมจะบอกให้นะครับมิส...คุณน่ะสวยเหลือเกิน สวยกว่าผู้หญิงคนไหนๆ ที่ผมเคยพบเคยเห็นมาเรามานั่งคุยกันสักประเดี๋ยวเถอะน่ะ”
ฉันสะอิดสะเอียนกับหน้าตาเนื้อตัวของมนุษย์เ้าเล่ห์คนนี้อย่างบอกไม่ถูกฉันจึงพยายามรวบรวมพละกำลังที่มีอยู่ทั้งหมดต่อสู้ ทั้งเตะ ทั้งถีบ ทั้งกัดเพื่อให้หลุดพ้นจากอุ้งมือกักขฬะนั้น