ภายในห้องสี่เหลียมขนาดเล็กเจิ่งนองไปด้วยเืสีแดง และบนกองเืนั้น หญิงสาวตัวเล็กก้าวเหยียบย้ำด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก หากมีผู้ใดมาเห็นคงเป็ภาพที่สยดสยองที่สุดในชีวิตของพวกเขาเลยก็ว่าได้
เอวามองไปยังสภาพศพของชายฉกรรจ์ทั้งสี่คนด้วยความคิดที่จะทำลายหลักฐาน แต่แล้วเธอกลับสะดุดตาเข้ากับเสื้อผ้าที่อีกฝ่ายสวมใส่
“เป็เสื้อผ้าที่แปลกตาจริงๆ” จากนั้นเธอกวาดสายตามองหาเสื้อผ้าของตัวเอง โชคดีที่เสื้อผ้าเหล่านี้ถูกถอดออกก่อนจะเกิดเหตุการณ์สังหารหมู่ มันเลยเปรอะเปื้อนคราบเืเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ที่น่าแปลกใจเธอพบว่าชุดที่ตัวเองเคยสวมใส่ก่อนจะถูกถอดออก เป็ชุดย้อนยุคทางตะวันตก ซึ่งแปลกตาอยู่ไม่น้อย ยิ่งมองไปรอบๆ ตัว ไม่ว่าจะเป็โต๊ะ โคมไฟหรือสิ่งต่างๆ ล้วนเป็ของใช้ในยุคกลางเก่าทั้งสิ้น
“ช่างร่ำรวยเสียจริงนะ ขนาดห้องเล็กๆ ยังประดับไปด้วยสิ่งของยุคกลาง” ทว่าในตอนนั้นกลับมีเสี้ยวความคิดนึกถึงความฝันที่ตัวเองฝันถึงมาตลอด
ไม่รอช้าเอวา มองหาสิ่งที่สามารถสะท้อนใบหน้าของตัวเองได้ เธอหยิบกระจกสัมฤทธิ์ขึ้นมาและส่องหน้าของตัวอย่างรวดเร็ว
ในวินาทีนั้น หัวใจของเอวาหยุดเต้นไปชั่วขณะ เพราะภาพที่เธอเห็น ถึงจะละม้ายคล้ายเธออยู่หลายส่วน แต่ก็ไม่ใช่ใบหน้าของเธอ มันคือใบหน้าที่อยู่ในฝันของเธอมาตลอดเวลาสามปีเต็ม
เด็กสาวในกระจก อายุประมาณสิบสองปี มีดวงตากลมโตที่เต็มไปด้วยความเศร้า และความหวาดวิตก คิ้วเรียวเล็กเรียงตัวสวยอย่างอ่อนช้อยทว่าหางคิ้วตก ผิวพรรณขาวซีด
เส้นผมสีน้ำตาลแดง ล้อมกรอบใบหน้า เป็คนสวยแต่ถูกความหม่นหมองบดบัง ทั้งหมดนี้คือตัวตนของเอวาลีนที่เธอเคยเห็น
“ไม่นะ…หรือว่าฉันกำลังฝันอยู่” เอวาพึมพำ เสียงสั่นพร่า เธอรีบหันมองแอ่งเืและร่างไร้ิญญา “ััของการฆ่าฟัน นี่ไม่ใช่ความฝันอย่างแน่นอน”
ความจริงที่พบทำให้ เธอถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ในเงากระจกยังคงมองตรงมาที่เธอด้วยดวงตาคู่นั้น ดวงตาที่เธอเคยเห็นในความฝันซ้ำแล้วซ้ำเล่า เสียงหัวเราะ เสียงร้องไห้ และความเ็ปที่เคยเป็เพียงความฝัน ตอนนี้ได้สะท้อนกลับมาที่ตัวเธออย่างชัดเจน
เอวาพยายามตั้งสติเอาไว้ เธอมองสำรวจร่างกาย หัวใจของเธอล่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม เนื่องจากมัดกล้ามที่ผ่านการฝึกฝนจนแข็งแกร่ง ส่วนสูงที่คล่องแคล้วปราดเปรียว เวลานี้ สิ่งเ่าั้ได้หายไปทั้งหมดแล้ว จากความสูงเกือบหนึ่งร้อยแปดสิบเซ็นติเมตร หุ่นเพรียวงามราวกับนางแบบ เวลานี้เธอได้อยู่ในร่างเด็กสาว ที่มีส่วนสูงวัดประมาณด้วยสายตาไม่ถึงหนึ่งร้อยห้าสิบเซ็นติเมตรด้วย
ด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอด ทำให้เอวาสามารถรอดพ้นจากการถูกสี่ฉกรรจ์ทำร้ายได้ก็จริง แต่เมื่อความตึงเครียดค่อยๆ ลดลงและถูกแทนที่ด้วยความเป็จริง ประหนึ่งสายฟ้าไร้เสียงผ่าลงกลางศีรษะ ความเ็ปแล่นเข้าสู่หัวอย่างรวดเร็ว
เอวารู้สึกไร้เรี่ยวแรงและล้มลง เธออาเจียนออกมาอย่างหนัก ความรู้สึกปวดศีรษะเหมือนกับว่ามันจะะเิออกมา จากนั้นความทรงจำมากมายหลั่งไหลเข้ามาในหัวประกอบกับภาพฝันที่เธอเคยฝันถึง เสียงและข้อความที่เคยดังก้องอยู่ในหัวประหนึ่งเขื่อนเล็กที่ไม่อาจกักเก็บลำน้ำใหญ่ไว้ได้ เธอสามารถปะติดปะต่อเื่ราวได้บางส่วน ทว่าความจริงในเื่นี้มันยากที่จะเชื่อและยากที่จะเข้าใจได้จริงๆ
ไม่มีทางที่เอวาจะเข้าใจเื่ราวทั้งหมดได้ทันที เธอมีความรู้สึกเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งเหมือนกำลังมีชีวิตอยู่ในความฝัน เป็ความฝันที่เธอมักจะตื่นขึ้นมาและหลงลืมเหตุผลของการกระทำที่เกิดขึ้นกับเอวาลีน แต่บัดนี้เธอเข้าใจทุกอย่างได้อย่างแจ่มชัดผ่านความทรงจำที่ใช้ร่วมกัน
“ตระกูลโบมอน...เอวาลีน โบมอน นั้นคือชื่อเต็มๆ ของเด็กสาวที่เธอฝันถึง และเป็ชื่อเ้าของร่างที่เธอกำลังอาศัยอยู่!!”
เอวาประมวลทุกสิ่งที่ได้รับเกี่ยวกับความทรงจำ และค่อยๆ เรียบเรียงทำความเข้าใจ สถานที่ที่เอวากำลังอยู่ ก็คือเมืองท่าที่ชื่อว่าวาล์ล เป็เมืองขนาดกลางในจักรวรรดิฮาบิเอล
เมืองวาล์ล ตั้งอยู่ภายใต้สี่คาบสมุทรแปดดินแดนที่เรียกว่าทวีปเวอร์เทมแบร์ก ตระกูลที่อาศัยอยู่ในเมืองวาล์ลมีั้แ่ เคาท์ไปจนถึงมาร์ควิส ถึงแม้จะเป็เมืองขนาดกลางแต่เพราะเป็เมืองท่า จึงมีความเจริญรุ่งเรืองระดับต้นๆ ของจักรวรรดิฮาบิเอล และด้วยความเจริญก้าวหน้าอีกทั้งยังเป็หนึ่งในเมืองใต้ปกครองของจักรวรรดิ หากมีอาชญากรรมเกิดขึ้นในเมืองวาล์ล โดยที่ไม่มีใครยื่นมือเข้าช่วยเหลือเลย และที่สำคัญ คนที่กำลังตกเป็เหยื่อนั้น คือลูกสาวของเคาท์ ลอยด์ โบมอนจะต้องมีเงื่อนงำอยู่เื้ัอย่างแน่นอน
ตระกูลโบมอน แม้จะเป็ตระกูลเคาท์ ที่อยู่ภายใต้อำนาจของมาร์ควิสผู้ครองเมือง แต่ทว่าผู้ปกครองตระกูล ลอยด์ โบมอน ก็เป็ถึงอัศวินระดับเอมเมอร์รัลด์ ได้รับความคาดหวังที่จะก้าวขึ้นมาเป็อัศวินระดับไดมอนด์ ด้วยเหตุนี้ ชื่อเสียงและหน้าตาของตระกูลโบมอนจึงเรียกได้ว่ามีหน้ามีตาในเมืองวาล์ลเป็อันดับสาม เป็รองเพียงตระกูลไฟฟ์และตระกูลเซโรลต์
สิ่งที่เป็ทั้งเกียรติยศและศักดิ์ศรี คือความแข็งแกร่งของผู้นำตระกูล ไม่ใช่เพียงแค่เมืองวาล์ลเท่านั้น แต่สิ่งนี้ใช้เป็ตัวชี้วัดทั่วทั้งทวีปเวอร์เทมแบร์ก โดยความแข็งแกร่งของผู้คนในทวีปเวอร์เทมแบร์ก เกิดขึ้นจากไดรฟ์ เด็กทารกที่เกิดภายในทวีปเวอร์เทมแบร์ก จะมีสิ่งที่เรียกว่าพอร์ตหรือช่องรับพลังติดตัวมา และเมื่ออายุครบ12ปี พอร์ตจะสามารถเชื่อต่อกับไดรฟ์ได้ ผู้ที่สามารถเชื่อมต่อได้สำเร็จ จะไม่ใช่คนธรรมดาอีกต่อ แต่จะกลายเป็นักรบหรือไม่ก็นักเวทย์ มันจึงเป็เส้นแบ่งแยกระหว่างคนธรรมดากับชนชั้นสูง และถึงแม้ทุกคนจะเกิดขึ้นมาพร้อมกับช่องรับพลัง แต่มีคนเพียงหยิบมือเท่านั้นที่สามารถไดรฟ์จนกลายชนชั้นสูงได้ และตระกูลโบมอนก็เป็หนึ่งในตระกูลที่สามารถบรรดาลให้ลูกหลานในตระกูลไม่ว่าจะเป็สายเืหลักหรือสายเืรอง กลายเป็ชนชั้นสูงได้ หากแต่ภูมิหลังที่ยิ่งใหญ่ขัดแย้งกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเอวาลีน โบมอน ราวกับนรกและ์
เนื่องจาก เอวาลีน เป็เด็กสาวอ่อนแอ และไม่มีผู้คนคอยสนับสนุนเธอ เอวาลีนจึงเติบโตมาเป็เด็กสาวธรรมดาทั่วไปที่ไม่ได้รับไดรฟ์จากตระกูลให้กลายเป็ชนชั้งสูง ถึงแม้ว่าเอวาลีนจะเป็บุตรสาวคนแรกของผู้นำตระกูลโบมอนก็ตามที และอีกเหตุผลหนึ่ง มารดาของเอวาลีน เสียไปั้แ่เธอยังเด็ก บิดาของเธอได้ตบแต่งภรรยาใหม่ ‘ลีน่า ไฟฟ์’ ซึ่งตระกูลไฟฟ์ เป็ตระกูลระดับมาร์ควิช ศักดิ์ของตระกูล เหนือกว่าตระกูลโบมอนหนึ่งลำดับ ด้วยเหตุนี้ลอยด์จึงค่อนข้างเกรงใจลีน่าเป็พิเศษ
แรกเริ่มเดิมที ลีน่าแม้ไม่รัก แต่ก็ไม่ได้ดูถูกและแสดงความเกลียดชังต่อ เอวาลีน แต่เมื่อนางให้กำเนิดบุตรชายและบุตรธิดา ความลำเอียงและความเกลียดชังค่อยๆ ก่อตัวขึ้น หากนับเพียงสายเืหลัก เอวาลีน มีพี่น้องสองคน น้องชายคนรอง ครีโม่ โบมอน และน้องสาวคนสุดท้อง เยนิก้า โบมอน
พวกเขาทั้งสามคนไม่ได้สนิทกันมากนัก สำหรับครีโม่ มองเห็นพี่สาวอย่างเอวาลีนเป็เพียงหญิงสาวไร้ค่า แค่ปรายตามองก็นับว่าเป็การเสียเวลา ส่วนเยนิก้า เธอรู้สึกขัดหูขัดตาทุกครั้งที่มองไป ยิ่งโตขึ้นยิ่งเกิดเป็ความรู้สึกเกียจชัง แต่สิ่งนั้นยังอยู่ในกรอบของมโนธรรม
ทว่าสิ่งที่ทำให้เส้นด้ายบางๆ เส้นนั้นขาดลง เกิดจากคำขอร้องของอดีตข้ารับใช้ฝ่ายมารดา ที่ได้รับฝากฝั่งจากมารดาแท้ๆ ของเอวาลีน ให้เลี้ยงเธอเสมือนลูกสาวแท้ๆ คนหนึ่ง ไม่รู้ว่าเกิดจากความบังเอิญหรือ์้าประทานทุกขลาภให้กับท่านหญิงคนโตของตระกูลโบมอน วันหนึ่งข้ารับใช้ผู้เลี้ยงดูเอวาลีน ได้พบเจอและเข้าช่วยเหลือบุรุษวัยกลางคนที่กำลังาเ็หนักอยู่ริมแม่น้ำ ด้วยความเมตตานางได้ช่วยเหลือเขาให้รอดพ้นจากความตาย นางเป็ผู้หาข้าว หาน้ำและช่วยหายา จนกระทั่งชายผู้นั้นฟื้นตัว ข้ารับใช้ได้มารู้ทีหลังว่าชายที่เธอช่วยเหลือเป็ถึงอัศวินระดับไดมอนด์!!
เพื่อตอบแทนบุญคุณอัศวินผู้นั้นได้ถามความ้าของข้ารับใช้ที่ช่วยชีวิตตนเอง หนึ่งเื่ โดยเขารับปากว่าจะทำมันให้สำเร็จ ข้ารับใช้ที่รักเอวาลีน เสมือนลูกสาวแท้ๆ จึงมีความ้าเพียงหนึ่งเดียว คือให้เอวาลีนหลุดพ้นการถูกเหยียบย้ำ กดขี่ข่มเหง ที่เกิดจากแม่เลี้ยงและพี่น้องคนอื่นๆ ทางออกเดียวที่จะทำให้เอวาลีนมีความสุข คือแต่งงานออกไปจากตระกูลโบมอน เธอจึงได้ขอร้องเื่นี้ออกไป อัศวินระดับไดมอนด์ได้เลือกคู่ครองที่เหมาะสมให้กับเอวาลีน นั้นคือ บุตรชายคนโตของตระกูลเซโรลต์ ที่เป็ตระกูลระดับมาร์ควิช
ด้วยการที่พ่อสื่อเป็ถึงอัศวินระดับไดมอนด์ มาร์ควิชเซโรลต์ ยินดีที่จะได้เกี่ยวดองกับเอวาลีนที่มีอัศวินระดับไดมอนด์คอยหนุนหลัง ทว่าอัศวินระดับไดมอนด์ผู้นั้น ไม่ใช่คนของเมืองวาล์ล เขาจำเป็ต้องออกเดินทางแสวงหาเส้นทางสู้ระดับมาสเตอร์ ด้วยความที่ว่าถึงอย่างไรเอวาลีนก็เป็บุตรสาวคนโตของเคาท์ลอยด์ จึงเกิดความรู้สึกไว้วางใจ หลังจากที่จัดการเื่หนังสือหมั้นหมายเรียบร้อยแล้ว อัศวินผู้นั้นก็ได้เดินทางออกจากเมืองวาล์ลไป และนั้นเป็จุดเริ่มต้นของจุดจบที่เกิดขึ้นกับชีวิตของเอวาลีน โบมอน...