2
บุรุษขาเป๋
เล่อหวงกำลังมองบุรุษที่ได้ชื่อว่าสามีตนอย่างขัดเคือง ให้มองอย่างไรก็รู้สึกขัดใจ หากไม่ใช่แผนร้ายของมารดาเลี้ยง มีหรือนางจะได้ออกเรือนกับบุรุษผู้นี้ ขาเป๋เช่นนี้ให้พาเดินไปไหนก็อับอายไปถึงนั่น ไม่รู้ว่าบิดาเห็นดีเห็นงามได้อย่างไร ถึงยอมตัดใจยกบุตรสาวคนดีอย่างนางให้แต่งกับชายขาเป๋
ชายหนุ่มละเลยต่อสายตาขัดเคืองของหญิงสาว ทยอยยกอาหารเช้ามาวางตรงโต๊ะไม้ไผ่สีน้ำตาลตรงมุมห้องติดหน้าต่าง อากาศเย็นบริสุทธิ์ลอยเข้ามาในห้องพร้อมกับลมหนาวหอบหนึ่ง จนหญิงสาวห่อไหล่สะท้าน ดึงเสื้อคลุมตัวหนาสีเขียวใบไม้ให้กระชับตัวยิ่งขึ้น ขณะที่คนลำเลียงอาหารสวมเพียงเสื้อเนื้อหยาบขาดเป็รูเล็กหลายรู
“กินข้าวเถอะ” เขาจัดถ้วยชามพลางเอ่ยชวนเสียงเรียบ ไม่มีแววขัดเขินที่มีคนมาร่วมใช้ชีวิตร่วมกันในบ้านหลังน้อย ประหนึ่งจะมีนางหรือไม่มีก็ไม่ส่งผลใดต่อการดำเนินชีวิตของเขา
“ข้าไม่หิว” คนถูกชวนถลึงตาดุใส่ สะบัดหน้าไปอีกทาง แค่อยู่ด้วยกันสองคนก็กระอักกระอ่วนจะแย่ ต้องมานั่งกินข้าวมองหน้ากัน ตีนางเถอะ
“เป็อะไร” น้ำเสียงคนถามอ่อนโยนคล้ายซ่อนความห่วงใย
“เกี่ยวอะไรกับเ้า” เมื่อคืนกว่าจะผ่านมาได้ นางต้องนอนคลุมโปงหลายชั้น ไม่ยอมให้ชายผู้เป็สามีร่วมเตียง ไล่อีกฝ่ายนอนพื้นหน้าตาเกรี้ยวกราด ยังดีที่เขารู้ความไม่เื่มาก ยอมนอนพื้นโดยดี แถมแววตาที่มองตนยังฉายรอยขัน สร้างความไม่พอใจให้หญิงสาว กว่าจะได้นอนก็ปาไปเช้าวันใหม่
“อ้อ” ชายหนุ่มยักไหล่ไม่ถือสา คีบกับข้าวที่มีเพียงผักผัดสามสหายกับไข่ต้มขาวอวบหนึ่งฟองใส่ชามอีกใบ ก่อนจะเลื่อนไปไว้อีกด้านของโต๊ะ
วางไว้ตรงนี้ หิวเมื่อไร คงกินเอง
“ข้าจะกลับบ้าน” ร่างเล็กลุกขึ้นเก็บข้าวของ ห่อผ้าสีม่วงถูกมือบางกางไว้บนเตียงเตาเก่า สินเดิมที่นำมาด้วยสองหีบถูกลื้อค้นข้าวของกระจายเต็มพื้น
“ตามใจ อย่าลืมกลับก่อนมืดล่ะ” ไม่มีคำห้ามปรามใด เพียงเตือนให้กลับเร็วหน่อย กลัวฟ้ามืดแล้วอากาศหนาวเย็น เล่อหวงลอบยิ้มสมใจ ยิ้มหวานตอบกลับเสียงใส
“ใครจะโง่กลับมา”
“เ้าต้องกลับมาแน่” เขามั่นใจว่านางต้องกลับมา และจะกลับมาก่อนค่ำแน่นอน
“ไม่มีทาง” ใบหน้าพริ้มเพราแยกเขี้ยวให้สามี
“ทางอยู่ตรงหน้า เดินกลับดี ๆ ระวังลื่น” ดวงตาคมกริบมองพื้นหิมะที่ไม่หนาเท่าวันแรก แต่ถ้าเดินไม่ระวังอาจสะดุดล้มได้
“ฮึ่ม!” นางคำรามในลำคอก่อนจะคล้องห่อผ้าขึ้นไหล่ เปิดประตูไม้ค่อนข้างซีดแล้ววิ่งออกไป ไม่สนใจคำเตือนของชายหนุ่ม และก็จริงดังที่เขาเตือน วิ่งได้เพียงไม่กี่ก้าว ร่างบางพลันถลาไปข้างหน้า ห่อผ้าหล่นอีกด้าน ใบหน้าพริ้มเพรากระแทกพื้นหิมะเย็นเฉียบ
“คนบ้า! เ้าแช่งข้า” ร่างเล็กลุกขึ้นมาปัดหิมะออกจากกาย ก่อนจะหันมาชี้หน้าคนเตือน ซึ่งกำลังกลั้นขำอยู่ในบ้านหลังเล็ก มองนางผ่านหน้าต่าง พลางคีบข้าวกินอย่างใจเย็น
“คอยดู ข้าจะฟ้องท่านพ่อ” นางขู่เสียงเข้มแยกเขี้ยวส่งท้าย ก่อนไปไม่ลืมฉวยห่อผ้า เดินย่ำบนหิมะหนาวเย็นอย่างมุ่งมั่น ปลายทางคือร้านขายข้าวสกุลเล่อ
“ข้าจะคอย” เสียงทุ้มเอ่ยไม่จริงจัง มองส่งร่างบางจนหายลับไปจากสายตา จึงก้มหน้ากินข้าวเงียบ ๆ
เมื่อวานเป็วันวิวาห์ของเขา พอมาถึงบ้านหลังน้อย ทุกคนพากันแยกย้ายกลับบ้านทันที ทิ้งไว้เพียงเกี้ยวหลังหนึ่งกับเ้าสาวที่ไม่ว่าทำอย่างไรก็ไม่ยอมลงมาจากเกี้ยว ให้เขาต้องปวดหัว กว่าเล่อหวงจะยอมลงมาจากเกี้ยวก็ดึกมากแล้ว พอเข้ามาในบ้านแล้วยังไล่ให้เขาไปนอนที่พื้น ยึดครองเตียงเพียงผู้เดียว
บุตรสาวแสนร้ายกาจของเล่อสือ ชายหนุ่มเคยได้ยินชื่อเสียงอีกฝ่ายมาบ้างแต่ไม่ได้สนใจ ใครจะคิดว่าพวกเขาจะมาเจอกันในค่ำคืนหนึ่งพร้อมเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เขาไม่รู้ว่านางมาอยู่ที่กระท่อมได้อย่างไร ปกติเขาจะมาค้างคืนที่กระท่อมท้ายอารามร้าง ตอนเช้าจะได้สะดวกเดินขึ้นเขา เก็บของป่าฝั่งเขาอีกลูก วันนั้นก่อนเดินใกล้ถึงกระท่อมมีชายคนหนึ่งเดินสวนมา อีกฝ่ายยื่นกระบอกน้ำและบอกว่าให้เขาเก็บไว้ดื่ม ซึ่งเป็ต้นน้ำบนเขา น้ำใสสะอาดบริสุทธิ์ เขาจึงรับไว้โดยไม่คิดอะไร
ใครจะคาดคิดว่าน้ำในกระบอกไม้ไผ่จะมีปัญหา แล้วยังมาเจอดรุณีน้อยแต่งกายไม่เรียบร้อยนอนบนเตียงในกระท่อม หักห้ามใจเพียงใดก็มิอาจสู้ฤทธิ์ยาปลุกกำหนัดได้ ยามนี้มาคิดอย่างรอบคอบ เื่นี้คงเป็อุบายของใครบางคนที่้ากำจัดเล่อหวง แล้วเขาเป็หมากที่ถูกจับวางไว้พอดี
“เด็กคนนี้ยังวิ่งกลับไปหาอีกฝ่ายถึงที่อีก” ชายหนุ่มส่ายหน้าพลางถอนหายใจ ภรรยาที่ได้มาอย่างไม่ตั้งใจ คงต้องค่อย ๆ ปรับตัวอีกนานกว่าจะอยู่ร่วมกันได้