บรรยากาศภายในรถยุโรปคันหรูเงียบสนิทจนเกือบจะอึดอัด ชินทำหน้าที่ขับรถพาฉันไปส่งที่ Pluvia ตามคำสั่งของเคียวยะ แผ่นหลังกว้างของบอดี้การ์ดหนุ่มในชุดสูทสีดำสนิทดูเหยียดตรงและตึงเปรี๊ยะ ยามที่เขาขยับพวงมาลัย มัดกล้ามใต้เนื้อผ้าก็เคลื่อนไหวอย่างทรงพลัง
ฉันลอบมองชินผ่านกระจกมองหลัง และจังหวะหนึ่ง ั์ตาสีเข้มดุจก้นบึ้งมหาสมุทรของเขาก็ช้อนขึ้นมาสบตากับฉันพอดี หัวใจของฉันกระตุกวูบ ภาพสายตาเร่าร้อนกระสันซ่านของเขาจากห้องนอนใหญ่เมื่อเช้าผุดขึ้นมาในหัวจนฉันต้องรีบเบือนหน้าหนีออกไปนอกหน้าต่าง พยายามสะกดลมหายใจให้เป็ปกติ
"คุณมิกะครับ... ถึงแล้วครับ" น้ำเสียงราบเรียบแต่ทุ้มต่ำของชินดังขึ้นยามที่รถจอดเทียบหน้าอาคารสำนักงาน
"ขอบคุณค่ะ... ชินจะขึ้นไปข้างบนด้วยกันไหมคะ?" ฉันถามพลางปลดเข็มขัดนิรภัย
"ผมจะรออยู่ข้างล่าง และดูแลความปลอดภัยทางกล้องวงจรปิดครับ หากมีอะไรผิดปกติ ให้กดปุ่มโทรด่วนหาผมทันที" ชินเอ่ยเสียงเข้ม แววตาคมกริบของเขากวาดมองรอบบริเวณทางเข้าอาคารอย่างระแวดระวัง สมกับเป็บอดี้การ์ดมือหนึ่งที่ดูหล่ออันตรายและพึ่งพาได้
ทว่าความกังวลของชินไม่ใช่เื่เกินจริง
หลังจากที่ฉันเข้าไปสะสางงานที่ออฟฟิศได้เพียงไม่กี่ชั่วโมง และกำลังจะเดินออกมารับประทานอาหารกลางวันด้านล่าง ทันทีที่ก้าวพ้นประตูหมุนของอาคาร รถตู้สีดำทึบกระจกฟิล์มเข้มคันหนึ่งก็พุ่งเข้ามาจอดเทียบฟุตบาทอย่างรวดเร็ว บานประตูสไลด์ถูกกระชากเปิดออก ชายฉกรรจ์สามคนในชุดรัดกุมใบหน้าถมึงทึงก้าวลงมาพร้อมปืนพกและพุ่งตรงมาที่ฉันทันที!
"จับตัวมันขึ้นรถ!" หนึ่งในนั้นคำราม
"กรี๊ด! ปล่อยนะ!" ฉันกรีดร้องด้วยความใกลัวจนขยับขาไม่ออก ยามที่มือหนาหยาบกร้านเอื้อมมากระชากท่อนแขนของฉันอย่างแรง
ปัง! ปัง!
เสียงปืนเก็บเสียงดังขึ้นสองนัดซ้อนอย่างแม่นยำและรวดเร็ว ชายสองคนที่กำลังจะถึงตัวฉันทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ร้องครวญครางด้วยความเ็ปจากการถูกยิงเข้าที่หัวเข่าและข้อมือ ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ของชินจะพุ่งเข้ามาขวางหน้าฉันไว้ดุจกำแพงเหล็กกล้า ปืนพกสีดำสนิทในมือของเขาเล็งตรงไปยังคนขับรถตู้ แววตาของบอดี้การ์ดหนุ่มเย็นเฉียบและเต็มไปด้วยรังสีอันน่าสะพรึงกลัว
"ถ้ายังไม่อยากตาย... ก็ไสหัวไปซะ" ชินเอ่ยเสียงต่ำลึก ทรงพลังและอันตรายจนคนร้ายที่เหลือบนรถตู้หน้าถอดสี รีบกระชากประตูปิดและขับรถบึ่งหนีไปทันทีทิ้งพรรคพวกที่าเ็สองคนไว้เื้ั
ชินไม่ได้สนใจคนร้ายที่นอนาเ็ เขารีบดึงฉันขึ้นรถอย่างรวดเร็วพลางกดปุ่มโทรศัพท์ต่อสายตรงถึงเคียวยะทันที
"คุณเคียวยะครับ พวกแก๊งไซโตะบุกโจมตีคุณมิกะที่หน้าตึก Pluvia... ใช่ครับ ผมจัดการสกัดไว้ได้เรียบร้อยแล้ว กำลังพาตัวคุณมิกะไปที่เซฟเฮาส์ครับ" ชินรายงานสถานการณ์ด้วยน้ำเสียงเฉียบคมเด็ดขาดขณะเหยียบคันเร่งพารถออกไป
[คุ้มกันมิกะไว้ให้ดี ฉันจะรีบตามไปเดี๋ยวนี้] เสียงทุ้มต่ำของเคียวยะที่ตอบกลับมาเต็มไปด้วยความกร้าวร้าวและเดือดดาลจนคนฟังต้องเสียวสันหลัง
---
เซฟเฮาส์ตั้งอยู่ชานเมือง เป็บ้านพักตากอากาศส่วนตัวของเคียวยะที่ได้รับการดูแลเป็อย่างดีและปิดเงียบซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางต้นไม้ครึ้ม บรรยากาศเงียบสงัดและห่างไกลจากสายตาผู้คน ชินพาฉันเข้ามาด้านใน ล็อกประตูหนาแน่นและปิดม่านลงจนห้องตกอยู่ในความสลัว
ฉันทรุดตัวลงนั่งบนโซฟา ร่างกายยังคงสั่นระริกไม่หยุดจากความหวาดกลัว ชินเดินเข้ามาทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าฉัน มือหนาของเขาเอื้อมมาจับมือที่สั่นเทาของฉันไว้เพื่อปลอบประโลม ััอุ่นร้อนจากฝ่ามือของเขาช่วยดึงสติของฉันกลับมาช้า ๆ
"ปลอดภัยแล้วครับคุณมิกะ... ผมอยู่ตรงนี้ ไม่มีใครทำร้ายคุณได้" ชินเอ่ย น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็อ่อนโยนลงเล็กน้อย แววตาคมเข้มจ้องมองลึกเข้ามาในดวงตาของฉัน
"ชิน..." ฉันพึมพำเรียกชื่อเขา น้ำตาคลอเบ้าด้วยความหวาดหวั่น
ชินเหลือบสายตามองต่ำลงมาและขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่าเสื้อเชิ้ตของฉันมีรอยฉีกขาดที่หัวไหล่จากการฉุดกระชากของคนร้าย เผยให้เห็นผิวขาวเนียนอมชมพูและสายเสื้อชั้นในบางเบา ชินขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้น มือหนาข้างหนึ่งเอื้อมขึ้นมาััที่ลาดไหล่เนียนอย่างแ่เบาเพื่อตรวจดูรอยช้ำ
"เจ็บไหมครับ?" เขาถาม ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวไหล่ของฉันจนฉันสะท้านไปทั้งตัว
"มะ... ไม่เจ็บค่ะ" ฉันตอบกระซิบ แววตาของฉันและชินสบประสานกันในความสลัว ระยะห่างระหว่างเราลดน้อยลงจนได้ยินเสียงหัวใจของกันและกันเต้นรัวเร็ว
ความใกล้ชิดที่ตึงเครียด กลิ่นอายความอันตรายของชิน และความทรงจำเกี่ยวกับแววตาซ่านเสียวของเขายามเช้าแล่นเข้ามาบดบังความกลัวทั้งหมด ชินจับจ้องมองที่ริมฝีปากบางของฉันที่กำลังสั่นระริก ใบหน้าหล่อคมคายค่อย ๆ โน้มลงมาต่ำช้า ๆ แรงดึงดูดบางอย่างทำให้หัวใจของฉันเต้นระรัวและเผลอกลั้นหายใจ...
เอี๊ยด!
ทว่าก่อนที่ริมฝีปากของเราจะัักัน เสียงเบรกของรถสปอร์ตคันหรูก็ดังสนิทขึ้นที่หน้าบ้าน ชินสะดุ้งสุดตัวและรีบขยับถอยห่างออกไปทันทีในวินาทีถัดมา ประตูเซฟเฮาส์ถูกเปิดออกอย่างแรงพร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงใหญ่ของเคียวยะในสภาพที่สูทตัวนอกหลุดลุ่ย แววตาดุดันสีหน้าเคร่งเครียดกวาดมองเข้ามาในห้องทันที
"มิกะ!" เคียวยะก้าวเท้ายาว ๆ เข้าหาฉันทันทีด้วยความรวดเร็ว
"ชิน... รายงานสถานการณ์รอบบ้าน แล้วออกไปสแตนด์บายคุ้มกันข้างนอกซะ" เคียวยะสั่งเสียงเฉียบขาดโดยไม่ละสายตาไปจากฉัน
"ครับ... คุณเคียวยะ" ชินน้อมรับคำสั่งเสียงเรียบ ก้มหน้าลงเล็กน้อยหลบสายตาก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปปิดประตูล็อกจากด้านนอก ทิ้งให้เหลือเพียงฉันและเคียวยะสองคนในห้องนั่งเล่นอันเงียบสงบ
หมับ!
เคียวยะดึงร่างของฉันเข้าไปกอดแนบอกแกร่งทันที แรงกอดอันรุนแรงและป่าเถื่อนแสดงถึงความโล่งใจปนโทสะที่ปะทุอยู่ข้างในตัวเขา ฉันเบิกตากว้างซุกใบหน้าอยู่กับแผ่นอกกว้างที่สะท้อนขึ้นลงตามจังหวะหายใจหอบถี่ของเขา
"ยัยหนู... รู้ไหมว่าทำให้ฉันแทบจะบ้าตาย" น้ำเสียงทุ้มต่ำของเคียวยะกระซิบชิดขอบหูของฉัน ััได้ถึงความกังวลลึก ๆ ที่เขาพยายามซ่อนไว้
เคียวยะค่อย ๆ คลายอ้อมกอดออกช้า ๆ มือหนาประคองใบหน้าของฉันให้แหงนเงยขึ้นสบตา สายตาคู่คมกวาดมองใบหน้าของฉันก่อนจะเลื่อนลงมาหยุดที่รอยฉีกขาดบนเสื้อเชิ้ต เผยให้เห็นลาดไหล่เนียนที่มีรอยแดงจาง ๆ จากแรงกระชาก แววตาของมาเฟียหนุ่มพลันดำดิ่งและวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวทันที
"ใครแตะต้องตัวเธอ... มันต้องชดใช้ด้วยชีวิต" นิ้วหัวแม่มือหนาไล้เบา ๆ บนผิวเนื้อนิ่มที่ไหล่ของฉันอย่างหวงแหนและแสดงความเป็เ้าของอย่างเด็ดขาด "ยิ่งผิวเนียน ๆ ตรงนี้ของเธอ... ฉันยอมให้พวกสารเลวนั่นมองเห็นได้ยังไงกัน"
เคียวยะโน้มใบหน้าลงมาซุกไซ้และกดจูบลงบนลาดไหล่เนียนของฉันอย่างหนักหน่วง ราวกับ้าประทับตราแสดงสิทธิ์ความเป็เ้าของทับรอยแดงนั้น ััอุ่นร้อนและกลิ่นน้ำหอมไม้สนของเขาทำเอาสติของฉันเริ่มพร่าเลือน ลมหายใจร้อนระอุของเขาเป่ารดซอกคอจนฉันเสียวสะท้านลืมความกลัวเมื่อครู่ไปจนหมดสิ้น
"อ๊ะ... คุณเคียวยะ..." ฉันครางแ่ ขยุ้มไหล่สูทของเขาแน่น
ความรู้สึกสับสนและขัดแย้งแล่นริ้วในอกอย่างรุนแรง... หัวใจของฉันสั่นไหวกับอ้อมกอดและััอันป่าเถื่อนแต่ให้ความรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาดของเคียวยะ ทั้งที่เมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ ฉันเพิ่งจะเกือบเผลอใจปล่อยให้อารมณ์รักต้องห้ามกับบอดี้การ์ดของเขาครอบงำ
ความใกล้ชิดสามเส้าที่ตึงเครียดนี้กำลังแผ่ซ่านและรัดตรึงฉันไว้แน่นในกรงขังอันหรูหราของพวกเขา... โดยมีสายลมภายนอกบ้านที่ชินยืนอารักขาคอยพัดผ่านไปอย่างเงียบงัน